Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2565

Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2565

market watch

Market Watch จับตาดูโลก

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุด ในวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทค้าปลีก รวมทั้งรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

Dow Jones +1.61%

S&P500 +1.99%

Nasdaq +2.68%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทค้าปลีก โดยเมซีส์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1.08 ดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.82 ดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 1% สู่ระดับ 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนบริษัทดอลลาร์ เจเนอรัล เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2.41 ดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.32 ดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทคาดการณ์ว่า รายได้ในปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 10.5% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 10%

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นโลว์ส (Lowe’s) พุ่งขึ้น 3.62%, หุ้นทาร์เก็ต พุ่งขึ้น 4.33%, หุ้นวอลมาร์ท ดีดขึ้น 2.13%, หุ้นเมซีส์ ทะยานขึ้น 19.31% และหุ้นดอลลาร์ เจเนอรัล พุ่งขึ้น 13.78%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.32%, หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 1.29%, หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส พุ่งขึ้น 4.24% และหุ้นซูม วิดีโอ คอมมูนิเคชัน ทะยานขึ้น 4.55%

หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 5.16% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1.36 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.29 ดอลลาร์ ส่วนรายได้อยู่ที่ 8.29 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 8.11 พันล้านดอลลาร์

หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้น ขานรับมุมมองที่ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะช่วยหนุนผลประกอบการของสถาบันการเงิน โดยหุ้นเจพีมอร์แกน บวก 1.73%, หุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 2.77%, หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 2.32%, หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 2.64% และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก พุ่งขึ้น 3.35%

หุ้นทวิตเตอร์ ทะยานขึ้น 6.35% หลังจากนายอีลอน มัสก์แสดงความมุ่งมั่นที่จะซื้อกิจการทวิตเตอร์ จากก่อนหน้านี้ที่เขาประกาศพักการเจรจาข้อตกลงซื้อทวิตเตอร์ชั่วคราว โดยอ้างว่า ต้องการตรวจสอบจำนวนบัญชีปลอมบนทวิตเตอร์

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมเดือน พ.ค. ของเฟดที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยรายงานระบุว่า เฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.50% ทั้งในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. และอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี หากอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2565 โดยระบุว่า GDP หดตัว 1.5% จากเดิมที่รายงานว่าหดตัว 1.4% ในตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวเพียง 1.3%

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 210,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 215,000 ราย

ทางด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 3.9% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 99.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 และปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกในวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.) โดยหุ้นกลุ่มค้าปลีกนำตลาดปรับตัวขึ้น หลังจากอังกฤษเปิดเผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้

Stoxx Europe 600 +0.78%

CAC-40 +1.78%

DAX +1.59%

FTSE 100 +0.56%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีกนำตลาดพุ่งขึ้น 4.7% ถึงเเม้บรรยากาศการซื้อขายยังคงซบเซา เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่เกิดจากการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

หุ้นกลุ่มค้าปลีก อาทิ หุ้นโอคาโด, มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์, เน็กซ์ และแอสโซซิเอเต็ด บริติช ฟู้ดส์ ทะยานขึ้น 4.4-11.5% จากความหวังว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่วงเงิน 1.5 หมื่นล้านปอนด์ (1.9 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการสนับสนุนภาคครัวเรือนนั้น จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายต่อไป ขณะที่เผชิญกับรายจ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น

หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราปรับตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นหลุยส์วิตตอง พุ่ง 3.7%

รายงานการประชุมของเฟดเมื่อวันพุธ (25 พ.ค.) บ่งชี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุม 2 ครั้งถัดไป เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ขณะที่คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.

นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี STOXX 600 จะยังคงปิดตลาดเดือนนี้ติดลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย, สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการควบคุมโรคโควิด-19 ของจีน

ผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า กลุ่มผู้จัดการกองทุนคาดว่า ดัชนี STOXX 600 จะแตะระดับ 450 จุดภายในสิ้นปีนี้ หรือราว 3.5% จากระดับปัจจุบัน

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »