Gold Spot เเละราคาเเนวรับเเนวต้าน ประจำวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565

Gold Spot เเละราคาเเนวรับเเนวต้าน ประจำวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565

▪ ราคาทองคำ Spot ปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (19 พ.ค.) เนื่องจากการร่วงลงของตลาดหุ้น และข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำอีกด้วย ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 6.97 ตัน จากเมื่อวานที่ผ่านมา

▪ สัญญาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 1.05% แตะที่ 102.7240 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.837% เมื่อคืนนี้

▪ ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทองคำ โดยทำให้สัญญาทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

▪ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงติดต่อกันสองวันทำการ เนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาเงินเฟ้อ และการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

▪ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลง 2.4% สู่ระดับ 5.61 ล้านยูนิต ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาบ้านและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

▪ ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ราย

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »