
SOPR (Spent Output Profit Ratio) คือ ตัวชี้วัดทางสถิติมูลค่าบนบล็อกเชน (On-chain Indicator) ที่ใช้วัดสัดส่วนกำไรและขาดทุนรวมของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่มีการเคลื่อนย้ายหรือซื้อขายจริง ณ ช่วงเวลานั้น ๆ โดยคำนวณจากมูลค่าของเหรียญ ณ ตอนที่ขายหรือโอนออก หารด้วยมูลค่าของเหรียญเดียวกัน ณ ตอนที่ได้รับหรือซื้อเข้ามาเก็บในกระเป๋า
การเฝ้าติดตามค่า SOPR ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินสภาวะอารมณ์และจิตวิทยาของตลาดในวงกว้างได้ว่า คนส่วนใหญ่กำลังขายเหรียญเอากำไร หรือกำลังตัดใจขายขาดทุนจากความตื่นตระหนก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกลไกการทำงาน วิธีการอ่านค่า ระดับตัวชี้วัดย่อย และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ตลาดคริปโตครับ
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- SOPR คือ Indicator ที่ใช้วัดว่าเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่มีการเคลื่อนย้ายบน On-chain ถูกขายออกในสภาวะกำไรหรือขาดทุน
- ค่า SOPR > 1.0 หมายถึง ตลาดในภาพรวมกำลังขายเอากำไร ขณะที่ค่า < 1.0 หมายถึง นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังขายตัดขาดทุน
- ระดับค่า 1.0 มักทำหน้าที่เป็นแนวรับทางจิตวิทยาในตลาดกระทิง (Bull Market Support) และมักกลายเป็นแนวต้านในตลาดหมี (Bear Market Resistance) แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งครับ
- การแบ่งประเภทย่อยเป็น aSOPR, STH-SOPR และ LTH-SOPR ช่วยกรองสัญญาณรบกวนออกจากข้อมูล และจำแนกพฤติกรรมระหว่างสายเทรดระยะสั้นกับนักลงทุนระยะยาว

SOPR คืออะไร? หลักการทำงานของ Spent Output Profit Ratio
SOPR หรือ Spent Output Profit Ratio คือ ดัชนีวัดอัตราส่วนกำไรของผลลัพธ์ธุรกรรมที่ถูกใช้ไปในระบบบล็อกเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของวิชา On-chain Analysis ตัวชี้วัดนี้สะท้อนว่าเหรียญคริปโตที่กำลังเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนมือในกระเป๋าต่าง ๆ นั้น มีสถานะเป็นกำไรหรือขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาต้นทุนเดิมที่ได้รับเหรียญนั้นมา
กลไก UTXO Creation และ Spend กับการคำนวณ Realized Value
เพื่อเข้าใจ SOPR ต้องเข้าใจระบบธุรกรรมแบบ UTXO (Unspent Transaction Output) ที่ใช้ใน Bitcoin และบล็อกเชนหลายแห่งก่อนครับ ทุกครั้งที่มีการส่งเหรียญ ระบบจะทำลาย UTXO เก่า และสร้าง UTXO ใหม่ขึ้นมา
- UTXO Creation (จุดซื้อ/จุดรับ): เมื่อเหรียญถูกส่งเข้ากระเป๋า จะเกิด UTXO ใหม่ขึ้น และระบบจะบันทึกราคาดอลลาร์ ณ วันและเวลานั้นไว้เป็น “ราคาต้นทุน” (Creation Value)
- UTXO Spend (จุดขาย/จุดส่ง): เมื่อเหรียญถูกโอนออกจากกระเป๋าเพื่อนำไปขายหรือเปลี่ยนมือ UTXO นั้นจะถูกใช้ไป (Spent Output) และระบบจะบันทึกราคา ณ วันที่โอนออกเป็น “ราคาที่เกิดขึ้นจริง” (Realized Value)
สูตรคำนวณ SOPR และความหมายทางสถิติ
สูตรการคำนวณสำหรับเหรียญใดเหรียญหนึ่งหรือทั้งเครือข่ายสามารถสรุปได้ดังนี้:
SOPR = Realized Value / Creation Value
โดยที่:
- Realized Value คือ มูลค่าของเหรียญในหน่วย USD ณ เวลาที่โอนออก
- Creation Value คือ มูลค่าของเหรียญในหน่วย USD ณ เวลาที่รับเข้ามา
หากนำเหรียญทั้งหมดที่มีการเคลื่อนย้ายในรอบวันมารวมกัน จะได้ค่า SOPR รวมของเครือข่าย ซึ่งช่วยสะท้อนภาพรวมอารมณ์ของผู้ที่ขายเหรียญในช่วงนั้นได้ในระดับหนึ่ง:
| ระดับค่า SOPR | สูตรการคำนวณเชิงเปรียบเทียบ | สภาวะการขายในตลาด (Realized Profit/Loss) |
| มากกว่า 1.0 (SOPR > 1) | Realized Value > Creation Value | ตลาดโดยรวมขายเหรียญออกมารับกำไร (In Profit) |
| เท่ากับ 1.0 (SOPR = 1) | Realized Value = Creation Value | ตลาดโดยรวมขายเหรียญออกในราคาเท่าทุน (At Breakeven) |
| น้อยกว่า 1.0 (SOPR < 1) | Realized Value < Creation Value | ตลาดโดยรวมขายเหรียญออกด้วยความขาดทุน (In Loss) |
วิธีอ่านค่า SOPR Indicator เพื่อวิเคราะห์สภาวะตลาดคริปโต
การตีความค่า SOPR ไม่ได้ดูเพียงแค่ว่าตัวเลขสูงหรือต่ำ แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของค่าเมื่อเทียบกับเส้นมาตรฐาน 1.0 (Baseline) และโครงสร้างสภาวะตลาดในขณะนั้นครับ
SOPR > 1.0: ตลาดขายเอากำไร (Profit Taking)
เมื่อเส้น SOPR ขยับขึ้นสูงกว่า 1.0 แสดงว่าผู้คนที่โอนเหรียญบนบล็อกเชนในวันนั้น กำลังขายเหรียญในราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมา หรือเกิดการทำกำไร (Profit Taking) หากค่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มักเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดเริ่มมีความร้อนแรงเกินไป นักลงทุนจำนวนมากเริ่มทยอยเทขายล็อกกำไร ซึ่งอาจก่อให้เกิดแรงขายกดดันราคาในระยะสั้น
SOPR < 1.0: ตลาดขายตัดขาดทุน (Capitulation)
เมื่อเส้น SOPR ลดลงต่ำกว่า 1.0 หมายความว่าผู้ใช้งานที่โอนเหรียญกำลังยอมขายขาดทุน (Capitulation) หรือตื่นตระหนกต่อการย่อตัวของราคา จนยอมโอนเหรียญออกไปขายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ยิ่งค่าต่ำลงมากเท่าใด ก็ยิ่งแสดงถึงสภาวะการคายของเหรียญออกมารวดเร็วจากความกลัว ซึ่งมักเกิดขึ้นใกล้กับจุดต่ำสุดของรอบการพักฐาน
SOPR = 1.0 เส้นแบ่งแนวรับและแนวต้านทางจิตวิทยา (Bull Rebound / Bear Rejection)
ระดับ 1.0 คือจุดที่ตลาดขายเหรียญกันแบบเท่าทุน และมักถูกใช้เป็นแนวรับแนวต้านทางจิตวิทยาในแต่ละสภาวะตลาด ดังนี้:
ในตลาดกระทิง (Bull Market): ค่า SOPR มักย่อลงมาแล้วเด้งกลับบริเวณ 1.0 เพราะผู้ถือส่วนใหญ่ไม่อยากขายขาดทุน ระดับนี้จึงมักทำหน้าที่เป็นแนวรับ (Support)ในตลาดหมี (Bear Market): ค่า SOPR มักเด้งขึ้นมาแล้วถูกกดกลับบริเวณ 1.0 เพราะผู้ที่ขาดทุนอยู่มักรีบขายเมื่อได้ทุนคืน ระดับนี้จึงมักทำหน้าที่เป็นแนวต้าน (Resistance)

ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละรูปแบบของเส้นมักสัมพันธ์กับสภาวะตลาดและจิตวิทยาของนักลงทุนอย่างไรครับ
| ค่า SOPR | สภาวะตลาด (Market Condition) | จิตวิทยาของนักลงทุน |
| SOPR > 1.0 แล้วพุ่งสูง | กระทิงร้อนแรง / ช่วงปลายเทรนด์ | มั่งคั่ง มั่นใจ เร่งขายเอากำไร |
| SOPR ย่อมาแตะ 1.0 แล้วเด้ง | ตลาดกระทิงช่วงพักฐาน (Bull Rebound) | ไม่ยอมขายขาดทุน แรงขายหมด เกิดแรงซื้อรับ |
| SOPR < 1.0 แล้วดิ่งลง | ตลาดหมี / Panic Sell | ตื่นตระหนก กลัวขาดทุนหนักกว่าเดิม ยอมคายเหรียญ |
| SOPR เด้งมาแตะ 1.0 แล้วร่วง | ตลาดหมีช่วงรีบาวด์ (Bear Rejection) | โล่งอก ขอแค่ได้เงินต้นคืน รีบขายเท่าทุน |
ประเภทย่อยของ SOPR: aSOPR, STH-SOPR และ LTH-SOPR
เนื่องจากข้อมูล On-chain รวมธุรกรรมทุกประเภทไว้ด้วยกัน รวมถึงธุรกรรมระยะสั้นมาก ๆ ที่อาจสร้าง “สัญญาณรบกวน” (Noise) ผู้เชี่ยวชาญจึงพัฒนา SOPR ประเภทย่อยขึ้นมาเพื่อให้วิเคราะห์ได้แม่นยำยิ่งขึ้นครับ
Adjusted SOPR (aSOPR): ตัดสัญญาณรบกวนจากธุรกรรมระยะสั้น
aSOPR คือการคำนวณค่า SOPR โดย ตัดเหรียญที่มีอายุการถือครองน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ออกจากการคำนวณ เหตุผลคือ ธุรกรรมที่โอนเข้าออกภายในไม่กี่นาทีมักเป็นธุรกรรมของหุ่นยนต์เทรด (Trading Bots) หรือการย้ายเงินระหว่างกระเป๋าของ Exchange ซึ่งไม่ได้สะท้อนการตัดสินใจขายของนักลงทุนจริง การใช้อัตราส่วน aSOPR จึงช่วยให้เห็นภาพรวมอารมณ์ของนักลงทุนจริง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
Short-Term Holder SOPR (STH-SOPR): พฤติกรรมสายเทรดระยะสั้น (< 155 วัน)
STH-SOPR จะคำนวณเฉพาะเหรียญที่มีอายุการถือครอง น้อยกว่า 155 วัน ซึ่งแทนกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น หรือสายเก็งกำไร
- กลุ่มนี้ไวต่อความผันผวนของราคามาก เมื่อราคาปรับตัวลงแม้ไม่มาก ค่า STH-SOPR ก็มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 1.0 ได้อย่างรวดเร็ว
- เป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสำหรับการหาจุดเปลี่ยนทิศทางของราคาในระยะสั้นถึงระยะกลาง
Long-Term Holder SOPR (LTH-SOPR): พฤติกรรมสายลงทุนระยะยาว (≥ 155 วัน)
LTH-SOPR คำนวณเฉพาะเหรียญที่มีอายุการถือครอง ตั้งแต่ 155 วันขึ้นไป ซึ่งสะท้อนกลุ่มนักลงทุนระยะยาวหรือ “Smart Money”
- ค่า LTH-SOPR มักทรงตัวอยู่ในระดับต่ำช่วงตลาดหมี และในอดีตมักปรับตัวขึ้นสูงช่วงปลายของตลาดกระทิง เมื่อนักลงทุนระยะยาวเริ่มนำเหรียญที่เก็บมานานออกมาทยอยขายทำกำไร
- เป็นสัญญาณเตือนระดับ Macro ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง Macro Top หรือไม่
ข้อแตกต่างระหว่าง SOPR กับ MVRV Indicator
หลายคนที่เริ่มศึกษา On-chain Analysis มักจะสับสนระหว่าง SOPR กับ ดัชนีวัดมูลค่า MVRV Bitcoin เพราะทั้งคู่ต่างใช้วิเคราะห์สภาวะกำไรขาดทุนของตลาดเหมือนกัน แต่มิติด้านการวัดผลนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
Realized Profit/Loss (SOPR) vs Unrealized Profit/Loss (MVRV)
SOPR (Realized Metric): วัดกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยดูเฉพาะเหรียญที่ถูกเคลื่อนย้ายหรือขายออกในช่วงเวลานั้นMVRV (Unrealized Metric): วัดกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง โดยเทียบมูลค่าตลาด (Market Value) กับมูลค่าต้นทุนรวม (Realized Value) ของเหรียญทั้งหมดในระบบ แม้เหรียญเหล่านั้นจะยังไม่ถูกขาย
การประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างตลาด Bitcoin
การใช้ SOPR Bitcoin ร่วมกับ MVRV Bitcoin จะช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของเทรดเดอร์ในตลาดได้ดียิ่งขึ้น:
| มิติการเปรียบเทียบ | SOPR (Spent Output Profit Ratio) | MVRV Bitcoin (Market Value to Realized Value) |
