
Prop Firm (Proprietary Trading Firm) คือบริษัทที่จัดสรรเงินทุนจำลองให้เทรดเดอร์บริหารเพื่อนำสัญญาณไปอ้างอิงในการเทรดจริง โดยแลกกับการแบ่งส่วนแบ่งกำไร (Profit Split) ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้เมื่อเทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ตามเกณฑ์
โมเดลนี้เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เข้าถึงพอร์ตขนาดใหญ่โดยจำกัดความเสี่ยงด้วยค่าสอบเพียงก้อนเดียว บทความนี้อธิบายว่าโครงสร้างธุรกิจของกองทุนเทรดเหล่านี้ทำงานอย่างไร สรุปกฎการควบคุมความเสี่ยง ข้อดี ข้อควรระวัง และเปรียบเทียบเงื่อนไขเพื่อเป็นแนวทางครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- บัญชีสอบและพอร์ตที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นบัญชีจำลอง (Virtual Capital) เพื่อทดสอบวินัยเทรดเดอร์
- รายได้หลักของอุตสาหกรรมนี้มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมสมัครสอบของผู้ที่ไม่ผ่านการประเมิน
- กฎ Daily Drawdown และ Maximum Drawdown เป็นเส้นตายสำคัญที่สุดที่ตัดสินว่าเทรดเดอร์จะรักษาพอร์ตไว้ได้หรือไม่
- กองทุนข้ามชาติเหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายไทยรองรับ ผู้สมัครต้องรับความเสี่ยงเรื่องข้อตกลงและนโยบายของแพลตฟอร์มด้วยตนเอง
Prop Firm คืออะไร?
Prop Firm คือสถาบันทางการเงินหรือแพลตฟอร์มที่มอบบัญชีเงินทุนจำลองให้เทรดเดอร์ฝีมือดีเข้ามาบริหารจัดการ โดยแลกกับส่วนแบ่งกำไรจากการเทรดครับ
กลไกการจัดสรรเงินทุนให้เทรดเดอร์ (Retail Prop Firm)
ในวงการตลาดการเงินยุคใหม่ “Retail Prop Firm” เปิดกว้างให้เทรดเดอร์รายย่อยทั่วโลกเข้าร่วมได้ผ่านอินเทอร์เน็ต กลไกเริ่มต้นจากการที่เทรดเดอร์จ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อเข้ารับการประเมิน หากสามารถทำกำไรได้ถึงเป้าและรักษากฎความเสี่ยงได้ตามกำหนด คุณจะได้รับสถานะ “Funded Trader” เพื่อบริหารพอร์ตจำลองที่ผูกกับเซิร์ฟเวอร์ตลาดจริง
การแบ่งผลกำไร (Profit Split) ระหว่างเทรดเดอร์กับกองทุน
หัวใจสำคัญที่ดึงดูดเทรดเดอร์คือระบบการแบ่งกำไร เมื่อเทรดเดอร์ทำกำไรได้บนพอร์ตจำลอง กองทุนจะจ่ายเงินส่วนแบ่งให้จากกระแสเงินสดของบริษัท โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 70% ถึง 80% และบางแห่งอาจขยับให้สูงถึง 90% หากรักษาผลงานได้สม่ำเสมอ ซึ่งโครงสร้างนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ได้รับส่วนแบ่งผลงานอย่างสมน้ำสมเนื้อ
โมเดลธุรกิจของ Prop Firm: ทำไมถึงยอมให้ทุนเราเทรด?

โมเดลธุรกิจของ Prop Firm ทำงานด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมสอบเพื่อนำมาอุดหนุนความเสี่ยง ควบคู่กับการนำสัญญาณเทรดของคนเก่งไปทำกำไรต่อครับ
เบื้องหลังพอร์ตจำลอง (Simulated / Virtual Capital)
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าพอร์ตที่ได้มาคือเงินสดจริง ๆ ที่บริษัทโอนให้เทรด แต่ในความเป็นจริง บัญชีที่เทรดเดอร์ได้รับล้วนเป็นบัญชีจำลอง (Demo Account) เมื่อคุณทำกำไร กองทุนจะจ่ายเงินส่วนแบ่งให้จากทุนของบริษัทเอง หรือนำสัญญาณ (Trade Signal) จากพอร์ตของคุณไปคัดลอกลงในพอร์ตเงินจริงของบริษัทเพื่อทำกำไรในตลาดจริงอีกทีครับ
Principal-Agent Problem และรายได้หลักจากค่าสอบ
อุตสาหกรรมนี้มีประเด็นความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ (Principal-Agent Problem) ซ่อนอยู่ เนื่องจากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักสอบไม่ผ่านด้วยแรงกดดันจากกฎ Drawdown ทำให้รายได้หลักของบริษัทมาจาก “ค่าธรรมเนียมสอบของผู้สอบตก” เงินส่วนนี้ถูกนำมาหมุนเวียนจ่ายเป็นกำไรให้กับคนกลุ่มน้อยที่สอบผ่าน รวมถึงใช้เป็นทุนบริหารองค์กรครับ
เปรียบเทียบ Best Prop Firm ยอดนิยม และกฎพื้นฐาน
