หุ้น DW คืออะไร? เล่นยังไง? วิธีดูและเทรด DW ในตลาดหุ้น

Table of Contents
หุ้น DW คืออะไร

ในช่วงที่ทางเลือกในการลงทุนเปิดกว้างมากขึ้น คำว่า ‘หุ้น DW คืออะไร’ เริ่มถูกกล่าวถึงบ่อยขึ้นในหมู่นักลงทุนที่ต้องการมองตลาดในมุมที่หลากหลายและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น จนค่อย ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ และเริ่มมีบทบาทในแผนการลงทุนของหลายคน ด้วยลักษณะที่แตกต่างจากหุ้นทั่วไป จึงยิ่งชวนให้ผู้ลงทุนอยากทำความเข้าใจรายละเอียดของหุ้นนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ

บทความนี้ พี่โบ้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่าหุ้น DW มีลักษณะอย่างไร และควรพิจารณาปัจจัยใดบ้างก่อนเริ่มต้น เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เรื่องหุ้น DW เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจทุกครั้งครับ

ตารางคำศัพท์ DW

ก่อนที่เราจะเข้าเนื้อหาของบทความนี้ พี่โบ้จะพามาทำความรู้จักกับคำศัพท์พื้นฐานกันเล็กน้อย เพื่อประกอบการอ่านบทความนี้ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ

คำศัพท์ความหมาย
ราคาหุ้นอ้างอิง
(Spot Price)
ราคาของสินทรัพย์อ้างอิง หรือหุ้นแม่ เช่น HSI, S&P500 และ SET50
ราคาใช้สิทธิ
(Strike Price หรือ Exercise Price)
ราคาใช้สิทธิที่นักลงทุนมีสิทธิ์ซื้อหรือขายหุ้นแม่ หรือราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
อัตราทด (เท่า)
(Effective Gearing)
อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา DW (%) เมื่อราคาหุ้นแม่เปลี่ยนแปลง 1%
อัตราทด
(Tick หรือ Sensitivity)
อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา DW เมื่อราคาหุ้นแม่เปลี่ยนแปลงไป 1 ช่อง ซึ่งนิยมใช้ในการเทรด DW ระยะสั้น
Time to Maturity (TTM)ระยะเวลาที่เหลืออยู่จนถึงวันครบกำหนดอายุเวลาของ DW
Time Decayค่าเสื่อมเวลาเป็นตัวบ่งชี้ว่า ราคา DW จะลดลงกี่บาทเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน

หุ้น DW คืออะไร?

Derivative Warrant (DW) คืออะไร

หุ้น DW (Derivative Warrant) คือ ตราสารอนุพันธ์ที่มีลักษณะพิเศษ ให้สิทธิซื้อ (Call DW) หรือขาย (Put DW) สินทรัพย์อ้างอิง สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เหมือนการเทรดหุ้นทั่วไป ราคา DW จะเคลื่อนไหวตามราคาของสินทรัพย์อ้างอิง (หุ้นแม่) โดยมีราคาต่อหน่วยต่ำกว่าหุ้นแม่และมีอัตราทดสูง นอกจากนี้ อาวุธที่จำเป็นในการลงสนาม DW คือ ‘ตาราง DW’ หรือตารางราคา

หมายเหตุ: อนุพันธ์ (Derivatives) คือ สัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิ์ (แต่ไม่ใช่ข้อผูกมัด) แก่ผู้ถือในการซื้อหรือขาย
‘สินทรัพย์อ้างอิง’ (Underlying Asset)

ความน่าสนใจของหุ้น DW

หุ้น DW มีลักษณะเฉพาะหลายด้านที่แตกต่างจากหุ้นทั่วไป ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุจุดเด่นของ DW ไว้ดังนี้

  • ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการซื้อหุ้นแม่โดยตรง เนื่องจากราคา DW มักต่ำกว่าราคาหุ้นอ้างอิง
  • มีอัตราทด (Gearing) ที่ช่วยขยายสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อเทียบกับหุ้นแม่ ทั้งในด้านกำไรและขาดทุน
  • ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นผ่าน Call DW และตลาดขาลงผ่าน Put DW
  • ซื้อขายได้ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ทั่วไป ไม่ต้องวางหลักประกันล่วงหน้า
  • มีตาราง DW ที่ช่วยให้ติดตามและเปรียบเทียบข้อมูลได้สะดวก

*หมายเหตุ: จุดเด่นเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้นทั่วไป ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจโครงสร้างของ DW ก่อนตัดสินใจลงทุน

สินทรัพย์อ้างอิงของ DW มีอะไรบ้าง?

