สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คืออะไร? สรุปกลไกและวิธีเทรดการ 2026

Table of Contents
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คืออะไร? สรุปกลไกและวิธีเทรดการ 2026

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คือ สัญญาทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ผูกพันคู่สัญญาในการซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิง ณ ราคาที่ตกลงกันไว้ในวันนี้ โดยมีกำหนดเวลาการส่งมอบหรือชำระราคาจริงในอนาคตตามที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนครับ

ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีบทบาทสำคัญทั้งในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสำหรับผู้ผลิตและผู้ซื้อสินค้า รวมถึงเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรสำหรับนักลงทุน บทความนี้อธิบายกลไกการทำงาน ระบบหลักประกัน ข้อแตกต่างระหว่าง Futures กับ CFD และโครงสร้างของตลาด TFEX อย่างละเอียดครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมด ผลตอบแทนหรือผลงานในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) คือข้อตกลงซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคาที่ตกลงกันวันนี้ เพื่อส่งมอบหรือชำระราคาในอนาคต
  • จัดเป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และใช้เก็งกำไร (Speculation) ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
  • ระบบการเทรด Futures มีการวางหลักประกัน (Margin) และ Leverage ซึ่งต้องทำการประเมินราคาตามจริงรายวัน (Mark-to-Market)
  • ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การถูก Margin Call และ Force Close หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางจนหลักประกันต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คืออะไร?

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures Contract) คือ ข้อตกลงตามกฎหมายระหว่างบุคคลหรือสถาบันสองฝ่ายในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงตามราคาและวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในอนาคตครับ

นิยามและองค์ประกอบสำคัญ

ในโลกการลงทุน การตกลงราคากันล่วงหน้าถือเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดจัดการความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าจึงมีองค์ประกอบมาตรฐาน (Standardized Contract) ที่ชัดเจน ดังนี้:

  1. สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset): อาจเป็นสินค้าโภคภัณฑ์จริง เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าเกษตร หรือสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น ดัชนีหุ้น อัตราดอกเบี้ย หรือพันธบัตร
  2. ขนาดของสัญญา (Contract Size): ปริมาณของสินทรัพย์อ้างอิงต่อ 1 สัญญา เช่น สัญญาทองคำล่วงหน้า 1 สัญญาอาจแทนน้ำหนักทองคำ 50 บาท หรือน้ำมันดิบ 1,000 บาร์เรล
  3. ราคาตกลงล่วงหน้า (Futures Price): ราคาที่คู่สัญญาตกลงจะซื้อขายกัน ณ วันหมดอายุสัญญา ไม่ว่าราคาในตลาดขณะนั้นจะเป็นเท่าใดก็ตาม
  4. วันหมดอายุสัญญา (Expiration Date): วันสุดท้ายที่สัญญามีผลบังคับใช้ ซึ่งคู่สัญญาจะต้องทำการชำระราคาหรือส่งมอบสินค้าจริงตามที่ตกลงกันไว้

สถานะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในฐานะตราสารอนุพันธ์ คืออะไร

หากย้อนกลับไปพิจารณาโครงสร้างทางการเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าจัดอยู่ในกลุ่มของตราสารอนุพันธ์ โดย ตราสารอนุพันธ์ คือ สัญญาทางการเงินที่มูลค่าของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสัญญาเองโดยตรง แต่มูลค่าจะแปรผันตามมูลค่าของ “สินทรัพย์อ้างอิง” ที่สัญญานั้นผูกอยู่

ความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสินทรัพย์อ้างอิง

การที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นตราสารอนุพันธ์ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้น (เปิดสถานะ ซื้อ หรือ Long) และสภาวะตลาดขาลง (เปิดสถานะ ขาย หรือ Short) โดยไม่จำเป็นต้องครอบครองสินค้าจริงในมือตั้งแต่แรกครับ

ทำไมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถึงสำคัญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์?

สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านราคาสำหรับภาคธุรกิจและเป็นช่องทางสร้างสภาพคล่องให้ตลาดครับ

บทบาทการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับผู้ผลิตและผู้ซื้อสินค้าโภคภัณฑ์

สินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนของราคาสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาพอากาศ และอุปสงค์อุปทานโลก ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตเหมืองทองแดงต้องเผชิญความเสี่ยงว่าราคาอาจตกต่ำเมื่อถึงเวลาขุดขึ้นมาขาย หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทองแดงเป็นวัตถุดิบก็กังวลว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้น

การเข้าทำสัญญาซื้อขายทองแดงล่วงหน้าหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ช่วยให้ทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้ซื้อสามารถล็อกราคาขายหรือราคาซื้อในอนาคตได้ล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในอนาคต และช่วยให้วางแผนทางการเงินได้อย่างมั่นคง

บทบาทการเก็งกำไร (Speculation) และการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

ในอีกมุมหนึ่ง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ดึงดูดนักเก็งกำไร (Speculators) ที่ไม่ได้ต้องการนำสินค้าจริงไปใช้งาน แต่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากการคาดการณ์ทิศทางราคา การมีนักเก็งกำไรในตลาดถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นผู้รับความเสี่ยงต่อจากผู้ป้องกันความเสี่ยง (Hedgers) และช่วยสร้างสภาพคล่อง (Liquidity) ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น

หัวข้อเปรียบเทียบผู้ป้องกันความเสี่ยง (Hedger)นักเก็งกำไร (Speculator)
วัตถุประสงค์หลักล็อกราคาเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนคาดการณ์ทิศทางราคาเพื่อทำกำไร
ความเสี่ยงที่รับหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านราคาของสินค้าจริงยอมรับความเสี่ยงด้านราคาเพื่อแลกผลตอบแทน
ความเกี่ยวข้องกับสินค้าจริงเป็นผู้ผลิต ผู้แปรรูป หรือผู้ใช้สินค้าจริงไม่มีความเกี่ยวข้องและไม่ต้องการสินค้าจริง
ผลลัพธ์ที่ต้องการต้นทุนหรือรายได้ที่แน่นอนและคาดการณ์ได้กำไรจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย

กลไกการทำงานของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

กลไกการทำงานของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ ผ่านระบบหลักประกันและการคำนวณกำไรขาดทุนรายวันครับ

ระบบหลักประกัน (Initial / Maintenance Margin) และ Leverage

การเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนมูลค่าสินค้าจริง แต่ใช้ระบบการวางหลักประกัน (Margin) กับโบรกเกอร์หรือสำนักหักบัญชี:

  • หลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin): จำนวนเงินขั้นต่ำที่ผู้เทรดต้องวางไว้ในบัญชีก่อนเปิดสถานะซื้อขาย ซึ่งเป็นเพียงเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยของมูลค่าสัญญาจริง (ตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามประเภทสินทรัพย์และประกาศของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในแต่ละช่วงเวลา) คุณสามารถตรวจสอบอัตราหลักประกันที่ใช้บังคับจริงล่าสุดได้ที่: ตารางข้อมูลหลักประกัน (สำหรับนักลงทุนทั่วไป)
  • หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin): ระดับเงินหลักประกันขั้นต่ำสุดที่ต้องมีเหลืออยู่ในบัญชีตลอดเวลาที่เปิดสถานะอยู่

การใช้หลักประกันเพียงบางส่วนสร้างเอฟเฟกต์ที่เรียกว่า Leverage ซึ่งช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อขาย เช่น หาก Leverage คือ 10:1 เงินวางประกัน 10,000 บาท จะสามารถควบคุมสัญญาที่มีมูลค่าถึง 100,000 บาทได้ นั่นหมายความว่าทั้งโอกาสทำกำไรและอัตราความเสี่ยงขาดทุนจะขยายใหญ่ขึ้นตามสัดส่วน Leverage เสมอครับ

การประเมินราคาตามจริงรายวัน (Mark-to-Market) และการเกิด Margin Call / Force Close

เพื่อป้องกันไม่ให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเบี้ยวหนี้ ตลาดล่วงหน้าจะใช้ระบบ Mark-to-Market โดยสรุปยอดกำไรหรือขาดทุนเข้าหรือออกจากบัญชีของผู้เทรดทุกวันทำการ ณ ราคาปิดตลาด

  1. กรณีราคาเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์: ยอดกำไรจะถูกโอนเข้าบัญชีหลักประกันทันที
  2. กรณีราคาเคลื่อนไหวสวนทาง: ยอดขาดทุนจะถูกหักออกจากบัญชีหลักประกัน หากเงินเหลือต่ำกว่าระดับ Maintenance Margin จะเกิดสภาวะ Margin Call
  3. การถูกบังคับปิดสถานะ (Force Close): เมื่อเกิด Margin Call ผู้เทรดจะต้องนำเงินมาเติมให้กลับไปเท่ากับระดับ Initial Margin ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่นำเงินมาเติม โบรกเกอร์จะทำการบังคับปิดสถานะทันทีเพื่อจำกัดความเสียหาย

