
Pip Value คือ มูลค่าทางการเงินของหนึ่งจุดทศนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปในคู่เงิน Forex ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้บอกว่าเมื่อราคาขยับขึ้นหรือลง 1 Pip เทรดเดอร์จะได้กำไรหรือขาดทุนเป็นจำนวนเงินกี่ดอลลาร์หรือกี่บาทต่อขนาดสัญญาที่เปิดเทรดครับ
การเข้าใจมูลค่าของ Pip Value มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารความเสี่ยงและการคำนวณหน้าตักในการเทรดจริง เพราะคู่เงินแต่ละประเภทมีมูลค่าต่อจุดที่ไม่เท่ากัน บทความนี้จะอธิบายความหมาย วิธีคำนวณ Pip Value ในแต่ละกลุ่มคู่เงิน และการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันพอร์ตแตกครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขาย Forex และ CFD (Contract for Difference) มีความเสี่ยงสูงมากและอาจทำให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผลงานหรือสถิติในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- การคำนวณมูลค่าต่อจุดล่วงหน้าช่วยให้เทรดเดอร์กำหนดขนาดการขาดทุนสูงสุดให้อยู่ในแผนการเทรดได้แม่นยำครับ
- คู่เงินที่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ด้านหลังจะมีมูลค่า Pip Value คงที่เสมอที่ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 Lot Standard
- สภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงจะส่งผลให้มูลค่าต่อจุดของคู่เงินข้ามรุ่นเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์
- การคำนวณขนาดสัญญาร่วมกับระยะตัดขาดทุนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาเงินทุนหมุนเวียนในพอร์ตให้ปลอดภัย
Pip Value คืออะไร?
Pip Value คือ มูลค่าที่เป็นตัวเงินจริง ๆ ของการเคลื่อนที่ของราคาในตลาด Forex จำนวน 1 Pip ซึ่งจะแสดงผลออกมาเป็นสกุลเงินหลักของบัญชีเทรดที่คุณใช้งานอยู่ครับ ตัวเลขนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าในทุก ๆ ครั้งที่กราฟแท่งเทียนขยับขยายตัว เทรดเดอร์กำลังเผชิญหน้ากับความผันผวนที่เป็นตัวเงินมากน้อยแค่ไหนในตลาด
Pips คืออะไร? เข้าใจพื้นฐานทศนิยมในตลาด Forex
ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล คำว่า pips คือ หน่วยมาตรฐานที่ใช้ในการวัดการเคลื่อนไหวของราคาคู่เงิน โดยย่อมาจากคำว่า Percentage in Point หรือ Price Interest Point ซึ่งตามมาตรฐานสากลทั่วไปแล้ว จะนับที่ตำแหน่งทศนิยมที่ 4 ของราคาคู่เงินหลัก เช่น
- หากคู่เงิน EURUSD ขยับราคาจาก 1.1000 ไปเป็น 1.1001 ระยะห่างตรงนี้เราจะเรียกว่าราคาได้เคลื่อนที่ไป 1 Pip ครับ
- ยกเว้นเพียงกลุ่มคู่เงินที่จับคู่กับเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ตลาดจะกำหนดให้นับทศนิยมตำแหน่งที่ 2 เป็นหลัก เช่น หาก USDJPY ขยับจาก 150.00 ไปเป็น 150.01 ก็จะนับเป็น 1 Pip เช่นเดียวกัน
