
การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพวัดจากอะไร? เมื่อก้าวเข้ามาในตลาด Forex คุณจะพบกับคำว่า ‘เทรดเดอร์มืออาชีพ’ และ ‘เทรดเดอร์มือใหม่’ โดยส่วนใหญ่แล้วเราคงวัดจากกำไรที่เขาสามารถทำได้ และการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เงินทุนส่งผลโดยตรงกับกำไรที่คุณจะสามารถทำได้ ซึ่งหากคุณเป็นเทรดเดอร์รายย่อยคงยากที่จะหาเงินทุนจำนวนมากเพื่อมาเทรด จะดีกว่าไหม? หากมีทางลัดให้คุณไปถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้น หรือมีเงินหล่นใส่คุณกว่า $200,000 เพื่อทำการเทรด
คำตอบนั้นคือ ‘การสอบกองทุน FTMO’ แต่ช้าก่อน… เพราะถึงจะเป็นทางลัดก็ใช่ว่าจะสามารถผ่านไปได้ง่าย แต่ถ้าคุณมั่นใจว่า ‘เก่งจริง’ ก็ศึกษาข้อมูลที่เราจะบอกต่อไปนี้ให้ดี เพื่อก้าวไปเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน
*หมายเหตุ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
จุดเริ่มต้นของกองทุน FTMO คืออะไร?

แนวคิดในการเริ่มโครงการ FTMO (เดิมเรียกว่า Ziskejucet.cz) เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 ณ สำนักงานเล็ก ๆ ในกรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก โดยเป็นการรวมตัวของกลุ่มเทรดเดอร์ที่มีความสามารถ
พวกเขามีความเชื่อว่า การเทรดสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการมีระบบและระเบียบวินัย โดยพวกเขาได้นำมันมาใช้เป็นเกณฑ์การสอบผ่านของกองทุน FTMO ในปัจจุบัน
กองทุน FTMO คืออะไร?
กองทุน FTMO คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการเรื่องการจัดสรรเงินทุนให้สำหรับเทรดเดอร์ที่มีความสามารถ แต่อาจมีต้นทุนในการเทรดน้อย ซึ่งเทรดเดอร์ที่จะได้รับเงินทุนต้องผ่านการคัดเลือก หรือเงื่อนไขที่ทางกองทุน FTMO ได้กำหนดไว้ โดยจะใช้ FTMO Demo (บัญชี Demo) ในการสอบ
จากนั้นเมื่อสอบผ่านแล้ว เทรดเดอร์จะได้รับ FTMO Certificate และเซ็นสัญญาเป็น FTMO Trader พร้อมพอร์ตการลงทุนจริง (บัญชีจริง) ซึ่งเทรดเดอร์สามารถนำเงินทุนไปจัดสรรในพอร์ตของตนเองได้อย่างอิสระ โดยผลตอบแทนหรือกำไรจากการเทรดของคุณจะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนตามเงื่อนไขที่ทางกองทุนกำหนด

FTMO Certificate คืออะไร?

ถ้าคุณสอบผ่านครบทุกเกณฑ์การคัดเลือก คุณจะได้รับ FTMO Certificate หรือใบรับรองว่า คุณมีความสามารถและคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นเทรดเดอร์ของกองทุน FTMO ซึ่ง FTMO Certificate เป็นที่ยอมรับระดับสูงในกลุ่มเทรดเดอร์ทั่วโลก
สอบผ่าน FTMO ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
หลังจากผ่านเงื่อนไขการสอบ FTMO ทั้ง Challenge 1-Step หรือ 2-Step และยืนยันตัวตนผ่าน KYC สำเร็จ เทรดเดอร์จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้
- บัญชีเทรดจริงของ FTMO ตามขนาดเงินทุนที่เลือก เช่นเลือกสมัครขนาดเงินทุน $200K ด้วยทุน FTMO จริง ไม่ใช่ demo อีกต่อไป
- วิธีการแบ่งกำไร
- 1-Step ได้รับ 90% ทันที (คุณได้ 90% และ FTMO หัก 10%)
- 2-Step ได้ 80% เริ่มต้น (คุณได้ 80% และ FTMO หัก 20%) แล้วสามารถขยาย เพิ่มเป็น 90% ได้
- ถอนกำไรได้จริง ทุก 14 วัน ผ่านทางธนาคาร, Skrill และ Crypto (สำหรับ Challenge 2-Step จะได้รับเงินค่าสมัครคืนหลังจากการถอนครั้งแรก)
- ไม่จำกัดระยะเวลาเทรด สามารถเทรดได้ต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนด ตราบใดที่ปฏิบัติตามกฎบริหารความเสี่ยงและไม่เกินเกณฑ์การขาดทุนที่กำหนด
ตรวจสอบความคุ้มค่าในการสอบกองทุน FTMO
ผมขอยกตัวอย่างการเทรดผ่านเงื่อนไขของ FTMO Challenge แบบ 2-Step ซึ่งเทรดเดอร์จะได้รับส่วนแบ่งกำไรเริ่มต้นที่ 80% โดยจำนวนกำไรที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับขนาดเงินทุนในบัญชีของคุณ
‘ทุนมาก = กำไรมาก’
| เงินทุนตัวอย่าง | กำไรสมมติ 10% | ส่วนแบ่งเทรดเดอร์ 80% | ส่วนแบ่ง FTMO 20% |
| $100 | $10 | $8 | $2 |
| $1,000 | $100 | $80 | $20 |
| $10,000 | $1,000 | $800 | $200 |
| $100,000 | $10,000 | $8,000 | $2,000 |
ใครสามารถสมัครสอบ FTMO ได้บ้าง?

เทรดเดอร์ที่ต้องการสมัครสอบกองทุน FTMO จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
- มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
- มีทักษะในการเทรดและความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
- ไม่ได้ให้บริการบุคคลที่อยู่ในประเทศอิหร่าน ซีเรีย เกาหลีเหนือ และอื่น ๆ รวมถึงบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมทางการเงินหรือการก่อการร้าย
*หมายเหตุ: เทรดเดอร์ชาวไทยสามารถสมัครสอบกองทุนได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้มีสิทธิเข้าร่วม FTMO
ค่าสอบ FTMO เท่าไร?
ค่าสอบ FTMO จะแตกต่างกันไปตามประเภทการสอบที่เทรดเดอร์เลือก โดยประเภทการสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1-Step และ 2-Step ซึ่งมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ดังนี้
ค่าสอบสำหรับ 1-Step
| ค่าสมัครสอบ FTMO | จำนวนเงินทุนที่ได้รับ |
| €79 | $10,000 |
| €199 | $25,000 |
| €319 | $50,000 |
| €499 | $100,000 |
| €999 | $200,000 |
ค่าสอบสำหรับ 2-Step
| ค่าสมัครสอบ FTMO | จำนวนเงินทุนที่ได้รับ |
| €89 | $10,000 |
| €250 | $25,000 |
| €345 | $50,000 |
| €540 (ปัจจุบันมีส่วนลด 19% เหลือ €439) | $100,000 |
| €1,080 | $200,000 |
วิธีสมัครสอบกองทุน FTMO
หลังจากที่คุณพร้อมเข้าสู่การแข่งขันแล้ว สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ FTMO
- กดที่ FTMO Challenge
- เลือก Create a profile
- กรอกอีเมลที่ต้องการสมัคร
- ตั้งรหัสผ่าน โดยกำหนดตัวอักษรมากกว่า 11 ตัวอักษรประกอบไปด้วย
- ตัวเลข
- ตัวอักษรพิมพ์เล็กอย่างน้อยหนึ่งตัว
- ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่อย่างน้อยหนึ่งตัว
- ตัวอักษรพิเศษ 1 ตัว
- จากนั้นให้คุณเลือก Sign Up
- เริ่มกรอกข้อมูลทั่วไปและเบอร์มือถือ
- ยืนยันการสมัครผ่าน Gmail ที่ทาง FTMO ส่งให้
เมื่อสมัครเสร็จสิ้นแล้วต้องทำอะไรบ้าง?

