Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2565

Market Watch

Market Watch จับตาโลกวันนี้ : เมื่อวันจันทร์ (10 ต.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อีกทั้งยังชะลอการซื้อขายหุ้นก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นปัจจัยกดดันตลาด

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันจันทร์ (10 ต.ค.) จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปให้กับจีน

Dow Jones -0.32%

S&P500 -1.03%

Nasdaq -0.60%

ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะยังคงใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ตาม และพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยในระดับที่รุนแรงมากขึ้น หากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงตามเป้าหมาย

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปร่วงลงมากที่สุด หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปให้กับจีน เพื่อจำกัดขีดความสามารถของจีนในการเข้าถึงชิประดับไฮเอนด์ ทั้งนี้ หุ้นอินวิเดีย ร่วงลง 3.36%, หุ้นควอลคอมม์ ดิ่งลง 5.22%, หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 2.89%, หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวเซส (เอเอ็มดี) ร่วงลง 1.08%, หุ้นอินเทล ร่วงลง 2.02% และหุ้นไมโครซอฟท์ หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 2.13%

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามทิศทางราคาน้ำมัน WTI โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 2.17%, หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดิ่งลง 2.83%, หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ลดลง 1.44% และหุ้นเชฟรอน ปรับตัวลง 1.81%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลดลงในวันจันทร์ (10 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายหุ้นก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ รวมถึงความตึงเครียดของสงครามในยูเครน และการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

CAC-40 -0.45%

Stoxx Europe 600 -0.40%

DAX -0.001%

FTSE 100 -0.45%

ซึ่งดัชนี STOXX 600 ร่วงลงมากกว่า 3% แล้วในช่วง 4 วันที่ผ่านมา จากความวิตกเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาด ร่วงลง 1.9% ตามมาด้วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แต่หุ้นกลุ่มเคมีภัณฑ์และกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด

หุ้นกลุ่มผลิตชิปของยุโรปร่วงลง หลังสหรัฐฯ ออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปให้กับจีน โดยหุ้นเอเอสเอ็มแอล โฮลดิ้ง, หุ้นอินฟิเนียน และหุ้นบีอี เซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลง 1-3%

Social Share

Facebook
Twitter