Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 27 กันยายน 2565

Market Watch จับตาโลกวันนี้ : เมื่อวันจันทร์ (26 ก.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วง จากการที่นักลงทุนตัดสินใจทยอยเทขายหุ้นออก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ดัชนี Dow Jones ได้ทรุดตัวลงกว่า 20% จากระดับปิดสูงสุด บ่งชี้ว่า ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดหมีอย่างเต็มรูปแบบ

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลง ในวันจันทร์ (26 ก.ย.) โดยนักลงทุนกังวลว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้จากต่างประเทศ 

Dow Jones -1.11%

S&P500 -1.03%

Nasdaq -0.60%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ดัชนี Dow Jones ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) แล้ว เนื่องจากดัชนีทรุดตัวลงกว่า 20% จากระดับปิดสูงสุด ซึ่งเข้าเกณฑ์คำนิยามภาวะตลาดหมี อีกทั้ง ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 32.88 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงหนักสุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ หุ้นโจนส์ แลง ลาซาลล์ ร่วงลง 1.14% หุ้นอาร์มาดา ฮอฟเฟอร์ พร็อพเพอร์ตีส์ ดิ่งลง 3.01%

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 2% โดยหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 5.17%, หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 1.38%, หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 2.63% และหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 2.06%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค., ยอดขายบ้านใหม่เดือน ส.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. จาก Conference Board, ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือน ส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2565, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน ก.ย. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลดลงในวันจันทร์ (26 ก.ย.) เป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้เช่นกัน หลังเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์

CAC-40 -0.42%

Stoxx Europe 600 -0.24%

DAX -0.46%

FTSE 100 +0.03%

หุ้นกลุ่มธนาคาร, กลุ่มเฮลท์แคร์ และกลุ่มปลอดภัย ปรับตัวลงแรงที่สุด เป็นปัจจัยฉุดตลาด

นอกจากนี้ ปัญหาด้านราคาพลังงานและค่าครองชีพสูงที่เกิดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกอีกด้วย

Social Share

Facebook
Twitter