
Harmonic Pattern คือ หนึ่งในเทคนิคการวิเคราะห์กราฟที่นักเทรดส่วนหนึ่งมองว่ามีโอกาสชนะในตลาดสูงกว่าเทคนิคทั่วไป โดยอ้างอิงจากแนวคิดของ Scott Carney ผู้พัฒนาและเผยแพร่ทฤษฎี Harmonic Trading ซึ่งระบุอัตราความแม่นยำไว้ที่ประมาณ 65-70% ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะตลาดและประสบการณ์ของผู้ใช้งานครับ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักแพทเทิร์นเหล่านี้อย่างลงลึกตั้งแต่จุดกำเนิดไปจนถึงวิธีการใช้งานตลาด รวมถึงเผยเคล็ดลับการเทรด Forex ด้วยฮาร์โมนิกที่อาจจะยังไม่มีสอนฟรีที่ไหน!
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- ฮาโมนิค Forex เป็นรูปแบบกราฟราคาที่อาศัยสัดส่วน Fibonacci เข้ามาช่วยวิเคราะห์หาจุดกลับตัวที่แม่นยำ (Win Rate 65-70%)
- โครงสร้างหลักจะแบ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายตัว M (Bullish) และตัว W (Bearish) ซึ่งจุดเข้าเทรดที่ปลอดภัยที่สุดคือจุด D
- แม้การวิเคราะห์รูปแบบ Harmonic Pattern Forex จะมีความซับซ้อน แต่ก็ถือเป็นอาวุธลับที่ทำกำไรได้ดีมากโดยเฉพาะในช่วงตลาด Sideway
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงในการลงทุนให้ดีก่อนเริ่มทำการลงทุนครับ ทั้งนี้ เนื้อหาบางส่วนในบทความนี้ถูกเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานความถูกต้องโดยทีมงาน Traderbobo ก่อนเผยแพร่ครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
ทำความรู้จัก Harmonic Pattern คืออะไร?

ฮาโมนิค Forex หรือ Harmonic Pattern คือ หนึ่งในรูปแบบของ Price Pattern ประเภทการกลับตัวที่มีความซับซ้อน แต่แลกมาด้วยประสิทธิภาพและโอกาสชนะในตลาด Forex ที่สูงกว่าเทคนิคทั่วไปตามที่ Scott Carney ผู้พัฒนาทฤษฎี Harmonic Trading เคยระบุไว้ และมีความแม่นยำสูง โดยจุดกลับตัวแต่ละจุดถูกคำนวณด้วย Fibonacci Retracement และ Extension ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “สัดส่วนทองคำ”
รูปแบบนี้เหมาะแก่การทำกำไรในสภาวะตลาด Sideway เป็นอย่างมาก และเทรดเดอร์หลายคนนิยมนำเทคนิคนี้ไปวิเคราะห์กราฟราคาร่วมกับการดูภาพรวมของตลาด เพื่อหาจุดเข้าซื้อขายที่ได้เปรียบที่สุด
*หมายเหตุ: การเทรด Forex ด้วยเทมคนิคนี้ เหมาะกับตลาด Sideway โดยต้องใช้กรอบเวลา 1H ขึ้นไป
ข้อดีและข้อควรระวังของ Harmonic Pattern
ข้อดี
- ขยายโอกาสในการทำกำไร และลดความเสี่ยงจากการขาดทุน
- Harmonic เป็นแพทเทิร์นการกลับตัวที่มีความแม่นยำสูง
- สามารถประยุกต์ใช้ในการเทรดได้กับทุกสินทรัพย์
- เพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด TP และ SL
- เหมาะกับการทำกำไรช่วงสภาวะตลาด Sideway ซึ่งพบได้ยากในเทคนิคทั่วไป
ข้อควรระวัง
- ค่อนข้างซับซ้อนกว่าเทคนิคอื่น ๆ
- ต้องใช้ความแม่นยำในการจดจำรูปแบบต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเยอะ
- ไม่เหมาะกับการใช้บนตลาดที่มีความผันผวนสูง
