
การเรียนรู้ว่า TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรด อย่างถูกต้อง คือก้าวแรกสำคัญในการเข้าสู่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของประเทศไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. โดยการเทรด TFEX ช่วยให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง ผ่านการวางเงินหลักประกันเพียงบางส่วนของมูลค่าสัญญาจริง
อย่างไรก็ตาม ตลาดอนุพันธ์มาพร้อมกับกลไกอัตราทวีคูณ (Leverage) ที่ขยายทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงไปพร้อมกัน เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องเข้าใจระบบการวางเงินหลักประกัน การชำระราคาประจำวัน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการถูกเรียกวางเงินเพิ่ม คู่มือนี้จะสรุปขั้นตอนการเริ่มต้นเทรด TFEX ไว้อย่างเป็นระบบครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมด ผลตอบแทนหรือผลงานในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- การเทรด TFEX คือการส่งคำสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา โดยใช้เงินวางหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) เพียง 5-20% ของมูลค่าสัญญาจริง
- นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งสองสภาวะตลาด โดยเปิดสถานะ Long เมื่อคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้น และเปิดสถานะ Short เมื่อคาดว่าราคาจะปรับตัวลง
- ระบบชำระราคาประจำวัน (Mark to Market) จะคำนวณผลกำไร-ขาดทุนจริงทุกวันทำการ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) หากเงินในบัญชีลดลงต่ำกว่าระดับ Maintenance Margin
- การเลือกโบรกเกอร์ในการ เปิดบัญชี TFEX ที่ไหนดี ควรพิจารณาเฉพาะบริษัทสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เท่านั้น
- สัญญา Futures มีอายุจำกัด หากต้องการถือสถานะต่อข้ามงวดสัญญา เทรดเดอร์จะต้องดำเนินการ TFEX series หมดอายุ rollover ก่อนที่สัญญาเดิมจะหมดอายุ
TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรด: TFEX คืออะไร และต่างจากการเทรดหุ้นอย่างไร?
การเริ่มต้นทำความเข้าใจว่า TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรด ต้องเริ่มจากการมองภาพโครงสร้างของตลาดซื้อขายล่วงหน้าให้ออกก่อนครับว่านี่ไม่ใช่การซื้อสินทรัพย์จริงเข้ามาเก็บไว้ในพอร์ต แต่เป็นการเข้าทำสัญญาเพื่อเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาอ้างอิง
นิยามของ TFEX คืออะไร ในระบบตลาดอนุพันธ์ไทย
คำว่า TFEX คืออะไร ในบริบทของตลาดทุนไทย นั้นย่อมาจาก Thailand Futures Exchange ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างเป็นทางการเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตลาดนี้จัดเป็นประเภทหนึ่งของ ตราสารอนุพันธ์ ซึ่งก็คือ ตราสารทางการเงินที่มูลค่าของมันจะผันแปรตามราคาสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset)
สินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว อัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ในบทบาทของสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทองคำ หรือน้ำมัน ซึ่งการเทรดใน TFEX ไม่ใช่การส่งมอบทองคำแท่งหรือหุ้นจริง แต่เป็นการชำระส่วนต่างราคากันด้วยเงินสด (Cash Settlement) เป็นหลักครับ
สัญญา Futures คืออะไร และทำไมถึงใช้เงินลงทุนน้อยกว่ามูลค่าสัญญาจริง
สัญญา Futures คือข้อตกลงซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคาที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน โดยมีกำหนดเวลาชำระราคาในอนาคต ความพิเศษของสัญญาล่วงหน้าใน TFEX คือกลไกการใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) ทำให้ผู้เทรดไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเต็มมูลค่าสัญญา
ตัวอย่างเช่น สัญญา SET50 Index Futures 1 สัญญา อาจมีมูลค่าสัญญาจริงสูงถึง 180,000 บาท (คำนวณจาก ดัชนี 900 จุด × ตัวคูณสัญญา 200 บาท) แต่ TFEX กำหนดให้นักลงทุนวางเงินหลักประกันขั้นต้นเพียงประมาณ 10,000–15,000 บาทเท่านั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Leverage และอนุพันธ์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
📌 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: อัตราหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) และค่าธรรมเนียม TFEX ปัจจุบัน ทั้งนี้ โปรดตรวจสอบวันที่ประกาศจากเว็บไซต์ TFEX โดยตรงก่อนใช้งาน
ตลาด TFEX มีสินค้ายอดนิยมอะไรบ้าง
สินค้ายอดนิยมในตลาด TFEX ที่เทรดเดอร์ไทยนิยมส่งคำสั่งซื้อขาย สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่:
- SET50 Index Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 เหมาะสำหรับผู้ต้องการเก็งกำไรภาพรวมตลาดหุ้นไทย
- Gold Online Futures & Gold Futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงราคาทองคำ โดย Gold Online จะอ้างอิงราคาทองคำโลก (USD) ส่วน Gold Futures จะอ้างอิงทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% ในไทย
- Currency Futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น EUR/USD, USD/JPY และ USD/THB Futures
- Single Stock Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาหุ้นรายตัวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทำไมเทรดเดอร์ถึงเลือกเทรด TFEX?
จุดเด่นที่ทำให้ TFEX ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มเทรดเดอร์สายเก็งกำไรและนักลงทุนสถาบัน คือความยืดหยุ่นของกลไกการซื้อขายที่เหนือกว่าการซื้อขายหุ้นแบบปกติ
การทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง: ฝั่งซื้อ (Long) และฝั่งขาย (Short)
การเทรดหุ้นปกติโดยทั่วไปจะทำกำไรได้เฉพาะสภาวะตลาดขาขึ้นเท่านั้น (ซื้อต่ำไปขายสูง) แต่ในตลาด TFEX เทรดเดอร์สามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง:
- สถานะ Long (ฝั่งซื้อ): เปิดสถานะเมื่อคาดการณ์ว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะปรับตัวขึ้น หากราคาปรับขึ้นจริงจะได้กำไร แต่หากราคาปรับลงจะขาดทุน
- สถานะ Short (ฝั่งขาย): เปิดสถานะเมื่อคาดการณ์ว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะปรับตัวลง โดยทำการส่งคำสั่ง “ขายก่อน” แล้วค่อย “ซื้อคืน” ในราคาที่ต่ำกว่า หากราคาปรับลงจริงจะได้กำไร แต่หากราคาปรับขึ้นจะขาดทุน
อัตราทวีคูณ (Leverage) และระบบการวางเงินหลักประกัน
การวางเงินหลักประกันเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของมูลค่าสัญญาจริง ทำให้เกิดอัตราทวีคูณ หรือ Leverage ตัวอย่างเช่น หากวางเงินหลักประกัน 10,000 บาท เพื่อควบคุมสัญญาที่มีมูลค่า 100,000 บาท จะเท่ากับเราใช้ Leverage อยู่ที่ 10 เท่า หากสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนราคาไป 1% ผลตอบแทนหรือผลขาดทุนต่อเงินหลักประกันของเราจะขยับไปถึง 10% ทันทีครับ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การเทรดหุ้นปกติ (Equity) | การเทรด TFEX (Futures) |
| รูปแบบการเป็นเจ้าของ | ได้สิทธิเป็นเจ้าของหุ้นจริง มีสิทธิรับเงินปันผล | เป็นเพียงสัญญาข้อตกลง ไม่มีสิทธิในหุ้นจริง |
| ทิศทางการทำกำไร | เน้นทำกำไรขาขึ้นเป็นหลัก (เปิด Long) | ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) |
| การใช้เงินลงทุน | ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนมูลค่าหุ้น (100%) | วางเงินหลักประกันบางส่วน (ประมาณ 5–15%) |
| ระยะเวลาถือครอง | ถือครองได้แบบไม่มีหมดอายุ | มีวันหมดอายุสัญญาชัดเจนในแต่ละ Series |
| การชำระราคา | ชำระราคา T+2 วันทำการ | ชำระราคาทุกสิ้นวันทำการ (Mark to Market) |
TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรดใน 5 ขั้นตอนการเริ่มเทรดสำหรับมือใหม่
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดซื้อขายล่วงหน้า นี่คือขั้นตอนเชิงปฏิบัติการตั้งแต่การเตรียมบัญชีไปจนถึงการบริหารจัดการสัญญาครับ
ขั้นตอนที่ 1: การเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตและคำตอบสำหรับ เปิดบัญชี TFEX ที่ไหนดี
คำถามแรก ๆ สำหรับมือใหม่คือควรเลือก เปิดบัญชี TFEX ที่ไหนดี คำตอบคือควรเปิดกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) หรือบริษัทหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตราสารอนุพันธ์อย่างถูกต้องจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น
ปัจจัยในการเลือกโบรกเกอร์ ได้แก่ ระบบการส่งคำสั่งที่เสถียร บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์มืออาชีพ และโครงสร้าง ค่าธรรมเนียม หลักประกัน TFEX ที่แข่งขันได้ในตลาดครับ
ขั้นตอนที่ 2: วางเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) เข้าบัญชีอนุพันธ์
เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติแล้ว เทรดเดอร์ต้องทำการโอนเงินเข้าบัญชีอนุพันธ์เพื่อใช้เป็นเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin: IM) ก่อนเริ่มส่งคำสั่ง เงินส่วนนี้จะทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยง ไม่ใช่เงินค่าซื้อสัญญาทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 3: การส่งคำสั่งซื้อขาย Long / Short ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming
ในประเทศไทย เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะส่งคำสั่งผ่านแอปพลิเคชัน Streaming for TFEX ซึ่งมีรูปแบบคำสั่งสำคัญดังนี้:
- Open Long: เปิดสถานะซื้อเมื่อมองว่าราคาจะขึ้น
- Close Long: ปิดสถานะซื้อเพื่อรับรู้กำไรหรือขาดทุน
- Open Short: เปิดสถานะขายเมื่อมองว่าราคาจะลง
- Close Short: ปิดสถานะขายเพื่อรับรู้กำไรหรือขาดทุน
ขั้นตอนที่ 4: การชำระราคาประจำวัน (Mark to Market) และการคำนวณกำไร-ขาดทุน
ทุก ๆ สิ้นวันทำการ ตลาด TFEX จะทำการคำนวณราคาประเมิน ณ สิ้นวัน (Settlement Price) เพื่อนำมาปรับยอดเงินในบัญชีหลักประกันของเทรดเดอร์ทุกคน เรียกว่ากระบวนการ Mark to Market หากวันนั้นเทรดเดอร์กำไร เงินจะถูกโอนเพิ่มเข้าบัญชี แต่หากขาดทุน เงินหลักประกันในบัญชีจะถูกหักออกทันที
ขั้นตอนที่ 5: การจัดการอายุสัญญาเมื่อ TFEX series หมดอายุ rollover เพื่อถือสถานะต่อ
สัญญา TFEX แต่ละฉบับจะมีชื่อเรียกตามเดือนและปีที่หมดอายุ เช่น S50U26 (SET50 Futures หมดอายุเดือนกันยายน ปี 2026) หากสัญญาใกล้หมดอายุแต่เทรดเดอร์ยังต้องการถือสถานะเดิมต่อ จะต้องทำกระบวนการ TFEX series หมดอายุ rollover โดยการเปิดสถานะปิดสัญญาใน Series ปัจจุบัน พร้อมกับเปิดสถานะใหม่ใน Series ถัดไปพร้อมกันครับ
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องเตรียม / ดำเนินการ | ข้อควรระวัง |
| 1. เปิดบัญชี | บัตรประชาชน, บัญชีธนาคาร, เอกสารแสดงตัวตน | เลือกเฉพาะโบรกเกอร์ที่รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. |
| 2. วางหลักประกัน | โอนเงินเข้าบัญชีอนุพันธ์ตามเกณฑ์ Initial Margin | ควรเผื่อเงินสำรองไว้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำเสมอ |
| 3. ส่งคำสั่งซื้อขาย | วิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ และเลือกเปิด Long หรือ Short | ตรวจสอบตัวคูณสัญญาและมูลค่าความเสี่ยงจริง |
| 4. ติดตามสถานะ | เช็กยอดเงินในพอร์ตหลังปิดตลาดประจำวัน | เฝ้าระวังระดับเงินทุนไม่ให้ตกไปถึงระดับ Margin Call |
| 5. บริหารสัญญา | ปิดสถานะเพื่อรับรู้กำไร หรือทำ Rollover สัญญา | วางแผนก่อนถึงวัน Settlement วันสุดท้ายของซีรีส์ |
ฃระบบหลักประกัน และ ค่าธรรมเนียม หลักประกัน TFEX ที่ต้องรู้
หัวใจสำคัญของการเทรด TFEX ให้รอดพ้นจากความเสี่ยง คือการเข้าใจโครงสร้างของระดับเงินหลักประกันและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครับ
สัดส่วน Initial Margin, Maintenance Margin และ Force Close Level
บริษัท Thailand Clearing House (TCH) และ TFEX จะกำหนดระดับเงินหลักประกันออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ดังนี้:
- Initial Margin (IM) – หลักประกันขั้นต้น: จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชีก่อนจะเปิดสถานะสัญญาได้ 1 สัญญา
- Maintenance Margin (MM) – หลักประกันรักษาสภาพ: ระดับเงินทุนขั้นต่ำที่ต้องรักษาไว้ในพอร์ตขณะถือสถานะ หากเงินทุนในพอร์ตลดลงต่ำกว่าระดับ MM อันเนื่องมาจากขาดทุน Mark to Market เทรดเดอร์จะโดน Margin Call ซึ่งต้องโอนเงินมาเติมให้กลับไปถึงระดับ IM ภายในเวลาที่กำหนด
- Force Close Level (FM) – ระดับบังคับปิดสถานะ: หากเงินทุนลดลงรุนแรงจนต่ำกว่าระดับ FM โบรกเกอร์มีสิทธิส่งคำสั่งปิดสถานะสัญญาของเทรดเดอร์ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้พอร์ตติดลบเกินเงินหลักประกัน
โครงสร้างค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Brokerage Fee + Trading/Clearing Fee)
การเทรด TFEX มีคิดค่าธรรมเนียมรวมที่เรียกว่า คอมมิชชัน (Commission) ซึ่งประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโบรกเกอร์ (Brokerage Fee) ค่าธรรมเนียมตลาด TFEX (Trading Fee) และค่าธรรมเนียมการชำระราคา (Clearing Fee) [อ่านรายละเอียด: อัตราหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) และค่าธรรมเนียม TFEX ปัจจุบัน] ซึ่งคิดเป็นอัตราต่อสัญญาแบบขั้นบันไดหรืออัตราเหมาจ่ายตามแต่ประเภทสินทรัพย์อ้างอิง
| ระดับหลักประกัน | สภาพะเงินทุนในพอร์ต | Action ที่ต้องทำ / ผลกระทบ |
| > Initial Margin (IM) | สภาพคล่องปกติ | สามารถเปิดสถานะสัญญาเพิ่มได้ตามปกติ |
| ต่ำกว่า IM แต่ > MM | ถือสถานะได้ปกติ | ไม่สามารถเปิดสถานะใหม่เพิ่มได้ จนกว่าจะเติมเงิน |
| ต่ำกว่า Maintenance Margin (MM) | Margin Call (เรียกวางเงินเพิ่ม) | ต้องฝากเงินเพิ่มให้ถึงระดับ IM ภายในเวลาที่กำหนด |
| ต่ำกว่า Force Close Level (FM) | Force Close (บังคับปิดสถานะ) | โบรกเกอร์จะปิดสถานะสัญญาทันทีเพื่อจำกัดขาดทุน |
📢 Traderbobo แนะนำ: มือใหม่หลายคนพลาดตรงที่ใส่เงินพอดีเกณฑ์ Initial Margin เป๊ะ ๆ พอโดน Mark to Market ขาดทุนแค่นิดเดียวก็เจอ Margin Call ทันที พี่แนะนำว่าควรวางเงินสำรองไว้ในพอร์ตอย่างน้อย 2–3 เท่าของ Initial Margin เสมอเพื่อให้ออกซิเจนพอร์ตทำงานได้สะดวกครับ
ข้อควรระวังและการบริหารความเสี่ยงก่อน เริ่มเทรด TFEX
กลไกการใช้ Leverage สูงเปรียบเสมือนดาบสองคม หากวิเคราะห์ผิดทางและไม่มีการจำกัดความเสี่ยง อาจทำให้เงินทุนสูญเสียอย่างรวดเร็ว
ความเสี่ยงจาก Leverage สูงและการถูกเรียกวางเงินเพิ่ม (Margin Call)
เมื่อตลาดเคลื่อนที่ฝั่งตรงข้ามกับสถานะที่คุณเปิดไว้ ผลขาดทุนจะถูกคูณด้วย Leverage ทันที หากไม่มีการวางแผนจัดการเงินทุน คุณอาจถูกเรียกวางเงินเพิ่มในเวลาอันสั้น และหากไม่สามารถนำเงินมาวางเพิ่มได้ทันเวลา สถานะสัญญาของคุณจะถูกบังคับปิดทันทีในราคาที่ไม่พึงประสงค์
การตั้ง Stop Loss และการคำนวณ Position Sizing ที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์พอร์ตเสียหายรุนแรง เทรดเดอร์ควรกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ล่วงหน้าทุกครั้งก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย และต้องคำนวณขนาดสัญญา (Position Sizing) ให้สอดคล้องกับขนาดเงินทุนรวม เช่น กำหนดให้ความเสี่ยงต่อการเทรด 1 ครั้ง ไม่เกิน 1–2% ของเงินทุนทั้งหมดในพอร์ตครับ
สรุปแนวทาง TFEX เล่นอย่างไร เริ่มเทรดอย่างปลอดภัยต้องทำยังไง