การเคลื่อนไหวของจำนวน Pip นี้คือรากฐานที่โบรกเกอร์นำมาใช้ประมวลผลกำไรขาดทุน แต่การที่เราจะรู้ว่ากำไรนั้นคิดเป็นเงินกี่บาทหรือกี่ดอลลาร์ เราจำเป็นต้องนำจำนวน Pip ไปเปลี่ยนให้เป็นมูลค่าทางการเงิน ซึ่งนั่นก็คือหน้าที่ของ Pip Value นั่นเองครับ
ความแตกต่างระหว่าง Pip และ Point (จุด) ที่เทรดเดอร์มักจำสับสน
ความแตกต่างหลักระหว่าง Pip และ Point คือขนาดและตำแหน่งของทศนิยมที่ใช้วัด โดยในระบบแพลตฟอร์มการเทรดสากลส่วนใหญ่นั้น 1 Pip จะมีค่าเท่ากับ 10 Point (หรือที่คนไทยนิยมเรียกติดปากว่า จุด) เสมอครับ เนื่องจากในปัจจุบัน โบรกเกอร์เกือบทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้ระบบทศนิยม 5 ตำแหน่ง (และ 3 ตำแหน่งสำหรับคู่เงินเยน) เพื่อเพิ่มความละเอียดในการเสนอราคาและช่วยให้ค่าสเปรดแคบลง ทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่เพิ่มเข้ามานี้จะเรียกว่า Point หรือ Pipette
ดังนั้น หากคุณเห็นราคา EURUSD วิ่งจาก 1.10000 ไปที่ 1.10010 นั่นคือราคาขยับขึ้น 1 Pip หรือเท่ากับ 10 จุด การแยกแยะความแตกต่างนี้ให้ชัดเจนมีความสำคัญมาก เพราะหากเทรดเดอร์จำสับสนและนำตัวเลขจุดไปคำนวณสลับกับ Pip ในแผนการเทรด อาจทำให้การตั้งระยะตัดขาดทุนคลาดเคลื่อนไปถึง 10 เท่า ซึ่งส่งผลอันตรายต่อการควบคุมความเสี่ยงอย่างรุนแรงครับ
ทำไมเทรดเดอร์ต้องเข้าใจมูลค่าของ Pip Value?
การเข้าใจมูลค่าของ Pip Value เป็นสิ่งจำเป็นเพราะช่วยให้คุณรู้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำว่าเงินทุนในพอร์ตจะกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ในทุก ๆ จุดที่ราคาเคลื่อนที่ไปครับ หากปราศจากการคำนวณค่านี้ เทรดเดอร์จะไม่สามารถควบคุมระดับความเสี่ยงทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงในตลาดได้เลย
ผลกระทบต่อการคำนวณอัตรากำไรและขาดทุน (Risk Reward)
เมื่อคุณทำการวิเคราะห์กราฟเทคนิคจนได้จุดเข้าซื้อและจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนแล้ว สิ่งถัดไปที่คุณต้องทำคือการแปลงระยะทางบนกราฟให้กลายเป็นจำนวนเงินจริง ๆ การรู้ค่า Pip Value จะช่วยให้คุณสามารถคำนวณสัดส่วน Risk Reward Ratio (อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง) ได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเช่น หากระบบเทรดของคุณกำหนดระยะหยุดขาดทุนไว้ที่ 50 Pip และมีเป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 100 Pip การทราบมูลค่า Pip Value จะทำให้คุณระบุได้ทันทีว่าการเทรดครั้งนี้คุณกำลังใช้เงินเสี่ยงกี่ดอลลาร์เพื่อแลกกับกำไรกี่ดอลลาร์ ทำให้แผนการลงทุนมีความเป็นวิทยาศาสตร์และจับต้องได้ ไม่ใช่การคาดเดาไปเองลอย ๆ ครับ
ความเข้าใจผิดที่ว่าทุกคู่เงินมีมูลค่า Pip เท่ากันเสมอ
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของเทรดเดอร์ระดับเริ่มต้นคือ การคิดว่าการเปิดสัญญาปริมาณเท่ากันในทุกคู่เงิน จะให้มูลค่าผลกำไรหรือขาดทุนต่อจุดที่เท่ากันหมด ซึ่งในความเป็นจริง มูลค่าของ Pip Value จะถูกกำหนดโดยสกุลเงินอ้างอิง หรือสกุลเงินที่อยู่ด้านหลังของคู่เงินนั้น ๆ (Quote Currency)
หากคู่เงินที่คุณเทรดมีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่ด้านหลัง มูลค่าต่อจุดจะมีค่าคงที่ แต่ถ้าเป็นคู่เงินข้ามรุ่นที่ไม่มี USD อยู่ด้านหลัง มูลค่าของ Pip จะแปรผันไปตามอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินนั้น ๆ ณ เวลาจริง ทำให้การเทรดคู่เงินที่ต่างกันด้วยขนาดสัญญาที่เท่ากัน มีความเสี่ยงที่เป็นเม็ดเงินจริงไม่เท่ากันครับ
ตารางเปรียบเทียบตำแหน่งทศนิยมและ 1 Pip ของคู่เงินแต่ละประเภท
| ประเภทคู่เงิน | ตัวอย่างคู่เงิน | ตำแหน่งของ 1 Pip | มูลค่า 1 Pip ต่อ 1 Standard Lot | ลักษณะของมูลค่า |
| คู่เงินทศนิยม 5 ตำแหน่ง (USD อยู่หลัง) | EURUSD, GBPUSD | ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001) | 10 USD | คงที่ตลอดเวลา |
| คู่เงินทศนิยม 5 ตำแหน่ง (USD อยู่หน้า) | USDCHF, USDCAD | ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001) | แปรผันตามอัตราแลกเปลี่ยน | ขยับตามราคาตลาด |
| คู่เงินเยนญี่ปุ่น 3 ตำแหน่ง | USDJPY, EURJPY | ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 (0.01) | แปรผันตามอัตราแลกเปลี่ยน | ขยับตามราคาตลาด |
วิธีคำนวณ Pip Value ในแต่ละกลุ่มคู่เงิน
วิธีคำนวณ Pip Value ทำได้โดยการนำขนาดของ 1 Pip หารด้วยราคาปัจจุบันของคู่เงินนั้น แล้วคูณด้วยขนาดสัญญา (Lot Size) เพื่อแปลงมูลค่าออกมาเป็นสกุลเงินหลักครับ แม้ว่าโปรแกรมเทรดในปัจจุบันจะคำนวณค่านี้ให้โดยอัตโนมัติ แต่การเข้าใจสูตรเบื้องหลังจะช่วยให้เราวางแผนหน้าตักได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สูตรคำนวณสำหรับคู่เงินที่มี USD อยู่ข้างหลัง (Major Pairs)
สำหรับกลุ่มคู่เงินที่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอ้างอิงอยู่ด้านหลัง หรือกลุ่ม Major Pairs ยอดนิยม การคำนวณจะเป็นรูปแบบที่ง่ายที่สุด เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นหน่วยดอลลาร์สหรัฐโดยตรงและมีมูลค่าคงที่เสมอ สูตรการคิดคือ:
มูลค่า Pip = ขนาดของ 1 Pip × ขนาดสัญญา (Lot Size)
ตัวอย่างเช่น หากคุณทำการเปิดคำสั่งซื้อขายในคู่เงิน EURUSD ปริมาณ 1 Standard Lot (ซึ่งมีขนาดสัญญาเท่ากับ 100,000 หน่วย) มูลค่าต่อจุดจะเท่ากับ 0.0001 × 100,000 = 10 USD หมายความว่าไม่ว่าราคาของ EURUSD จะอยู่ที่ระดับใดในตลาด ในทุก ๆ 1 Pip ที่ราคาวิ่งถูกทางหรือผิดทาง คุณจะมีผลกำไรหรือขาดทุนขยับครั้งละ 10 ดอลลาร์เสมอครับ
วิธีคิด Pip Value ของคู่เงินที่มี USD อยู่ข้างหน้าหรือคู่เงินข้ามรุ่น (Cross Pairs)
สำหรับคู่เงินที่มีสกุลเงิน USD อยู่ด้านหน้า หรือคู่เงินข้ามรุ่น (Cross Pairs) ที่ไม่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเกี่ยวข้องโดยตรง มูลค่าของ Pip จะไม่มีทางคงที่ แต่จะเปลี่ยนแปลงขยับขึ้นลงตามราคาตลาดแบบเรียลไทม์ สูตรคำนวณในกลุ่มนี้คือ:
มูลค่า Pip = (ขนาดของ 1 Pip ÷ อัตราแลกเปลี่ยนของคู่เงินนั้น) × ขนาดสัญญา
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่เงิน USDJPY ที่ราคา 150.00 ด้วยปริมาณ 1 Standard Lot มูลค่า Pip จะคำนวณจาก (0.01 ÷ 150.00) × 100,000 = 6.66 USD ต่อ 1 Pip ซึ่งหลังจากคำนวณเสร็จแล้ว ระบบของโบรกเกอร์จะทำการแปลงค่าเงินนี้กลับมาเป็นสกุลเงินหลักของบัญชีคุณโดยอัตโนมัติ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจึงส่งผลให้มูลค่าต่อจุดของคู่เงินเหล่านี้ขยับตัวอยู่ตลอดเวลา เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องเผื่อระยะความผันผวนของเงินทุนเอาไว้ด้วยครับ
ตารางสูตรและตัวอย่างการคำนวณ Pip Value แยกตามกลุ่มคู่เงิน
| กลุ่มคู่เงิน | สูตรการคำนวณพื้นฐาน | ตัวอย่างการคิดที่ 1 Standard Lot | มูลค่าต่อจุด (USD) |
| USD อยู่ด้านหลัง | 0.0001 × ขนาดสัญญา | 0.0001 × 100,000 หน่วย | 10.00 USD (คงที่) |
| USD อยู่ด้านหน้า | (0.0001 ÷ ราคา USDCHF) × ขนาดสัญญา | (0.0001 ÷ 0.9200) × 100,000 หน่วย | ~10.86 USD (แปรผัน) |
| คู่เงินเยน (JPY) | (0.01 ÷ ราคา USDJPY) × ขนาดสัญญา | (0.01 ÷ 150.00) × 100,000 หน่วย | ~6.66 USD (แปรผัน) |
ความสัมพันธ์ระหว่าง Pip Value กับ Lot Size ในภาคปฏิบัติ
ความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่งนี้คือ ขนาดของ Lot Size จะเป็นตัวคูณโดยตรงที่ทำให้มูลค่า Pip Value เพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นสัดส่วนเส้นตรงตามขนาดสัญญาที่คุณเลือกเปิดครับ ยิ่งขนาดของสัญญาสูง มูลค่าต่อจุดทางการเงินก็จะยิ่งสูงตามไปด้วยเป็นเงาตามตัว
Lot Size คืออะไร และ 1 Lot คือมีมูลค่าสัญญาเท่าไหร่ใน Forex
ในตลาด Forex เราจะไม่ได้ส่งคำสั่งซื้อขายเป็นจำนวนเงินสดตรง ๆ แต่เราจะใช้หน่วยวัดปริมาณสัญญาที่เรียกว่า Lot โดย Lot Size คือ ขนาดสัญญามาตรฐานที่ใช้ระบุจำนวนหน่วยของสกุลเงินที่เทรดเดอร์กำลังเข้าถือครอง ซึ่งการเข้าใจบริบทว่า 1 lot คือ ปริมาณสัญญาจำนวน 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของมูลค่าทางการเงินที่เกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ โบรกเกอร์ยังมีทางเลือกให้เทรดเดอร์รายย่อยด้วยการซอยขนาดย่อยลงมา เช่น Mini Lot (0.1 Lot เท่ากับ 10,000 หน่วย) และ Micro Lot (0.01 Lot เท่ากับ 1,000 หน่วย) ซึ่งการเลือกใช้ขนาด Lot ที่เล็กลงนี้จะส่งผลให้มูลค่า Pip Value ลดลงตามสัดส่วนคณิตศาสตร์ ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเริ่มต้นฝึกฝนได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลครับ
วิธีคำนวณและทำความเข้าใจว่า 1 Lot เท่ากับกี่บาทในบัญชีไทย
สำหรับคนไทยที่เปิดบัญชีเทรด การแปลงมูลค่ากำไรขาดทุนให้กลายมาเป็นสกุลเงินบาทจะช่วยให้เราเห็นภาพและตระหนักถึงความเสี่ยงหน้าตักได้ดีที่สุด หากมีคำถามว่าการเทรด 1 lot เท่ากับกี่บาท ในแง่ของมูลค่าความเสี่ยงต่อจุด วิธีการคิดคือให้คุณนำมูลค่า Pip Value ในหน่วยดอลลาร์มาคูณกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์และเงินบาท (USDTHB) ณ เวลานั้น
สมมุติว่าคุณเทรดคู่เงิน EURUSD ปริมาณ 1 Lot ซึ่งมีค่า Pip Value อยู่ที่ 10 USD หากปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่าต่อ 1 Pip ก็จะคิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 10 × 35 = 350 บาทครับ นั่นหมายความว่าหากราคาวิ่งผิดทางไปเพียง 10 Pip พอร์ตของคุณจะติดลบเป็นเงินจริงทันที 3,500 บาท การคิดคำนวณเช่นนี้จะช่วยดึงสติไม่ให้เทรดเดอร์เปิดสัญญาใหญ่เกินตัวจนนำไปสู่ความเสียหายครับ
ตารางมูลค่า Pip Value ตามขนาด Lot Size ของคู่เงินสากล (เมื่อบัญชีหลักเป็น USD)
| ขนาดคำสั่งซื้อขาย (Lot) | ปริมาณสัญญา (Units) | มูลค่าต่อ 1 Pip (EURUSD) | มูลค่าต่อ 100 Pip (EURUSD) |
| 1.00 Standard Lot | 100,000 หน่วย | 10.00 USD | 1,000.00 USD |
| 0.10 Mini Lot | 10,000 หน่วย | 1.00 USD | 100.00 USD |
| 0.01 Micro Lot | 1,000 หน่วย | 0.10 USD | 10.00 USD |
การประยุกต์ใช้ Pip Value เพื่อบริหารความเสี่ยงไม่ให้พอร์ตแตก
การนำ Pip Value ไปประยุกต์ใช้ในการเทรดจริงคือการนำค่าที่ได้ไปคำนวณปริมาณสัญญาที่เหมาะสมร่วมกับระยะ Stop Loss เพื่อควบคุมไม่ให้ผลขาดทุนเกินเกณฑ์ความเสี่ยงของพอร์ตครับ นี่คือรากฐานสำคัญของการเป็นเทรดเดอร์อาชีพที่อยู่รอดในระยะยาว
การคำนวณขนาดคำสั่งซื้อขายร่วมกับหลักการ Position Sizing
การเทรดในตลาด Forex ให้ยั่งยืนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การแม่นยำทิศทาง แต่คือการทำ Position Sizing หรือการกำหนดขนาดสัญญาที่เหมาะสมในทุก ๆ ออเดอร์ โดยสูตรการหาขนาด Lot ที่ปลอดภัยคือการนำจำนวนเงินที่คุณยอมรับความเสี่ยงที่จะสูญเสียได้สูงสุดในตานั้น หารด้วย (ระยะ Stop Loss เป็นจำนวน Pip × มูลค่า Pip Value ของคู่เงินนั้น)
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินในพอร์ต 2,000 ดอลลาร์ และตั้งกฎเหล็กว่าจะยอมเสี่ยงขาดทุนสูงสุดแค่ 1% ของพอร์ต ซึ่งเท่ากับ 20 ดอลลาร์ และจากการวิเคราะห์กราฟพบว่าจุดหยุดขาดทุนอยู่ห่างออกไป 40 Pip เมื่อคำนวณตามสูตร คุณควรเปิด Lot Size ไม่เกิน 20 ÷ (40 × 10) = 0.05 Lot การคำนวณลักษณะนี้จะช่วยปกป้องให้พอร์ตของคุณปลอดภัยเสมอ ไม่ว่าจะเจอกับสภาวะตลาดที่ผันผวนรุนแรงเพียงใดก็ตามครับ
วิธีเช็ก Free Margin เพื่อคำนวณระยะทนลากก่อนโดน Stop Out
นอกเหนือจากการคำนวณจุดตัดขาดทุนแล้ว การทราบมูลค่า Pip Value ยังมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการตรวจสอบปริมาณ Free Margin หรือจำนวนเงินทุนส่วนที่เหลืออยู่ในบัญชีเทรดของคุณที่สามารถนำไปใช้เปิดออเดอร์ใหม่ หรือใช้เป็นหลักประกันรองรับผลขาดทุนสะสมของออเดอร์ที่กำลังวิ่งอยู่
