Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันพฤหัสบดี (10 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี รวมทั้งรายงานที่ว่าการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนประสบความล้มเหลว

Dow Jones  -0.34%

S&P500 -0.43%

Nasdaq -0.95%

ตลาดหุ้นร่วงลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.9% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2525 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 7.8%

ข้อมูลล่าสุดถือเป็นการตอกย้ำว่าสหรัฐฯ เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงตลอดช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินต่อไป โดยนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 มี.ค. อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังจากการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่มีความคืบหน้า

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.76% โดยหุ้นแอปเปิล ดิ่งลง 2.72 หุ้นเทสลา ร่วงลง 2.41% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 1.01% หุ้นอัลฟาเบท ลดลง 0.74% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส ร่วงลง 1.66%

สำหรับข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 11,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 227,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 217,000 ราย ทั้งนี้ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงสูงกว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (10 มี.ค.) แตะระดับต่ำสุดของวัน หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการส่งสัญญาณเร่งยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าคาด ขณะที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนประสบความล้มเหลว

Stoxx Europe 600 -1.69%

CAC-40 -2.83%

DAX -2.93%

FTSE 100 -1.27%

ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในวันพฤหัสบดี (10 ม.ค.) ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในยูเครน เเละยังส่งสัญญาณยุติการซื้อพันธบัตรในไตรมาส 3 ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะปูทางสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ หลังจากพุ่งขึ้น 5.8% ในเดือน ก.พ. สูงกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ระดับ 2%

ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารร่วง 2.9% แม้ขานรับการตัดสินใจของ ECB ที่จะยุติการซื้อสินทรัพย์ในไตรมาส 3 และตลาดคาดว่า ECB จะเดินหน้าลดการซื้อพันธบัตรในไตรมาสหน้า เเละตลาดยังถูกกดดันจากรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียและยูเครนไม่มีความคืบหน้าหลังการเจรจา ขณะที่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว

บรรดานักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน ซึ่งวิกฤตในยูเครนถ่วงดัชนี STOXX 600 ลดลงเกือบ 12% แล้วในปีนี้

Social Share

Facebook
Twitter