การค้นหา Best Prop Firm ควรพิจารณาจากรูปแบบการสอบและขีดจำกัดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของเรามากที่สุดครับ
ภาพรวมของผู้ให้บริการชั้นนำ
ในตลาดปัจจุบันมีผู้ให้บริการระดับโลกหลายแห่ง เช่น FTMO, FundedNext, The5ers หรือ FundingPips แต่ละค่ายมีจุดแข็งต่างกัน บางค่ายไม่จำกัดเวลาสอบ (No Time Limit) บางค่ายราคาค่าสอบเข้าถึงง่าย หรือบางค่ายอนุญาตให้ถือออร์เดอร์ข้ามสัปดาห์ได้ การเลือกกองทุนจึงไม่ได้อยู่ที่ส่วนแบ่งกำไรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความโปร่งใสและกติกาที่เหมาะสมกับเราครับ
| ชื่อกองทุน (ตัวอย่าง) | รูปแบบการสอบ | ส่วนแบ่งกำไร (เริ่มต้น) | กฎความเสี่ยงเด่น ๆ |
| กองทุน A | 2-Step Evaluation | 80% | Daily Drawdown คำนวณจาก Balance |
| กองทุน B | 1-Step / 2-Step | 75% | ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาสอบขั้นต่ำ |
| กองทุน C | Instant Funding | 50% | รับพอร์ตจริงทันทีแต่ค่าธรรมเนียมสูง |
กฎการสอบ Prop Firm Challenge ที่ต้องระวัง
กฎการสอบคือเงื่อนไขควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดที่สุด ซึ่งหากละเมิดเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลให้พอร์ตถูกยึดหรือสอบตกทันทีครับ
ข้อกำหนด Maximum Drawdown และ Daily Drawdown
การป้องกันพอร์ตเสียหายคือเป้าหมายหลักของแพลตฟอร์ม พวกเขาจึงกำหนดเส้นตายไว้ 2 ระดับ:
- Daily Drawdown (ขาดทุนสะสมรายวัน): มักกำหนดไว้ที่ 4-5% หากภายในหนึ่งวันพอร์ตของคุณติดลบแตะระดับนี้ พอร์ตจะถูกยึดทันที (ข้อควรระวังคือ บางแห่งคิดจาก Equity บางแห่งคิดจาก Balance ต้นวัน)
- Maximum Drawdown (ขาดทุนสะสมรวม): มักกำหนดไว้ที่ 8-12% ของพอร์ตเริ่มต้น เป็นเส้นตายรวมตลอดอายุพอร์ต หากลบถึงจุดนี้จะถือว่าสอบตกทันที
📢 Traderbobo แนะนำ
มือใหม่มักโฟกัสแต่เป้าหมายกำไรจนลืมเช็กว่า กองทุนนั้น ๆ คำนวณ Daily Drawdown จากตรงไหน ถ้าคิดจาก Equity แปลว่ากำไรลอยตัวที่บวกไปแล้วหดกลับลงมา ก็อาจทำให้ละเมิดกฎรายวันได้แบบไม่รู้ตัวครับ ควรตรวจสอบนิยามคำว่า Drawdown ของค่ายนั้น ๆ ให้ดีก่อนเริ่มเสมอ
กฎอื่น ๆ เช่น Inactivity Rule และการเทรดชนข่าว
นอกเหนือจากการคุมการขาดทุนแล้ว ยังมีกฎยิบย่อยเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงสูง เช่น News Trading Rule ที่ห้ามเปิดหรือปิดออร์เดอร์ในช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือ Inactivity Rule ที่บังคับว่าห้ามปล่อยพอร์ตทิ้งไว้โดยไม่เทรดติดต่อกันเกิน 14-30 วันครับ
| ประเภทความผิด | คำอธิบายโดยสรุป | ผลลัพธ์หากทำผิด |
| ละเมิด Daily Drawdown | ขาดทุนรวมในหนึ่งวันเกินขีดจำกัด | สอบตก / ยึดพอร์ตทันที |
| เทรดช่วงข่าวสำคัญ | วางออร์เดอร์ 2 นาทีก่อน/หลังข่าวแดง | ริบกำไรออร์เดอร์นั้น หรือ สอบตก |
| ไม่เทรดตามกำหนดเวลา | ไม่เข้าเทรดเลยเกินจำนวนวันที่กำหนด | บัญชีถูกระงับหรือปิดใช้งาน |
ข้อดีและความเสี่ยงของการเทรดกับ Prop Firm
ข้อดีของการเทรดกองทุนคือความสามารถในการจำกัด Risk Exposure ด้วยค่าสมัครเพียงหลักร้อยดอลลาร์ แต่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการไร้กฎหมายคุ้มครองในไทยครับ
โอกาสในการเข้าถึงทุนใหญ่โดยจำกัดความเสี่ยงส่วนตัว
ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือ เทรดเดอร์สามารถบริหารพอร์ตหลักหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ได้โดยจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมแรกเข้า หากเกิดข้อผิดพลาดและพอร์ตแตก ความเสียหายสูงสุดคือเงินค่าสอบเท่านั้น คุณไม่ต้องควักเงินเก็บส่วนตัวมาเสี่ยงในตลาด ซึ่งช่วยลดผลกระทบทางจิตวิทยาจากการเสียเงินทุนจริงได้อย่างมากครับ
ความเสี่ยงด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสถานะทางกฎหมายในไทย
ในอีกมุมหนึ่ง เทรดเดอร์ต้องตระหนักว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. และไม่ได้รับการรับรองจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย หากแพลตฟอร์มปิดตัวกะทันหัน หรือมีข้อพิพาทเรื่องการจ่ายเงินส่วนแบ่ง เทรดเดอร์ในไทยจะไม่สามารถเรียกร้องความคุ้มครองใด ๆ จากหน่วยงานรัฐได้เลยครับ
| โอกาส (ข้อดี) | ความเสี่ยง (ข้อควรระวัง) |
| จำกัดความเสี่ยงไว้เท่ากับค่าธรรมเนียมการสอบ | ขาดการคุ้มครองทางกฎหมายจาก ก.ล.ต. และ ธปท. |
| ต่อยอดปั้นพอร์ตขนาดใหญ่ได้โดยใช้ทุนส่วนตัวน้อย | แรงกดดันสูงจากกฎ Drawdown ที่ตึงตัวในแต่ละวัน |
| บังคับให้เกิดวินัยการเทรดผ่านกฎที่เข้มงวด | ความเสี่ยงต่อการปิดตัวหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายกะทันหัน |
สรุปสิ่งที่ต้องคิดก่อนลุยวงการ Prop Firm
โมเดล Prop Firm ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้เทรดเดอร์ที่มีฝีมือแต่ขาดแคลนทุนสามารถเข้ามาพิสูจน์ตัวเองได้ ระบบจะให้คุณบริหารบัญชีจำลองและแบ่งกำไรให้ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องยอมรับกฎการประเมินที่กดดันและสถานะบริษัทที่ไม่มีกฎหมายไทยรองรับ
หากคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองแล้ว ใครที่อยากศึกษาเจาะลึกว่าขั้นตอนการทดสอบมีอะไรบ้าง แนะนำให้ศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบ Prop Firm Challengeได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Prop Firm
สอบ Prop Firm ผ่านแล้วได้พอร์ตเงินจริงทันทีไหม?
พอร์ตที่คุณได้รับหลังสอบผ่านยังคงเป็นบัญชีจำลอง (Virtual Account) ที่เลียนแบบสภาวะตลาดจริงครับ กองทุนไม่ได้นำเงินสดมาใส่บัญชีธนาคารให้คุณเทรด เมื่อคุณทำกำไรบนพอร์ตจำลองได้ ระบบของกองทุนจะนำสัญญาณไปทำกำไรต่อ และจ่ายส่วนแบ่งกำไรให้คุณจากทุนสำรองของบริษัทเองครับ
ถ้าเทรดพอร์ต Prop Firm ขาดทุน ต้องรับผิดชอบหรือชดใช้เงินไหม?
ไม่ต้องชดใช้ครับ ความเสียหายสูงสุดที่คุณจะได้รับคือเสีย “ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ” ในตอนแรกไป หากคุณละเมิดกฎ Drawdown หรือทำพอร์ตขาดทุนจนแตก ทางบริษัทจะดึงสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีคืนไปเท่านั้น คุณไม่ต้องหาเงินก้อนมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนครับ
กำไรจากการเทรด Prop Firm ต้องเสียภาษีในไทยอย่างไร?
เงินรายได้ส่วนแบ่งกำไร (Profit Split) ที่รับโอนจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีนั้น ๆ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและอ้างอิง หลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ก่อนยื่นเสียภาษีเสมอครับ
Prop Firm ถูกกฎหมายในไทยหรือมีหน่วยงานรับรองหรือไม่?
สถาบันผู้ให้ทุนเทรดทั้งหมดเป็นบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศ ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายไทยรองรับโมเดลนี้โดยตรง และไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานทางการ การตัดสินใจจ่ายค่าสอบจึงเป็นการทำข้อตกลงระหว่างคุณกับบริษัทต่างชาติล้วน ๆ ผู้สมัครต้องรับความเสี่ยงด้านสัญญาและนโยบายแพลตฟอร์มเองทั้งหมดครับ
สอบกองทุนต่างจากเทรดบัญชี Demo ของโบรกเกอร์ทั่วไปยังไง?
แม้บัญชีทั้งสองประเภทจะเป็นการใช้เงินสมมติ แต่บัญชีสอบกองทุนนั้นมีความตึงเครียดสูงกว่ามาก เพราะคุณต้องทำตามเป้าหมายกำไร (Profit Target) ให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด และต้องไม่ให้ขาดทุนแตะ Daily Drawdown ในขณะที่บัญชี Demo ทั่วไปทำขึ้นเพื่อใช้ฝึกฝนกลยุทธ์เท่านั้นและไม่มีแรงกดดันเรื่องข้อบังคับครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











