ADX Indicator คืออะไร? วิธีวัดความแรงเทรนด์ปี 2026

Table of Contents
ADX Indicator คืออะไร? วิธีวัดความแรงเทรนด์ปี 2026

ADX Indicator คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Indicator) ที่ย่อมาจาก Average Directional Index มีหน้าที่หลักในการวัดความแข็งแกร่งหรือความแรงของแนวโน้ม (Trend Strength) ของราคาสินทรัพย์ โดยตัวเส้น ADX เองจะไม่ได้รับผิดชอบในการบอกทิศทางว่าราคาจะขึ้นหรือจะลงครับ

การเข้าใจกลไกของเครื่องมือนี้มีความสำคัญมากในตลาด Forex เพราะช่วยให้เทรดเดอร์เลือกได้ว่าจะใช้กลยุทธ์ตามเทรนด์หรือกลยุทธ์ไซด์เวย์ในสภาวะตลาดนั้น ๆ บทความนี้อธิบายโครงสร้างการคำนวณ วิธีการอ่านสัญญาณซื้อขายอย่างถูกต้อง พร้อมข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกครับ

⚠️ คำเตือนความเสี่ยง:⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผลงานหรือสถิติในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ADX เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Lagging Indicator ที่ใช้วัดความแรงของเทรนด์ แต่ไม่ได้ใช้อ้างอิงทิศทางราคาโดยตรงครับ
  • ค่า ADX ที่สูงกว่า 25 บ่งบอกว่าตลาดกำลังมีเทรนด์ที่แข็งแกร่ง ส่วนค่าที่ต่ำกว่า 20 แสดงถึงสภาวะตลาดไซด์เวย์ที่ไม่มีทิศทางชัดเจน
  • การระบุทิศทางของเทรนด์ต้องใช้เส้น +DI และ -DI ควบคู่กันไป โดยแรงซื้อจะชนะเมื่อ +DI ตัดขึ้นเหนือ -DI
  • สัญญาณหลอกมักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงตลาดสะสมตัว การใช้ ADX ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นจะช่วยกรองความแม่นยำได้ดีขึ้นครับ

ADX Indicator คืออะไร?

ADX Indicator คือ เครื่องมือวัดความแรงของแนวโน้มราคาที่ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย J. Welles Wilder Jr. นักวิเคราะห์ทางเทคนิคชื่อดังในปี 1978 ซึ่งเป็นผู้สร้างเครื่องมือยอดนิยมอื่น ๆ อย่าง RSI และ ATR ด้วยเช่นกันครับ

เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเจอ นั่นคือ “ตลาดกำลังวิ่งเป็นเทรนด์ที่แข็งแกร่งพอที่จะรันเทรนด์ยาว ๆ หรือกำลังวิ่งไร้ทิศทางในกรอบแคบ ๆ กันแน่?”

ส่วนประกอบของเครื่องมือ ADX Indicator บนกราฟ Forex

โครงสร้างของระบบ ADX นั้นไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่จะแสดงผลร่วมกับระบบดัชนีการเคลื่อนที่ของทิศทาง หรือ Directional Movement Index (DMI) ซึ่งประกอบด้วยเส้นหลัก 3 เส้น ดังนี้ครับ:

  1. เส้น ADX (Average Directional Index): เส้นหลักที่ใช้วัดความแรงของเทรนด์ โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 ยิ่งเส้นนี้ปรับตัวสูงขึ้น แสดงว่าเทรนด์ในขณะนั้นยิ่งมีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม
  2. เส้น +DI (Positive Directional Indicator): เส้นที่ใช้วัดแรงซื้อหรือการเคลื่อนที่ของราคาในทิศทางขาขึ้น หากเส้นนี้อยู่ด้านบน แสดงว่าฝั่งขาขึ้นกำลังได้เปรียบ
  3. เส้น -DI (Negative Directional Indicator): เส้นที่ใชัดแรงขายหรือการเคลื่อนที่ของราคาในทิศทางขาลง หากเส้นนี้อยู่ด้านบน แสดงว่าฝั่งขาลงกำลังได้เปรียบ

ความยอดเยี่ยมของ ADX อยู่ที่ความสามารถในการแยกแยะสภาวะตลาด ทำให้มันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งนักลงทุนมักจะพบเห็นได้บ่อยเมื่อศึกษาเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ Forex

กลไกการทำงานและวิธีคำนวณ ADX Indicator

กลไกการทำงานของ ADX เริ่มต้นจากการหาความสัมพันธ์ระหว่างจุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low) ของแท่งเทียนปัจจุบันเปรียบเทียบกับแท่งเทียนก่อนหน้า เพื่อคำนวณหาค่า Directional Movement (DM) ในแต่ละวันครับ โดยระบบคำนวณมาตรฐาน (Default Setting) ที่ผู้คิดค้นแนะนำคือการใช้คาบเวลา 14 วัน

หลักการคำนวณเชิงคุณภาพสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ โดยแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้ครับ:

1. การหา Directional Movement (+DM และ -DM)

  • ขาขึ้น (+DM): เกิดขึ้นเมื่อ High ของแท่งปัจจุบัน สูงกว่า High ของแท่งก่อนหน้า
  • ขาลง (-DM): เกิดขึ้นเมื่อ Low ของแท่งปัจจุบัน ต่ำกว่า Low ของแท่งก่อนหน้า
  • ในกรณีที่ค่าทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน ระบบจะเลือกค่าที่มีระยะห่างมากกว่า หรือหากแท่งเทียนวิ่งอยู่ภายในกรอบของแท่งก่อนหน้า ค่า DM ก็จะเป็นศูนย์

2. การหา True Range (TR)

ระบบจะคำนวณหาระยะการวิ่งของราคาที่แท้จริง โดยเลือกค่าที่มากที่สุดจาก 3 ส่วนคือ: ระยะจาก High ถึง Low ของแท่งปัจจุบัน, ระยะจาก Close แท่งก่อนหน้าถึง High แท่งปัจจุบัน หรือระยะจาก Close แท่งก่อนหน้าถึง Low แท่งปัจจุบัน

3. การคำนวณเส้นดัชนี (+DI, -DI และ ADX)

  • ระบบจะนำค่า +DM และ -DM มาคำนวณร่วมกับ TR ผ่านกระบวนการ Smoothed Moving Average เพื่อแปลงเป็นเส้น +DI และ -DI ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์
  • จากนั้นจะนำส่วนต่างของ +DI และ -DI มาหาค่าเฉลี่ยเพื่อกำเนิดเป็นเส้น Directional Index (DX) และนำมาปรับให้เรียบอีกครั้งจนกลายเป็นเส้น ADX Indicator ที่เราเห็นบนหน้าจอนั่นเองครับ

วิธีอ่านค่าความแรงของเทรนด์ด้วย ADX Indicator

วิธีอ่านค่า ADX ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เทรดเดอร์จำเป็นต้องจำแนกค่าตัวเลขบนมาตรวัด 0 ถึง 100 ออกเป็นโซนสำคัญต่าง ๆ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของสภาวะตลาดในขณะนั้นครับ พี่โบ้ได้สรุปเกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมาให้ในตารางด้านล่างนี้แล้วครับ