การเข้าใจว่า TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรด ถือเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้คุณเข้าถึงเครื่องมือการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูง สร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง อย่างไรก็ตาม Leverage ที่สูงในตลาดอนุพันธ์ต้องการวินัยในการบริหารเงินทุนอย่างเคร่งครัด ควรวางแผนการตัดขาดทุนและรักษาระดับเงินหลักประกันให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเสมอ หากต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิงประเภทสินค้าโภคภัณฑ์
📙 สามารถอ่านคู่มือเริ่มต้นการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจก่อนเริ่มเทรดจริงได้ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TFEX เล่นยังไง เริ่มเทรด
เริ่มเทรด TFEX ต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์อ้างอิงที่เลือกเทรดครับ หากเป็นสินค้าขนาดเล็กเช่น USD Futures หรือ Single Stock Futures บางตัว อาจใช้เงินหลักประกันขั้นต้นเพียงหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อ 1 สัญญา แต่หากเป็น SET50 Index Futures หรือ Gold Futures อาจต้องใช้เงินหลักประกันขั้นต้นประมาณ 10,000–20,000 บาทขึ้นไปต่อสัญญา ทั้งนี้ควรเตรียมเงินทุนสำรองไว้เผื่อสภาวะผันผวนด้วยครับ
TFEX series หมดอายุ rollover ต้องทำอย่างไรเมื่อไม่อยากปิดสัญญา?
หากไม่อยากปิดสถานะการลงทุนเมื่อสัญญาใกล้หมดอายุ เทรดเดอร์ต้องทำ Rollover โดยส่งคำสั่งสเปรด (Combination Order) หรือส่งคำสั่งปิดสถานะในสัญญาซีรีส์ที่จะหมดอายุ (เช่น ปิดสถานะ S50M26) แล้วเปิดสถานะเดิมในสัญญาซีรีส์ถัดไป (เช่น เปิดสถานะ S50U26) ก่อนที่สัญญาเดิมจะเข้าสู่วันทำการสุดท้ายของการซื้อขาย
ค่าธรรมเนียม หลักประกัน TFEX คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา?
เงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) โดยทั่วไปจะคิดเป็นประมาณ 5–20% ของมูลค่าสัญญาจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิงซึ่ง TFEX จะมีการประกาศปรับเปลี่ยนเป็นระยะ ส่วนค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะคิดเป็นเงินบาทต่อสัญญาแบบคงที่ ไม่ได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนค่าคอมมิชชันหุ้นครับ
เปิดบัญชี TFEX ที่ไหนดี เลือกโบรกเกอร์อย่างไรให้ปลอดภัยตามเกณฑ์ ก.ล.ต.?
ควรเลือกโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกของตลาด TFEX และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตราสารอนุพันธ์จาก สำนักงาน ก.ล.ต. โดยตรง สามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ควรพิจารณาความเสถียรของระบบเทรด ค่าธรรมเนียม และคุณภาพของบทวิเคราะห์ประกอบกันครับ
ตราสารอนุพันธ์ คือ อะไร และแตกต่างจาก TFEX อย่างไร?
ตราสารอนุพันธ์ คือชื่อเรียกประเภทของสัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นอยู่กับสินทรัพย์อ้างอิง ส่วน TFEX คือชื่อของ “ตลาด” หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยที่ให้บริการเป็นตัวกลางจัดให้มีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้นทั้งหมด ผลตอบแทนหรือผลงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และดำเนินการซื้อขายผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อกำหนด อัตราหลักประกัน และกฎเกณฑ์ของทางตลาดก่อนทำการซื้อขายทุกครั้ง
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











