รีวิว Infinox โบรกเกอร์ที่ให้บริการกว่า 15 ประเทศ มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน!?

รีวิว Infinox

Infinox นับเป็นโบรกเกอร์รายใหญ่ที่นักเทรดคุ้นหน้าคุ้นตากันดี มีประวัติความเป็นมายาวนานพอสมควร แต่ประวัติที่ยาวนาน กับการเป็นโบรกเกอร์รายใหญ่จะเป็นสิ่งที่ใช้การันตีความปลอดภัยได้หรือไม่? แล้วโบรกเกอร์นี้แตกต่างจากโบรกเกอร์อื่นอย่างไร? รวมถึงมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับโบรกเกอร์กันครับ!

1. ประวัติ Infinox

Infinox ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 เป็นโบรกเกอร์สัญชาติอังกฤษที่ให้บริการนักเทรดมากกว่า 15 ประเทศทั่วโลก ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลโบรกเกอร์ชั้นนำ ถือได้ว่า เป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งเลยครับ อีกทั้ง ยังมีรางวัลการันตีหลายรางวัล ตัวโบรกเกอร์มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเทรดมากมาย ทั้ง Forex ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และ CFD นอกจากนี้ ยังมีประเภทบัญชีรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งการเปิดบัญชีแบบส่วนบุคคล บัญชีร่วม และบัญชีนิติบุคคล

2. ใบอนุญาตที่ได้รับ

  • ได้รับใบอนุญาต FSCA (Financial Sector Conduct Authority) จากประเทศ South Africa
  • ได้รับใบอนุญาต FSC (Financial Services Commission) จากประเทศ Mauritius

3. คุณสมบัติเด่นของ Infinox

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝาก-ถอน
  • สเปรดต่ำสุดอยู่ที่ 0.2 pips (บัญชี ECN)
  • Leverage สูงสุด 1:1000 (เฉพาะ Forex และดัชนี)
  • มีระบบ Copy Trade
  • มีระบบ PAM และ MAM
  • หน้าเว็บรองรับภาษาไทย
  • มีบทวิเคราะห์หน้าเว็บไซต์

4. ประเภทบัญชี

Infinox มีประเภทบัญชีให้เราเลือกเล่นอยู่ 2 บัญชี ได้แก่ STP และ ECN โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

Infinox ประเภทบัญชี

5. สินทรัพย์ที่มีการซื้อขาย

ผลิตภัณฑ์

ทางโบรกเกอร์มีสินทรัพย์ให้เราเลือกซื้อขายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Forex ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และ CFD

6. แพลตฟอร์มการซื้อขาย

สามารถเทรดได้ผ่าน MT4 และ MT5 ซึ่งรองรับทั้ง PC IOS และ Android เลยครับ

7. ค่าธรรมเนียม

สำหรับค่าธรรมเนียมของ Infinox จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนสำหรับทุกบัญชี แต่จะมีค่า Commission จำนวน $7.5/100K โดยที่ล็อตการซื้อขายขั้นต่ำ คือ 0.1 ในบัญชีประเภท ECN ครับ

8. การฝาก-ถอน

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากและถอน
  • เงินฝากขั้นต่ำในการฝาก: $50
  • มีธนาคารไทยรองรับ: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคาร ttb และธนาคาร CIMB
  • ความเร็วในการฝาก: ทันที
  • ความเร็วในการถอน: โดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1-3 ชม.

9. การเปิดบัญชี

1. ไปที่หน้าแรกของ เว็บไซต์ และกดที่ด้านบนขวา ‘ลงชื่อสมัคร’ เพื่อดำเนินการเปิดบัญชี

Infinox Homepage

2. เข้าไปกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน (สามารถพิมพ์ภาษาไทยได้ครับ) และกด ‘ขั้นต่อไป’ ครับ

Create Account
Personal Information
Address

3. จากนั้น จะมีให้เลือกแพลตฟอร์มที่เราต้องการเทรด และเลือกเลเวอเรจที่ต้องการครับ

Brokerage Account

 

4. จากนั้นกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน

Career

5. ต่อไปทางโบรกเกอร์จะให้เราอัปโหลดเอกสารส่วนตัว เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนครับ เมื่อทำการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ทางโบรกเกอร์จะเด้งหน้าเข้าสู่ระบบให้เรากรอกอีเมล และรหัสผ่านที่ตั้งไว้ลงไป จากนั้น เราก็ทำการเริ่มฝากเงิน และเทรดได้แล้วครับ

Document

10. การสนับสนุนลูกค้า

ด้านหน้าเว็บไซต์จะมีภาษาให้เลือกทั้งหมด 10 ภาษา ให้บริการ 24 ชม. ตลอด 5 วันทำการ

11. โปรโมชั่นโบนัส

ยังไม่มี

12. ข้อดี – ข้อเสีย

ข้อดี

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากถอน
  • หน้าเว็บรองรับภาษาไทย
  • รองรับธนาคารไทยหลายแห่ง
  • เงินฝากครั้งแรกค่อนข้างต่ำ
  • Spread ต่ำ ในบัญชี ECN โดยเฉพาะการเทรด Forex

ข้อเสีย

  • ไม่มี VPS
  • ค่า Commission ค่อนข้างสูง
  • มีค่า Swap
  • ไม่มีโปรโมชั่นโบนัสให้ลูกค้า

โดยสรุปแล้ว Infinox ถือเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีการแยกเงินของลูกค้าออกจากเงินของบริษัทอย่างชัดเจน อีกทั้ง ยังอยู่ภายใต้การดูแลของ FSCA และ FSC จึงมีความปลอดภัยมาก หากใครมีทุนสูง และต้องการฝากเงินไว้อย่างสบายใจ แนะนำโบรกเกอร์นี้เลยครับ เพราะมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ “Spread ต่ำ” โดยเฉพาะการเทรด Forex ในบัญชี ECN และยังได้รับ Leverage สูงอีกด้วยนะครับ หากใครสนใจสามารถเข้าไปดูหน้าเว็บไซต์เพิ่มเติมได้เลยครับ

หากสนใจรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ นอกจากนี้ สามารถอ่านได้ที่ รีวิวโบรกเกอร์

Social Share

Facebook
Twitter