
ตลาด Forex เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในโลก และเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความผันผวนของราคาคู่สกุลเงินที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อ เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การส่งคำสั่ง (Forex Order Types) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการความเสี่ยง
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุน Forex ห้ามพลาดคือ Pending Order ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าที่ช่วยให้เราส่งคำสั่งเข้าตลาดได้ทันทีเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปถึงระดับที่ต้องการ โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอกราฟตลอดเวลา ในบทความนี้ พี่โบ้จะพาไปเจาะลึกว่าคำสั่งประเภทนี้คืออะไร มีกี่ประเภท ใช้ยังไง และมีวิธีวาง Stop Loss (SL) กับ Take Profit (TP) อย่างไรให้ปลอดภัยครับ
คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด การเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) และ Forex มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินทุน ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง บทความนี้จัดทำโดยพี่โบ้ ร่วมกับการใช้เครื่องมือ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา
Pending Order คืออะไร?

Pending Order คือ คำสั่งซื้อขายล่วงหน้าในตลาด Forex ที่ตั้งเงื่อนไขราคาไว้ล่วงหน้าบนโปรแกรมเทรด (เช่น MetaTrader 4, MetaTrader 5 หรือ cTrader) โดยระบบจะส่งคำสั่งเข้าซื้อหรือขายอัตโนมัติเมื่อราคาตลาดวิ่งมาแตะระดับราคาที่เรากำหนดไว้ ซึ่งจะแตกต่างจาก Market Order ที่เป็นการเปิดออเดอร์ทันที ณ ราคาปัจจุบัน
ทำไมต้องใช้คำสั่ง Pending Order?
คำสั่งประเภทนี้เป็นคำสั่งอัตโนมัติที่มีความสามารถในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในระดับราคาของสินทรัพย์ที่เราต้องการได้ ทำให้คำสั่งประเภทนี้ จะช่วยให้เทรดเดอร์วางแผนการเทรดได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งในจุดที่ต้องการเข้าทำกำไรและจุดที่ต้องการปิดออเดอร์ เพื่อป้องกันการขาดทุนเกินกว่าระดับราคาที่เทรดเดอร์สามารถยอมรับได้
ความสำคัญของ TP และ SL กับคำสั่ง Pending Order
การตั้งคำสั่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องกำหนดจุด Stop Loss (SL) เพื่อจำกัดผลขาดทุน และ Take Profit (TP) เพื่อล็อกผลกำไรไว้ล่วงหน้าเสมอ เพราะหากราคาตลาดวิ่งมาแตะจุด Trigger ของคำสั่งแล้ว แต่ออเดอร์ไม่มีการตั้ง SL/TP ไร้การคุมความเสี่ยง อาจทำให้พอร์ตเสียหายรุนแรงได้หากราคากลับทิศ
หลักการวาง SL และ TP สำหรับ Pending Order:
- สำหรับออเดอร์ฝั่ง Buy (Long Order):
- Stop Loss (SL): ต้องตั้งไว้อยู่ “ต่ำกว่า” ราคาเข้าซื้อเสมอ (เช่น ต่ำกว่าแนวรับสำคัญ)
- Take Profit (TP): ต้องตั้งไว้อยู่ “สูงกว่า” ราคาเข้าซื้อเสมอ (เช่น บริเวณแนวต้านถัดไป)
- สำหรับออเดอร์ฝั่ง Sell (Short Order):
- Stop Loss (SL): ต้องตั้งไว้อยู่ “สูงกว่า” ราคาขายเสมอ (เช่น สูงกว่าแนวต้านสำคัญ)
- Take Profit (TP): ต้องตั้งไว้อยู่ “ต่ำกว่า” ราคาขายเสมอ (เช่น บริเวณแนวรับถัดไป)
ก่อนตั้งค่าคำสั่งทุกครั้ง ควรคำนวณ Risk-to-Reward Ratio (R:R Ratio) ให้มีความคุ้มค่าอย่างน้อย 1:1.5 หรือ 1:2 ขึ้นไป เพื่อให้ระบบบริหารเงินทุน (Money Management) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวครับ
ศัพท์ควรรู้เกี่ยวกับ Pending Order
ก่อนจะใช้งานคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าประเภทต่างๆ เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจความหมายของคำศัพท์พื้นฐานที่จะพบในโปรแกรมเทรด ซึ่งตารางด้านล่างนี้ได้สรุปจำแนกประเภท Forex Order Types หลักที่นิยมใช้งานไว้ดังนี้:
| ประเภทคำสั่ง | รูปแบบการทำงาน | สภาพแนวโน้มที่เหมาะสม |
| Buy Limit | ตั้งออเดอร์ Buy ในราคาที่ ต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน | รอราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ แล้วรีบาวด์ขึ้น |
| Sell Limit | ตั้งออเดอร์ Sell ในราคาที่ สูงกว่า ราคาปัจจุบัน | รอราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน แล้วกลับตัวลง |
| Buy Stop | ตั้งออเดอร์ Buy ในราคาที่ สูงกว่า ราคาปัจจุบัน | รอราคาเบรกเอาต์ (Breakout) ทะลุแนวต้านขึ้นไป |
| Sell Stop | ตั้งออเดอร์ Sell ในราคาที่ ต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน | รอราคาเบรกดาวน์ (Breakdown) ทะลุแนวรับลงไป |
| Buy Stop Limit | ตั้งราคา Trigger (Stop) สูงกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อเปิด Buy Limit ที่ราคาต่ำกว่า | รอราคาเบรกแนวต้านแล้วย่อตัวกลับมาทดสอบ |
| Sell Stop Limit | ตั้งราคา Trigger (Stop) ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อเปิด Sell Limit ที่ราคาสูงกว่า | รอราคาเบรกลงแนวรับแล้วดีดตัวกลับมาทดสอบ |
ประเภทคำสั่งของ Pending Order
ในตลาด Forex ประเภทของคำสั่งดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ Limit Order, Stop Order และ Stop Limit Order โดยแต่ละรูปแบบมีวัตถุประสงค์ในการเข้าเทรดและสภาวะตลาดที่เหมาะสมแตกต่างกันดังนี้ครับ
คำสั่ง Limit Order คืออะไร?
Limit Order คือ คำสั่งซื้อขายล่วงหน้าที่ส่งคำสั่ง “สวนทาง” กับทิศทางราคาในขณะนั้น โดยจะรอให้กราฟแกว่งตัวไปแตะระดับราคาแนวรับหรือแนวต้านที่คาดการณ์ไว้ แล้วรอการกลับตัว ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ได้ราคาซื้อขายที่ดีกว่าราคาตลาดปัจจุบัน (Buy ในราคาที่ถูกลง หรือ Sell ในราคาที่แพงขึ้น)
Buy Limit คืออะไร?

Buy Limit คือ การตั้งคำสั่งซื้อ (Buy) ไว้ที่ระดับราคา ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เหมาะสำหรับกรณีที่เราวิเคราะห์ว่าราคาตลาดกำลังปรับตัวย่อลงมาทดสอบแนวรับ แต่ราคามีแนวโน้มที่จะเด้งกลับขึ้นไปต่อตามเทรนด์ใหญ่ เมื่อราคาปรับตัวลงมาแตะจุด Buy Limit ที่กำหนด ออเดอร์ Buy จะถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติ
Sell Limit คืออะไร?

Sell Limit คือ การตั้งคำสั่งขาย (Sell) ไว้ที่ระดับราคา สูงกว่าราคาปัจจุบัน เหมาะสำหรับกรณีที่เราคาดการณ์ว่าราคากำลังปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน แล้วมีโอกาสสูงที่จะกลับตัวลดลงมา เมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแตะจุด Sell Limit ออเดอร์ Sell จะถูกเปิดใช้งานทันที
คำสั่ง Stop Order คืออะไร?
Stop Order คือ คำสั่งซื้อขายล่วงหน้าที่ส่งคำสั่ง “ไปทางเดียว” กับทิศทางราคาตลาด โดยจะรอให้ราคาเคลื่อนที่ทะลุผ่านระดับสำคัญก่อนแล้วค่อยเปิดออเดอร์ตามน้ำ คำสั่งประเภทนี้นิยมใช้ในกลยุทธ์การเทรดแบบ Breakout หรือการตามเทรนด์ที่กำลังมีความผันผวนสูง
Buy Stop คืออะไร?

Buy Stop คือ การตั้งคำสั่งซื้อ (Buy) ไว้ที่ระดับราคา สูงกว่าราคาปัจจุบัน เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าซื้อเมื่อราคาพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญ (Breakout) เพราะคาดว่าหากราคาทะลุจุดนี้ไปได้ โมเมนตัมฝั่งซื้อจะดันให้ราคาพุ่งขึ้นไปต่ออย่างรวดเร็ว
Sell Stop คืออะไร?

Sell Stop คือ การตั้งคำสั่งขาย (Sell) ไว้ที่ระดับราคา ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการเข้าขายเมื่อราคาทะลุแนวรับสำคัญลงไป (Breakdown) เนื่องจากวิเคราะห์ว่าหากราคาหลุดแนวรับไปได้ ฝั่งขายจะเข้ามาครอบคลุมตลาดและดันให้ราคาดิ่งลงต่อ
คำสั่ง Stop Limit Order คืออะไร?
Stop Limit Order คือ คำสั่งล่วงหน้าที่ผสมผสานคุณสมบัติของ Stop Order และ Limit Order เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมทั้ง ราคา Trigger (Stop Price) และ ราคาเข้าออเดอร์จริง (Limit Price) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก Slippage ซึ่งคำสั่งประเภทนี้รองรับการใช้งานบนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) และ cTrader (ยังไม่รองรับบน MT4 แบบดั้งเดิม)
Buy Stop Limit คืออะไร?

Buy Stop Limit วางไว้ที่ระดับ สูงกว่าราคาปัจจุบัน โดยประกอบด้วย 2 ระดับราคา:
- Stop Price (ราคา Trigger): เมื่อราคาตลาดพุ่งขึ้นมาแตะระดับนี้ ระบบจะยังไม่เปิดออเดอร์ Buy ทันที แต่จะทำการเปิดใช้งานคำสั่ง Buy Limit ล่วงหน้า
- Limit Price (ราคาเข้าออเดอร์): เป็นราคาที่ตั้งไว้ต่ำกว่า Stop Price เล็กน้อย เพื่อรอให้ราคาย่อตัวลงมาทดสอบก่อนแล้วค่อยเข้าซื้อ
🐶💬 ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ตำแหน่งของ Price (Stop) จะถูกตั้งอยู่สูงกว่าระดับราคาปัจจุบันเสมอ และตำแหน่ง Stop Limit Price จะถูกตั้งต่ำกว่าระดับราคาของ Price (Stop) อีกทีครับ
Sell Stop Limit คืออะไร?