เนื่องจากราคาหุ้น DW เคลื่อนไหวตามสินทรัพย์อ้างอิงหรือหุ้นอ้างอิง หรือที่นักลงทุนมักเรียกว่า ‘หุ้นแม่’ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท โดยมีรายละเอียดดังนี้

หุ้นไทยดัชนีหุ้นไทยดัชนีหุ้นต่างประเทศ
ดัชนี SET50
ดัชนี SET100
  SET Index  
SET50 Index  
SET100 Index  
SETHD Index  
ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม  
ดัชนีหมวดธุรกิจ
HSI
SPX
DJI

*หมายเหตุ: หุ้นในดัชนี SET50 และ SET100 ที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิง DW ไม่ได้ครอบคลุมหุ้นทุกตัว โดยต้องเป็นหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนดไว้เท่านั้น

ความแตกต่างระหว่าง หุ้น, Warrant กับ DW ต่างกันอย่างไร?

รายการหุ้นWarrantDW
ผู้ออกบริษัทมหาชนจำกัด หรือ บมจ.บริษัทจดทะเบียนบุคคลที่สาม (ไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้นแม่)
ผู้กำหนดสัญญาบริษัทมหาชนจำกัด หรือ บมจ.บริษัทจดทะเบียนผู้ออกหุ้น DW
วันหมดอายุ
ประเภทสิทธิขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้นมีสิทธิ์ในการซื้อ (Call) เท่านั้นมีสิทธิ์ในการซื้อ (Call DW) และสิทธิในการขาย (Put DW)
จุดประสงค์ในการออกระดมทุนระดมทุนระยะยาว และสามารถแปลงเป็นหุ้นอ้างอิงได้บริหารความเสี่ยงและเก็งกำไร

DW มีกี่ประเภท?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การลงทุนใน DW สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • Call DW (C): เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับหุ้นแม่
  • Put DW (P): เคลื่อนไหวสวนทางกับหุ้นแม่

Call DW และ Put DW

*หมายเหตุ: สัญลักษณ์ ‘C’ ละ ‘P’ จะปรากฏอยู่ในสัญลักษณ์ที่ใช้ซื้อขายหุ้น DW ซึ่งจะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อถัดไป

Call DW

Call DW คืออะไร

Call DW (C) คือ DW ประเภทที่ให้สิทธิ์ในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิง โดยราคาของ Call DW จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นแม่ กล่าวคือ เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวสูงขึ้น ราคา Call DW ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม จึงเหมาะกับการใช้งานในช่วงที่คาดการณ์ว่าตลาดจะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

*หมายเหตุ: ผู้ถือ Call DW จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวสูงขึ้น

Put DW

Put DW คืออะไร

Put DW (P) คือ DW ประเภทที่ให้สิทธิ์ในการขายสินทรัพย์อ้างอิง โดยราคาของ Put DW จะเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาหุ้นแม่ กล่าวคือ เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวลดลง ราคา Put DW ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จึงเหมาะกับการใช้งานในช่วงที่คาดการณ์ว่าตลาดจะอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend)

*หมายเหตุ: ผู้ถือ Put DW จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวลดลง

ความแตกต่างระหว่าง Call กับ Put

รายละเอียดCall DWPut DW
การเปิดออเดอร์คาดการณ์ว่า ราคาหุ้นแม่จะขึ้นคาดการณ์ว่า ราคาหุ้นแม่จะลง
การทำกำไรราคาหุ้นแม่เพิ่มขึ้นราคาหุ้นแม่ลดลง
การเคลื่อนไหวทางเดียวกับหุ้นแม่สวนทางกับหุ้นแม่
ตลาดที่เหมาะกับการลงทุนตลาดขาขึ้นตลาดขาลง

วิธีคำนวณกำไร Call DW และ Put DW

การคำนวณผลตอบแทนของ DW ใช้สูตรเดียวกันทั้งสองประเภท แต่ต่างกันที่ราคาที่ใช้คำนวณ กล่าวคือ Call DW ใช้ราคา Bid ส่วน Put DW ใช้ราคา Offer

สูตร คือ

[(ราคาอ้างอิง – ราคาใช้สิทธิ) / ราคาใช้สิทธิ] x 100

ตัวอย่างและวิธีคำนวณ Call DW

วันที่ราคา Bid หุ้นแม่ราคา Bid หุ้น DW
10 ส.ค. 6626.000.34
21 ส.ค. 6630.250.81
กำไร (บาท)4.250.47
กำไร (%)16.35%138.24%

จากตัวอย่าง หากซื้อ Call DW ที่ราคา 0.34 บาท และขายที่ราคา 0.81 บาท จะได้กำไร 0.47 บาทต่อหน่วย คิดเป็น 138.24% เนื่องจากราคาหุ้นแม่มีการปรับตัวขึ้น ส่งผลให้หุ้น DW ปรับตัวสูงขึ้นตามเช่นกัน

ตัวอย่างและวิธีคำนวณ Put DW

วันที่ราคา Offer หุ้นแม่ราคา Offer หุ้น DW
10 มิ.ย. 6621.561.02
03 ก.ค. 6619.841.23
กำไร (บาท)-1.720.21
กำไร (%)-7.98%20.59%

จากตัวอย่าง หากซื้อ Put DW ที่ราคา 1.02 บาท และขายที่ราคา 1.23 บาท จะได้กำไร 0.21 บาทต่อหน่วย คิดเป็น 20.59% เนื่องจากราคาหุ้นแม่มีการปรับตัวลง ดังนั้น การใช้สิทธิ Put DW จึงได้รับกำไร

*หมายเหตุ: ตัวเลขในตัวอย่างเป็นข้อมูลในอดีตเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น ไม่ได้บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สัญลักษณ์ที่ใช้ซื้อขายหุ้น DW ดูยังไง?

สัญลักษณ์ของ DW แต่ละตัวมีจำนวนสูงสุด 14 ตัวอักษร โดยแต่ละส่วนบ่งบอกรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อขาย

สัญลักษณ์ที่ใช้ในการซื้อขายหุ้น

โดยมีความหมายตามตารางดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์ความหมาย
UUUUUUชื่อหุ้นแม่ มีรหัสไม่เกิน 6 ตัว เช่น TRUE, CENTEL และ AOT
XXหมายเลขบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้ออก DW เช่น 15 และ 24
Cประเภทสิทธิ์ โดย C = Call DW และ P = Put DW
YYMMวันหมดอายุของ DW โดย YY = 2 หลักสุดท้ายของปี ค.ศ. และ MM = เดือน เช่น 2212 หมายถึงเดือนธันวาคม ปี 2022
Aรุ่นของ DW โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร A–Z สำหรับ DW ที่ออกในช่วงเวลาเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น

CENTELC242212A

  • DW ที่อ้างอิงกับหุ้น CENTEL
  • ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (โบรกเกอร์ No.24)
  • ประเภทสิทธิ Call DW
  • หมดอายุเดือนธันวาคม 2022
  • รุ่น A

Moneyness ของ DW คืออะไร?

