🚀ยาใจ “BITCOIN” 🚀

🚀ยาใจ “BITCOIN” 🚀

กำลังหงอยเลยกันเลยใช่ครับ? หลัง FED ออกมาประกาศว่าจะลด QE เเละขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม ทำให้ตลาดการลงทุนทั่วโลกพร้อมใจกันร่วง รวมไปถึงตลาดคริปโตเคอเรนซี่ เเม้กระทั่งเหรียญตัวเเม่อย่าง Bitcoin ก็ไม่รอด อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาก็มีกระเเสมากมายเกี่ยวกับขาลงของ Bitcoin ว่า น้องเขาหมดเเรงพุ่งเเล้วหรือไม่ 🤔

“Bitcoin ไม่ใช่ Altcoin” ซึ่ง Altcoin คือ เหรียญอื่นๆ ในตลาดคริปโตเช่นเดียวกับ Bitcoin เเต่มีจุดประสงค์ที่เเตกต่างกันออกไป เเละมีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ถูกพัฒนาต่อยอด เช่น มีเหรียญลูกในเครือข่ายออกมามากมาย ที่สำคัญมีความผันผวนมากกว่าหลายเท่าตัวครับ ซึ่งเเตกต่างจาก Bitcoin เนื่องจาก Bitcoin ต้องการเป็นเหรียญหนึ่งเดียวที่จะเข้ามาเเก้ปัญหาในเรื่องความเหลื่อมล้ำองระบบการเงินเเบบเก่า ด้วยความคิดอันเด็ดขาด ฉีกเเนว เเละมีจุดประสงค์เเตกต่างกับเหรียญอื่นของ Bitcoin นี้ ทำให้นักลงทุนต่างหลงใหลมัน 🔥

💥 Bitcoin โตได้ เพราะชุมชน Bitcoin 💥

🔹 ความเเข็งเเกร่งของเหรียญคริปโตขึ้นอยู่กับชุมชน ถ้านักลงทุนส่วนใหญ่ยังถือเหรียญนั้น เเละได้รับความนิยมอยู่ตลอด จะส่งผลให้เหรียญคริปโตนั้นเข้มเเข็งมากขึ้นไปด้วย หรือในทางเศรษฐศาสตร์ว่ากันว่า มูลค่าของเหรียญคริปโตขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อของนักลงทุนนั่นเเหละครับ

🔹 ดังนั้น จึงเกิดคำพูดอย่างหนึ่งขึ้นมาว่า “ถ้าคุณจะทำให้ Bitcoin มูลค่าเหลือ 0 เปรียบเหมือนคุณทำให้คนศาสนาคริสต์เลิกนับถือศาสนาทั้งโลก” นี่เป็นความคิดกึ่งอุดมการณ์ของสาวก Bitcoin ครับ

💥 ถึงเเม้ราคาจะร่วงลง เเต่ความมั่นใจของนักลงทุนไม่เคยเเผ่ว 💥

🔹 สาเหตุที่นักลงทุนต่างเชื่อมั่นใน Bitcoin เนื่องมาจากมีคนกว่า 1.7 พันล้านคน ที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินในปัจจุบัน เเละ Bitcoin มีความตั้งใจที่จะเเก้ไขปัญหาตรงนี้ โดยทำให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่คนคนสามารถใช้ได้ทั่วโลกเเบบไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเหมือนระบบการเงินเเบบเก่า เป็นเหมือนการกระจายอำนาจทางการเงิน หรือ “Bitcoin Standard”

🔹 อย่าง Jack Mallers ผู้ก่อตั้ง Strike เขาเป็นผู้ผลักดันให้ Bitcoin ใช้งานได้จริง แอพพลิเคชั่นของเขาสามารถโอนเงินได้ทั่วโลกผ่านบัญชีธนาคารโดยที่ไม่มีค่าธรรมเนียม รวมไปถึง Bitcoin โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมี wallet ออนไลน์ก็สามารถใช้งานได้ เขาเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนระบบการเงินด้วย Bitcoin ของประเทศเอลซัลวาดอร์

🔹 ซึ่งในวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2021 ที่ผ่านมานี้ ได้มีข่าวใหญ่ในวงการการเงินระดับโลก เมื่อประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์ ประกาศว่า การร่างกฎหมายในการอนุมัติให้ bitcoin สามารถใช้ในการชำระเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอนุมัติให้ใช้ได้ทั่วประเทศภายใน 90 วันหลังจากที่ประกาศผ่านร่างกฎหมายนี้ทันทีอีกด้วย ทำให้คนอีกหลายล้านคนในประเทศเอลซัลวาดอร์ เข้าถึงระบบการเงินเเบบใหม่นี้มากขึ้น เเละไม่ต้องใช้สกุลเงินหลักของประเทศอื่น เรียกได้ว่าเป็นต้นเเบบของเมือง Bitcoin ในฝันเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ออกมาบอกว่า ในปีนี้ Bitcoin อาจพุ่งกว่า $100,000 ท่ามกลางการขึ้นดอกเบี่ย เเละอัตราเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะเป็นตัวกดดันให้ Bond Yield หรือพันธบัตรระยะยยาวที่มีราคาสูงถูกเทขาย เเละเม็ดเงินที่เทขายออกนี้ จะเข้าไปหนุนให้ทรัพย์สินอื่นๆ อย่าง Bitcoin เเละทองคำ ราคาสูงขึ้น นอกจากนั้นการที่มีเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่างๆ สูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้นักลงทุนต้องลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อผลตอบเเทนที่มาก เเละ Bitcoin คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น

อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษามูลค่าเงิน ถือเป็นสินทรัพย์ที่เเข็งเเกร่ง ที่สำคัญการเเพร่ระบาดของ Covid-19 ในหลายระลอกที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจหลายประเทศค่อนข้างฝืด ดังนั้นการที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจช่วยให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ เหมือนครั้งตอนอินเทอร์เน็ตเข้ามาในชีวิตของเราเเรกๆ ในตอนนั้นเศรษฐกิจโลกก็เผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจเช่นกัน เเต่พอมีเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนเเปลงโลก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างคล่องตัวมากขึ้น เเละเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามา ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลคงต้องยอมรับ Bitcoin เเละส่งผลให้ตลาดคริปโตโตขึ้นอย่างเเน่นอน ✅

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post