หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุน

Table of Contents
หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุน

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คือตราสารทุนสองประเภทหลักที่บริษัทใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุน โดย หุ้นสามัญ คือ ตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการพร้อมสิทธิออกเสียงบริหาร ส่วน หุ้นบุริมสิทธิ คือ ตราสารทุนที่มีสิทธิพิเศษเหนือหุ้นสามัญในด้านการรับเงินปันผลและการรับชำระคืนสินทรัพย์ครับ

สำหรับนักลงทุน การเข้าใจสิทธิประโยชน์และความเสี่ยงของตราสารทั้งสองประเภทเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนพอร์ตและจัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสม บทความนี้อธิบายโครงสร้าง สิทธิบริหาร ลำดับการรับผลตอบแทน และข้อแตกต่างสำคัญอย่างเป็นระบบครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลงานหรือข้อมูลในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมักถูกจำกัดสิทธิออกเสียงเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่แน่นอนกว่า
  • ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระ เงินปันผล เป็นผลตอบแทนก้อนแรกก่อนผู้ถือหุ้นสามัญตามอัตราที่กำหนดไว้ชัดเจน
  • หากบริษัทล้างพอร์ตหรือเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับชำระคืนเงินลงทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ แต่ยังคงตามหลังเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้
  • หุ้นสามัญให้โอกาสเติบโตจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะยาวมากกว่า แต่มีความผันผวนและสิทธิในเงินปันผลที่ไม่แน่นอนเท่าหุ้นบุริมสิทธิ

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร?

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คือตราสารทุน (Equity Securities) ที่บริษัทออกจำหน่ายเพื่อเสนอขายแก่ประชาชนและนักลงทุน โดยตราสารทั้งสองประเภททำหน้าที่เป็นเครื่องมือระดมเงินทุนเพื่อนำไปใช้ขยายกิจการ ชำระหนี้ หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทครับ

นิยามและกลไกพื้นฐานของตราสารทุนในตลาดทุนไทย

ในตลาดหุ้นไทย บริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการออกและเสนอขายตราสารทุน โดยตราสารทุนทำหน้าที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Equity)

ทั้งนี้ ตราสารหนี้อย่างหุ้นกู้ตรงที่บริษัทไม่มีภาระผูกพันคงที่ในการจ่ายดอกเบี้ยตามงวด แต่ผู้ถือตราสารทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลและส่วนต่างราคาตามผลประกอบการของกิจการ

บทบาทของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในโครงสร้างทุนของบริษัท

เมื่อพิจารณาโครงสร้างทุน (Capital Structure) ของบริษัท การเข้าใจว่า หุ้นคืออะไร จะช่วยให้มองเห็นว่าทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิอยู่ฝั่ง “ส่วนของผู้ถือหุ้น” (Shareholders’ Equity) ในงบการเงิน

อย่างไรก็ตาม บริษัทมักใช้ออกหุ้นบุริมสิทธิเมื่อต้องการระดมทุนโดยไม่ต้องการให้สิทธิในการควบคุมบริษัท (Control Right) ของผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลง ในขณะที่เสนอสิทธิประโยชน์ด้านเงินปันผลดึงดูดนักลงทุนที่เน้นกระแสเงินสดครับ


ความแตกต่างระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ

ความแตกต่างหลักระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ สิทธิในการบริหารจัดการ ลำดับการรับเงินปันผล และสิทธิการเรียกร้องสินทรัพย์เมื่อบริษัทเลิกกิจการครับ

สิทธิในการออกเสียงและการบริหารจัดการบริษัท (Voting Rights)

ผู้ถือหุ้นสามัญถือเป็นเจ้าของบริษัทที่แท้จริง จึงได้รับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน (1 หุ้น = 1 เสียง) ในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติวาระสำคัญ เช่น การเลือกตั้งกรรมการบริษัท การอนุมัติงบการเงิน หรือการอนุมัติการจ่ายเงินปันผล

ในทางกลับกัน ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิตามข้อบังคับบริษัทส่วนใหญ่มักถูกจำกัดสิทธิออกเสียง หรือไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระปกติ เว้นแต่เป็นวาระที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของหุ้นบุริมสิทธิโดยตรงครับ

สิทธิในเงินปันผลและการรับชำระคืนสินทรัพย์เมื่อเลิกกิจการ (Dividend & Liquidation Preference)

ในด้านผลตอบแทน เงินปันผล คือ กำไรสุทธิที่บริษัทจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเสมอในอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หากปีใดบริษัทมีกำไรไม่เพียงพอ ผู้ถือหุ้นสามัญอาจไม่ได้รับเงินปันผลเลย ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิประเภทสะสมอาจได้สิทธิทบยอดไปจ่ายในปีถัดไป