📢 Traderbobo แนะนำ: จากประสบการณ์การเทรด Futures ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนสูงมากเวลามีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือการวางหลักประกันแค่เกณฑ์ขั้นต่ำ (Initial Margin) พอราคาแกว่งนิดเดียวก็โดน Margin Call ทันที ทางแก้ที่พี่ใช้เสมอคือการเผื่อเงินทุนสำรองไว้ในบัญชีอย่างน้อย 2–3 เท่าของหลักประกันขั้นต่ำ เพื่อให้พอร์ตมี Buffer รับแรงแกว่งของราคาครับ


ข้อแตกต่างระหว่าง Futures vs CFD vs Spot สินค้าโภคภัณฑ์

นักลงทุนหลายคนมักสับสนระหว่างการเทรด Futures, CFD และ Spot ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แม้ทั้งหมดจะอ้างอิงราคาของสินค้าชนิดเดียวกัน แต่กลไกและเงื่อนไขมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) vs สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD)

สำหรับการเรียนรู้เรื่อง Futures Trading คืออะไรนั้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า Futures คือสัญญามาตรฐานที่เทรดบนศูนย์ซื้อขายเป็นทางการ (Centralized Exchange) มีวันหมดอายุสัญญาที่แน่นอน และมีขนาดสัญญาที่ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐาน

ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบว่า CFD กับ Future ต่างกันยังไงนั้น สัญญาซื้อขายส่วนต่างหรือ CFD (Contract for Difference) จะเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้เทรดกับโบรกเกอร์ (Over-the-Counter: OTC)

โดยทั่วไปไม่มีวันหมดอายุสัญญา (ใช้วิธี Roll-over) และยืดหยุ่นเรื่องขนาดสัญญาได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม CFD มักมีต้นทุนค่าถือสถานะข้ามคืน (Swap) ซึ่งต่างจาก Futures ที่รวมต้นทุนทางการเงินเข้าไว้ในราคา สัญญาเรียบร้อยแล้ว

ตลาดซื้อขายทันที (Spot Market) vs ตลาดล่วงหน้า (Futures Market)

ตลาด Spot คือตลาดที่มีการซื้อขายและส่งมอบสินค้ากันทันที (หรือภายใน 2 วันทำการ) โดยใช้ราคา ณ ปัจจุบัน (Spot Price) ส่วนตลาด Futures คือการตกลงราคาตั้งแต่วันนี้เพื่อส่งมอบและชำระราคาในอนาคต ทำให้ราคา Futures มักแตกต่างจากราคา Spot ตามปัจจัยต้นทุนการถือครอง (Cost of Carry) เช่น ค่าจัดเก็บ ค่าประกันภัย และอัตราดอกเบี้ย

หัวข้อเปรียบเทียบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD)ตลาดซื้อขายทันที (Spot Market)
สถานที่ซื้อขายตลาดเป็นทางการ (Exchange)นอกตลาด / โบรกเกอร์ (OTC)ตลาดทันที / ร้านค้า / โบรกเกอร์
วันหมดอายุสัญญามีวันหมดอายุชัดเจน (Maturity)ส่วนใหญ่ไม่มี (Roll-over ได้)ไม่มี (ส่งมอบชำระทันที)
ค่าธรรมเนียมข้ามคืนไม่มีค่า Swap (รวมในราคาแล้ว)มีค่า Swap / Overnight Feeไม่มีค่าธรรมเนียมข้ามคืน
การส่งมอบสินค้าจริงทำได้ตามเงื่อนไขสัญญาชำระเฉพาะส่วนต่างเงินสดชำระเงินและรับมอบสินค้าจริงทันที

ตลาด TFEX กับการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทย

ในประเทศไทย ตลาดการซื้อขายล่วงหน้าอย่างเป็นทางการได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนล่วงหน้าได้อย่างปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายครับ

ตลาด TFEX คืออะไร และมีสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงประเภทใดบ้าง

คำถามที่ว่าTFEX คืออะไรนั้น คำตอบคือ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Thailand Futures Exchange) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ในประเทศไทย

ภาพรวมสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงในตลาด TFEX ประเทศไทย

สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงที่มีการซื้อขายใน TFEX ได้แก่:

  • Gold Futures / Gold Online Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำแท่ง
  • Silver Online Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาเงิน (Silver)
  • Rubber Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคายางพารา (RSS3 หรือ Ribbed Smoked Sheet เกรด 3 ซึ่งเป็นเกรดยางแผ่นรมควันมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงราคาในตลาดโลก)
  • Agricultural Futures: สินค้าเกษตรอื่น ๆ ตามข้อกำหนดของตลาด

ข้อกำหนดและหน่วยงานกำกับดูแลตามประกาศ ก.ล.ต.