Moneyness คือ สถานะที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นแม่กับราคาใช้สิทธิของ DW ซึ่งช่วยให้นักลงทุนประเมินมูลค่าและระดับความเสี่ยงของ DW แต่ละตัวได้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแบ่ง Moneyness ออกเป็น 3 สถานะ ดังนี้

  • ITM (In The Money)
  • ATM (At The Money)
  • OTM (Out of The Money)

1. ITM (In The Money)

ITM คือ สถานะที่ DW มีมูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • Call DW: ราคาหุ้นแม่ สูงกว่า ราคาใช้สิทธิ
  • Put DW: ราคาหุ้นแม่ ต่ำกว่า ราคาใช้สิทธิ

DW ในสถานะ ITM จะมีราคาสูงกว่า OTM ค่า Time Decay ต่ำกว่า และ Delta สูงกว่า จึงเหมาะกับการถือครองระยะมากกว่า 2 สัปดาห์

2. ATM (At The Money)

ATM คือ สถานะที่ราคาหุ้นแม่ เท่ากับ ราคาใช้สิทธิ ซึ่งเป็นจุดที่ DW มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นแม่ค่อนข้างสูง โดยทั่วไปเหมาะกับการถือครองระยะ 4–10 วันทำการ

3. OTM (Out of The Money)

OTM คือ สถานะที่ DW ยังไม่มีมูลค่าที่แท้จริง โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • Call DW: ราคาหุ้นแม่ ต่ำกว่า ราคาใช้สิทธิ
  • Put DW: ราคาหุ้นแม่ สูงกว่า ราคาใช้สิทธิ

DW ในสถานะ OTM จะมีราคาต่ำและ Effective Gearing สูง แต่มีค่า Time Decay สูงด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปเหมาะกับการถือครองน้อยกว่า 3 วันทำการ

Tip! สถานะ Moneyness แต่ละสถานะมีลักษณะและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน นักลงทุนควรพิจารณาให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนและระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา DW มีอะไรบ้าง?

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา DW ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงทิศทางของสินทรัพย์อ้างอิงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของตัว DW และเงื่อนไขของตลาดในขณะนั้น นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้ประกอบการตัดสินใจ

วิเคราะห์ทาง Technical จากกราฟ DW

เนื่องจากราคา DW เคลื่อนไหวตามราคาหุ้นแม่ การวิเคราะห์ทาง Technical หรือการใช้อินดิเคเตอร์กับกราฟ DW โดยตรงอาจให้ผลที่คลาดเคลื่อนได้ ควรวิเคราะห์จากกราฟราคาหุ้นแม่และใช้ตาราง DW ประกอบการตัดสินใจ

หุ้น DW ราคาต่ำไม่ได้ดีกว่าเสมอไป

DW ที่มีราคาต่ำอาจสะท้อนถึง Gearing ที่สูง อายุคงเหลือที่น้อย หรือสถานะ OTM ซึ่งล้วนส่งผลต่อระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การพิจารณาเฉพาะราคาโดยไม่ดู Time to Maturity และ Effective Gearing ประกอบอาจทำให้ประเมินความเสี่ยงได้ไม่ครบถ้วน

หุ้น DW อาจไม่เหมาะกับกลยุทธ์ Hedging

เนื่องจากค่าเสื่อมเวลาและความผันผวนของราคาที่เปลี่ยนแปลงรายวัน การใช้ DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงจึงมีความไม่แน่นอนสูง DW จึงเหมาะกับการเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงระยะสั้นมากกว่าการใช้เป็นเครื่องมือ Hedging ระยะยาว

ถือหุ้น DW จนหมดอายุเมื่อมีสถานะ ITM

ตามเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หาก DW หมดอายุในสถานะ ITM ผู้ออก DW จะชำระส่วนต่างเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือ โดยกำไรส่วนนี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเงินปันผลและถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นอกจากนี้ยังต้องรอรับเงิน T+8 วันนับจากวันซื้อขายสุดท้าย ด้วยเหตุนี้นักลงทุนส่วนใหญ่จึงนิยมขาย DW ก่อนหมดอายุแทน

หุ้น DW ตัวไหนดี? DW ค่ายไหนดี?