ระดับการวัดความแรงของเทรนด์ด้วยเส้น ADX Indicator

📊 ตารางจำแนกความแรงของเทรนด์ด้วยค่า ADX

ช่วงค่า ADXความแข็งแกร่งของเทรนด์สภาวะตลาด (Market Condition)แนวทางการปรับใช้กลยุทธ์
ต่ำกว่า 20ไม่มีเทรนด์ / เทรนด์อ่อนแอมากไซด์เวย์ (Sideways / Consolidating)เน้นเทรดในกรอบ (Range Trading) หรือนั่งทับมือ
20 ถึง 25กำลังก่อตัว / เทรนด์เริ่มมาช่วงเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ (Nascent Trend)เฝ้าระวังการเบรคเอาท์เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อขาย
25 ถึง 50เทรนด์แข็งแกร่ง (Strong Trend)ตลาดวิ่งเป็นแนวโน้มชัดเจน (Trending)ใช้กลยุทธ์ตามเทรนด์ (Trend Following)
50 ถึง 75เทรนด์แข็งแกร่งมาก (Very Strong)ตลาดวิ่งทิศทางเดียวรุนแรง (Strong Momentum)รันเทรนด์ต่อ แต่เพิ่มความระวังจุดกลับตัว
สูงกว่า 75เทรนด์แรงเป็นพิเศษ (Extremely Strong)สภาวะตลาดยอดตัวหรือใกล้จบรอบ (Exhaustion)ควรพิจารณาลดขนาดการเปิดออเดอร์ตามเทรนด์ใหม่ และเฝ้าระวังสัญญาณกลับตัวอย่างใกล้ชิด

📢 Traderbobo แนะนำ: สิ่งที่เทรดเดอร์หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยมากคือ คิดว่าเวลาที่เส้น ADX วิ่งปักหัวลง แปลว่าราคาในตลาดกำลังจะเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ การที่เส้น ADX หักหัวลง หมายความว่า “ความแรงของเทรนด์ปัจจุบันกำลังลดลง” ตลาดอาจจะแค่พักตัวชั่วคราวหรือเปลี่ยนเป็นไซด์เวย์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะเกิดการกลับตัวของราคาทันทีครับ ดังนั้น ห้ามสวนเทรนด์เพียงเพราะเห็น ADX หักหัวลงเด็ดขาด


วิธีใช้ ADX Indicator ร่วมกับเครื่องมืออื่นในการเทรด Forex

การใช้ ADX Indicator ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทางปฏิบัติ ไม่ควรใช้มันเป็นสัญญาณเปิดออเดอร์แบบเดี่ยว ๆ ครับ เนื่องจาก ADX จัดอยู่ในกลุ่ม Lagging Indicator มันจึงแสดงผลช้ากว่าการเคลื่อนที่ของราคาจริง ซึ่งต่างจาก leading indicator ซึ่งเป็นเครื่องมือที่พยายามคาดการณ์จุดกลับตัวล่วงหน้า การนำ ADX ไปผสมผสานกับอินดิเคเตอร์ประเภทอื่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างระบบเทรดที่สมดุลครับ

1. การจับคู่กับ Parabolic SAR

ระบบเทรดตามเทรนด์ยอดนิยมมักจับคู่ ADX เข้ากับ Parabolic Sar เพื่อใช้จุดไข่ปลาในการรันเทรนด์และกำหนดจุด Stop Loss ไปพร้อม ๆ กับการตรวจสอบความแรงของแนวโน้ม

  • เงื่อนไขขาซื้อ (Buy Setup): เส้น +DI ตัดอยู่เหนือ -DI และเส้น ADX ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 25 ขึ้นไป ยืนยันว่าเทรนด์ขาขึ้นแข็งแกร่ง จากนั้นรอให้จุดไข่ปลาของ Parabolic SAR เปลี่ยนมาอยู่ใต้แท่งเทียนเพื่อเปิดออเดอร์ Buy
  • เงื่อนไขขาขาย (Sell Setup): เส้น -DI ตัดอยู่เหนือ +DI และเส้น ADX วิ่งทะลุระดับ 25 ขึ้นไป ยืนยันว่าเทรนด์ขาลงมีพลัง จากนั้นรอให้จุดไข่ปลาของ Parabolic SAR เปลี่ยนมาอยู่เหนือแท่งเทียนเพื่อเปิดออเดอร์ Sell

