
อาชีพเทรดเดอร์ เป็นหนึ่งในสายอาชีพด้านการเงินที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นและเกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังสงสัยว่าเทรดเดอร์มีหน้าที่อย่างไร รายได้มาจากไหน และจำเป็นต้องมีทักษะแบบใดบ้าง
บทความนี้พี่โบ้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ ตั้งแต่ความหมายของอาชีพเทรดเดอร์ ประเภทของการเทรด ทักษะที่จำเป็น แนวทางการสร้างรายได้ ไปจนถึงเรื่องภาษีที่เทรดเดอร์ไทยควรรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาเกี่ยวกับสายอาชีพนี้ครับ
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาชีพเทรดเดอร์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน รายได้และผลลัพธ์จากการเทรดอาจแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ ความรู้ และการบริหารความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
เทรดเดอร์ คืออะไร?
เทรดเดอร์ (Trader) คือ บุคคลที่ทำการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น สกุลเงิน (Forex) หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดครับ
พูดให้เข้าใจง่าย เทรดเดอร์ คือ ผู้ที่เข้าซื้อสินทรัพย์เมื่อราคาอยู่ในจุดที่เหมาะสมตามการวิเคราะห์ของตน และขายออกเมื่อราคาเคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ไว้ หรือในบางกรณีก็อาจใช้วิธีขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืนภายหลัง เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดครับ
Tip! สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ต่างจากนักลงทุนทั่วไป คือ เรื่องของ ระยะเวลา โดยนักลงทุนมักถือสินทรัพย์ระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทนจากการเติบโต แต่เทรดเดอร์ซื้อ-ขายบ่อยกว่าและใช้ประโยชน์จากความผันผวนระยะสั้นของตลาดครับ
ประเภทของเทรดเดอร์
เทรดเดอร์แบ่งออกได้หลายประเภทตามรูปแบบการดำเนินชีวิตและเป้าหมาย ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีลักษณะ วิธีบริหารเวลา และระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันครับ โดยที่พบบ่อยที่สุดมี 2 ประเภทหลัก ได้แก่
Full Time Trader
Full Time Trader คือ เทรดเดอร์ที่ ใช้การเทรดเป็นอาชีพหลัก และมีรายได้จากกิจกรรมนี้เป็นหลัก โดยไม่มีงานประจำหรือแหล่งรายได้อื่น
ลักษณะของ Full Time Trader
- ใช้เวลาทั้งหมดให้กับการวิเคราะห์ตลาด วางแผนกลยุทธ์ และบริหารพอร์ต
- มีวินัยในการควบคุมความเสี่ยง (Risk Management) อย่างเคร่งครัด
- ต้องมีเงินทุนเพียงพอที่จะรองรับช่วงเวลาที่ตลาดไม่เป็นใจ
- รายได้ไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับผลการเทรดในแต่ละช่วงเวลา
พี่โบ้อธิบายเพิ่ม: ก่อนตัดสินใจเป็น Full Time Trader ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อยประมาณ 6–12 เดือน และควรมีประสบการณ์เทรดหรือมีสถิติการเทรดที่ติดตามผลได้ต่อเนื่องระยะหนึ่ง เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงินได้รอบคอบมากขึ้นครับ
Part Time Trader
Part-Time Trader คือ ผู้ที่เทรดควบคู่ไปกับงานประจำ ธุรกิจส่วนตัว หรือแหล่งรายได้อื่น โดยใช้เวลาว่างในการศึกษาและบริหารพอร์ตการลงทุน
ลักษณะของ Part-Time Trader
- ยังมีรายได้หลักจากช่องทางอื่น ช่วยลดแรงกดดันด้านการเงินบางส่วน
- เหมาะกับสไตล์การเทรดที่ไม่จำเป็นต้องติดตามกราฟตลอดเวลา เช่น Swing Trading หรือ Position Trading
- ต้องวางแผนเวลาและเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะกับตารางชีวิตของตนเอง
- เป็นแนวทางที่หลายคนใช้ในการเริ่มต้นเรียนรู้ตลาดการเงินและสะสมประสบการณ์ในการเทรด
รูปแบบนี้ ค่อนข้างเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะยังมีรายได้หลักรองรับระหว่างเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ สามารถค่อย ๆ พัฒนาระบบการเทรดและบริหารความเสี่ยงได้ตามจังหวะของตัวเองมากขึ้นครับ
พี่โบ้แนะนำ: หากอยากพัฒนาทักษะการเทรด Forex ลองศึกษาแนวคิดจากเทรดเดอร์ระดับโลก ทั้งเรื่องวินัย การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนการเทรด เพื่อช่วยให้เข้าใจมุมมองและแนวทางการอยู่รอดในตลาดระยะยาวมากขึ้นครับ
เริ่มต้นเป็นเทรดเดอร์ควรมีทักษะอะไรบ้าง?
ก่อนเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเทรดเดอร์ การเทรดในตลาดการเงินมักเกี่ยวข้องกับทั้งการวิเคราะห์ การวางแผน และการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไป เทรดเดอร์หลายคนจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะพื้นฐานในด้านต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและปรับให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเอง
ทักษะสำหรับเทรดเดอร์
ความรู้และการวิเคราะห์
- เข้าใจหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เช่น แนวรับ-แนวต้าน และ Indicator พื้นฐาน
- มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เช่น ข่าวเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และ GDP
- เข้าใจโครงสร้างของตลาดที่ต้องการเทรด เช่น Forex หุ้น หรือ Crypto
- รู้จักประเภทคำสั่งซื้อขาย เช่น Market Order, Limit Order และ Stop Loss
การบริหารความเสี่ยง
- สามารถกำหนด Risk per Trade ได้ เช่น จำกัดความเสี่ยงต่อครั้งในระดับที่เหมาะสม
- เข้าใจแนวคิด Risk/Reward Ratio และสามารถนำไปปรับใช้กับแผนการเทรด
- มีแนวทางรับมือเมื่อราคาตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
จิตวิทยาการเทรด
- ควบคุมอารมณ์ระหว่างเทรดได้ และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากความกลัวหรือความรีบร้อน
- เข้าใจว่าตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ
- มีวินัยในการปฏิบัติตาม Trading Plan อย่างต่อเนื่อง
การบันทึกและพัฒนา
- บันทึก Trading Journal เพื่อใช้ทบทวนและปรับปรุงแนวทางการเทรด
- ทดสอบกลยุทธ์ด้วย Backtesting ก่อนนำไปใช้จริง
- ศึกษาและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับตลาดและกลยุทธ์การเทรดใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
เทคนิคและเครื่องมือ
- สามารถใช้งานแพลตฟอร์มเทรด เช่น MetaTrader หรือ TradingView ได้ในระดับพื้นฐาน
- เข้าใจต้นทุนในการเทรด เช่น Spread, Commission และ Swap
*หมายเหตุ: การมีทักษะพื้นฐานไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายเสมอไป เนื่องจากตลาดการเงินมีความผันผวนและมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ทักษะเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
อาชีพเทรดเดอร์รายได้เท่าไหร่?