สำหรับการเลือกลงทุนในหุ้น DW นอกจากการพิจารณาปัจจัยด้านราคาและโครงสร้างของตราสารแล้ว ‘ผู้ออก DW’ ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมีผลต่อสภาพคล่อง การดูแลราคา รวมถึงความโปร่งใสของข้อมูลครับ

ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีผู้ออก DW หลายรายที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น

  • บล.เมย์แบงก์ (MBS)
  • บล.กสิกรไทย (KS)
  • บล.บัวหลวง (BLS)
  • บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS)

โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า ผู้ออก DW จะมีหน้าที่ดูแลสภาพคล่องผ่านการตั้งราคาเสนอซื้อ–ขาย (Bid-Offer) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ตามสภาวะตลาดจริง

ดังนั้น ความสม่ำเสมอในการดูแลราคาและความแคบของ Bid-Ask Spread จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ลงทุนมักใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ไม่มีผู้ออก DW รายใดที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรเปรียบเทียบเงื่อนไขของแต่ละรายก่อนตัดสินใจ

พี่โบ้อธิบายเพิ่ม: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่า DW เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงและเหมาะกับการลงทุนระยะสั้น ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของผู้ออกแต่ละรายก่อนตัดสินใจลงทุน

DW เล่นยังไง? เทคนิคที่ควรรู้ก่อนเทรด

การเทรด DW ให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจตัวแปรหลัก 3 ตัว ได้แก่ Effective Gearing, Sensitivity (Tick) และ Time Decay เนื่องจากแต่ละตัวส่งผลต่อราคา DW ในมิติที่แตกต่างกัน โดยบทความนี้ขอยกตัวอย่าง การเลือก Effective Gearing ครับ

เทคนิคการเล่น DW จากการเลือก Gearing

การเลือกระดับ Effective Gearing ที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเทรด DW โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อธิบายหลักการไว้ว่า Effective Gearing ที่สูงขึ้นจะขยายทั้งการเปลี่ยนแปลงของราคาในทางบวกและทางลบตามสัดส่วน ดังนั้นการเลือก Gearing จึงควรสอดคล้องกับ 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. ระดับความผันผวนของหุ้นแม่

หุ้นแม่ที่มีความผันผวนสูงอยู่แล้ว เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือหุ้นขนาดเล็ก การเลือก DW ที่มี Gearing สูงจะยิ่งขยายความผันผวนนั้นให้รุนแรงขึ้น ในทางกลับกัน หุ้นแม่ที่มีความผันผวนต่ำ เช่น หุ้นในกลุ่มดัชนี SET50 อาจรองรับ Gearing ในระดับที่สูงขึ้นได้มากกว่า

2. ระยะเวลาที่วางแผนถือครอง

SET ระบุว่า DW ที่มี Gearing สูงมักมีค่า Time Decay สูงตามไปด้วย ดังนั้นหากวางแผนถือครองระยะสั้นภายใน 1–3 วัน Gearing ที่สูงขึ้นอาจยังพอรับได้ แต่หากถือนานกว่านั้น ค่าเสื่อมเวลาที่สะสมรายวันจะลดทอนมูลค่า DW อย่างมีนัยสำคัญ

*หมายเหตุ: ไม่มีระดับ Gearing ใดที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ การเลือก Gearing ควรพิจารณาร่วมกับ Moneyness, Time to Maturity และความผันผวนของหุ้นแม่ในขณะนั้นเสมอ

พี่โบ้อธิบายเพิ่ม: บทความนี้จะยกตัวอย่างเฉพาะการเทรดหุ้น DW ด้วย Effective Gearing เพื่อให้เข้าใจภาพการใช้งานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการเทรด DW จริงยังมีปัจจัยและเทคนิคอื่น ๆ ที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เช่น Sensitivity (Tick) และ Time Decay ซึ่งล้วนส่งผลต่อราคาของ DW ในมิติที่แตกต่างกันครับ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในหุ้น DW

หุ้น DW มีโครงสร้างที่แตกต่างจากหุ้นทั่วไปในหลายด้าน ทั้งเรื่องอายุของสัญญา ค่าเสื่อมเวลา และอัตราทดที่ส่งผลต่อราคาโดยตรง ผู้ที่สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ก่อน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างตรงจุดครับ