2. การจับคู่กับ Supertrend Indicator

อีกหนึ่งแนวทางที่มีความแม่นยำสูงคือการใช้ร่วมกับ Supertrend Indicator เพื่อกรองสัญญาณหลอกในช่วงที่ตลาดไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

  • ในช่วงที่ตลาดเป็นไซด์เวย์ (ADX ต่ำกว่า 20) เส้น Supertrend มักจะตัดสลับไปมาทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนบ่อยครั้ง
  • การนำ ADX เข้ามาช่วยกรอง จะทำให้เราเลือกเปิดออเดอร์ตามสัญญาณของ Supertrend เฉพาะในจังหวะที่เส้น ADX ยืนเหนือระดับ 25 เท่านั้น ซึ่งช่วยลดการเทรดที่ผิดพลาดในช่วงตลาดสะสมพลังได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

ข้อจำกัดและสัญญาณหลอกของ ADX ที่เทรดเดอร์ต้องระวัง

แม้ว่า ADX จะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการบอกสภาวะตลาด แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนครับ ความเสี่ยงหลัก ๆ มาจากคุณลักษณะของการเป็นตัวชี้วัดตาม (Lagging Nature) ซึ่งเกิดจากการนำค่าเฉลี่ยย้อนหลังมาคำนวณ

  • เกิดสัญญาณล่าช้า (Lagging Signal): ในช่วงที่ตลาดเกิดการเปลี่ยนเทรนด์อย่างรุนแรงและรวดเร็ว เส้น ADX อาจจะยังไม่สะท้อนความแรงในทันที กว่าที่เส้น ADX จะวิ่งตัดระดับ 25 ขึ้นมา ราคาอาจจะวิ่งไปไกลจนเกือบสุดเทรนด์แล้ว ทำให้เทรดเดอร์ที่เข้าออเดอร์ช้าเสียเปรียบในเรื่องของ Risk-Reward Ratio
  • สัญญาณหลอกในช่วงสะสมตัว (Whipsaws): เมื่อสภาวะตลาดเคลื่อนที่ในลักษณะกรอบแคบ ๆ เป็นเวลานาน เส้น +DI และ -DI จะวิ่งตัดกันไปตัดกันมาถี่มาก ซึ่งอาจล่อลวงให้เทรดเดอร์เปิดออเดอร์สลับฝั่งจนพอร์ตเสียหายได้ หากไม่ได้สังเกตว่าเส้น ADX หลักยังคงนอนราบอยู่ใต้ระดับ 20

โดยทั่วไปแล้ว ระบบเทรดที่พึ่งพาอินดิเคเตอร์วัดความแรงเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการจำกัดความเสี่ยง มีแนวโน้มที่จะเผชิญความผันผวนของพอร์ตที่สูงขึ้นในช่วงตลาดไร้ทิศทาง ผู้ลงทุนจึงควรใช้ร่วมกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมครับ ผลลัพธ์ในความเป็นจริงจะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของคู่เงิน, การบริหารเงินทุน (Money Management) และวินัยในการตัดขาดทุนของเทรดเดอร์แต่ละคนครับ


บทสรุปการใช้งาน ADX Indicator ให้มีประสิทธิภาพ

การทำความเข้าใจว่า ADX Indicator คือ เครื่องมือที่ช่วยสะท้อนภาพความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา จะเปลี่ยนมุมมองการเทรด Forex ของคุณให้เป็นระบบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ หน้าที่หลักของมันไม่ใช่การชี้นำทิศทาง แต่คือการเตือนสติเทรดเดอร์ว่าจังหวะไหนควรปล่อยทำกำไรให้รันเทรนด์ยาว และจังหวะไหนที่ควรเก็บมือเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโดนตลาดไซด์เวย์สับขาหลอก การนำ ADX ไปบูรณาการร่วมกับระบบเทรดที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาวครับ

📢 Traderbobo แนะนำ

หากคุณต้องการศึกษาภาพรวมของเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปศึกษาต่อได้ที่หน้าหลักในหมวดหมู่ของ อินดิเคเตอร์ Forex เพื่อค้นหาเครื่องมือที่แมตช์กับสไตล์การเทรดของคุณที่สุดครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ADX Indicator

ค่า ADX Indicator ที่ดีที่สุดสำหรับเทรด Forex คือค่าเท่าไหร่?