หากเทรดเดอร์ไม่ได้ตั้งจุด Stop Loss แล้วปล่อยให้ราคาลากติดลบ Free Margin จะลดต่ำลงเรื่อย ๆ การรู้ค่ามูลค่าต่อจุดจะทำให้คุณประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้าว่า ด้วยเงินทุนหลักประกันที่เหลืออยู่ พอร์ตของคุณจะสามารถทนทานต่อการโดนลากของราคาได้อีกกี่จุด ก่อนที่จะเข้าสู่จุดวิกฤตที่โบรกเกอร์จะสั่งปิดสัญญาอัตโนมัติ (Stop Out) ซึ่งการคำนวณนี้จะช่วยเตือนให้คุณรีบจัดการความเสี่ยงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปครับ
ข้อควรระวัง: มูลค่า Pip ของทองคำ (XAUUSD) และสินทรัพย์ชนิดพิเศษ
สินทรัพย์ประเภทสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ (XAUUSD) หรือดัชนีหุ้นต่าง ๆ จะมีกลไกและข้อกำหนดขนาดสัญญาที่แตกต่างจากคู่เงินทั่วไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับทองคำ ราคาที่ขยับทศนิยมตำแหน่งที่ 1 (เช่น จาก 2,400.0 ไปเป็น 2,400.1) จะถูกนับเป็น 1 Pip หรือเท่ากับ 10 จุด
ซึ่งเมื่อเราเปิดสัญญาขนาด 1 Standard Lot มูลค่าต่อ 1 Pip ของทองคำจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์เช่นเดียวกันกับคู่เงินสากล แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ สินทรัพย์ทองคำมีความผันผวนและระยะการวิ่งในแต่ละวันที่กว้างมาก ราคาสามารถเคลื่อนที่ได้เป็นหลักพันจุดภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ความเสี่ยงที่เป็นเม็ดเงินจริงในการเทรดทองคำมีน้ำหนักสูงกว่าคู่เงินทั่วไปหลายเท่าตัวครับ
📢 Traderbobo แนะนำ: ตอนที่พี่เริ่มหันมาเทรดทองคำใหม่ ๆ ความผิดพลาดร้ายแรงที่ทำบ่อยที่สุดคือการเผลอใช้ขนาด Lot Size เดียวกันกับที่ใช้เทรดคู่เงินปกติ เพราะลืมคิดไปว่าทองคำมีระยะวิ่งต่อวันรุนแรงกว่ามาก แนะนำว่าหากคุณต้องการเทรดทองคำ ให้ปรับลดขนาดสัญญาลงมาครึ่งหนึ่งจากปกติ และคำนวณระยะทนลากรวมถึงจุดตัดขาดทุนให้กว้างขึ้น เพื่อให้พอร์ตสามารถรองรับสภาวะความผันผวนประจำวันได้อย่างปลอดภัยครับ
สรุป Pip Value คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ควรคำนวณให้เป็น
การเข้าใจความหมายและกลไกของ Pip Value คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากการเดาทิศทางตลาดมาเป็นการควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบทางคณิตศาสตร์ครับ การที่เทรดเดอร์รู้มูลค่าต่อจุดที่ชัดเจนของแต่ละคู่เงิน จะช่วยให้การทำ Position Sizing และการตั้งจุดตัดขาดทุนมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาโอเวอร์เทรดจนพอร์ตเสียหายร้ายแรงได้ ในขั้นตอนต่อไป
📢 Traderbobo แนะนำ
พี่โบ้อยากแนะนำให้คุณเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดโครงสร้างของตลาดและ คำศัพท์ Forex ตัวอื่น ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ครอบคลุมและเพิ่มความพร้อมก่อนก้าวไปสู่การพัฒนาเทคนิคการเทรดในระดับขั้นสูงต่อไปครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pip Value
Pip Value ของทองคำ (XAUUSD) คำนวณอย่างไร?
