
TFEX series หมดอายุ rollover คือ กระบวนการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ที่กำลังจะหมดอายุในซีรีส์ปัจจุบัน ไปยังสัญญาซีรีส์ถัดไปเพื่อรักษาการถือสถานะลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องปิดพอร์ต
การเปลี่ยนซีรีส์สัญญานี้ทำได้โดยการปิดสถานะสัญญาเดิมที่ใกล้หมดอายุพร้อมกับเปิดสถานะใหม่ในซีรีส์ไกลที่มีทิศทางเดียวกัน บทความนี้อธิบายกลไกการ Rollover TFEX วันหมดอายุสัญญา ขั้นตอนการส่งคำสั่ง ข้อควรระวังเรื่องส่วนต่างราคา และเทคนิคการบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ ผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- การ Rollover TFEX คือการปิดสัญญาซีรีส์ใกล้ที่กำลังจะหมดอายุ แล้วเปิดสถานะทิศทางเดิมในสัญญาซีรีส์ไกลทันที
- หากปล่อยให้สัญญาหมดอายุ ระบบจะทำการชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) อ้างอิงราคา Final Settlement Price
- การใช้คำสั่ง Calendar Spread Order ช่วยลดความเสี่ยงด้าน Slippage และลดต้นทุนค่าธรรมเนียมเมื่อเทียบกับการส่งคำสั่ง 2 ขาแยกกัน
- ควรวางแผน Rollover ล่วงหน้า 3–5 วันก่อนวันซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day) เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพคล่องที่ลดลง
TFEX Series หมดอายุ Rollover คืออะไร?
TFEX series หมดอายุ rollover คือ กระบวนการทางกลไกตลาดล่วงหน้าที่นักลงทุนใช้ส่งคำสั่งปิดสถานะสัญญา Futures ชุดเดิมที่ใกล้หมดอายุการซื้อขาย พร้อมทั้งเปิดสถานะสัญญาชุดใหม่ในทิศทางเดียวกันแต่มีวันหมดอายุไกลกว่าครับ
กลไกนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถถือครอง exposure หรือความเสี่ยงในสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนี SET50 หรือทองคำ ได้อย่างต่อเนื่องเกินกว่าอายุของสัญญาเดี่ยวอันหนึ่ง การทำ Rollover มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารพอร์ตระยะยาวเพราะสัญญา Futures ทุกประเภทใน ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีอายุจำกัดและมีวันหมดอายุที่แน่นอนตามสเปกของสัญญา

ความหมายของวันหมดอายุสัญญา (Expiration Date) และสัญลักษณ์ซีรีส์ TFEX
วันหมดอายุ TFEX คือ วันสุดท้ายที่สัญญาล่วงหน้าซีรีส์นั้น ๆ สามารถซื้อขายในตลาดได้ หรือที่เรียกว่า Last Trading Day TFEX โดยสัญญา Futures ในตลาด TFEX จะใช้สัญลักษณ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษในการระบุเดือนที่หมดอายุสัญญา และตามด้วยตัวเลขสองหลักสุดท้ายของปี ค.ศ. ดังนี้:
- H: สัญญาหมดอายุเดือนมีนาคม (March)
- M: สัญญาหมดอายุเดือนมิถุนายน (June)
- U: สัญญาหมดอายุเดือนกันยายน (September)
- Z: สัญญาหมดอายุเดือนธันวาคม (December)
ตัวอย่างเช่น สัญญา S50M26 หมายถึง สัญญา SET50 Index Futures ที่จะหมดอายุในเดือนมิถุนายน ปี 2026 โดยปกติสัญญาประเภท Index Futures จะหมดอายุในวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนนั้น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสเปกสัญญาของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ครับ คุณสามารถตรวจสอบวันหมดอายุสัญญาได้ที่: ปฏิทินการซื้อขาย SET50 Index Futures
หากต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานโครงสร้างสัญญาเบื้องต้น ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับTFEX คืออะไรก่อน เพื่อปูพื้นฐานเรื่องสเปกสัญญาและอัตราคูณราคาครับ
นิยามและกลไกการ Rollover สัญญา Futures จากซีรีส์ใกล้ไปซีรีส์ไกล
กลไกการ Rollover คือการจับคู่ธุรกรรมตรงข้ามระหว่าง 2 สัญญาในเวลาเดียวกัน เพื่อย้ายสถานะคงค้าง (Open Interest) จากสัญญาซีรีส์ใกล้ (Near Series) ไปยังสัญญาซีรีส์ไกล (Far Series)
หากนักลงทุนถือสถานะ Long ในสัญญา S50H26 ที่กำลังจะหมดอายุ การทำ Rollover หมายถึง:
- Sell to Close สัญญา S50H26 (ปิดสถานะ Long ในซีรีส์ใกล้)
- Buy to Open สัญญา S50M26 (เปิดสถานะ Long ในซีรีส์ไกล)
ในทางกลับกัน หากถือสถานะ Short ในซีรีส์ใกล้ นักลงทุนจะต้องทำการ Buy to Close สโมสรซีรีส์ใกล้ และ Sell to Open ในซีรีส์ไกลควบคู่กัน ซึ่งกระบวนการนี้สามารถทำได้ทั้งการส่งคำสั่งแยกรายขา หรือใช้กระดานซื้อขายพิเศษที่เรียกว่า Calendar Spread
ทำไมเทรดเดอร์ถึงต้อง Rollover สัญญา TFEX เมื่อ Series ใกล้หมดอายุ?
