กองทุนอสังหา คืออะไร? ลงทุนอย่างไรให้ได้ปันผลสม่ำเสมอ

Table of Contents
กองทุนอสังหา สินทรัพย์ทางเลือกสร้างปันผลสม่ำเสมอ

กองทุนอสังหา คือ เครื่องมือการลงทุนที่รวบรวมเงินจากนักลงทุนรายย่อยไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่า แล้วนำกำไรนั้นมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้นักลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน

ในภาพรวมของการจัดพอร์ต การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงต้องใช้เงินก้อนใหญ่และมีสภาพคล่องต่ำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จึงเข้ามาแก้โจทย์นี้ด้วยการเป็นสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง บทความนี้อธิบายโครงสร้าง ประเภทผลตอบแทน และหลักการเลือกกองทุนอสังหาฯ อย่างเป็นระบบครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • กองทุนอสังหาฯ ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินทุนจำนวนไม่มาก
  • รายได้หลักของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ มาจากค่าเช่าและค่าบริการ ซึ่งต้องนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้นักลงทุนตามเกณฑ์ทางกฎหมาย
  • ความแตกต่างระหว่าง Freehold (กรรมสิทธิ์) และ Leasehold (สิทธิการเช่า) มีผลต่อมูลค่าสินทรัพย์และแนวโน้มเงินปันผลในระยะยาว
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาหน่วยลงทุนและอัตราผลตอบแทน

กองทุนอสังหา คืออะไร?

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ คือ ตราสารการลงทุนทางเลือกที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนถือครองอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรือโรงแรม โดยไม่จำเป็นต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหลังด้วยตัวเองครับ

โครงสร้างการทำงานของกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REIT

โครงสร้างการทำงานของกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REIT

เมื่อกองทุนระดมเงินจากนักลงทุนได้ตามเป้าหมาย ผู้บริหารกองทุนจะนำเงินนั้นไปซื้อ หรือเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่บริหารจัดเก็บค่าเช่า ดูแลรักษาอาคาร และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมาจัดสรรเป็นเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

แหล่งที่มาของรายได้ (เงินปันผลจากค่าเช่า vs Capital Gain)

ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

  1. เงินปันผล (Dividend Yield): ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ได้มาจากสัญญาเช่าพื้นที่และค่าบริการของอสังหาริมทรัพย์
  2. ส่วนต่างราคา (Capital Gain): เกิดขึ้นเมื่อมูลค่าประเมินของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น หรือราคาหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด

ประเภทของกองทุนอสังหาริมทรัพย์: Property Fund vs REIT ต่างกันอย่างไร?

ในประเทศไทย รูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งมีข้อกำหนดทางกฎหมายและโครงสร้างที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

หากคุณต้องการศึกษาความแตกต่างของกองทรัสต์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายใหม่ สามารถเลือก ทำความเข้าใจกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อดูโครงสร้างและสัดส่วนการกู้ยืมเงินที่ยืดหยุ่นกว่าได้ครับ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจรูปแบบกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม ควรเข้าไป ศึกษาโครงสร้าง Property Fund แบบเจาะลึก ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบเดิมที่ ก.ล.ต. ไม่เปิดให้จัดตั้งเพิ่มแล้ว แต่ยังคงมีการซื้อขายอยู่ในตลาด

นอกจากนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ ยังสามารถขยายพอร์ตผ่านการ ขยายโอกาสสู่การลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่เน้นสินทรัพย์ประเภทโรงไฟฟ้า ถนนมอเตอร์เวย์ หรือเสาโทรคมนาคมได้เช่นกัน

Property Fund (กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ / กอง 1)

Property Fund คือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์รูปแบบเดิมที่นิติบุคคลมีสถานะเป็นกองทุนรวม จัดตั้งตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการกู้ยืมเงินไม่เกิน 10% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และปัจจุบัน ก.ล.ต. ยกเลิกการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้เพิ่ม

REIT (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์)

