
Leverage Forex คืออะไร? หากพูดถึงการลงทุนในตลาด Forex นอกจากการเลือกโบรกเกอร์ที่มีมาตรฐานแล้ว อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่คุณควรรู้จักคือ ‘Leverage’ เพราะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นเทรดได้ด้วยเงินทุนที่ไม่สูงมาก แต่ยังมีอำนาจในการซื้อขายขนาดสัญญาที่สูงขึ้นได้ครับ
บทความนี้ พี่โบ้จะอธิบายว่า Leverage คืออะไร และทำงานอย่างไรในตลาด Forex แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่หลักการทำงาน การคำนวณ ไปจนถึงข้อดีและข้อจำกัดในการนำ Leverage มาใช้ เพื่อให้คุณมองภาพรวมของความเสี่ยงได้ชัดขึ้น และวางแผนเทรดได้อย่างเป็นระบบครับ
*หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาเชิญชวนให้ลงทุนและไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับ Leverage เท่านั้น การเทรด Forex โดยใช้ Leverage มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินทุนได้ทั้งหมด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจอย่างรอบคอบก่อนลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- Leverage คือเครื่องมือเพิ่มกำลังซื้อ: ช่วยให้เทรดเดอร์วางเงินประกัน (Margin) เพียงบางส่วน แต่สามารถเปิดสัญญาซื้อขายขนาดใหญ่ขึ้นได้
- ดาบสองคมที่คุณต้องระวัง: Leverage ไม่ได้คูณเพียงกำไร แต่เพิ่มอัตราความเสี่ยงและการขาดทุนในสัดส่วนเท่ากันเมื่อตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง
- เลเวอเรจสูง ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง Overtrade: การเลือก Leverage สูงช่วยลด Margin ที่ล็อกไว้ แต่ต้องคุม Lot Size ให้อยู่ในระดับที่พอร์ตรับไหวเสมอ
Leverage Forex คืออะไร?
Leverage คือ อัตราส่วนที่ใช้บอกว่าเงินทุนหนึ่งส่วนควบคุมมูลค่าสัญญาซื้อขายได้กี่เท่า ส่วน Margin คือเงินประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดออเดอร์ ซึ่งเป็นคนละอย่างกันครับ
พูดให้เข้าใจง่าย Leverage คือ “ตัวคูณกำลังซื้อ” ตัวอย่างเช่น หากใช้ Leverage 1:100 เงินทุน $100 จะสามารถควบคุมมูลค่าสัญญาเทรดได้สูงถึง $10,000 ช่วยให้เปิดออเดอร์ในตลาด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Leverage เป็นเครื่องมือแบบดาบสองคมที่จะคูณทั้งโอกาสสร้างกำไรและอัตราการขาดทุนตามขนาดสัญญา จึงจำเป็นต้องมีการบริหารความเสี่ยงและตั้ง Stop Loss (คำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงจุดที่กำหนด) อย่างรัดกุมเสมอครับ
พี่โบ้อธิบายเพิ่ม: โดยทั่วไป หากเปิดออเดอร์โดยไม่ใช้ Leverage นั้น คุณอาจต้องใช้เงินทุนสูง ยกตัวอย่างเช่น เปิดออเดอร์ 1 Lot อาจต้องใช้เงินทุนสูงถึง $100,000 แต่เมื่อเลือกใช้ Leverage 1:100 เงินทุนที่ต้องวางจะเหลือเพียงประมาณ $1,000 เท่านั้น เงินส่วนต่างที่เหลือเป็นเงินที่โบรกเกอร์ให้ยืมชั่วคราว นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเรียก Leverage ว่าเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อขาย
หลายคนที่ค้นหา “leverage คืออะไร Pantip” มักอยากอ่านประสบการณ์จริงจากเทรดเดอร์ด้วยกัน แต่ความเห็นในเว็บบอร์ดเป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคล ควรอ่านควบคู่กับข้อมูลพื้นฐานในบทความนี้ครับ
การคำนวณ Leverage ในตลาด Forex
เมื่อเข้าใจแล้วว่า Leverage คือ ตัวคูณกำลังซื้อ สิ่งสำคัญถัดมาคือความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage, Lot และ Margin ครับ เพราะทั้งสามสิ่งนี้ทำงานเชื่อมโยงกันและส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนการเทรดของคุณ
โดยเฉพาะเรื่อง Margin หรือเงินหลักประกันที่คุณต้องวางไว้กับโบรกเกอร์ ระดับ Leverage ที่คุณเลือกจะเป็นตัวกำหนดว่าต้องวาง Margin เท่าไร และท้ายที่สุดก็กำหนดขนาด Lot ที่คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้
การใช้งาน Leverage ในการเทรด Forex มีสูตรคำนวณเงินประกัน (Margin) พื้นฐานที่เทรดเดอร์ควรทราบ ดังนี้:
Required Margin = (Contract Size × จำนวน Lot) ÷ Leverage
ตัวอย่างการคำนวณ: หากต้องการเทรด EUR/USD จำนวน 1 Lot (มูลค่าสัญญา 100,000 EUR ซึ่งในตัวอย่างนี้สมมติให้เท่ากับ $100,000 เพื่อให้คำนวณง่าย) บน Leverage 1:100 เทรดเดอร์จะต้องวาง Margin เท่ากับ 100,000 ÷ 100 = $1,000 ส่วนที่เหลือ $99,000 โบรกเกอร์จะเป็นผู้สนับสนุนชั่วคราวขณะเปิดออเดอร์ครับ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot และ Leverage ในตลาด Forex
ยิ่งมีเงินทุนมากและเลือกใช้ Leverage สูงขึ้นเท่าไร คุณก็ยิ่งสามารถเปิดออเดอร์ที่มีขนาด Lot ใหญ่ขึ้น และเปิดได้หลายออเดอร์พร้อมกันมากขึ้นตามเงื่อนไข Margin ที่กำหนดไว้
ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin และ Leverage ในตลาด Forex
Leverage และ Margin มีความสัมพันธ์แบบผกผันกัน กล่าวคือ หากต้องการเปิดออเดอร์ขนาด Lot เท่าเดิม แต่เลือก Leverage ต่ำลง คุณจะต้องวาง Margin มากขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากใช้ Leverage สูงขึ้น ก็จะใช้ Margin น้อยลงสำหรับ Lot ขนาดเดิม
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เลเวอเรจในระดับใดก็ตาม ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนการเทรดและอยู่ในสัดส่วนความเสี่ยงที่ยอมรับได้
พี่โบ้แนะนำเพิ่ม: อยากรู้ว่าต้องวาง Margin เท่าไรก่อนเปิดออเดอร์? สามารถใช้เครื่องมือ Margin Calculator ช่วยคำนวณได้เลย จะได้วางแผนความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
ตัวอย่างการใช้ Leverage Forex
เมื่อรู้แล้วว่า Leverage คืออะไร จะเห็นว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมี Leverage ให้เลือกหลายระดับ เช่น 1:100 1:500 1:1000 และ 1:3000 เป็นต้น เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแต่ละระดับต่างกันอย่างไร พี่โบ้ขอยกตัวอย่างดังนี้ครับ
*ตัวอย่างขนาด Lot ของทองคำในหัวข้อนี้เป็นตัวเลขสมมติ ณ ตุลาคม 2026 โดยใช้ราคาทองคำ $4,300 ต่อออนซ์ (1 Lot = 100 ออนซ์ มูลค่าสัญญาประมาณ $430,000) และคำนวณเป็นขนาดสูงสุดตามทฤษฎีที่ใช้ Margin เต็มจำนวน ซึ่งไม่ควรทำจริง ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงควรตรวจสอบราคาและเงื่อนไข Margin ของโบรกเกอร์ก่อนคำนวณทุกครั้งครับ

ใช้ Leverage 1:100
ถ้าเทรดเดอร์มีเงินจำนวน $1 ใช้ Leverage 1:100 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $100
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มีเงินทุน $100 ถ้ามีการใช้ Leverage 1:100 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $10,000 ถ้าเทรดเดอร์ต้องการเทรดทองคำ (XAU/USD) เทรดเดอร์จะสามารถเข้าออเดอร์ได้ 0.01 Lot ถึงประมาณ 0.02 Lot ครับ
ใช้ Leverage 1:500
ถ้าเทรดเดอร์มีเงินจำนวน $1 ใช้ Leverage 1:500 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $500
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มีเงินทุน $100 ถ้ามีการใช้ Leverage 1:500 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $50,000 ถ้าเทรดเดอร์ต้องการเทรดทองคำ (XAU/USD) เทรดเดอร์จะสามารถเข้าออเดอร์ได้ 0.01 Lot ถึงประมาณ 0.11 Lot ครับ
ใช้ Leverage 1:1000
ถ้าเทรดเดอร์มีเงินจำนวน $1 ใช้ Leverage 1:1000 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $1,000
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มีเงินทุน $100 ถ้ามีการใช้ Leverage 1:1000 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $100,000 ถ้าเทรดเดอร์ต้องการเทรดทองคำ (XAU/USD) เทรดเดอร์จะสามารถเข้าออเดอร์ได้ 0.01 Lot ถึงประมาณ 0.23 Lot ครับ
ใช้ Leverage 1:3000
ถ้าเทรดเดอร์มีเงินจำนวน $1 ใช้ Leverage 1:3000 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $3,000