*หมายเหตุ: คุณสามารถใช้ฮาโมนิคแพทเทิร์นร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แนวโน้ม
Harmonic Pattern แตกต่างจาก Price Action อย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่า Harmonic Pattern ต่างจาก Price Pattern อย่างไร? คำตอบคือ Harmonic จะเน้นใช้ ความแม่นยำของสัดส่วน Fibonacci เป็นหลักในการระบุจุดกลับตัวและการจัดรูปแบบ (เช่น การหาจุด X, A, B, C, D ที่มีสัดส่วนเป๊ะๆ) ในขณะที่ Price Pattern หรือ Price Action ทั่วไป จะเน้นดูเพียงรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน (เช่น สามเหลี่ยม, หัวและไหล่) หรือรูปแบบแท่งเทียนเพื่ออ่านความเคลื่อนไหวของราคาเพียงอย่างเดียว ทำให้การวิเคราะห์ด้วยแพทเทิร์นนี้มีความซับซ้อนและมีหลักเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์มารองรับมากกว่า
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการใช้งานฮาโมนิค Forex ควรจะใช้งานควบคู่กับ Fibonacci ดังนั้น คุณต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการตีเส้น Fibo เบื้องต้นก่อนเข้าสู่หลักสูตรนี้ครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
Fibonacci คืออะไร?
Fibonacci คือ อินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Forex, Stock รวมถึง Cryptocurrency ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาแนวรับ-แนวต้าน, จุดพักตัวของราคา, จุดกลับตัวของราคา และจุดตั้ง TP/SL ด้วยตัวเลขที่มีการคำนวณมาอย่างแม่นยำ สำหรับประเภทของ Fibo ที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับฮาโมนิคแพทเทิร์นจะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Fibonacci Retracement และ Extension
📢 Traderbobo แนะนำ
Fibonacci ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังในการหาแนวรับ-แนวต้าน ที่ถึงแม้จะมีความซับซ้อน แต่ก็มีความแม่นยำในตัวของมันเอง ศึกษา Fibonacci เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านล่างนี้
การใช้ Fibo ร่วมกับ Harmonic Pattern
| สรุป | Fibonacci Retracement | Fibonacci Extension | ||
| แนวโน้มขาขึ้น | แนวโน้มขาลง | แนวโน้มขาขึ้น | แนวโน้มขาลง | |
| การใช้งาน | ทำหน้าที่เป็น “แนวรับ” | ทำหน้าที่เป็น “แนวต้าน” | ทำหน้าที่เป็น “แนวต้าน” | ทำหน้าที่เป็น “แนวรับ” |
| หลักการ | ▪ ใช้หาจุดพักตัวของราคา ▪ มี Level ตั้งแต่ 0-100 | ▪ ใช้หาเป้าหมายของราคา ▪ มี Level ตั้งแต่ 100 ขึ้นไป | ||
. . . . . . . . . . . . . . .
หลังจากที่คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งาน Fibo ร่วมกับ Harmonic ในเบื้องต้นแล้ว ต่อไปเราจะอธิบายเทคนิคการใช้ Fibo เพื่อหาตำแหน่งของแพทเทิร์นฮาร์โมนิก โดยมีจุดสำคัญทั้งหมด 5 ตำแหน่ง ได้แก่ X, A, B, C และ D ซึ่งรายละเอียดดังต่อไปนี้สำคัญมาก เนื่องจากเป็นเทคนิคเบื้องต้นในการใช่งาน
. . . . . . . . . . . . . . .
สอนการใช้ Fibo หาตำแหน่ง Harmonic Pattern
สำหรับเนื้อหาในหัวข้อนี้ อันดับแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าแพทเทิร์นนี้สามารถแบ่งรูปแบบได้ออกเป็น 2 ลักษณะหลัก ๆ ได้แก่ ลักษณะที่มีรูปร่างคล้ายตัว W หรือที่เราเรียกกันว่า Retracement Harmonic Pattern และลักษณะที่มีรูปร่างคล้ายตัว M หรือที่เรียกกันว่า Extension Harmonic Pattern ซึ่งจุดในแต่ละลักษณะจะมีการใช้ Fibo ที่แตกต่างกันออกไป โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
ลักษณะของรูปแบบ Harmonic Pattern

Bullish Harmonic Pattern คือ แพทเทิร์นกราฟที่มีโอกาสกลับตัวสูงจากแนวโน้มขาลง (Downtrend) เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แพทเทิร์นรูปแบบนี้ จึงนิยมใช้หาจุดเข้าออเดอร์ Buy โดยจะมีลักษณะคล้ายกับรูปตัว ‘M’

Bearish Harmonic Pattern คือ แพทเทิร์นกราฟที่มีโอกาสกลับตัวสูงจากแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) เป็นแนวโน้มขาลง (Downtrend) แพทเทิร์นรูปแบบนี้ จึงนิยมใช้หาจุดเข้าออเดอร์ Sell โดยจะมีลักษณะคล้ายกับรูปตัว ‘W’
จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแพทเทิร์นนั้น ๆ แต่สิ่งที่คุณต้องจำให้ได้ คือ ตำแหน่งของจุด D
• หาก Harmonic มีลักษณะเป็นตัว “W” จุด D ต้องอยู่สูงกว่าจุด B เท่านั้น
• หาก Harmonic มีลักษณะเป็นตัว “M” จุด D ต้องอยู่ต่ำกว่าจุด B เท่านั้น
การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bullish Harmonic Pattern (ตัว M)

การใช้ Fibo หาจุด X, A ของแพทเทิร์น
| Step 1 | สังเกตราคาที่มีทิศทางขึ้นและเกิดการย่อตัวลง |
| Step 2 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A หรือตีเส้นจากจุดต่ำสุดของการแกว่งราคา (Swing Low) ขึ้นไปยังจุดสูงสุดของการแกว่งราคา (Swing High) |
| Step 3 | ▪ หากราคาที่ย่อตัวลงมาอยู่ในระดับ 38.2% – 86.6% หมายความว่า X และ A ได้เกิดขึ้นแล้ว ▪ Swing Low = X ▪ Swing High = A |
การใช้ Fibo หาจุด B ของแพทเทิร์น
| Step 1 | เมื่อราคาย้อนกลับมาจากจุด A แล้ว จุดต่ำสุดถัดไปอาจเป็นจุด B |
| Step 2 | ราคาที่ย่อตัวลงมาต้องอยู่ที่ระดับ 61.8% (สำหรับ Gartley) |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด B ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: ระดับ Fibo ณ จุด B จะช่วยคอนเฟิร์มรูปแบบของแพทเทิร์น ซึ่งต้องอาศัยการจดจำในระดับหนึ่ง
การใช้ Fibo หาจุด C ของแพทเทิร์น
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด A ไป B |
| Step 2 | ราคาต้องเด้งขึ้นมาจากจุด B มาที่ระดับ 38.2% – 88.6% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด C ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแพทเทิร์นนั้น ๆ
การใช้ Fibo หาจุด D ของแพทเทิร์น
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A อีกครั้ง |
| Step 2 | ราคาต้องย่อตัวลงจาก C มาที่ระดับ 78.6% ของ XA |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด D ขึ้นแล้ว โดยจุด D ต้องอยู่ต่ำกว่าจุด B เท่านั้น |
การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bearish Harmonic Pattern (ตัว W)

การใช้ Fibo หาจุด X, A ของแพทเทิร์น
| Step 1 | สังเกตราคาที่มีทิศทางลงและเกิดการเด้งตัวขึ้น |
| Step 2 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A หรือตีเส้นจากบน (Swing High) ลงมาล่าง (Swing Low) |
| Step 3 | ▪ หากราคาที่เด้งตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 38.2% – 86.6% หมายความว่า X และ A ได้เกิดขึ้นแล้ว ▪ Swing Low = A ▪ Swing High =X |
การใช้ Fibo หาจุด B ของแพทเทิร์น
| Step 1 | โดยทั่วไป เมื่อคุณสามารถหา X และ A ได้ จะเป็นการคอนเฟิร์ม B ทันที (หากตรงตามเงื่อนไข) |
| Step 2 | ราคาที่เด้งตัวขึ้นมาต้องอยู่ที่ระดับ 78.6% (สำหรับ Butterfly) |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด B ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: ระดับ Fibo ณ จุด B จะช่วยคอนเฟิร์มรูปแบบของแพทเทิร์น ซึ่งต้องอาศัยการจดจำรูปแบบระดับหนึ่ง
การใช้ Fibo หาจุด C ของแพทเทิร์น
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด A ไป B |
| Step 2 | ราคาต้องย่อตัวลงมาจากจุด B ไปที่ระดับ 38.2% – 88.6% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด C ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแพทเทิร์นนั้น ๆ
การใช้ Fibo หาจุด D ของแพทเทิร์น
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A อีกครั้ง |
| Step 2 | ราคาต้องเด้งขึ้นมาจากจุด C ไปที่ระดับ 127.2% – 161.8% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด D ขึ้นแล้ว โดยจุด D ต้องอยู่สูงกว่าจุด B เท่านั้น |
หลังจากที่คุณได้จุด C ออกมาแล้ว จะช่วยให้คุณพอคาดการณ์ได้ว่า จุด D จะอยู่สูงหรือต่ำกว่าจุด X ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดจุด Take Profit (TP) และแนวทางคร่าว ๆ ในการทำกำไร
สอนการดูรูปแบบ Harmonic Pattern มีกี่แบบ
ในหัวข้อนี้ เราจะกล่าวถึงรูปแบบของ Harmonic ยอดนิยม เนื่องจากคุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในการเทรด และยังเป็นรูปแบบที่มีความแม่นยำ รวมถึงมีโอกาสกลับตัวสูงที่สุด โดยมีทั้งหมด 6 รูปแบบ ดังนี้
- รูปแบบที่ 1: AB=CD
- รูปแบบที่ 2: Bat
- รูปแบบที่ 3: Gartley
- รูปแบบที่ 4: Crab
- รูปแบบที่ 5: Butterfly
- รูปแบบที่ 6: Cypher

ตารางสรุปการตี Fibonacci ใน Harmonic Pattern รูปแบบต่าง ๆ
รูปแบบของ Harmonic Pattern | ||||||
รูปแบบ Harmonic Pattern | จุด X | จุด A | จุด B | จุด C | จุด D | |
AB=CD | Bullish | – | Swing High | Swing Low | 61.8% – 78.6% | 127% หรือ 161.8% |
Bearish | – | Swing Low | Swing High | 61.8% – 78.6% | 127% หรือ 161.8% | |
Bat | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 50% | 38.2% – 88.6% | 88.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 50% | 38.2% – 88.6% | 88.6% | |
Gartley | Bullish | Swing Low | Swing High | 61.8% | 38.2% – 88.6% | 78.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 61.8% | 38.2% – 88.6% | 78.6% | |
Crab | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 61.8% | 38.2% – 88.6% | 161.8% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 61.8% | 38.2% – 88.6% | 161.8% | |
Butterfly | Bullish | Swing Low | Swing High | 78.6% | 38.2% – 88.6% | 127% หรือ 161.8% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 78.6% | 38.2% – 88.6% | 127% หรือ 161.8% | |
Cypher | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 61.8% | 127% หรือ 161.8% | 78.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 61.8% | 127% หรือ 161.8% | 78.6% | |
รูปแบบ AB=CD Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish AB=CD

- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B มาจาก Swing Low
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดการเด้งขึ้นมาระหว่าง 61.8% – 78.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก B ขึ้นไป C โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
📌 หากราคาเคยสร้าง Demand Zone ไว้ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด D
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL เหนือ Demand Zone ประมาณ 10-20 จุด
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish AB=CD

- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B มาจาก Swing High
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาเกิดการพักตัวลงมาระหว่าง 61.8% – 78.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก B ลงมา C โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
📌 หากราคาเคยสร้าง Supply Zone ไว้ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด D
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL เหนือ Supply Zone ประมาณ 10-20 จุด
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Bat Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Bat Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 50% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 88.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Bat Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 50% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 88.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Gartley Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Gartley Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Gartley Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการพักตัวลงมาที่ระดับ 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Crab Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Crab Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด D
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Crab Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Butterfly Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Butterfly Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 78.6% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้ D (Demand Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Butterfly Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 78.6% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D (Supply Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Cypher Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Cypher Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 127% หรือ 161.8% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด D (Demand Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Cypher Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ 127% หรือ 161.8% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D (Supply Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
. . . . . . . . . . . . . . .
ทั้งหมดนี้ คือ รูปแบบฮาโมนิคแพทเทิร์นที่คุณสามารถพบเจอได้บ่อย และมีโอกาสกลับตัวสูง ซึ่งในการเทรดจริงคุณจำเป็นต้องจดจำรูปแบบต่าง ๆ และมองให้ออกว่าแพทเทิร์นที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีลักษณะอย่างไร เพื่อวิเคราะห์โอกาสในการทำกำไร ในหัวข้อถัดไป เราจะมาแชร์เทคนิคเฉพาะในการเข้าเทรดที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้
. . . . . . . . . . . . . . .
สอน Harmonic Pattern ในการเทรดจริง!
โดยทั่วไปเทรดเดอร์มักจะทำการเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell ไว้ที่จุด D เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าการเข้าเทรดในจุดอื่น ๆ และค่อนข้างมีความแม่นยำสูง รวมถึงจุด D ยังเป็นจุดที่แพทเทิร์นได้มีการก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่หากคุณเริ่มมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับแพทเทิร์นเหล่านี้แล้ว คุณจะสามารถมองเห็นโอกาสในการเทรดได้มากขึ้นครับ
📌 การใช้งานเทคนิคฮาโมนิคแพทเทิร์นเป็นการเทรดแบบสวนเทรนด์ โดยนิยมเปิดออเดอร์ที่จุด D แต่หากคุณมีความเชี่ยวชาญและมองรูปแบบออกคร่าว ๆ อาจนำมาสู่โอกาสในการเปิดออเดอร์ตามเทรนด์ที่จุด C แต่ต้องยอมรับว่า มีความเสี่ยงที่จะพลาดมากกว่าจุด D
*หมายเหตุ: เทรดเดอร์มือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอควรเข้าเทรดที่จุด D เท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และเทคนิคต่อไปนี้ต้องอาศัยประสบการณ์หรือเทคนิคในการเทรดค่อนข้างสูง
เทคนิคการเทรดด้วย Harmonic แบบ Bullish (ตัว M)

Step 1: ค้นหาตำแหน่งของจุด X, A, B และ C ให้ได้
Step 2: การสร้าง X,A,B และ C ถือว่าเป็นการก่อตัวของ แพทเทิร์นเกือบ 70% แล้ว ดังนั้น คุณอาจสร้างกำไรที่จุด C ได้ด้วยการเปิดออเดอร์ Sell เพื่อทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากราคามีทิศทางเป็นขาลง และตั้ง Stop Loss เหนือ C
Step 3: ควรตั้ง TP1 ที่ระดับ Fibo 78.6% ของการตีเส้น Fibo จาก X ไป A เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาลงมาไม่ถึงระดับที่คาดการณ์ไว้
Step 4: เมื่อ Harmonic กำเนิดจุด D ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว อาจเปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D เพื่อทำกำไรต่อในรอบถัดไป จากนั้นทำการวิเคราะห์ TP2 และ SL ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
เทคนิคการเทรดด้วย Harmonic แบบ Bearish (ตัว W)

Step 1: ค้นหาตำแหน่งของจุด X, A, B และ C ให้ได้
Step 2: การสร้าง X,A,B และ C ถือว่าเป็นการก่อตัวของ แพทเทิร์นเกือบ 70% แล้ว ดังนั้น คุณอาจสร้างกำไรที่จุด C ได้ด้วยการเปิดออเดอร์ Buy เพื่อทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากราคามีทิศทางเป็นขาขึ้น และตั้ง Stop Loss ต่ำกว่า C
Step 3: ควรตั้ง TP1 ที่ระดับ Fibo 78.6% ของการตีเส้น Fibo จาก X ไป A เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาขึ้นไปไม่ถึงระดับที่คาดการณ์ไว้