Sell Stop Limit วางไว้ที่ระดับ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน โดยประกอบด้วย 2 ระดับราคา:
- Stop Price (ราคา Trigger): เมื่อราคาตลาดร่วงลงมาแตะระดับนี้ ระบบจะทำการส่งคำสั่ง Sell Limit เข้าสู่ตลาด
- Limit Price (ราคาเข้าออเดอร์): เป็นราคาที่ตั้งไว้สูงกว่า Stop Price เล็กน้อย เพื่อรอให้ราคาดีดตัวกลับขึ้นมาทดสอบก่อนแล้วค่อยทำการขาย
🐶💬 ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ตำแหน่งของ Price (Stop) จะถูกตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับราคาปัจจุบันเสมอ และตำแหน่ง Limit Price จะถูกตั้งสูงกว่าระดับราคาของ Price (Stop) เล็กน้อยครับ
ประโยชน์ของ Pending Order
ประโยชน์ของคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า มีดังนี้
- ช่วยให้วางแผนในการเทรด Forex ได้ง่าย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
- ลดความกังวลในการเฝ้ากราฟ เพื่อรอสัญญาณในการเข้าซื้อขายออเดอร์
- เพิ่มโอกาสในการทำกำไร เพราะการตั้งคำสั่งประเภทนี้จะทำให้ไม่พลาดการเข้าออเดอร์ตามที่วางแผนไว้
- การเปิดออเดอร์ด้วยคำสั่งดังกล่าวจะได้ราคาที่แม่นยำกว่าการเปิดด้วยการกดแบบมือ (Manual)
- ลดการขาดทุนจากทิศทางตลาดที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ข้อจำกัดในการใช้งาน Pending Order คืออะไร?
แม้ว่า Pending Order Forex จะมีความสะดวกสบายสูง แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่เทรดเดอร์ต้องคำนึงถึงดังนี้:
- เสี่ยงต่อการเกิด Slippage ในช่วงข่าวแรง: ในช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญประกาศ ตลาดอาจเกิดสเปรดขยายกว้าง (Spread Widening) หรือเกิดช่องว่างราคา (Price Gap) ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจับคู่ในราคาที่แย่กว่าราคาที่เราตั้งค่าไว้
- ราคาวิ่งมาไม่ถึงจุด Trigger: หากวิเคราะห์แนวรับ-แนวต้านคลาดเคลื่อน ราคาอาจวิ่งมาเกือบถึงคำสั่งที่ตั้งค่าไว้ แล้ววนกลับ ทำให้พลาดโอกาสในการเข้าเทรด
- การลืมยกเลิกออเดอร์เก่า: คำสั่งที่ถูกทิ้งไว้นานโดยไม่ได้ยกเลิก อาจถูกเปิดใช้งานในสภาวะตลาดที่ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไปแล้ว ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ไม่จำเป็น
สรุปเกี่ยวกับคำสั่ง Pending Order
คำสั่ง Pending Order เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้เทรดเดอร์ส่งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าตามแผนได้อย่างมีวินัย ลดการใช้อารมณ์ตัดสินใจ และช่วยบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งประเภท Buy/Sell Limit, Buy/Sell Stop หรือ Stop Limit บน MT5
อย่างไรก็ตาม การใช้ Pending Order ควรควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค การกำหนดจุด SL/TP ที่ชัดเจน และการเลือกใช้ โบรกเกอร์ Forex ที่มีสเปรดต่ำและเสถียรภาพสูง เพื่อประสิทธิภาพการเทรดที่ดีที่สุดครับ
📢 Traderbobo แนะนำ
อยากเทรด Forex ไม่ให้พลาด! ต้องเริ่มจากการเข้าใจ ‘คำสั่งซื้อขาย’ แต่ละประเภทอย่างแท้จริง เพราะจะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การเทรดได้อย่างแม่นยำ อ่านบทความเต็มได้ที่นี่ 👇🤫
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pending Order
1. ระหว่างทำการเทรดคำสั่ง Pending Order จะสามารถยกเลิกได้หรือไม่?
คุณสามารถแก้ไขการตั้งคำสั่ง รวมถึงเปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือแม้แต่เพิ่ม Stop Loss และ Take Profit ได้ตลอดเวลา ตราบใดที่คำสั่งดังกล่าวยังไม่ถูกดำเนินการครับ
2. หากใช้คำสั่ง Pending Order ในการเทรดจะสามารถลดโอกาสการเกิด Slippage ได้ไหม?
ไม่สามารถเลี่ยงได้อย่างแน่นอนครับ เพียงแต่คำสั่งนี้จะช่วยให้คุณเข้าและออกออเดอร์ได้อย่างมีแบบแผนมากขึ้นครับ
3. คำสั่ง Pending Order แตกต่างกับ Market Order ไหม?
ทั้งสองคำสั่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะ Pending Order คือ การตั้งคำสั่งซื้อขายเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อราคาเคลื่อนตัวมาแตะระดับที่เราตั้งค่าไว้ คำสั่งก็จะทำงานทันที ในทางกลับกัน Market Order จะเป็นคำสั่งที่ดำเนินการเลย ณ ขณะนั้น
4. ความแตกต่างของ Buy Limit vs Buy Stop คืออะไร?
คำสั่ง Buy Limit และ Buy Stop แตกต่างกัน ดังนี้
- Buy Limit คำสั่งซื้อทำงานเมื่อราคา ลดลง ถึงจุดที่ต้องการ (เพื่อให้ซื้อได้ในราคาที่ถูกลง)
- Buy Stop คำสั่งซื้อทำงานเมื่อราคา เพิ่มขึ้น ทะลุจุดที่กำหนด (ซื้อตามแนวโน้ม หรือคาดว่าราคาจะไปต่อ)
5. คำสั่ง Stop Limit Order สามารถใช้งานบนแพลตฟอร์ม MT4 ได้ไหม?
คำสั่งรูปแบบ Stop Limit ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานบน MT4 ได้ หากเทรดเดอร์ต้องการใช้งานคำสั่งดังกล่าว จำเป็นต้องเทรดบนแพลตฟอร์ม MT5 หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่รองรับคำสั่งประเภทนี้ครับ
6. โบรกเกอร์ใดบ้างที่รองรับการเทรดบนแพลตฟอร์ม MT5?
โบรกเกอร์ที่รองรับการเทรดบนแพลตฟอร์ม MT5 ได้แก่ IUX, RoboForex, Market4you และ FBS
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











