Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร (17 พ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง และบริษัทจดทะเบียนรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวง

Dow Jones +1.34%

S&P500 +2.02%

Nasdaq +2.76%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 8.2% โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและอาหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ซิลเวีย จาบลอนสกี นักวิเคราะห์จากบริษัทดีไฟแนนซ์ อีทีเอฟกล่าวว่า นอกเหนือจากรายงานยอดค้าปลีกแล้ว ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่า ขณะนี้เป็นโอกาสดีที่จะเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.91% โดยหุ้นแอปเปิล 2.54%, หุ้นแอมะซอน ทะยานขึ้น 4.11%, หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.03%, หุ้นเน็ตฟลิกซ์ บวก 2.17% เเละหุ้นอัลฟาเบท บวก 1.77%

ดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 2.86% โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ดีดขึ้น 7.11%, หุ้นนูคอร์ พุ่งขึ้น 4.48%, หุ้นยูเอส สตีล คอร์ป พุ่งขึ้น 3.83% เเละหุ้นวัลแคน มาเทเรียลส์ เพิ่มขึ้น 2.99%

หุ้นกลุ่มสายการบินดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากยูไนเต็ด แอร์ไลน์ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 2/2565 เนื่องจากอุปสงค์ด้านการเดินทางปรับตัวดีขึ้น โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ทะยานขึ้น 7.67%, หุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 7.88%, หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ดีดขึ้น 6.6%, หุ้นเจ็ตบลู แอร์เวย์ส พุ่งขึ้น 8.15% เเละหุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ พุ่งขึ้น 4.47%

หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 7.47% หลังมีรายงานว่า นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ เข้าซื้อหุ้นซิตี้กรุ๊ปเพิ่มขึ้นมากกว่า 55 ล้านหุ้น ส่งผลให้หุ้นดังกล่าวมีมูลค่า 2.95 พันล้านดอลลาร์ ในพอร์ทลงทุนของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์

หุ้นโฮม ดีโปท์ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ดีดขึ้น 1.68% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 4.09 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.68 ดอลลาร์

หุ้นวอลมาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 11.38% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1.30 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีรายได้ 1.41 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.38 แสนล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือน เม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวม เป็นการวัดการปรับตัวของภาคโรงงาน, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

ทางด้านสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านดิ่งลง 8 จุด สู่ระดับ 69 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยมีสาเหตุจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และต้นทุนในการก่อสร้าง

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกในวันอังคาร (17 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า อุปสงค์ในจีนอาจเพิ่มขึ้น หลังทางการจีนเตรียมผ่อนคลายมาตรการจำกัดเกี่ยวกับโรคโควิด-19 และนักลงทุนขานรับการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

Stoxx Europe 600 +1.22%

CAC-40 +1.30%

DAX +1.59%

FTSE 100 +0.72%

ตลาดปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้น 3.2% ขณะที่กลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นด้วย

บรรดานักลงทุนต้องการกลับเข้าซื้อหุ้น หลังเซี่ยงไฮ้ประสบความสำเร็จในการไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่นอกเขตกักกันเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเริ่มยกเลิกมาตรการจำกัดต่าง ๆ

การเปิดเผยข้อมูลของสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือน เม.ย. นั้น ได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และช่วยหนุนตลาดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ การเปิดเผยผลประกอบการและการคาดการณ์แนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนได้ช่วยหนุนตลาดด้วย โดยหุ้นเอ็นจี ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 5.3% หลังเปิดเผยผลกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรในปีนี้

หุ้นเดมเลอร์ ทรัค โฮลดิ้ง และหุ้นไคซาแบงก์ ทะยานขึ้น 6.5% และ 5.2% ตามลำดับ หลังเปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการที่สดใส

ข่าวเกี่ยวกับการซื้อกิจการบริษัทจดทะเบียนช่วยหนุนตลาดด้วย โดยหุ้นคอนทัวร์โกลบอล พุ่ง 32.9% หลังบริษัทเคเคอาร์ ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนของสหรัฐฯ ตกลงซื้อคอนทัวร์โกลบอลเป็นเงิน 1.75 พันล้านปอนด์

Social Share

Facebook
Twitter