เมื่อสมัครเสร็จสิ้นแล้ว เทรดเดอร์จำเป็นต้องระบุเงื่อนไขต่อไปนี้ก่อนทำการเปิดบัญชีเทรด
- เลือก Challenge ที่ต้องการ
- เลือกขนาดเงินทุนที่ต้องการเปิดบัญชี
- เลือกสกุลเงิน
- เลือกประเภทบัญชี
- เลือกแพลตฟอร์มการเทรด
- กรอกข้อมูลการชำระเงินสามารถเลือกได้ทั้งแบบบุคคลและนิติบุคคล
สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมเทรดบนบัญชีจริง ทาง FTMO ก็เปิดโอกาสให้ทดลองเทรดบนบัญชี Demo ได้เช่นกันครับ
วิธีสมัคร FTMO Demo
บัญชี Demo เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับฝึกฝนและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสอบจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ FTMO
- กดที่ Start Free Trail
- กรอกข้อมูลเหมือนการสมัครเปิดบัญชีทั่วไป (กรณีมีบัญชีอยู่แล้วสามารถ Login แล้วเลือก Star Free Trial ได้เลย)
เทรดเดอร์สามารถเลือกประเภท Challenge และขนาดเงินทุนในบัญชีได้เหมือนบัญชีเทรดจริงเลยครับ เพียงแต่คุณจะไม่สามารถเลือกประเภทบัญชีได้ เลือกได้เพียงบัญชี Standard เท่านั้น
*หมายเหตุ: บัญชี Demo สามารถใช้ทดลองเทรดได้ 14 วัน และสามารถรีเซตการเทรดเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้ไม่จำกัดครั้ง
เงื่อนไข FTMO ทั้งหมดในการสอบ
เงื่อนไขการสอบ FTMO Challenge แบบ 1-Step และ 2-Step มีรายละเอียดที่แตกต่างกันดังนี้
1. FTMO Challenge 1-Step
ต้องผ่าน Evaluation Phase เพียงขั้นตอนเดียว โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- เป้าหมายกำไรรวม 10% จากยอดเงินเริ่มต้น
- ขาดทุนรายวันสูงสุด 3% (มีความเข้มงวดกว่า 2-Step)
- ขาดทุนรวมสูงสุด 5-6%
- จำกัดกำไรจากวันเดียวไม่เกิน 50% ของกำไรรวมทั้งหมด
- ไม่จำกัดระยะเวลาในการเทรด
2. FTMO Challenge 2-Step
ต้องผ่านเงื่อนไขการเทรด 2 Phase ได้แก่ Challenge และ Verification
Phase 1 Challenge
- เป้าหมายการทำกำไร 10% จากยอดเงินเริ่มต้น
- ขาดทุนรายวันสูงสุดไม่เกิน 5% ของยอดสูงสุดในวันนั้น (รีเซตทุกวัน)
- ขาดทุนรวมสูงสุด 10% จากยอดเริ่มต้น (static หรือ trailing ตามประเภทบัญชี)
- จำนวนวันเทรดขั้นต่ำอย่างน้อย 4 วัน นับจากวันที่มีการเปิดออเดอร์
- ไม่จำกัดระยะเวลา แต่ต้องเทรดอย่างสม่ำเสมอ
Phase 2 Verification
- เป้าหมายการทำกำไร 5% จากยอดเงินเริ่มต้น
- ขาดทุนรายวันสูงสุดไม่เกิน 5% เหมือนเฟส 1
- ขาดทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 10% เหมือนเฟส 1
- จำนวนวันเทรดขั้นต่ำอย่างน้อย 4 วัน
- ไม่จำกัดระยะเวลา แต่ต้องมีความสม่ำเสมอในการเทรด
*หมายเหตุ: ผู้ที่ผ่านเงื่อนไขทั้ง 2 Phase และถอนกำไรครั้งแรกสำเร็จ ทาง FTMO จะโอนคืนค่าสมัครสอบมาพร้อมกับกำไร
3. เงื่อนไขการสอบ FTMO เพิ่มเติมที่ต้องระวัง
- ห้ามใช้กลยุทธ์ Martingale หรือ Copy Trade โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
- หลังผ่านเงื่อนไขทุกรูปแบบให้รอตรวจสอบ 1-2 วัน แล้วทำ KYC เพื่อยืนยันตัวตนและเซ็นสัญญา เพื่อรับ FTMO Account
4. สกุลเงินที่ใช้ในการสอบ

กองทุน FTMO รองรับสกุลเงินในการเทรด 7 สกุลเงินดังต่อไปนี้
- USD = ดอลลาร์สหรัฐ
- GBP = ปอนด์สเตอริง
- EUR = ยูโร
- CZK = โครูนาเช็ก
- CAD = ดอลลาร์แคนาดา
- CHF = ฟรังก์สวิส
- AUD = ดอลลาร์ออสเตรเลีย
5. เงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถอนเงิน FTMO
- แจ้งถอนเงินได้เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น
- ใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 1-2 วัน หลังจากได้รับใบยืนยันการถอน
- จำนวนเงินถอนขั้นต่ำอยู่ที่ $20 สำหรับการโอนผ่านธนาคาร และ $50 สำหรับการจ่ายเป็น Cryptocurrency
- สามารถเก็บกำไรไว้ในพอร์ตได้จนกว่าจะต้องการถอน
📢 Traderbobo แนะนำ
ห้ามพลาด! เปิดโลกการลงทุนไปกับ 5 กองทุน Forex ที่น่าสนใจ รวมถึงทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับกองทุน Forex พร้อมรายละเอียดของแต่ละกองทุน!
เปรียบเทียบเงื่อนไขของการสอบแบบ 1-Step และ 2-Step
| 1-Step | 2-Step | |
| จำนวนขั้นตอน | 1 ระยะ (Evaluation ขั้นตอนเดียว) | 2 ระยะ (Challenge + Verification) |
| เป้าหมายกำไร | 10% ของเงินทุนเริ่มต้น | Phase 1: 10% |
| Phase 2: 5% | ||
| ขาดทุนรายวันสูงสุด | 3% | 5% ทั้ง Phase 1 และ 2 |
| กฎความสม่ำเสมอในการทำกำไร | จำกัดกำไรจากวันเดียวไม่เกิน 50% ของเป้ากำไรรวม (ถ้าเป้าหมายกำไร = $10,000 กำไรที่ทำได้ในหนึ่งวัน ห้ามเกิน $5,000) | ไม่กำหนด |
| อัตราการแบ่งกำไร | เริ่มต้น 90% | เริ่มต้น 80% สูงสุด 90% |
| Refund ค่าสมัคร | – | คืน 100% เมื่อผ่านเงื่อนไขและถอนกำไรครั้งแรก |
| ค่าสมัคร | ถูกกว่า | แพงกว่าเล็กน้อย |
ค่าสมัครของ 2-Step มีอัตราที่มากกว่าในเงินทุนบางประเภท เพราะครอบคลุมการทดสอบถึง 2 ระยะ ในขณะที่ 1-Step ครอบคลุมเพียงระยะเดียวเท่านั้น ทำให้ค่าบริการพื้นฐานต่ำกว่า นอกจากนี้ 2-Step มีโอกาสได้รับเงินค่าสมัครคืนเต็มจำนวน เมื่อเทรดเดอร์ผ่านเงื่อนไขและทำการถอนครั้งแรก แต่ 1-Step ไม่มีการคืนเงิน ทำให้ Challenge 2-Step มีความยืดหยุ่นมากกว่า
นอกจากเทรดเดอร์ต้องเลือกรูปแบบของ Challenge ในการเทรดแล้ว ยังต้องเลือกประเภทบัญชีที่จะใช้เทรดด้วยครับ ดังนั้น อย่าลืมดูเงื่อนไขการใช้งานให้ละเอียดนะครับ
ประเภทบัญชีของการสอบ FTMO มีอะไรบ้าง?
ประเภทบัญชีมี 2 ประเภท ได้แก่ FTMO Standard และ FTMO Swing
| FTMO Standard | FTMO Swing | |
| แนวทางการเทรด | เหมาะกับ Day Trade และ Scalping | เหมาะกับ Swing Trade และ สายถือยาว |
| Leverage | สูงกว่า (สูงสุดประมาณ 1:100) | ต่ำกว่า (สูงสุดประมาณ 1:30) |
| การถือออเดอร์ข้ามคืน | จำกัดบางช่วง | ถือได้ |
| การถือข้าม Weekend | ส่วนใหญ่ไม่อนุญาต | อนุญาต |
| News Trading | มีข้อจำกัด | เทรดช่วงข่าวได้ |
| ความยืดหยุ่นของ Position Size | สูง | ปานกลาง |
กฎข้อไหนที่คนสอบพลาดกันบ่อย?

กฎที่คนสอบพลาดกันบ่อย คือ กฎการจำกัดการขาดทุนต่อวัน หรือ Daily Loss ครับ ส่วนมากจะพลาดในเรื่องของการคำนวณการขาดทุนกัน เพราะ FTMO นับยอดการขาดทุนรวมทั้งออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่และที่ปิดไปแล้ว รวมถึงมีการคำนวณค่า Swap และ Commission ด้วย โดยผมจะยกตัวอย่าง ดังนี้
ตัวอย่าง การสอบ FTMO Challenge แบบ 2-Step บัญชีเงินทุน $100,000 โดยข้อกำหนดที่ทาง FTMO กำหนดในการเทรดรูปแบบนี้ คือ การขาดทุนต่อวัน = 5% ( $5,000 ต่อวัน) ทำให้ในวันที่เริ่มเทรด พี่โบ้มีรายละเอียดในบัญชี ดังนี้
- Balance = $100,000
- Equity = $100,000
- Daily Loss ที่เหลือ = $5,000
เมื่อผมเปิดออเดอร์ Buy ทองคำ (XAUUSD) แต่ราคาวิ่งสวนทาง ทำให้เงินในบัญชีเริ่มติดลบจากออเดอร์ที่ไม่ถูกปิด
- ขาดทุนลอย = -$4,200
- Commission + Swap = -$100
ดังนั้น Equity ตอนนี้จะเหลือ = $100,000 – $4,200 – $100 = $95,700 → ยังไม่โดน Daily Loss เพราะขาดทุนยังไม่ถึง $5,000
ต่อมาตลาดเริ่มแกว่งแรง ส่งผลให้ราคาลงต่ออีกเล็กน้อย ทำให้ผมเริ่มขาดทุนเพิ่มมากขึ้นจากออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่
- ขาดทุนลอย = -$4,900
- Commission + Swap = -$150
ดังนั้น Equity ตอนนี้ = $100,000 – $5,050 = $94,950 จะเห็นได้ว่า Equity ลดลงเกิน $5,000 แล้ว จังหวะนี้แหละครับ ที่ FTMO จะถือว่า ผมละเมิดกฎ Daily Loss ทันที แม้จะยังไม่ได้ปิดออเดอร์ก็ตาม
ทีมซัพพอร์ตของ FTMO
ทีมซัพพอร์ตของ FTMO ให้บริการ 24/7 โดยให้บริการผ่านช่องทางต่อไปนี้
- อีเมล: [email protected]
- Live Chat หน้าเว็บไซต์
- เบอร์โทรศัพท์
โดยรวมแล้ว ทีมซัพพอร์ตสามารถตอบคำถามเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของแพลตฟอร์มการเทรด รายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของกองทุน FTMO การถอนเงิน ตลอดจนข้อกำหนดเกี่ยวกับบัญชีเทรด
สรุปเกี่ยวกับการสอบกองทุน FTMO
กองทุน FTMO คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการเรื่องการจัดสรรเงินทุนให้สำหรับเทรดเดอร์ที่มีความสามารถ แต่อาจมีต้นทุนในการเทรดน้อย โดยเทรดเดอร์ต้องสอบให้ผ่านภายใต้เงื่อนไขที่ทาง FTMO กำหนดขึ้นมา จึงจะสามารถรับเงินทุนได้
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างหนัก เนื่องจากเงื่อนไขค่อนข้างยาก ในทางกลับกัน หากคุณสามารถทำสำเร็จ คุณจะได้รับเงินทุนในการเทรดอย่างต่อเนื่อง และได้รับส่วนแบ่งกำไรสูงสุดถึง 90% อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบกองทุน
กองทุน FTMO รองรับสินทรัพย์ใดบ้าง?
สินทรัพย์ที่รองรับ ได้แก่ ฟอเร็กซ์, ดัชนีหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น และคริปโต
เลือกสอบ FTMO Challenge แบบ 1-Step หรือ 2-Step ดี?
การเลือกขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและความต้องการของคุณครับ
- เลือก Challenge 1-Step หากคุณต้องการความรวดเร็วในการทำกำไร และมั่นใจในทักษะการเทรดและความรอบคอบในการบริหารความเสี่ยงของคุณพอสมควร
- เลือก Challenge 2-Step หากคุณต้องการความยืดหยุ่นในการเทรด และต้องการเงินค่าสมัครคืน แต่การเทรดรูแบบนี้ใช้เวลานานกว่าการเทรดแบบ 1-Step
อัตราการสอบผ่านของกองทุน FTMO รูปแบบไหนมีโอกาสมากกว่ากัน?
แม้จะขึ้นอยู่กับทักษะของเทรดเดอร์เป็นหลัก แต่หากพิจารณาตามเงื่อนไขผมมองว่าแบบ 2-Step มีโอกาสสอบผ่านง่ายมากกว่าด้วยเหตุผล ดังนี้
- เปอร์เซ็นต์การขาดทุนรายวันมีมากกว่าแบบ 1-Step ทำให้รองรับความผันผวนได้มากกว่า
- ไม่มีกำหนดเปอร์เซ็นต์ความสม่ำเสมอในการทำกำไรต่อวัน ทำให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้ในวันเดียว
- เป้าหมายการทำกำไรถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วยลดแรงกดดันในการเทรดได้มากกว่าแบบ 1-Step
FTMO รองรับแพลตฟอร์มการเทรดใดบ้าง?
แพลตฟอร์มการเทรดที่รองรับมีทั้งหมด 4 แพลตฟอร์ม ดังนี้
- MetaTrader4
- MetaTrader5
- cTrader
- DXtrade
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page












