Awesome Oscillator คืออะไร เทคนิคอ่านโมเมนตัมจับรอบเทรด

  • 3:37 pm
  • Post Views: 0
Table of Contents

อินดิเคเตอร์ Awesome Oscillator แสดงแท่งฮิสโตแกรมตัดเส้นศูนย์บนกราฟราคา Forex

Awesome Oscillator คือ อินดิเคเตอร์ประเภทโมเมนตัมที่ใช้วัดความเร่งและแรงขับเคลื่อนของแนวโน้มราคาในตลาดการเงิน โดยแสดงผลเป็นแท่งฮิสโตแกรมแกว่งตัวรอบเส้นระดับศูนย์ เครื่องมือนี้คำนวณจากผลต่างของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่ายสองช่วงเวลา เพื่อเปรียบเทียบโมเมนตัมระยะสั้นกับภาพรวมระยะยาวของตลาด

ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือ Forex การติดตามการเปลี่ยนแปลงของแรงขับเคลื่อนช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินจังหวะชะลอตัวหรือการเร่งตัวของแนวโน้มได้อย่างเป็นระบบ แม้อินดิเคเตอร์นี้จะคำนวณจากราคาในอดีตและอาจตอบสนองช้ากว่าราคาจริงก็ตามครับ บทความนี้อธิบายว่า Awesome Oscillator คืออะไร วิธีคำนวณเบื้องหลัง สัญญาณเข้าเทรดรูปแบบต่าง ๆ และการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • อินดิเคเตอร์นี้สะท้อนความต่างของโมเมนตัมราคาปัจจุบันเทียบกับอดีตโดยใช้ค่ามัธยฐานของแท่งเทียนเป็นหลัก
  • การตัดเส้นระดับศูนย์เป็นสัญญาณบอกทิศทางหลัก ขณะที่รูปแบบ Saucer ช่วยหาจุดเข้าตามแนวโน้มเดิมที่เพิ่งพักตัวเสร็จ
  • สัญญาณขัดแย้งเชิงโมเมนตัมแบบ Twin Peaks มักเตือนการอ่อนแรงของแนวโน้มก่อนเกิดการกลับตัวของโครงสร้างราคา
  • การผสานเครื่องมือโมเมนตัมเข้ากับระบบกรองแนวโน้มช่วยลดการเปิดสถานะผิดพลาดในสภาวะตลาดไร้ทิศทางได้ดีขึ้น


Awesome Oscillator คืออะไร?

Awesome Oscillator คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคกลุ่มออสซิลเลเตอร์ที่คิดค้นโดย Bill Williams เพื่อใช้วัดโมเมนตัมของตลาดผ่านผลต่างระหว่างค่าเฉลี่ยราคาระยะสั้นและระยะยาวครับ

เครื่องมือนี้ไม่ได้อิงราคาปิดเหมือนอินดิเคเตอร์ทั่วไป แต่ใช้ราคา Median Price ซึ่งคำนวณจาก (High + Low) / 2 ของแต่ละแท่งเทียน โครงสร้างการแสดงผลจะปรากฏเป็นแท่งฮิสโตแกรมที่มีเส้นศูนย์ (Zero Line) คั่นตรงกลาง หากแท่งฮิสโตแกรมปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้า ระบบจะแสดงแท่งสีเขียวเพื่อบ่งบอกว่าแรงขับเคลื่อนฝั่งซื้อกำลังเร่งตัวขึ้น แต่หากแท่งปัจจุบันปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า ก็จะแสดงแท่งสีแดงเพื่อบอกว่าโมเมนตัมเริ่มแผ่วลงหรือแรงขายกำลังเข้าครอบงำ

สูตรคำนวณและโครงสร้างแถบสีเขียวแดงของ Awesome Oscillator

กลไกเบื้องหลังและสูตรคำนวณ SMA 5 เทียบกับ SMA 34

สูตรคำนวณของอินดิเคเตอร์ตัวนี้เกิดจากการนำเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา หรือ Simple Moving Average (SMA) สองเส้นมาลบกัน โดยใช้พารามิเตอร์เริ่มต้นมาตรฐาน ดังนี้:

  • Median Price = (ราคาสูงสุดของแท่ง + ราคาต่ำสุดของแท่ง) ÷ 2
  • Fast SMA = คำนวณค่าเฉลี่ย Median Price ย้อนหลัง 5 แท่ง
  • Slow SMA = คำนวณค่าเฉลี่ย Median Price ย้อนหลัง 34 แท่ง
  • ค่า Awesome Oscillator = Fast SMA (5) – Slow SMA (34)

เมื่อส่วนต่างเป็นบวก ฮิสโตแกรมจะอยู่เหนือเส้นศูนย์ แสดงว่าแรงผลักดัน 5 แท่งล่าสุดชนะค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 34 แท่ง ในทางตรงกันข้าม เมื่อส่วนต่างติดลบ ฮิสโตแกรมจะอยู่ใต้เส้นศูนย์ สะท้อนว่าแรงกดดันฝั่งขายระยะสั้นกำลังคุมเกมอยู่

ทำไม Bill Williams ถึงเลือกใช้ Median Price แทน Closing Price

หลายคนมักสงสัยว่าทำไม Awesome Oscillator จึงไม่ใช้ราคาปิดเหมือน MACD ทั่วไป แนวคิดของ Median Price คือใช้จุดกึ่งกลางของช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละแท่ง จึงไม่ผูกกับราคาปิดเพียงจุดเดียวครับ

การนำจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดมารวมแล้วหารสอง ช่วยสะท้อนสมดุลราคาที่แท้จริงของการต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายตลอดทั้งแท่งเทียน ทำให้คลื่นโมเมนตัมเรียบขึ้น และลดการแกว่งตัวหลอกที่เกิดจากการกระชากของราคาปิดในช่วงท้ายแท่งได้ระดับหนึ่ง

วิธีอ่านสัญญาณโมเมนตัมบน Awesome Oscillator

สัญญาณเทรดจากอินดิเคเตอร์นี้สามารถจำแนกรูปแบบการเคลื่อนไหวของฮิสโตแกรมได้ 3 สัญญาณหลักเพื่อจับรอบการเคลื่อนที่ของราคาครับ

สัญญาณแรกที่พบได้บ่อยที่สุดคือ Zero Line Crossover สัญญาณถัดมาคือ Saucer ซึ่งเหมาะกับการหาจังหวะย่อตัวในแนวโน้มเดิม และสัญญาณสุดท้ายคือ Twin Peaks ซึ่งใช้วิเคราะห์การกลับตัวผ่านการเกิดความขัดแย้งของโมเมนตัม

1. สัญญาณตัดเส้นศูนย์ (Zero Line Crossover)

สัญญาณตัดเส้นระดับศูนย์เป็นเกณฑ์พื้นฐานที่บอกการเปลี่ยนขั้วของแรงขับเคลื่อนตลาด:

  • สัญญาณซื้อ (Bullish Cross): เกิดขึ้นเมื่อแท่งฮิสโตแกรมเคลื่อนที่จากแดนลบด้านล่าง ทะลุตัดเส้นระดับศูนย์ขึ้นมาปิดในแดนบวกด้านบน แสดงว่าแรงส่งฝั่งซื้อระยะสั้นมีน้ำหนักมากกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว
  • สัญญาณขาย (Bearish Cross): เกิดขึ้นเมื่อแท่งฮิสโตแกรมลดระดับจากแดนบวกด้านบน ทะลุตัดเส้นระดับศูนย์ลงมาปิดในแดนลบด้านล่าง สะท้อนว่าฝั่งขายเริ่มได้เปรียบอย่างชัดเจน

2. สัญญาณกระทะหงาย (Saucer Setup)

สัญญาณ Saucer เป็นรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อจับจังหวะเข้าเทรดซ้ำในทิศทางของโมเมนตัมเดิมหลังจากการพักตัวระยะสั้นสิ้นสุดลง:

  • Bullish Saucer: ฮิสโตแกรมต้องอยู่เหนือเส้นศูนย์ทั้งหมด โดยเริ่มจากแท่งสีใดก็ได้ ตามด้วยแท่งสีแดงที่มีระดับต่ำกว่าแท่งแรก จากนั้นแท่งที่สามกลับมาเป็นแท่งสีเขียวที่ปิดสูงกว่าแท่งสีแดง การฟอร์มตัวแบบนี้เปรียบเหมือนก้นกระทะที่พร้อมดีดตัวขึ้นต่อ
  • Bearish Saucer: ฮิสโตแกรมต้องอยู่ใต้เส้นศูนย์ทั้งหมด เริ่มจากแท่งตั้งต้น ตามด้วยแท่งสีเขียวที่ยกตัวสูงขึ้น และปิดท้ายด้วยแท่งสีแดงที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าแท่งสีเขียว บ่งบอกว่าการพักฐานจบลงและแรงขายเริ่มเทกลับลงมา

3. สัญญาณยอดคู่กลับตัว (Twin Peaks)

สัญญาณ Twin Peaks เป็นการหาจุดอ่อนแรงของราคาในลักษณะไดเวอร์เจนซ์ (Divergence) ผ่านแท่งฮิสโตแกรม:

  • Bullish Twin Peaks: เกิดขึ้นใต้เส้นระดับศูนย์ ฮิสโตแกรมสร้างยอดลึกเป็นยอดแรก จากนั้นฟอร์มยอดที่สองซึ่งตื้นกว่ายอดแรก (ยกฐานสูงขึ้น) ขณะที่ราคากราฟจริงยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยระหว่างสองยอดนี้ฮิสโตแกรมต้องไม่ตัดขึ้นเหนือเส้นศูนย์
  • Bearish Twin Peaks: เกิดขึ้นเหนือเส้นระดับศูนย์ ฮิสโตแกรมสร้างยอดสูงลูกแรก และตามด้วยยอดที่สองที่เตี้ยลงกว่าเดิม ขณะที่ราคากราฟจริงดันตัวทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มหมดกำลังลงเรื่อย ๆ

รูปแบบสัญญาณโครงสร้างฮิสโตแกรมการแปลความหมายตลาด
Zero Line Crossข้ามฝั่งแดนบวกหรือลบชัดเจนจุดเริ่มต้นของการสลับขั้วโมเมนตัม
Bullish Saucerอยู่เหนือเส้นศูนย์: แดงแล้วตามด้วยเขียวอาจบ่งชี้ว่าการพักตัวสั้นจบลง และราคามีโอกาสไปต่อในทิศทางขึ้น
Bearish Saucerอยู่ใต้เส้นศูนย์: เขียวแล้วตามด้วยแดงอาจบ่งชี้ว่าการพักตัวสั้นจบลง และราคามีโอกาสไปต่อในทิศทางลง
Twin Peaks Divergenceยอดฮิสโตแกรมสองยอดขัดแย้งกับยอดราคาแรงเหวี่ยงเริ่มแผ่ว เตือนการกลับทิศ

วิธีเทรดด้วย Awesome Oscillator: Step-by-Step

การเทรดด้วยอินดิเคเตอร์ตัวนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนทั้งจุดเปิดสถานะ การวางจุดตัดขาดทุน และเป้าหมายทำกำไรครับ

ในการใช้งานจริง หากพึ่งพาเพียงออสซิลเลเตอร์ตัวเดียวอาจทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้บ่อยครั้ง นักเทรดสาย Price Action จึงนิยมนำแนวรับแนวต้านแบบสวิงไฮและสวิงโลว์เข้ามาช่วย หรือหันไปจับจังหวะด้วย Fractal Indicator เพื่อยืนยันการทะลุผ่านของโครงสร้างราคาไปพร้อมกับแรงส่งของฮิสโตแกรม

Entry Rules: กฎการเปิดสถานะ

  1. ระบุทิศทางโมเมนตัมหลัก: รอให้แท่งฮิสโตแกรมยืนยันรูปแบบอย่างสมบูรณ์ เช่น รอให้แท่งปิดของรูปแบบ Saucer หรือการตัดข้ามเส้นศูนย์จบแท่งอย่างเป็นทางการ
  2. ยืนยันพฤติกรรมราคา: แท่งเทียนบนกราฟราคาต้องเคลื่อนที่สอดคล้องกับสัญญาณ เช่น กรณี Bullish Zero Line Cross แท่งราคาควรปิดเป็นแท่งเทียนกระทิงเพื่อยืนยันว่ามีปริมาณการซื้อจริง
  3. ตรวจสอบตำแหน่งอ้างอิง: หลีกเลี่ยงการเปิดคำสั่งซื้อเมื่อราคาอยู่ชนแนวต้านสำคัญ หรือเปิดคำสั่งขายบริเวณแนวรับหลัก

Stop-loss Placement: การกำหนดจุดตัดขาดทุน

การวางจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไม่ควรอิงจากระดับฮิสโตแกรม แต่ต้องอิงจากโครงสร้างสวิงของราคากราฟจริงเสมอ:

  • สำหรับฝั่งซื้อ (Bullish Setup): วางไว้ใต้จุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่เกิดสัญญาณ หรือใต้แนวรับสวิงโลว์ (Recent Swing Low) ล่าสุด โดยเผื่อระยะให้เหมาะกับความผันผวนของคู่เงินและ Timeframe ที่ใช้ เช่น อ้างอิงค่า ATR เพื่อไม่ให้จุดตัดขาดทุนแคบเกินไปครับ
  • สำหรับฝั่งขาย (Bearish Setup): วางไว้เหนือจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่เกิดสัญญาณ หรือเหนือแนวต้านสวิงไฮ (Recent Swing High) ล่าสุด

นอกจากจุดตัดขาดทุนแล้ว เทรดเดอร์ควรกำหนดขนาดสถานะ (Lot Size) ให้ความเสียหายต่อออเดอร์อยู่ในระดับที่รับได้เมื่อโดนตัดขาดทุน และควรระวังว่า Leverage ช่วยขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุนครับ

Take-profit และ Invalidation Rules: การออกและยกเลิกแผน

  • เป้าหมายทำกำไร: กำหนดจุดปิดทำกำไรโดยอิงตามอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน เช่น ไม่น้อยกว่า 1:1.5 หรือ 1:2 หรือแบ่งปิดทำกำไรเมื่อฮิสโตแกรมเริ่มเปลี่ยนสีติดต่อกัน 2 แท่ง
  • เงื่อนไขยกเลิกแผน (Invalidation): หากเปิดสถานะซื้อแล้วฮิสโตแกรมเปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีแดงและตัดหลุดเส้นระดับศูนย์ลงไปทันที ถือว่าโมเมนตัมล้มเหลว ควรพิจารณาปิดสถานะก่อนชนจุดตัดขาดทุนเต็มจำนวน

ขั้นตอนและกฎเกณฑ์Bullish Setup (ฝั่งซื้อ)Bearish Setup (ฝั่งขาย)
เงื่อนไขเข้าเทรด (Entry)ตัดเส้นศูนย์ขึ้น หรือเกิด Bullish Saucerตัดเส้นศูนย์ลง หรือเกิด Bearish Saucer
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss)ใต้สวิงโลว์ล่าสุดของแท่งราคาเหนือสวิงไฮล่าสุดของแท่งราคา
เป้าหมายทำกำไร (Take Profit)สวิงไฮเดิม หรือ Risk Reward 1:2สวิงโลว์เดิม หรือ Risk Reward 1:2
เกณฑ์ยกเลิกแผน (Invalidation)ฮิสโตแกรมพลิกกลับมาติดลบใต้เส้นศูนย์ฮิสโตแกรมพลิกกลับมาเป็นบวกเหนือเส้นศูนย์

Awesome Oscillator ได้ผลเมื่อไหร่ และควรหลีกเลี่ยงสภาวะใด

อินดิเคเตอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ติดตามความเร่งของราคา ดังนั้นผลลัพธ์ในการใช้งานจึงขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมของตลาดในขณะนั้นเป็นสำคัญครับ

โดยทั่วไป เครื่องมือนี้มีแนวโน้มให้สัญญาณที่อ่านง่ายขึ้นเมื่อตลาดมีแนวโน้มชัดเจน (Trending Market) เพราะแท่งฮิสโตแกรมมักขยายขนาดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจช่วยให้ติดตามแนวโน้มรอบใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ครับ สำหรับกรอบเวลาที่เหมาะสม แนะนำให้ใช้กับ Timeframe 1 ชั่วโมง (H1), 4 ชั่วโมง (H4) ไปจนถึงกราฟรายวัน (D1) ขึ้นไป เนื่องจากมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่ากราฟระยะสั้น