| ประเภทกำไร/ขาดทุน | กำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized) | กำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized) |
| ขอบเขตข้อมูล | เฉพาะเหรียญที่มีการโอน/ขายในวันนั้น | เหรียญทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบบล็อกเชน |
| วัตถุประสงค์หลัก | ดูอารมณ์การขายและจุดเปลี่ยนในระยะสั้น-กลาง | ดูว่าราคาสินทรัพย์ Overvalued หรือ Undervalued ในระดับ Macro |
| สัญญาณการใช้งาน | ดูการย่อแตะแนวรับ/ต้าน 1.0 | ดูว่าค่าเข้าใกล้เขตที่ในอดีตมักสัมพันธ์กับความกลัว (ต่ำกว่า 1.0) หรือความโลภสูง (สูงกว่า 3.0) * |
*ตามข้อมูล On-chain ของ Glassnode ทั้งนี้เป็นเพียงเขตอ้างอิงเชิงประวัติ บางรอบตลาดจุดสูงสุดเกิดขึ้นก่อนค่าจะแตะระดับนี้
ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้ SOPR วิเคราะห์คริปโต
แม้ SOPR จะเป็นเครื่องมือ On-chain ที่ทรงพลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ทำนายราคาคริปโตได้อย่างแม่นยำ 100% โดยมีข้อจำกัดที่ต้องระมัดระวังดังนี้ครับ
ข้อจำกัดเรื่อง Lagging Indicator และ On-chain Movement
- เป็นตัวชี้วัดย้อนหลัง (Lagging Indicator): ตัวชี้วัดนี้คำนวณจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นและบันทึกลงบล็อกเชนไปแล้ว จึงบอกสิ่งที่ “เพิ่งเกิดขึ้น” ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทันที
- ไม่ครอบคลุมธุรกรรมบน CEX (Off-chain): การซื้อขายส่วนใหญ่ในโลกคริปโตเกิดขึ้นในระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายของศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange: CEX) เช่น Binance หรือ Bitkub ซึ่งไม่ได้เกิดการโอนบนบล็อกเชนจริง จนกว่าจะมีการฝากหรือถอนเหรียญเข้าออกจาก Exchange ค่าที่ได้จึงสะท้อนเฉพาะธุรกรรม On-chain เท่านั้น
- การย้ายกระเป๋าของตัวเอง (Internal Transfers): บางครั้งเจ้ามือหรือ Exchange ย้ายเหรียญไปกระเป๋าใหม่ของตัวเอง ระบบจะนับเป็นการ “Spend” และนำไปคำนวณทันที ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกิดการซื้อขายจริงในตลาด ซึ่งอาจทำให้ค่าสถิติเพี้ยนได้ในบางวัน
ความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลและกฎหมาย/ภาษีในประเทศไทย
คริปโตเคอร์เรนซีจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก การใช้เพียง Indicator เดียวในการตัดสินใจถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป นักลงทุนไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทด้านกฎหมายและการเสียภาษีด้วยครับ:
- การกำกับดูแล: ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งนักลงทุนควรเลือกใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
- ประเด็นด้านภาษี: กำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีโดยทั่วไปถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของ กรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม ตามกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ในปี 2568 กำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงปี 2568–2572 ส่วนการขายผ่านช่องทางอื่นยังอาจมีภาระภาษีตามปกติ Realized Profit ที่สะท้อนในค่า SOPR จึงอาจมีผลทางภาษีต่างกันตามช่องทางที่ใช้ขาย ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรก่อนยื่นภาษีทุกครั้งครับ
บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ SOPR Indicator
SOPR (Spent Output Profit Ratio) คือดัชนี On-chain ที่ช่วยเปิดมุมมองทางจิตวิทยาของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้เราเห็นว่าคนส่วนใหญ่ในเครือข่ายกำลังขายเหรียญเอากำไรหรือขายตัดขาดทุน การเข้าใจระดับ 1.0 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านทางจิตวิทยา ร่วมกับการแยกประเภทเป็น aSOPR, STH-SOPR และ LTH-SOPR จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการอ่านสภาวะตลาด และช่วยให้เราไม่หลงไปกับอารมณ์ชั่ววูบของราคาครับ
📢 Traderbobo แนะนำ
อย่างไรก็ตาม SOPR เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ย้อนหลัง การบริหารความเสี่ยง การกระจายพอร์ต และศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์ On-chain Indicators ตัวอื่น ๆ เพิ่มเติมประกอบกันจึงยังเป็นสิ่งจำเป็นเสมอครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SOPR
SOPR คืออะไร ในการวิเคราะห์ On-chain คริปโต?
SOPR คือ อัตราส่วนที่วัดว่าเหรียญคริปโตที่มีการโอนหรือขายในวันนั้น ถูกขายออกในสภาวะที่มีกำไรหรือขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาต้นทุนเดิม สะท้อนถึงจิตวิทยาและสภาวะอารมณ์ของนักลงทุนในภาพรวมได้เป็นอย่างดีครับ
SOPR ค่าปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่ และค่า 1.0 มีความสำคัญอย่างไร?
ค่าปกติของ SOPR มักแกว่งตัวอยู่รอบ ๆ ระดับ 1.0 ซึ่งเป็นจุดเท่าทุน (Breakeven) ในตลาดกระทิง ระดับ 1.0 มักทำหน้าที่เป็นแนวรับเพราะคนส่วนใหญ่ไม่อยากขายขาดทุน ส่วนในตลาดหมี ระดับ 1.0 มักกลายเป็นแนวต้าน เพราะคนที่ขาดทุนอยู่มักรอขายเมื่อได้ทุนคืน อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งครับ
STH-SOPR กับ LTH-SOPR ต่างกันอย่างไรในการอ่านแนวโน้มราคา Bitcoin?
STH-SOPR คำนวณเฉพาะเหรียญที่ถือครองน้อยกว่า 155 วัน สะท้อนพฤติกรรมสายเทรดระยะสั้นที่ตอบสนองต่อราคาไว ส่วน LTH-SOPR คำนวณเฉพาะเหรียญที่ถือเกิน 155 วัน สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนระยะยาว ซึ่งในอดีตมักขายทำกำไรก้อนใหญ่ในช่วงที่ตลาดใกล้จุดสูงสุดของรอบครับ
SOPR แม่นยำแค่ไหนในการทำนายจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของตลาด?
SOPR ไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคตแบบ 100% เนื่องจากเป็น Lagging Indicator ที่คำนวณจากข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้ว และวัดเฉพาะธุรกรรมบนบล็อกเชน (On-chain) เท่านั้น จึงควรนำไปใช้วิเคราะห์ร่วมกับเครื่องมือการเงินและจิตวิทยาตลาดอื่น ๆ เสมอ
สามารถดูค่า SOPR ได้จากแพลตฟอร์มไหนบ้าง?
สามารถติดตามค่า SOPR Crypto และประเภทย่อยต่าง ๆ ได้จากแพลตฟอร์มให้บริการข้อมูล On-chain ชั้นนำ เช่น Glassnode, CryptoQuant, Coinglass หรือ BGeometrics ซึ่งจะมีทั้งแบบให้บริการฟรีเบื้องต้นและแบบสมัครสมาชิกรายเดือนครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้ครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