การซื้อขายในตลาด TFEX อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) และพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

การกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐช่วยให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของตลาดและโบรกเกอร์สมาชิกเป็นไปอย่างโปร่งใส มีระบบการจัดการความเสี่ยงของศูนย์หักบัญชี (TCH) คอยค้ำประกันการชำระราคา เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของคู่สัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปเกี่ยวกับการสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและหลักการทำงาน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีโครงสร้างชัดเจน ทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านราคาสำหรับผู้ประกอบการในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสำหรับนักลงทุนผ่านสภาวะตลาดทั้งขาขึ้นและขาลง การเข้าใจกลไกการทำงานของหลักประกัน, Leverage, และระบบ Mark-to-Market จะช่วยให้คุณบริหารความเสี่ยงและใช้งานตราสารนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

นอกจากเข้าใจกลไกการทำงานของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแล้ว ผู้ลงทุนควรทราบสิทธิพื้นฐานของตนเอง เช่น สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนจากโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจลงทุน และควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของโบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการผ่านฐานข้อมูลของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนเปิดบัญชีทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงในรูปแบบชักชวนลงทุนที่การันตีผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความเสี่ยงครับ

📢 Traderbobo แนะนำ

หากคุณต้องการศึกษาโครงสร้างและประเภทของสินทรัพย์โภคภัณฑ์ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่บทความ ทำความรู้จักสินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร? อ่านจบเริ่มลงทุนได้เลย! เพื่อปูพื้นฐานการลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ให้แน่นยิ่งขึ้นครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คืออะไร

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต่างจาก CFD อย่างไร?

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ซื้อขายในตลาดเป็นทางการ มีวันหมดอายุสัญญากำหนดชัดเจน และไม่มีค่าธรรมเนียมถือสถานะข้ามคืน (Swap) ส่วน CFD ซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ (OTC) ยืดหยุ่นเรื่องขนาดสัญญามากกว่า ไม่มีวันหมดอายุ แต่มีค่า Swap เมื่อถือสถานะข้ามคืนครับ

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต้องมีการส่งมอบสินค้าจริงเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ การชำระราคาในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามี 2 รูปแบบ คือ การส่งมอบสินค้าจริง (Physical Delivery) ซึ่งมักใช้ในฝั่งภาคอุตสาหกรรม และการชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ซึ่งนักลงทุนทั่วไปและนักเก็งกำไรมักจะทำการปิดสถานะก่อนสัญญาหมดอายุเพื่อรับเฉพาะส่วนต่างเงินสดครับ

ตลาด TFEX ในไทยมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์อะไรบ้าง?

ตลาด TFEX มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับสินค้าโภคภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น Gold Futures (ทองคำน้ำหนัก 50 บาท และ 10 บาท), Gold Online Futures (อ้างอิงทองคำโลก ชำระราคาเป็นเงินบาท), Silver Online Futures (อ้างอิงราคาเงิน) และ Rubber Futures (ยางพารา RSS3) ตามที่ระบุไว้ใน รายละเอียดสัญญามาตรฐานของ TFEX ครับ

การใช้ Leverage ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงอย่างไร?

Leverage ช่วยให้ผู้เทรดวางเงินหลักประกันเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเพื่อควบคุมสัญญาที่มีมูลค่าสูงได้ ซึ่งเปรียบเหมือนดาบสองคม หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนเป็นเท่าตัว แต่หากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง ก็สามารถทำให้ขาดทุนรุนแรงจนหมดเงินหลักประกันได้เช่นกันครับ

Margin Call ในการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

Margin Call จะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าเงินหลักประกันในบัญชีของผู้เทรดลดลงต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) อันเนื่องมาจากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง ทำให้ผู้เทรดต้องนำเงินมาฝากเพิ่มให้เท่ากับระดับหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin) ภายในเวลาที่กำหนดครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมด ผลตอบแทนหรือผลงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และดำเนินการซื้อขายผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อกำหนด อัตราหลักประกัน และกฎเกณฑ์ของทางตลาดก่อนทำการซื้อขายทุกครั้ง


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5