นอกจากนี้ หากบริษัทต้องเลิกกิจการหรือถูกล้มละลาย สินทรัพย์ของบริษัทจะถูกนำมาจัดการตามลำดับภาระผูกพันทางกฎหมาย (Liquidation Priority) โดยมีลำดับดังนี้:

  1. เจ้าหนี้มีประกันและเจ้าหนี้ทั่วไป (เช่น ธนาคาร, เจ้าหนี้การค้า)
  2. ผู้ถือหุ้นกู้ (ตราสารหนี้)
  3. ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ (ได้รับเงินคืนตามมูลค่าตราสารก่อน)
  4. ผู้ถือหุ้นสามัญ (ได้รับจัดสรรสินทรัพย์ที่เหลือเป็นลำดับสุดท้าย)

เปรียบเทียบสิทธิ ผลตอบแทน และความเสี่ยงของตราสารแต่ละประเภท

ประเด็นการเปรียบเทียบหุ้นสามัญหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)หุ้นกู้
สถานะทางกฎหมายเจ้าของกิจการเจ้าของกึ่งเจ้าหนี้ (Hybrid)เจ้าหนี้
สิทธิในการออกเสียงมีสิทธิออกเสียงเต็มที่ (1 หุ้น = 1 เสียง)ไม่มี หรือถูกจำกัดสิทธิออกเสียงไม่มีสิทธิออกเสียง
รูปแบบผลตอบแทนเงินปันผล (ผันผวนตามกำไร) + Capital Gainเงินปันผล (อัตราคงที่หรือกำหนดไว้)ดอกเบี้ย (อัตราคงที่ตามงวด)
ลำดับการรับปันผล/ดอกเบี้ยลำดับสุดท้ายได้รับก่อนหุ้นสามัญได้รับดอกเบี้ยก่อนจัดสรรปันผล
ลำดับรับเงินคืนเมื่อเลิกกิจการลำดับสุดท้าย (Residual Claim)ได้รับก่อนหุ้นสามัญ หลังหุ้นกู้ได้รับก่อนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
ระดับความเสี่ยงสูงปานกลาง–สูงต่ำ–ปานกลาง

หุ้นสามัญ คืออะไร และมีจุดเด่นอย่างไร?

หุ้นสามัญ คือ ตราสารทุนประเภทพื้นฐานที่สุดที่บริษัทมหาชนออกจำหน่ายเพื่อระดมทุน โดยมอบสิทธิความเป็นเจ้าของและสิทธิในการรับผลตอบแทนแบบไม่จำกัดตามเติบโตของบริษัทครับ

สิทธิประโยชน์ โอกาสรับเงินปันผล และส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain)

จุดเด่นสำคัญของการถือ หุ้นสามัญ คือ โอกาสรับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain) ในระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นสามัญจะปรับตัวสูงขึ้นตามผลประกอบการและการเติบโตของธุรกิจ หากบริษัทมีกำไรเติบโตก้าวกระโดด ผู้ถือหุ้นสามัญก็มีโอกาสได้รับ เงินปันผล คือ เงินตอบแทนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยไม่มีการเพดานจำกัดผลตอบแทนเหมือนตราสารหนี้หรือหุ้นบุริมสิทธิ

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นสามัญยังได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Pre-emptive Rights) เพื่อรักษาสัดส่วนความเป็นเจ้าของเมื่อบริษัทต้องการระดมทุนเพิ่มเติมอีกด้วย

ความเสี่ยง และสิทธิของผู้ถือหุ้นสามัญตามข้อกำหนด ก.ล.ต.

แม้หุ้นสามัญจะให้โอกาสรับผลตอบแทนสูง แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงที่สุดในโครงสร้างทุน หากบริษัทประสบปัญหาขาดทุน ราคาหุ้นอาจลดลงอย่างรุนแรง และบริษัทอาจประกาศงดจ่ายเงินปันผลได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายและประกาศ ก.ล.ต. ได้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นสามัญ เช่น สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น และสิทธิในการลงมติในวาระสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริหารกระทำการอันเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์ครับ

หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร และเหมาะกับนักลงทุนกลุ่มไหน?