เทรดเดอร์ต้อง Rollover สัญญา TFEX เพื่อรักษาสถานะการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงอย่างต่อเนื่องโดยไม่โดนบังคับปิดสถานะและชำระราคาด้วยเงินสดเมื่อสัญญาหมดอายุครับ
หากนักลงทุนมีมุมมองเชิงโครงสร้าง (Macro Trend) ว่าดัชนีหรือสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับตัวขึ้นหรือลงในระยะยาวเกินกว่า 3 เดือน การปล่อยให้สัญญาเดิมหมดอายุจะทำให้พอร์ตการลงทุนถูกบังคับปิดสถานะทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์การลงทุนรวมถึงต้นทุนทางภาษีและกระแสเงินสด
ผลกระทบจากการปล่อยให้สัญญาหมดอายุและการชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement)
เมื่อสัญญา Futures เดินทางมาถึงวันซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day) ตลาดจะทำการหยุดการซื้อขายสัญญาซีรีส์นั้นในช่วงเย็น และดำเนินการชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement)
ราคาที่ใช้ในการชำระราคาคือ Final Settlement Price TFEX ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยของสินทรัพย์อ้างอิงตามเกณฑ์ที่ตลาดกำหนด
- ข้อดีของการปล่อยหมดอายุ: ไม่เสียค่าคอมมิชชันในการปิดสถานะวันสุดท้าย
- ข้อเสียของการปล่อยหมดอายุ: นักลงทุนจะสูญเสีย Exposure ในตลาดทันที หากต้องการถือสถานะต่อในวันถัดไป ต้องเปิดสัญญาซีรีส์ใหม่ด้วยราคาตลาด ณ ขณะนั้น ซึ่งอาจเกิด Gap ราคา (Price Gap) ข้ามคืนได้
หากคุณกำลังศึกษาวิธีบริหารพอร์ตและขั้นตอนการส่งคำสั่งเริ่มต้น สามารถอ่านคู่มือ “การเทรด TFEX เริ่มยังไง” เพื่อเรียนรู้กลไกการส่งคำสั่งซื้อขายในระบบ Streaming ได้ครับ
การรักษา Exposure และสถานะการลงทุนในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
การทำ Rollover ช่วยให้พอร์ตการลงทุนไม่สะดุด นักลงทุนประเภทเทรนด์ตาม (Trend Following) หรือผู้ใช้สัญญา Futures ในการบริหารความเสี่ยง (Hedging) จำเป็นต้องรักษา Exposure ไว้ให้ตรงกับสินทรัพย์อ้างอิง
นอกจากนี้ การต่อสัญญาด้วยการ Rollover ยังช่วยให้นักลงทุนสามารถรับรู้ผลกำไรหรือขาดทุนจริง (Realized P/L) จากซีรีส์เก่า พร้อมกับปรับฐานต้นทุนใหม่ (Cost Basis) ในซีรีส์ไกล ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Money Management ที่ดีในการควบคุมความเสี่ยงรวมของพอร์ต
| หัวข้อ | การปล่อยให้สัญญาหมดอายุ | การทำ Rollover สัญญา |
| สถานะหลังหมดอายุ | สัญญาถูกปิดอัตโนมัติ ไม่มีสถานะค้าง | ถือสถานะต่อเนื่องในซีรีส์ใหม่ |
| ราคาที่ใช้ปิดสถานะ | Final Settlement Price (ราคาเฉลี่ย) | ราคาตลาดขณะทำการ Rollover |
| การควบคุมจังหวะราคา | ควบคุมไม่ได้ (ขึ้นกับราคาปิดเฉลี่ย) | กำหนดจังหวะเวลาและราคาได้เอง |
| ค่าธรรมเนียมซื้อขาย | ไม่มีค่าธรรมเนียมปิดสถานะ | มีค่าธรรมเนียมการปิดและเปิดสัญญาใหม่ |
| ความต่อเนื่องของ Exposure | ขาดช่วง หากเปิดใหม่วันถัดไปอาจเจอ Gap | ต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วงตามกลยุทธ์ |
กลไกและขั้นตอนการทำ Rollover TFEX ทำอย่างไร?
การทำ Rollover TFEX สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก คือ การส่งคำสั่งแบบ 2 ขาแยกกัน (Leg-by-Leg) และการส่งคำสั่งผ่านกระดาน Calendar Spread Order ครับ
นักลงทุนสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเครื่องมือการเทรดและสภาวะสภาพคล่องของตลาดในขณะนั้น โดยทั้งสองวิธีมีขั้นตอนและข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างชัดเจน
การ Rollover แบบส่งคำสั่ง 2 ขาแยกกัน (Leg-by-Leg Transaction)
การทำ Rollover แบบ Leg-by-Leg คือกระบวนการที่นักลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายทีละสัญญาด้วยตนเองผ่านกระดานปกติ (Outright Market)
ขั้นตอนการทำ Leg-by-Leg สำหรับผู้ถือสถานะ Long S50H26:
- ส่งคำสั่ง Sell S50H26 ในกระดานปกติเพื่อปิดสถานะซีรีส์ใกล้
- เมื่อคำสั่งจับคู่เรียบร้อย (Matched) ให้ส่งคำสั่ง Buy S50M26 ในกระดานปกติเพื่อเปิดสถานะซีรีส์ไกล
ข้อดี
- ส่งคำสั่งได้ง่าย ทำผ่านหน้าจอเทรดปกติได้ทันที
ข้อควรระวัง
- มีความเสี่ยงด้าน Leg Risk หรือ Slippage ราคา เนื่องจากตลาดอาจเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในช่วงเวลาระหว่างการส่งคำสั่งที่ 1 และคำสั่งที่ 2 ทำให้ส่วนต่างราคาไม่ได้ตามที่คาดการณ์ไว้
การ Rollover ผ่านคำสั่ง Calendar Spread Order บนโปรแกรม Streaming
Calendar Spread Order คือการส่งคำสั่งซื้อขายส่วนต่างราคาของสัญญา 2 ซีรีส์พร้อมกันในคำสั่งเดียว โดยจับคู่ผ่านกระดานซื้อขายแบบผสม (Combination Market) ของ TFEX
ในโปรแกรม Streaming นักลงทุนสามารถเลือกระบุสัญลักษณ์เป็นรูปแบบผสม เช่น S50H26M26 ซึ่งหมายถึงสัญญาต่างซีรีส์ระหว่าง S50H26 และ S50M26
- การจับคู่แบบ Spread: คำสั่งจะจับคู่ก็ต่อเมื่อส่วนต่างราคา (Price Difference) ของทั้งสองซีรีส์ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ลดความเสี่ยง Execution: ระบบจะจับคู่คำสั่งทั้งสองขาพร้อมกันอย่างสมบูรณ์ ป้องกันปัญหาการจับคู่ได้เพียงขาเดียว
- ประหยัดค่าธรรมเนียม: ตลาด TFEX คิดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการเทรด Calendar Spread ในอัตราที่ต่ำกว่าการซื้อขาย 2 ขาแยกกัน ตามประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ครับ
- คุณสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้ที่นี่: สรุปค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน TFEX
ก่อนทำการ Rollover นักลงทุนควรตรวจสอบเงื่อนไข ค่าธรรมเนียมและหลักประกัน TFEX เพื่อคำนวณ Margin Requirement ให้เพียงพอสำหรับรองรับสถานะซีรีส์ใหม่
| รายการเปรียบเทียบ | Leg-by-Leg Transaction | Calendar Spread Order |
| วิธีการส่งคำสั่ง | ส่ง 2 คำสั่งแยกกันบนกระดานปกติ | ส่ง 1 คำสั่งบนกระดาน Combination |
| ความเสี่ยง Slippage (Leg Risk) | มีความเสี่ยง ราคามักเคลื่อนไหวก่อนส่งคำสั่งที่สอง | ไม่มีความเสี่ยง จับคู่พร้อมกันทั้งสองขา |
| การล็อกส่วนต่างราคา (Basis) | ทำได้ยากขึ้นอยู่กับความเร็วในการส่งคำสั่ง | ล็อกส่วนต่างราคาได้แน่นอนตามคำสั่ง |
| อัตราค่าธรรมเนียม | คิดค่าธรรมเนียมปกติเต็มจำนวนทั้ง 2 ขา | ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมพิเศษจาก TFEX |
| ความสะดวกในการใช้งาน | คุ้นเคยง่าย ส่งคำสั่งปกติ | ต้องเข้าใจสัญลักษณ์และกลไกราคา Spread |
ข้อควรระวังเรื่องค่าธรรมเนียม ผลต่างราคา และจังหวะเวลาในการ Rollover
ข้อควรระวังสำคัญในการ Rollover TFEX คือเรื่องส่วนต่างราคาระหว่างซีรีส์ (Calendar Spread / Basis) สภาพคล่องของสัญญาไกล และอัตราหลักประกันที่อาจเปลี่ยนแปลงครับ
การ Rollover ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสัญญา แต่การบริหารต้นทุนส่วนต่างราคาซึ่งส่งผลต่อกำไรขาดทุนสะสมของพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบของส่วนต่างราคาซีรีส์ใกล้และซีรีส์ไกล (Basis & Calendar Spread)
ส่วนต่างราคาระหว่างสัญญาซีรีส์ใกล้และซีรีส์ไกลเรียกว่า Calendar Spread ซึ่งเกิดจากปัจจัยเรื่อง Cost of Carry เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินปันผลคาดการณ์ และระยะเวลาที่เหลือของสัญญา
- Contango (ซีรีส์ไกลแพงกว่าซีรีส์ใกล้): หากคุณถือสถานะ Long การ Rollover ในสภาวะ Contango จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะต้องขายซีรีส์ใกล้ที่ราคาต่ำกว่าเพื่อไปซื้อซีรีส์ไกลที่ราคาสูงกว่า
- Backwardation (ซีรีส์ไกลถูกกว่าซีรีส์ใกล้): หากคุณถือสถานะ Long การ Rollover ในสภาวะ Backwardation จะได้เปรียบด้านต้นทุน เพราะได้ขายของแพงในซีรีส์ใกล้แล้วไปซื้อของถูกในซีรีส์ไกล
ในกรณีของสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น Gold Futures TFEX ส่วนต่างราคามักสะท้อนถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าเก็บรักษารวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ราคาซีรีส์ไกลมักจะสูงกว่าซีรีส์ใกล้เป็นส่วนใหญ่

จังหวะเวลาที่เหมาะสม (Timing) ในการเปลี่ยนซีรีส์เพื่อลด Slippage และปัญหาสภาพคล่อง
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำ Rollover คือช่วง 3 ถึง 5 วันทำการก่อนวันซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day)
เหตุผลสำคัญคือเรื่อง สภาพคล่อง (Liquidity):
- สัปดาห์สุดท้ายก่อนหมดอายุ: ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และสถานะคงค้าง (Open Interest) ของซีรีส์ใกล้จะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่เริ่มย้ายไปเทรดซีรีส์ไกล
- ความกว้างของ Bid-Ask Spread: เมื่อสภาพคล่องในซีรีส์ใกล้ลดลง ช่องว่างราคา Bid-Ask จะกว้างขึ้น ทำให้เกิด Slippage หรือต้นทุนซ่อนเร้นในการส่งคำสั่ง
- ความผันผวนวันสุดท้าย: ในวัน Last Trading Day ราคาซีรีส์ใกล้จะผันผวนอิงกับราคาอ้างอิงระดับฐาน ทำให้อาจเกิดความเสี่ยงจากวิกฤตราคาผิดปกติได้
📢 Traderbobo แนะนำ: อย่ารอให้ถึงวันสุดท้ายของการซื้อขายแล้วค่อย Rollover ครับ จากประสบการณ์ของพี่ สภาพคล่องในวันสุดท้ายจะแห้งมาก Bid-Ask จะกว้าง ทำให้เราโดน Slippage ไปฟรี ๆ พี่แนะนำให้ตั้งเตือนล่วงหน้า 5 วันก่อนวันหมดอายุ แล้วทยอยตั้งคำสั่ง Calendar Spread Order ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวตามกรอบหลัก จะช่วยประหยัดต้นทุนส่วนต่างราคาได้ดีที่สุดครับ
นอกจากนี้ เทรดเดอร์ควรวิเคราะห์โครงสร้างราคาและกรอบแนวรับ แนวต้าน ของดัชนีอ้างอิงประกอบ เพื่อเลือกจังหวะทำ Rollover ในช่วงที่ราคาหยุดพักตัว จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้นได้ครับ
สรุปเกี่ยวกับ TFEX Series หมดอายุ Rollover คืออะไร
การ Rollover TFEX Series หมดอายุ เป็นกลไกสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการถือครองสถานะการลงทุนในตลาดล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง การเข้าใจโครงสร้างวันหมดอายุ การเลือกใช้วิธี Calendar Spread Order เพื่อลดต้นทุนความเสี่ยง และการวางแผน Rollover ล่วงหน้า 3–5 วัน จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนแฝงที่ไม่จำเป็นครับ
📢 Traderbobo แนะนำ
หากคุณต้องการศึกษาโครงสร้างการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและประเภทสินค้าทั้งหมดในตลาด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หมวดหมู่หลัก สินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร? เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างครอบคลุมครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TFEX Series หมดอายุ Rollover
TFEX หมดอายุวันไหน และตรวจสอบได้อย่างไร?
วันหมดอายุสัญญา TFEX หรือ Last Trading Day โดยปกติของ SET50 Index Futures จะเป็นวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาหมดอายุ (มีนาคม, มิถุนายน, กันยายน, ธันวาคม)
นักลงทุนสามารถตรวจสอบวันหมดอายุที่แน่นอนของสัญญาแต่ละประเภทได้จากตารางสเปกสัญญาบนเว็บไซต์ทางการของ TFEX หรือปฏิทินกิจกรรมการลงทุนของโบรกเกอร์ครับ
📌อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: ข้อบังคับ TFEX เรื่องวันหมดอายุสัญญาและกลไกการ Rollover Futures Series
ถ้าสัญญา TFEX หมดอายุแล้วไม่ได้ปิดสถานะจะเกิดอะไรขึ้น?
หากสัญญา TFEX หมดอายุโดยที่นักลงทุนไม่ได้ทำการปิดสถานะหรือ Rollover ระบบของตลาดจะทำการชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) ให้โดยอัตโนมัติหลังปิดการซื้อขายในวันสุดท้าย โดยใช้อัตรา Final Settlement Price เป็นราคาอ้างอิงสุดท้าย ระบบจะคำนวณกำไรหรือขาดทุนเข้าพอร์ตทันทีและยกเลิกสถานะนั้นโดยอัตโนมัติครับ
การ Rollover TFEX มีค่าธรรมเนียมและผลกระทบต่อ P/L อย่างไร?
การ Rollover TFEX มีค่าธรรมเนียมซื้อขายเกิดขึ้นตามปกติเนื่องจากเป็นการทำธุรกรรม 2 รายการ (ปิดสัญญาเก่าและเปิดสัญญาใหม่) อย่างไรก็ตาม หากใช้คำสั่ง Calendar Spread Order จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมพิเศษจาก TFEX ด้านผลกระทบต่อ P/L กำไรขาดทุนจากสัญญาเก่าจะถูกรับรู้จริง (Realized P/L) ทันที และพอร์ตจะเริ่มนับ P/L ใหม่จากราคาต้นทุนของสัญญาซีรีส์ใหม่ครับ
Rollover แบบส่งคำสั่ง 2 ขาต่างจาก Calendar Spread Order อย่างไร?
การส่งคำสั่ง 2 ขาแยกกัน (Leg-by-Leg) คือการส่งคำสั่ง Sell และ Buy แยกกระดานกันเอง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิด Slippage หากราคาตลาดเปลี่ยนทิศทางในระหว่างการส่งคำสั่ง ขณะที่ Calendar Spread Order คือการจับคู่ส่วนต่างราคาระหว่าง 2 ซีรีส์พร้อมกันในคำสั่งเดียว ทำให้ล็อกส่วนต่างราคาได้แน่นอน ไม่มีปัญหาจับคู่ได้เพียงขาเดียว และประหยัดค่าธรรมเนียมมากกว่าครับ
ช่วงเวลาไหนคือจังหวะที่ดีที่สุดในการทำ Rollover TFEX?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ Rollover TFEX คือประมาณ 3–5 วันทำการก่อนถึงวันซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day) เนื่องจากเป็นช่วงที่สภาพคล่องของสัญญาซีรีส์เดิมและซีรีส์ใหม่มีปริมาณสูงใกล้เคียงกัน ทำให้ Bid-Ask Spread ไม่กว้างเกินไป ช่วยให้นักลงทุนสามารถตั้งคำสั่ง Rollover ได้ราคาที่ดีและลดความเสี่ยงเรื่อง Slippage ครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงสูงและผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
ข้อมูลอ้างอิงและกฎเกณฑ์การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อ้างอิงตามข้อกำหนดของ สำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