ในทางกลับกัน สภาวะที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งคือตลาดเคลื่อนตัวออกข้างแบบไร้ทิศทาง (Sideway หรือ Choppy Market) ในช่วงนี้ ค่าเฉลี่ย SMA 5 และ SMA 34 จะพันกันไปมา ทำให้ฮิสโตแกรมสวิงข้ามเส้นระดับศูนย์สลับไปสลับมา เกิดสัญญาณหลอกซ้ำซาก หากฝืนเข้าออเดอร์ตามสัญญาณตัดเส้นศูนย์ในตลาดไซด์เวย์ พอร์ตการลงทุนอาจเผชิญกับผลขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่องได้ครับ

สภาวะตลาดและช่วงเวลาความเหมาะสมของ AOข้อควรระวังและวิธีรับมือ
ตลาดมีแนวโน้มรุนแรง (Trend)เหมาะสมสูงมากรันเทรนด์ตามสีของแท่งฮิสโตแกรม
ตลาดพักตัวออกข้าง (Sideway)ความแม่นยำต่ำควรงดเข้าเทรด หรือกรองด้วยเครื่องมืออื่น
กราฟระยะสั้น (M1–M5)สัญญาณรบกวนมากเสี่ยงต่อความผันผวนของค่าสเปรด
กราฟระยะกลางถึงยาว (H1–D1)มีความเสถียรสูงโครงสร้างโมเมนตัมสะท้อนภาพรวมได้ชัด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเทรดด้วย Awesome Oscillator

ความผิดพลาดอันดับต้น ๆ ของเทรดเดอร์คือการใช้อินดิเคเตอร์นี้เพียงลำพังเพื่อชี้นำการเข้าออเดอร์ โดยไม่พิจารณาแนวโน้มภาพใหญ่บน Timeframe ที่สูงกว่าครับ

หลายคนเห็นฮิสโตแกรมตัดเส้นศูนย์ขึ้นบนกราฟ 5 นาทีก็รีบเปิดสถานะซื้อทันที ทั้งที่กราฟรายวันอยู่ในแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือความเข้าใจผิดว่ารูปแบบ Twin Peaks จะต้องส่งผลให้ราคากลับตัวเสมอ ในความเป็นจริง หากตลาดมีแรงขับเคลื่อนรุนแรง ราคาสามารถทำไดเวอร์เจนซ์ซ้ำซ้อนได้หลายระลอกโดยไม่ยอมกลับตัว

📌 Tip จากพี่โบ้

สมัยที่ผมเริ่มนำออสซิลเลเตอร์มาใช้จับจังหวะใหม่ ๆ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือการรีบไล่ราคาตอนเห็นแท่งฮิสโตแกรมยาวเป็นพิเศษ ซึ่งจริง ๆ แล้วมักเป็นช่วงปลายคลื่นที่โมเมนตัมกำลังจะพักฐาน ผมพบว่าควรรอให้ฮิสโตแกรมทำรูปแบบ Saucer เพื่อย่อตัวก่อน หรือเช็กการยืนยันจากแท่งราคาให้จบแท่งเสมอ ทั้งนี้ผู้อ่านควรศึกษาและทดสอบด้วยตนเองตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ครับ

กลยุทธ์นี้ไม่มีตัวเลข Win Rate ที่การันตีได้ ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาวะตลาด การบริหารความเสี่ยง และวินัยของแต่ละคน หากจะอ้างตัวเลขต้องมาจาก Backtest ที่ระบุช่วงเวลาและเงื่อนไขชัดเจน หรืองานวิจัยที่ตรวจสอบได้เท่านั้นครับ

สรุปการประยุกต์ใช้ Awesome Oscillator ในระบบเทรด

อินดิเคเตอร์ตัวนี้เป็นเครื่องมือวัดโมเมนตัมที่มีจุดเด่นเรื่องความเรียบง่ายและสามารถสะท้อนความเร่งของตลาดได้อย่างชัดเจนผ่านแท่งฮิสโตแกรมและเส้นระดับศูนย์