Step 4: เมื่อ Harmonic กำเนิดจุด D ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว อาจเปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D เพื่อทำกำไรต่อในรอบถัดไป จากนั้นทำการวิเคราะห์ TP2 และ SL ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
คำเตือนจาก Traderbobo
หัวข้อข้างต้นเป็นเทคนิคการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ และการเทรดที่จุด C มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากรูปแบบ Harmonic ยังไม่สมบูรณ์ อาจเกิดกรณีที่ราคาไม่เคลื่อนที่ไปถึงจุด D ตามที่คาด ดังนั้น เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเทรด
. . . . . . . . . . . . . . .
Harmonic Pattern Indicator
อย่างที่เราทราบกันดีว่า หากต้องการประสบความสำเร็จในการเทรด ไม่ควรเชื่อสัญญาณจากตัวบ่งชี้เพียงตัวเดียว ดังนั้น ถึงแม้คุณจะมั่นใจในเทคนิคการเทรดของคุณเพียงใด การใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เข้ามาช่วยยืนยันสัญญาณก็เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ และ แพทเทิร์นเหล่านี้ก็ต้องอาศัยการยืนยันสัญญาณเหล่านั้นเช่นกัน เพื่อป้องกันการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
📢 Traderbobo แนะนำ
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้อินดิเคเตอร์ที่ให้สัญญาณ Divergence เช่น RSI, MACD หรือ Stochastic เพื่อนำมายืนยันสัญญาณการกลับตัวจากฮาโมนิคแพทเทิร์นอีกครั้งหนึ่ง
เทคนิคการใช้ Harmonic Pattern อย่างถูกต้อง

เทคนิคการใช้แพทเทิร์นนี้แบ่งออกเป็น 5 วิธี ดังนี้
- การเทรดด้วยแพทเทิร์นที่มีความแม่นยำสูงและความเสี่ยงต่ำกว่าจุดอื่น คือ การเข้าเทรดที่จุด D โดยต้องตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด
- เมื่อคุณทำการเทรดจริง อาจพบว่า ระดับ Fibo มีโอกาสคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เช่น 78.6% เป็น 80% ทั้งนี้ ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญในการประยุกต์ใช้ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- ในบางครั้งการกลับตัวของแพทเทิร์นอาจเกิดขึ้นเล็กน้อย หรือไม่ได้มีเทรนด์ที่ใหญ่มาก
- การเทรดด้วยแพทเทิร์นเหล่านี้ควรใช้กรอบเวลาที่ H1 ขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกของแท่งเทียน
- Harmonic สามารถใช้ร่วมกับกลยุทธ์หรือเทคนิคอื่น ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้สูงขึ้น รวมทั้งยังเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวของราคาอีกครั้งก่อนตัดสินใจทำการซื้อขาย เช่น ใช้ร่วมกับ Price Pattern, Elliott Wave หรืออินดิเคเตอร์อื่น ๆ
📢 Traderbobo แนะนำ
นอกเหนือจากเทคนิคการเทรด โดยใช้ฮาร์โมนิคแพทเทิร์นยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่น่าสนใจรอให้คุณมาศึกษาอยู่! อ่านบทความรวม 3 เทคนิคการเทรด Forex ขั้นเทพ ได้ที่ด้านล่างนี้
. . . . . . . . . . . . . . .