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มีเงินทุน $100 ถ้ามีการใช้ Leverage 1:3000 จะทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ถึง $300,000 ถ้าเทรดเดอร์ต้องการเทรดทองคำ (XAU/USD) เทรดเดอร์จะสามารถเข้าออเดอร์ได้ 0.01 Lot ถึงประมาณ 0.69 Lot ครับ
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งใช้ Leverage สูง อำนาจซื้อก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสสร้างกำไรได้มากขึ้นตามขนาดออเดอร์ แต่ในขณะเดียวกัน หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง การขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน และอาจจะทำให้เงินทุนลดลงจนเหลือศูนย์ได้เช่นกันครับ
ตารางเปรียบเทียบอำนาจซื้อและ Margin ในแต่ละระดับ Leverage
| ระดับ Leverage | อำนาจซื้อจากเงินทุนจำลอง $100 | Margin ที่ต้องวางต่อ 1 Lot EUR/USD (สมมติมูลค่าสัญญา $100,000) |
|---|---|---|
| 1:100 | $10,000 | $1,000 |
| 1:500 | $50,000 | $200 |
| 1:1000 | $100,000 | $100 |
| 1:3000 | $300,000 | ประมาณ $33.33 |
*ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวเลขจำลองเพื่อประกอบความเข้าใจเท่านั้น Leverage ที่สูงขึ้นหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยครับ
ก่อนเลือกระดับ Leverage ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของโบรกเกอร์กับเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกครั้ง เพราะหน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งจำกัดระดับ Leverage สำหรับลูกค้ารายย่อย และระดับการคุ้มครองนักลงทุนอาจแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการแต่ละรายครับ
ข้อดีและข้อควรระวังของการใช้ Leverage Forex
แม้ว่า Leverage คือ ตัวช่วยเพิ่มอำนาจซื้อขาย แต่ก็มีทั้งด้านบวกและด้านที่ต้องระมัดระวัง การทำความเข้าใจทั้งสองด้านไว้ก่อน จะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างรู้เท่าทันและเป็นระบบมากขึ้นครับ
ข้อดีของการใช้ Leverage Forex
- ใช้เงินทุนในการเริ่มต้นด้วยจำนวนที่ไม่สูงมาก ก็สามารถเริ่มเทรดได้
- เพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
- ช่วยให้วาง Margin น้อยลงต่อหนึ่งออเดอร์ จึงเหลือเงินสำหรับรับความผันผวนของราคาได้มากขึ้น หากควบคุมขนาด Lot อย่างเคร่งครัด
- ช่วยให้เข้าถึงสินทรัพย์ที่มีราคาสูงได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการกระจายความเสี่ยง
ข้อควรระวังในการใช้ Leverage Forex
- ขาดทุนได้มากขึ้นและเร็วขึ้น หากบริหารความเสี่ยงไม่ดี
- ต้นทุนแฝงจากค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของโบรกเกอร์
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call)
- ส่งผลต่อจิตวิทยาการเทรดได้
- ต้องวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมกว่าการเทรดปกติ
📢 Traderbobo แนะนำ
นอกจากนี้ พี่โบ้ยังรวบรวมคำศัพท์ที่ใช้ในการเทรดไว้ให้ เพื่อวางพื้นฐานให้ครบถ้วน ช่วยให้คุณติดตามเนื้อหาและเข้าใจตลาดได้มากขึ้นครับ สามารถคลิกอ่านต่อที่หัวข้อศัพท์ Forex ได้เลยครับ 👇
สรุปเกี่ยวกับ Leverage Forex
Leverage คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์เปิดออเดอร์ใน Forex ได้ในขนาดที่ใหญ่กว่าเงินทุนจริง การเลือกใช้เลเวอเรจให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากขาดการวางแผนก็อาจส่งผลเสียต่อพอร์ตได้ แต่หากใช้ให้สอดคล้องกับแผนการเทรดและบริหารความเสี่ยงได้ดี Leverage ก็อาจช่วยให้การเทรดมีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ
Leverage เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้การเทรดเป็นระบบมากขึ้น การศึกษาสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด ทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และเลือกใช้ Leverage ให้สอดคล้องกับแผนของตัวเอง คือแนวทางหนึ่งที่อาจช่วยให้คุณเทรดอย่างเป็นระบบมากขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leverage Forex
ใช้ Leverage เยอะดีไหม?
การเลือกใช้ Leverage สูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับแผนการเทรด การบริหารความเสี่ยง และขนาดเงินทุนจริงของพอร์ตครับ
- ข้อดีของ Leverage สูง (เช่น 1:500 ขึ้นไป): ช่วยลดเงินประกัน (Margin) ที่ถูกล็อกไว้ ทำให้เหลือ Free Margin มากขึ้นสำหรับรับแรงเหวี่ยงของราคา เหมาะกับผู้ที่มีระบบบริหาร Risk Management และจำกัดขนาด Lot อย่างเคร่งครัด
- ความเห็นส่วนตัวของผู้ใช้บนเว็บบอร์ดอย่าง Pantip และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์บางส่วน: มีผู้แสดงความเห็นว่าการใช้ Leverage สูงอาจกลายเป็น “กับดัก” สำหรับมือใหม่ เพราะอาจทำให้เผลอ Overtrade (เปิด Lot ขนาดใหญ่เกินเงินทุนจริง) และพอร์ตอาจเสียหายได้เร็วเมื่อราคาผันผวน ทั้งนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล ไม่ใช่ข้อมูลสถิติครับ
ดังนั้น คำแนะนำคือมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วย Leverage ระดับปานกลาง (เช่น 1:100 ถึง 1:200) และโฟกัสที่การควบคุมขนาด Lot ให้สอดคล้องกับ Margin เสมอครับ
มาร์จิ้น Forex คืออะไร?
มาร์จิ้นในตลาด Forex คือ จำนวนเงินประกันที่คุณต้องวางไว้เมื่อทำการเทรดโดยใช้ Leverage ซึ่งจำนวนมาร์จิ้นที่ต้องใช้ จะขึ้นอยู่กับระดับเลเวอเรจที่คุณเลือกในการเทรดครับ
Free Margin คืออะไร?
Free Margin คือ เงินทุนสำรองที่เหลืออยู่ในพอร์ตหลังหักเงินที่ถูกล็อกไว้เป็น Margin แล้ว ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการเปิดออเดอร์เพิ่มเติมเพื่อเทรดในตลาด Forex ได้
Lot Forex คืออะไร?
Lot Forex คือ หน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดปริมาณของสกุลเงินที่คุณเปิดสัญญาซื้อขายในการเทรดแต่ละครั้งครับ
เลเวอเรจสำหรับมือใหม่ ควรใช้เท่าไรดี ในการเทรดตลาด Forex?
การใช้เลเวอเรจสำหรับมือใหม่ ควรเลือกระดับที่สอดคล้องกับเงินทุน ขนาด Lot และแผนการเทรด เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม โดยไม่เกินกำลังพอร์ตมากเกินไปครับ
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการใช้ Leverage ซึ่งอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยสรุปและเรียบเรียงข้อมูลเพื่อให้เนื้อหาครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและเรียบเรียงโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Traderbobo เรียบร้อยแล้ว
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