หัวใจสำคัญของการนำไปใช้คือการอ่านสัญญาณร่วมกับโครงสร้างราคา ไม่ไล่ราคาในช่วงที่โมเมนตัมยืดตัวมากเกินไป และกำหนดจุดตัดขาดทุนตามแนวรับแนวต้านจริงเสมอ หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองสัญญาณ ควรศึกษาอินดิเคเตอร์ในระบบเดียวกันเพื่อดูแนวโน้มขนาดใหญ่ประกอบ เช่น Alligator Indicator ซึ่งอยู่ในระบบเทรดของ Bill Williams เช่นเดียวกันครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Awesome Oscillator

Awesome Oscillator ต่างจาก MACD อย่างไร?

Awesome Oscillator คำนวณจาก Simple Moving Average (SMA) โดยใช้ราคา Median Price (High + Low) / 2 จากแท่งเทียนช่วงเวลา 5 และ 34 แท่ง ขณะที่ MACD ทั่วไปใช้ Exponential Moving Average (EMA) บนราคาปิด (Closing Price) ที่รอบ 12 และ 26 แท่ง ทำให้อัตราตอบสนองต่อราคาและรูปทรงของคลื่นโมเมนตัมแตกต่างกันครับ

หัวข้อเปรียบเทียบอินดิเคเตอร์นี้MACD
ประเภทค่าเฉลี่ยSMAEMA
ราคาที่ใช้คำนวณMedian Price (High + Low) / 2ราคาปิด (Closing Price)
ช่วงเวลาที่ใช้5 และ 34 แท่ง12 และ 26 แท่ง

สามารถปรับการตั้งค่าตัวเลขของ Awesome Oscillator ได้ไหม?

โดยทั่วไปแพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะล็อกค่ามาตรฐานไว้ที่ 5 และ 34 แท่งตามที่ Bill Williams กำหนดไว้ หากปรับเป็นค่าที่เร็วขึ้น สัญญาณจะเข้าเร็วขึ้น แต่มักมีสัญญาณหลอกเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ การใช้ค่าเริ่มต้นควบคู่กับการกรองโครงสร้างราคาจึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่า

สัญญาณ Saucer เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนและนำไปใช้อย่างไร?

รูปแบบ Saucer เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในช่วงที่ตลาดกำลังวิ่งเป็นเทรนด์แล้วเกิดการพักฐานสั้น ๆ สัญญาณนี้ไม่ได้บอกจุดกลับตัวใหญ่ แต่เป็นจังหวะสะสมแรงเพื่อไปต่อตามแนวโน้มเดิม เทรดเดอร์จึงมักใช้เป็นจุดเข้าคำสั่งซื้อขายตามแนวโน้มเพื่อลดความเสี่ยงจากการไล่ราคาบริเวณยอดคลื่น

สัญญาณ Twin Peaks ล้มเหลวได้จากสาเหตุใดบ้าง?

สัญญาณ Twin Peaks ล้มเหลวได้ง่ายเมื่อตลาดเผชิญกับข่าวสารแรง ๆ หรืออยู่ในแนวโน้มระดับสถาบันที่แข็งแกร่งมาก เพราะแรงซื้อหรือแรงขายระลอกใหม่สามารถดันราคาให้ทะลุต่อไปได้เรื่อย ๆ แม้โมเมนตัมในออสซิลเลเตอร์จะดูเหมือนขัดแย้ง ดังนั้นจึงต้องรอให้ราคากลับตัวจริงก่อนเปิดสถานะเสมอ

เทรดเดอร์มือใหม่สามารถใช้ Awesome Oscillator เดี่ยว ๆ ได้หรือไม่?

ไม่แนะนำให้ใช้ออสซิลเลเตอร์ตัวเดียวในการตัดสินใจเปิดคำสั่งซื้อขายครับ เนื่องจากออสซิลเลเตอร์มีจุดอ่อนเรื่องการแกว่งตัวหลอกในสภาวะตลาดไซด์เวย์ การนำแนวรับแนวต้าน ทฤษฎีแท่งเทียน หรือเครื่องมือบอกเทรนด์ภาพใหญ่เข้ามาประกอบ จะช่วยควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตได้อย่างยั่งยืนกว่า


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5