สรุปเกี่ยวกับ Harmonic Pattern มีกี่แบบ
แต่ละจุดในการกลับตัวของ Harmonic Pattern ถูกกำหนดด้วยระดับของ Fibonacci ถึง 2 ประเภท ได้แก่ Fibonacci Retracement และ Extension ดังนั้น หากคุณต้องการศึกษาเกี่ยวกับแพทเทิร์นต่าง ๆ จึงควรเข้าใจการใช้งานของ Fibonacci ก่อน
โดยแพทเทิร์นนี้แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบ Bullish (รูปตัว M) และแบบ Bearish (รูปตัว W) ซึ่งแต่ละลักษณะจะมีเทคนิคการดูตำแหน่ง นอกจากนี้ คุณจำเป็นต้องจดจำรูปแบบและเงื่อนไขต่าง ๆ ของฮาโมนิคแพทเทิร์นโดยรูปแบบที่คุณสามารถพบเจอได้บ่อย และมีโอกาสกลับตัวสูงมีอยู่ 6 แบบ ดังนี้
- รูปแบบที่ 1: AB=CD
- รูปแบบที่ 2: Bat
- รูปแบบที่ 3: Gartley
- รูปแบบที่ 4: Crab
- รูปแบบที่ 5: Butterfly
- รูปแบบที่ 6: Cypher
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง และควรทราบว่าอัตราความแม่นยำหรือผลงานที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นข้อมูลเชิงทฤษฎีจากอดีต ซึ่งไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนหรือความแม่นยำในอนาคตแต่อย่างใด และการใช้เครื่องมือหรือเทคนิคอื่น ๆ เข้ามายืนยันสัญญาณของแพทเทิร์นต่าง ๆ เป็นวิธีเพิ่มความแม่นยำ และลดความเสี่ยงได้ดีอย่างหนึ่ง
. . . . . . . . . . . . . . .
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Harmonic Pattern
การหา Harmonic Pattern ต้องใช้ Fibonacci รูปแบบไหน?
สำหรับการหาฮาโมนิคแพทเทิร์นจะใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาจุด B และ C และใช้ Fibonacci Extension เพื่อหาจุด D ครับ
การเทรดตาม Harmonic Pattern ควรเข้าออเดอร์ที่จุดไหนดี?
ตามหลักแล้วเทรดเดอร์ควรเข้าออเดอร์ที่จุด D เพราะเป็นจุดที่โครงสร้างสมบูรณ์ที่สุด แต่เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็เข้าทำกำไรที่จุด C ร่วมกับการมองหาจุดยืนยันสัญญาณในการเข้าเทรดครับ
Traderbobo มีหนังสือ Harmonic Pattern pdf ไทย ไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีให้ดาวน์โหลดครับ แต่ในบทความนี้ เราได้รวบรวมเนื้อหาเชิงลึกจากหนังสือและคอร์สเรียนทั้งหมดไว้ให้แล้ว และหากมีเสียงตอบรับที่ดี ในอนาคตก็อาจจะมีการทำเป็น E-book (harmonic pattern pdf ไทย) ออกมาให้ดาวน์โหลดฟรีกันครับ
Harmonic Calculator คืออะไร?
Harmonic Calculator เป็นเครื่องมือคำนวณที่ช่วยในการวิเคราะห์สัดส่วน Fibonacci ของฮาโมนิคแพทเทิร์นเครื่องมือนี้จึงช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยตัวเทรดเดอร์เองครับ
Harmonic Pattern มีกี่แบบ?
รูปแบบของฮาโมนิคแพทเทิร์นหลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมมี 6 แบบ ได้แก่ รูปแบบ AB=CD, รูปแบบ Bat, รูปแบบ Gartley, รูปแบบ Crab, รูปแบบ Butterfly และ รูปแบบ Cypher
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