REIT คือ ทรัสต์ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน มีโครงสร้างที่เป็นสากลมากกว่า สามารถกู้ยืมเงินได้สูงสุด 35% ถึง 60% ของสินทรัพย์รวมตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด (ขึ้นอยู่กับ Credit Rating) ทำให้ผู้บริหารมีความยืดหยุ่นในการพัฒนาและลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ใหม่ ๆ

Infrastructure Fund (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน)

คือ กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศไทย เช่นระบบขนส่งมวลชน โทรคมนาคม หรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะการรับรู้รายได้จากค่าสัมปทานหรือค่าเช่าคล้ายคลึงกับสินทรัพย์ประเภทนี้

ประเด็นเปรียบเทียบProperty Fund (กอง 1)REIT (กองทรัสต์)Infrastructure Fund
รูปแบบนิติบุคคลกองทุนรวมกองทรัสต์ (Trust)กองทุนรวม
เพดานการกู้ยืมเงินไม่เกิน 10% ของ NAV35% – 60% ของสินทรัพย์รวมไม่เกิน 3.0 เท่าของส่วนทุน
การจัดตั้งในปัจจุบันไม่เปิดให้จัดตั้งใหม่จัดตั้งใหม่ได้ตามเกณฑ์จัดตั้งใหม่ได้ตามเกณฑ์

สิทธิการถือครองอสังหาริมทรัพย์: Freehold vs Leasehold

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้ ในระยะยาว คือ ประเภทสิทธิ์ในการถือครองสินทรัพย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก

Freehold (กรรมสิทธิ์สมบูรณ์)

Freehold คือ กองทุนซื้อและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารอย่างสมบูรณ์ สินทรัพย์ประเภทนี้ไม่มีวันหมดอายุ และมีแนวโน้มมูลค่าประเมินสูงขึ้นตามราคาที่ดินในระยะยาว

Leasehold (สิทธิการเช่า)

Leasehold คือ กองทุนลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 30 ปี) เมื่อสัญญาเช่าใกล้หมดอายุ มูลค่าประเมินสินทรัพย์และ NAV จะค่อย ๆ ลดลงเข้าสู่ศูนย์ตามระยะเวลาที่เหลืออยู่

ประเภทสิทธิ์สิทธิ์ในสินทรัพย์ผลกระทบต่อ NAV ในระยะยาวการคืนเงินลงทุนเมื่อหมดสัญญา
Freeholdเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ถาวรมีโอกาสเติบโตตามราคาที่ดินสินทรัพย์ยังคงอยู่กับกองทุน
Leaseholdถือสิทธิการเช่าตามกำหนดเวลาลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุสัญญาสัญญาทยอยหมดอายุ สินทรัพย์กลับคืนเจ้าของ

ปัจจัยความเสี่ยงสำคัญของการลงทุนในกองทุนอสังหาฯ

แม้กองทุนอสังหาฯ จะให้ปันผลที่จับต้องได้ แต่มีความผันผวนและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมเงินของ REIT จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง นอกจากนี้ เงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จะดูมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ไม่มีความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาหน่วยลงทุนในตลาดปรับตัวลดลงได้ครับ

อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และการต่อสัญญาเช่า

รายได้หลักของกองทุนมาจากค่าเช่า ดังนั้นหากผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูง หรือผู้เชี่ยวชาญรายใหญ่ไม่ต่อสัญญาเช่า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดและเงินปันผลที่จะจ่ายให้นักลงทุน

สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาฯ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่มักมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันน้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ทำให้นักลงทุนที่ต้องการซื้อหรือขายด้วยเงินก้อนใหญ่อาจเจอความผันผวนของราคาจากสภาพคล่องที่จำกัด

หลักการคัดเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับมือใหม่

การเลือกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่ดีไม่ได้ดูเพียงแค่อัตราจ่ายเงินปันผลย้อนหลังเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกร่วมด้วย

การตรวจสอบประเภทสินทรัพย์และคุณภาพผู้เชี่ยวชาญ/ผู้บริหาร

ควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตำแหน่งที่ตั้งดี (Prime Location) มีความต้องการใช้งานสูง เช่น อาคารสำนักงานเกรด A ในใจกลางเมือง หรือคลังสินค้าปรับอากาศในจุดยุทธศาสตร์การขนส่ง รวมถึงตรวจสอบประวัติความชำนาญของผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ

การวิเคราะห์ Dividend Yield และประวัติการจ่ายเงินปันผล

พิจารณา Dividend Yield ในอดีตควบคู่กับความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล กองทุนที่มีกระแสเงินสดมั่นคง มักมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอทุกไตรมาส ไม่ผันผวนตามฤดูกาลมากเกินไป

การประเมินประเภทสิทธิ์ (Freehold/Leasehold) และระยะเวลาสัญญาที่เหลือ

หากเป็นกองทุน Leasehold ต้องตรวจสอบว่าระยะเวลาสัญญาเช่าเหลืออีกกี่ยาวนาน หากเหลือสัญญาน้อยกว่า 10 ปี อัตราปันผลที่เห็นสูงอาจรวมส่วนคืนเงินทุน (Capital Return) ไว้ด้วย ไม่ใช่ผลตอบแทนจากกำไรแท้จริงเพียงอย่างเดียว

บทสรุปกุญแจของการเข้าใจ กองทุนอสังหา

การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REIT เป็นทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนด้วยกระแสเงินสดจากเงินปันผล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องทำความเข้าใจประเภทสินทรัพย์ ความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ย และความแตกต่างระหว่าง Freehold กับ Leasehold อย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

หากคุณต้องการต่อยอดและวางโครงสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืน สามารถกดเข้าไป เริ่มต้นวางแผนด้วยหลักการเลือกกองทุนสำหรับมือใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเหมาะสมครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนอสังหา

กองทุนอสังหา ต่างจาก หุ้นอสังหา อย่างไร?

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เน้นนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับรายได้ค่าเช่าแล้วนำมาจ่ายปันผลเป็นหลัก ส่วนหุ้นอสังหาริมทรัพย์คือบริษัทที่ทำธุรกิจพัฒนารายโครงการเพื่อขาย (เช่น บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม) รายได้จึงผันผวนตามยอดโอนและสภาวะอสังหาริมทรัพย์มากกว่า

ลงทุนกองทุนอสังหาฯ มีโอกาสขาดทุนไหม?

มีโอกาสขาดทุนได้ครับ เนื่องจากราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งผันผวนตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย สภาวะเศรษฐกิจ และผลประกอบการในการจัดเก็บค่าเช่าของสินทรัพย์นั้น ๆ

เงินปันผลจาก REIT และ Property Fund ต้องเสียภาษีอย่างไร?

เงินปันผลที่นักลงทุนบุคคลธรรมดาได้รับจาก Property Fund และ REIT จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% โดยนักลงทุนสามารถเลือกใช้สิทธิ Final Tax เพื่อไม่ต้องนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี โดยสามารถตรวจสอบเกณฑ์ฉบับเต็มได้ที่ กรมสรรพากร 

หากสัญญา Leasehold หมดอายุจะเกิดอะไรขึ้นกับเงินลงทุน?

เมื่อสัญญาเช่า Leasehold หมดอายุลง สิทธิ์ในการหาประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์จะกลับคืนไปยังเจ้าของกรรมสิทธิ์ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนจะลดลงเหลือศูนย์ และกองทุนจะทำการเลิกกองทุนหรือยกเลิกหน่วยลงทุนนั้น

มือใหม่ควรเลือกลงทุน Freehold หรือ Leasehold ดีกว่ากัน?

สำหรับมือใหม่ สินทรัพย์ประเภท Freehold มีความเข้าใจง่ายกว่า เนื่องจากกองทุนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ถาวร มูลค่าไม่ลดลงตามกาลเวลา แต่หากเลือกลงทุนใน Leasehold จะต้องคำนวณเงินคืนทุนและระยะเวลาสัญญาเช่าที่เหลืออยู่อย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ สามารถตรวจสอบรายชื่อและหนังสือชี้ชวนได้ผ่าน สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อความมั่นใจก่อนตัดสินใจลงทุนครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5