ประเด็นรายละเอียดสิ่งที่ควรระวัง
ราคาเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าหุ้นแม่DW มี Gearing ช่วยขยายทั้งกำไรและขาดทุน ทำให้ราคาผันผวนมากกว่าหุ้นแม่หากประเมินทิศทางผิด ราคา DW อาจลดลงเร็วกว่าหุ้นแม่
อายุของ DW มีจำกัดDW โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 4-6 เดือน ยิ่งใกล้หมดอายุ ค่าเสื่อมเวลาจะยิ่งสูงควรติดตามวันหมดอายุ และระวังการถือข้ามคืนหรือถือยาว เนื่องจาก Time Decay สะสมทุกวัน
สภาพคล่องขึ้นอยู่กับผู้ออก DWผู้ออกทำหน้าที่ดูแลราคา Bid/Offer ให้ใกล้เคียงหุ้นแม่ควรเลือก DW จากผู้ออกที่น่าเชื่อถือ และมีสภาพคล่องสม่ำเสมอ
การถือ DW จนหมดอายุมีผลทางภาษีหาก DW อยู่ในสถานะ ITM ตอนหมดอายุ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และรับเงิน T+8นักลงทุนส่วนใหญ่มักขายก่อนหมดอายุ เพื่อลดความยุ่งยากด้านภาษี

พี่โบ้แนะนำ: คุณสามารถเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่ถนัด ในการวิเคราะห์กราฟราคาของหุ้นแม่ พี่โบ้ได้รวบรวม 5 อินดิเคเตอร์ ไว้ให้แล้วครับ

สรุปเกี่ยวกับหุ้น DW

หุ้น DW คือ ตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ได้เช่นเดียวกับหุ้นทั่วไป แต่ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าและมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง โดยราคา DW จะเคลื่อนไหวตามราคาสินทรัพย์อ้างอิง และสามารถเลือกได้ทั้งสิทธิ์ซื้อ (Call) และสิทธิ์ขาย (Put) โดยไม่ต้องวางหลักประกันล่วงหน้า ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะสั้นครับ

อย่างไรก็ตาม DW มีปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อราคา เช่น อายุของสัญญาและความผันผวน ผู้ลงทุนจึงควรทำความเข้าใจโครงสร้าง เงื่อนไข และความเสี่ยงให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้การใช้งาน DW เป็นไปอย่างเหมาะสมกับแผนการเทรดของตนเองครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุ้น DW

DW ย่อมาจากอะไร?

DW ย่อมาจาก Derivative Warrant คือ ตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ถือในการซื้อ (Call) หรือขาย (Put) สินทรัพย์อ้างอิงในราคาและระยะเวลาที่กำหนด

หุ้น DW มีอะไรบ้าง?

หุ้น DW แบ่งตามสินทรัพย์อ้างอิงได้ทั้งหุ้นรายตัวและดัชนีตลาด โดยมีให้เลือกทั้ง DW ประเภทสิทธิซื้อ (Call) และสิทธิขาย (Put) เพื่อใช้ตามมุมมองของผู้ลงทุนต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา

หุ้น DW ตัวไหนดี?

การเลือกหุ้น DW ที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากสินทรัพย์อ้างอิงที่มีสภาพคล่อง อายุคงเหลือ และความสัมพันธ์กับราคาหุ้นอ้างอิง โดยควรสอดคล้องกับกลยุทธ์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หุ้น DW เหมาะกับใคร?

หุ้น DW เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีความเข้าใจพื้นฐานของตลาดหุ้น ต้องการใช้เงินลงทุนเริ่มต้นในระดับจำกัด และสามารถบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้ ผู้ลงทุนควรมีวินัยในการติดตามข้อมูลและปรับกลยุทธ์ตามสภาวะตลาดครับ

หุ้น DW ควรถือกี่วัน?

ระยะเวลาการถือ DW ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุนของผู้ลงทุน โดยทั่วไป DW มักถูกใช้ในช่วงเวลาสั้นถึงปานกลาง เนื่องจากมีปัจจัยด้านเวลาที่เข้ามามีผลต่อมูลค่า ผู้ลงทุนจึงควรกำหนดกรอบระยะเวลาการถือให้เหมาะสมกับมุมมองตลาดและความเสี่ยงที่รับได้ครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