รายได้ของอาชีพเทรดเดอร์ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเงินทุน ประสบการณ์ แนวทางการเทรด การบริหารความเสี่ยง และสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น พี่โบ้จึงยกตัวอย่างการคำนวณแบบสมมติ โดยอ้างอิงจากเป้าหมายผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3% ทั้งในรูปแบบรายเดือนและรายวันในเชิงทฤษฎี ดังนี้
สมมติกำไรเฉลี่ย 3% ต่อเดือน
| ทุนเริ่มต้น | กำไรต่อเดือน (3%) | กำไรต่อปี (แบบ Compound) |
| 10,000 บาท | ~300 บาท | ~4,380 บาท |
| 30,000 บาท | ~900 บาท | ~13,140 บาท |
| 50,000 บาท | ~1,500 บาท | ~21,900 บาท |
| 100,000 บาท | ~3,000 บาท | ~43,800 บาท |
| 300,000 บาท | ~9,000 บาท | ~131,400 บาท |
สมมติกำไรเฉลี่ย 3% ต่อวัน (สำหรับ Day Trader)
| ทุนเริ่มต้น | กำไรต่อวัน (3%) | กำไรต่อเดือน (22 วันทำการ) |
| 10,000 บาท | ~300 บาท | ~6,600 บาท |
| 30,000 บาท | ~900 บาท | ~19,800 บาท |
| 50,000 บาท | ~1,500 บาท | ~33,000 บาท |
| 100,000 บาท | ~3,000 บาท | ~66,000 บาท |
| 300,000 บาท | ~9,000 บาท | ~198,000 บาท |
*หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดในตารางเป็นเพียงการจำลองในเชิงทฤษฎีเพื่อใช้ประกอบความเข้าใจเท่านั้น ในทางปฏิบัติ ผลลัพธ์จากการเทรดอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะตลาด ประสบการณ์ ระบบการเทรด และการบริหารความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
เทรดเดอร์เสียภาษียังไง?
เรื่องภาษีถือเป็นอีกประเด็นที่เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการวางแผนทางการเงินและลักษณะรายได้จากการลงทุน โดยสำหรับเทรดเดอร์ในประเทศไทย แนวทางด้านภาษีอาจแตกต่างกันไปตามประเภทสินทรัพย์และแหล่งที่มาของรายได้ ดังนี้
ภาษีจากรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
รายได้จากการเทรดในประเทศ
- กำไรจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ แนวทางหรือกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของภาครัฐ
- เงินปันผลจากหุ้นไทย โดยทั่วไปมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีหรือเลือกเสียภาษีแบบ Final Tax ได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
รายได้จากการเทรดต่างประเทศ
- รายได้จากต่างประเทศที่มีการนำกลับเข้าประเทศไทย อาจเข้าข่ายต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรและมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร
- กำไรจากการเทรด Forex โดยทั่วไป ถูกจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 ตามมาตรา 40(4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งครอบคลุมรายได้จากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล และผลประโยชน์จากการโอนหุ้น
- สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Cryptocurrency รายได้หรือกำไรจากการซื้อขายก็จัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 4 ตามมาตรา 40(4) เช่นเดียวกัน และต้องนำมารวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด. 90 ตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
| รายได้สุทธิต่อปี | อัตราภาษี |
| 0 – 150,000 บาท | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| 5,000,001 บาทขึ้นไป | 35% |
พี่โบ้แนะนำ: สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องวิธีคำนวณ สิทธิลดหย่อน และการยื่น ภ.ง.ด. สามารถศึกษาต่อได้ที่ ภาษี Forex และตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการได้โดยตรงที่ กรมสรรพากร
สรุปเกี่ยวกับอาชีพเทรดเดอร์
อาชีพเทรดเดอร์เป็นสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เช่น Forex หุ้น ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล โดยลักษณะการทำงานมักเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ตลาด การวางแผนการเทรด และการบริหารความเสี่ยง ซึ่งเทรดเดอร์แต่ละคนอาจมีรูปแบบการเทรด เป้าหมาย และระยะเวลาในการติดตามตลาดที่แตกต่างกัน
นอกจากความรู้ด้านการวิเคราะห์แล้ว การจัดการเงินทุน การวางแผนทางการเงิน และการทำความเข้าใจเรื่องภาษี ก็เป็นส่วนสำคัญที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันในสายอาชีพนี้ ผู้ที่เริ่มต้นส่วนใหญ่มักศึกษาพื้นฐานก่อนทดลองใช้งานบัญชี Demo และค่อย ๆ พัฒนาแนวทางการเทรดให้เหมาะกับสไตล์ของตนเอง
ทั้งนี้ การเทรดในตลาดการเงินมีความผันผวนและมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้ที่สนใจอาชีพเทรดเดอร์จึงควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงให้รอบคอบก่อนเริ่มใช้เงินจริง
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