การคำนวณมูลค่าต่อจุดของทองคำจะอ้างอิงขนาดสัญญามาตรฐานสากลซึ่งกำหนดให้ 1 Standard Lot เท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้น เมื่อราคาทองคำขยับไป 1 ดอลลาร์ (เช่น จาก 2,400 ไป 2,401) จะคิดเป็นระยะทาง 10 Pip (หรือ 100 จุด) ซึ่งหากเทรดด้วยปริมาณ 1 Lot มูลค่าจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ต่อ Pip เสมอ หากคุณใช้ขนาดสัญญาเล็กที่สุดคือ 0.01 Lot แล้วทองคำวิ่งไป 10 Pip คุณจะได้กำไรหรือขาดทุนเท่ากับ 1 ดอลลาร์ครับ
1 Pip เท่ากับ 10 ดอลลาร์เสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไปครับ มูลค่า 1 Pip จะเท่ากับ 10 ดอลลาร์คงที่เฉพาะในกลุ่มคู่เงินที่มีสกุลเงิน USD อยู่ด้านหลังเท่านั้น เช่น EURUSD, GBPUSD หรือ AUDUSD เมื่อเทรดด้วยขนาด 1 Standard Lot ส่วนคู่เงินอื่น ๆ ที่มีดอลลาร์อยู่ด้านหน้า หรือคู่เงินข้ามรุ่นที่ไม่มี USD เกี่ยวข้อง มูลค่าต่อจุดจะปรับเปลี่ยนขึ้นลงตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันของคู่เงินนั้น ๆ แบบเรียลไทม์ ทำให้มีมูลค่าขาดหรือเกิน 10 ดอลลาร์ได้ครับ
Leverage มีผลต่อการเพิ่มหรือลดค่า Pip Value หรือไม่?
Leverage ไม่มีผลต่อการเพิ่มหรือลดมูลค่าของ Pip Value โดยตรงครับ ปัจจัยเรื่อง Leverage มีหน้าที่เพียงช่วยลดจำนวนเงินค้ำประกัน (Margin) ที่ต้องใช้ในการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งลงเท่านั้น ทำให้คุณสามารถใช้เงินทุนจำนวนน้อยลงในการควบคุมสัญญาขนาดใหญ่ได้ แต่ไม่ว่าคุณจะปรับตั้งค่า Leverage ไว้สูงหรือต่ำเพียงใด มูลค่า Pip Value ต่อ 1 Lot ของคู่เงินนั้น ๆ จะยังคงมีมูลค่าเท่าเดิมเสมอตามกลไกราคาตลาดครับ
จะหาค่า Pip Value ได้อย่างไรโดยไม่ต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขเอง?
ปัจจุบันเทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขคำนวณมือเองหน้างานให้ปวดหัวครับ โบรกเกอร์และเว็บไซต์ข้อมูลการเงินส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือคำนวณสำเร็จรูปที่เรียกว่า Pip Calculator ให้ใช้งานฟรี เพียงแค่คุณระบุสกุลเงินของบัญชี เลือกคู่เงินที่ต้องการเทรด และกรอกขนาด Lot ระบบก็จะแสดงผลมูลค่าต่อจุดออกมาให้ทันที นอกจากนี้ในโปรแกรมเทรดอย่าง MetaTrader ก็มีฟังก์ชันคำนวณกำไรขาดทุนเป็นตัวเงินเรียลไทม์ให้อยู่แล้วครับ
Pip Value ของแต่ละโบรกเกอร์เท่ากันหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว มูลค่า Pip Value ของคู่เงินหลักสากลจะมีค่าเท่ากันในทุก ๆ โบรกเกอร์เนื่องจากอ้างอิงขนาดสัญญามาตรฐานเดียวกันครับ แต่ทว่าอาจจะมีความแตกต่างกันได้ในกลุ่มสินทรัพย์พิเศษ เช่น ดัชนีหุ้น คริปโตเคอร์เรนซี หรือหุ้นต่างประเทศ ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์อาจมีการกำหนดขนาดสัญญาต่อ 1 Lot ไม่เท่ากัน รวมถึงการเลือกใช้บัญชีประเภทพิเศษ เช่น บัญชี Micro หรือ Cent ก็จะมีมูลค่าต่อจุดที่เล็กกว่าบัญชีสแตนดาร์ดครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผลการดำเนินงานในอดีตของ strategy ใด ๆ ไม่ได้รับประกันผลในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาและทดสอบด้วยบัญชี demo ก่อนใช้งานจริงครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