ค่าเริ่มต้นมาตรฐาน (Default) ที่กำหนดไว้ที่ 14 วัน ถือเป็นค่าที่มีความสมดุลและดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ระดับกลางในการวิเคราะห์กราฟทั่วไปครับ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นสายสแคลปปิ้ง (Scalping) ที่เทรดในไทม์เฟรมเล็ก อาจปรับลดค่าลงมาอยู่ที่ 7 ถึง 10 วันเพื่อให้เครื่องมือไวต่อราคามากขึ้น แต่ต้องแลกกับการเจอสัญญาณหลอกที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันครับ

เราสามารถใช้ ADX Indicator บอกจุดกลับตัวของราคาได้ไหม?

โดยตรงแล้วไม่สามารถใช้บอกจุดกลับตัวได้ครับ เนื่องจาก ADX ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความแรงของแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวระบุทิศทางราคาหรือจุดกลับตัวเหมือนเครื่องมือประเภท Oscillator อย่าง RSI หรือ Stochastic แต่เทรดเดอร์สามารถสังเกตความอ่อนแรงของเทรนด์ได้เมื่อเส้น ADX เริ่มหักหัวลงจากระดับที่สูงมาก ๆ เช่น เหนือ 50 ขึ้นไป ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าเทรนด์นั้นอาจกำลังหมดแรงครับ

เส้น ADX สูงขึ้นในขณะที่ราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่าตลาดกำลังอยู่ในเทรนด์ขาลงที่มีความแข็งแกร่งและมีแรงขายหนาแน่นมากครับ ตัวเลข ADX ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าราคาเป็นขาขึ้น แต่แสดงถึง “ดีกรีความแรง” ของแนวโน้มในขณะนั้น ดังนั้นแม้ราคาจะร่วงหนัก แต่ถ้า ADX พุ่งสูงขึ้น แปลว่าแนวโน้มขาลงนั้นยังมีโอกาสดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ครับ

เส้น +DI และ -DI ตัดกัน สามารถใช้เป็นสัญญาณซื้อขายได้ทันทีเลยหรือไม่?

ไม่แนะนำให้ใช้เป็นสัญญาณซื้อขายทันทีโดยไม่ได้ดูเส้น ADX หลักประกอบครับ เพราะในช่วงที่ตลาดเป็นไซด์เวย์ เส้นทั้งสองจะตัดกันไปมาบ่อยมากจนทำให้เกิดสัญญาณหลอก สัญญาณการตัดกันของ +DI และ -DI จะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นในจังหวะที่เส้น ADX หลักกำลังเริ่มเงยหัวตัดระดับ 20 หรือ 25 ขึ้นมาเท่านั้นครับ

ADX Indicator ทำงานได้ดีที่สุดในไทม์เฟรมไหน?

ADX สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้สัญญาณที่เสถียรที่สุดในไทม์เฟรมระดับกลางถึงระดับบน เช่น H1, H4 และ Daily (D1) ครับ เนื่องจากการคำนวณความแรงของเทรนด์จำเป็นต้องใช้ปริมาณข้อมูลและปริมาณการซื้อขายที่มากพอ ในไทม์เฟรมที่เล็กกว่า 15 นาทีลงไป ค่า ADX มักจะผันผวนและเกิดความบิดเบือนจากสัญญาณรบกวนของราคาได้ง่ายครับ

หมายเหตุ: นื้อหาบางส่วนในบทความนี้เรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงานก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมด ผลงานหรือสถิติในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5