Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565

Market Watch

Market Watch จับตาโลกวันนี้ : เมื่อวันจันทร์ (7 พ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรป ปิดพุ่ง นำโดยหุ้นกลุ่มเดินทางและกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันนี้ และการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ (7 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันนี้

Dow Jones +1.31%

S&P500 +0.96%

Nasdaq +0.85%

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หุ้นกลุ่มพลังงานจะพุ่งขึ้นหากพรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้ เนื่องจากทางพรรคมีนโยบายสนับสนุนการขุดเจาะหาแหล่งพลังงานและวางท่อส่งก๊าซและน้ำมันในสหรัฐฯ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสารพุ่งขึ้นนำตลาดเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นอัลฟาเบท ดีดตัวขึ้น 2.2%, หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.93%, หุ้นแอปเปิล บวก 0.39% และหุ้นสแนป ทะยานขึ้น 9.52%

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.18%, หุ้นเชฟรอน ดีดขึ้น 1.19%, หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.65% และหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ พุ่งขึ้น 2%

หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ ซึ่งบริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม พุ่งขึ้น 6.53%

หุ้นดิจิทัล เวิลด์ แอคควิซิชัน (Digital World Acquisition ) ทะยานขึ้น 66.48% หลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกในวันจันทร์ (7 พ.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ จากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเดินทางและกลุ่มเทคโนโลยี

CAC-40 +0.003%

Stoxx Europe 600 +0.33%

DAX +0.55%

FTSE 100 -0.48%

หุ้นฟลัทเทอร์ เอนเทอร์เทนเมนต์ และหุ้นไรอันแอร์ พุ่งขึ้น 4.2% และ 3.8% ตามลำดับ ซึ่งหนุนหุ้นกลุ่มเดินทางและนันทนาการของยุโรปพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และดัชนีหุ้นกลุ่มนี้ปิดบวก 1.6%

หุ้นสายการบินไรอันแอร์พุ่งขึ้น โดยคาดว่าจะกลับไปทำกำไรในระดับก่อนเกิดโรคโควิดระบาดได้ในปีนี้

แต่หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราของยุโรป เช่น หลุยส์วิตตอง, เพอร์นอด ริคาร์ด และแอร์เมส อินเทอร์เนชันแนล ร่วง 0.7-1.5% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายงานข่าวการพิจารณาเปิดประเทศของจีน

Social Share

Facebook
Twitter