Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565

Market Watch

Market Watch จับตาโลกวันนี้ : เมื่อวันศุกร์ (11 พ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในจีน

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันศุกร์ (11 พ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งนักลงทุนมีความหวังว่า เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

Dow Jones +0.10%

S&P500 +0.92%

Nasdaq +1.88%

ภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 4.1%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 5.9% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 8.1%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 3.07% และหุ้นบริการด้านการสื่อสารเพิ่มขึ้น 2.48%

หุ้นแอมะซอน พุ่งขึ้น 4.3% ขณะที่หุ้นแอปเปิลและไมโครซอฟท์ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ซึ่งได้ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นอย่างมาก

หุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิง บวก 1.4% หลังจีนผ่อนคลายมาตรการบางส่วนในการควบคุมโรคโควิด-19

แต่การลดลงของหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ได้สกัดการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ โดยหุ้นยูไนเต็ดเฮลท์ กรุ๊ป ร่วงลง 4.1%

ในส่วนของปัจจัยที่กดดันตลาด ได้แก่ การที่บริษัทเอฟทีเอ็กซ์ (FTX) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีเปิดเผยว่า บริษัทจะเริ่มกระบวนการล้มละลายในสหรัฐฯ และซีอีโอได้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้หน่วยงานด้านกฎระเบียบทั่วโลกต้องเข้าแทรกแซง

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกในวันศุกร์ (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยน้อยลง และจีนได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

CAC-40 +0.58%

Stoxx Europe 600 +0.09%

DAX +0.56%

FTSE 100 +0.78%

นำโดยหุ้นกลุ่มบริการการเงิน, กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มค้าปลีก

หุ้นแอร์เมส อินเทอร์เนชันแนล, หุ้นเคอริง และหุ้นหลุยส์วิตตอง พุ่งขึ้นราว 2.4-2.8%

ส่วนหุ้นริชมอนต์ พุ่ง 10.5% หลังเปิดเผยยอดขายและผลกำไรที่ดีเกินคาด

หุ้นกลุ่มทรัพยากร พุ่งขึ้น 2.6% หลังราคาโลหะพื้นฐานปรับตัวขึ้น

นอกจากนี้ การเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรปบวกขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน

Social Share

Facebook
Twitter