หุ้นบุริมสิทธิ หรือ Preferred stock คือ ตราสารทุนที่มีลักษณะผสมระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นกู้ (Hybrid Instrument) โดยให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าหุ้นสามัญแต่ถือเป็นส่วนของทุนตามกฎหมายครับ

ลักษณะเฉพาะของ Preferred Stock เงื่อนไขเงินปันผลสะสม และการแปลงสภาพ

หุ้นบุริมสิทธิมีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน โดยลักษณะเฉพาะที่พบบ่อยได้แก่:

  1. หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล (Cumulative Preferred Stock): หากปีใดบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ยอดเงินปันผลที่ค้างชำระจะถูกสะสมไปจ่ายทบในปีถัดไปก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลให้หุ้นสามัญ
  2. หุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพได้ (Convertible Preferred Stock): ให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการเปลี่ยนสถานะจากหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญตามอัตราส่วนและระยะเวลาที่กำหนด
  3. หุ้นบุริมสิทธิชนิดร่วมรับปันผล (Participating Preferred Stock): ได้รับเงินปันผลอัตราคงที่ขั้นต้น และยังมีสิทธิได้รับปันผลเพิ่มเติมร่วมกับหุ้นสามัญหากบริษัทมีกำไรสูงเป็นพิเศษ

ข้อจำกัดของหุ้นบุริมสิทธิด้านสิทธิออกเสียง

ข้อจำกัดสำคัญของหุ้นบุริมสิทธิคือ การถูกจำกัดสิทธิออกเสียงบริหาร และราคาในตลาดมักไม่เคลื่อนไหวหวือหวาตามการเติบโตของบริษัทเท่ากับหุ้นสามัญ เนื่องจากผลตอบแทนถูกล็อกไว้ด้วยอัตราปันผลที่แน่นอน

หากนำมาเปรียบเทียบกับตราสารอนุพันธ์ในตลาดหุ้นอย่าง หุ้น Warrant คือ ตราสารที่ให้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามราคาและเวลาที่กำหนด ซึ่งมีอัตราทวีคูณ (Leverage) สูงและเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หุ้นบุริมสิทธิจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นตราสารเน้นความมั่นคงของกระแสเงินสดและมีความผันผวนของราคาต่ำกว่ามากครับ

📢 Traderbobo แนะนำ: ในทางปฏิบัติ ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นบุริมสิทธิหมุนเวียนซื้อขายในกระดานหลักค่อนข้างน้อย (สัญลักษณ์หุ้นมักลงท้ายด้วย -P เช่น BH-P ของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)) สภาพคล่องการซื้อขายจึงต่ำกว่าหุ้นสามัญอย่างมาก หากนักลงทุนต้องการซื้อขายเปลี่ยนมือในระยะสั้น ควรตรวจสอบปริมาณการซื้อขาย (Volume) และสเปรดราคาซื้อขายให้ดีก่อนเข้าลงทุนครับ


สรุปความแตกต่างระหว่าง หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

การเลือกระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากต้องการโอกาสเติบโตของเงินทุนในระยะยาวและต้องการมีสิทธิมีเสียงในบริษัท หุ้นสามัญคือคำตอบหลัก แต่หากต้องการกระแสเงินสดจากปันผลที่สม่ำเสมอและรับความผันผวนได้ต่ำกว่า หุ้นบุริมสิทธิก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

หุ้นสามัญ กับ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่สิทธิบริหารและลำดับการรับเงินปันผล หุ้นสามัญให้สิทธิออกเสียงบริหารและโอกาสรับส่วนต่างราคา (Capital Gain) แบบไม่จำกัด แต่มีความเสี่ยงสูงกว่า ส่วนหุ้นบุริมสิทธิจะได้สิทธิรับเงินปันผลในอัตราที่แน่นอนก่อนหุ้นสามัญ และมีสิทธิรับคืนเงินทุนก่อนเมื่อเลิกกิจการ แต่จะไม่มีสิทธิออกเสียงบริหารในวาระปกติครับ

Preferred Stock คืออะไร และทำไมบริษัทจึงออกหุ้นประเภทนี้?

Preferred Stock คือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งเป็นตราสารทุนกึ่งหนี้สิน บริษัทมักออกหุ้นบุริมสิทธิเมื่อต้องการระดมทุนเพิ่มเติมโดยไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สินในงบการเงิน และไม่ต้องการให้สิทธิในการออกเสียงบริหารของผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลง จึงเสนอปันผลที่แน่นอนเพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ชอบความมั่นคงครับ

หุ้นบุริมสิทธิ ได้รับเงินปันผลมากกว่าหุ้นสามัญเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ ในปีที่บริษัทมีผลประกอบการปานกลาง ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับปันผลตามอัตราคงที่ซึ่งสูงกว่าหุ้นสามัญ แต่หากปีใดบริษัทมีกำไรเติบโตก้าวกระโดด ผู้ถือหุ้นสามัญอาจได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงกว่าหุ้นบุริมสิทธิอย่างมาก เนื่องจากเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิมักถูกจำกัดเพดานไว้ตามข้อตกลงครับ

หุ้นบุริมสิทธิ มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่?

โดยทั่วไปผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระปกติของการประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเลือกตั้งกรรมการ หรือการอนุมัติงบการเงิน แต่จะมีสิทธิออกเสียงในวาระพิเศษที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิโดยตรง เช่น การแก้ไขข้อบังคับบริษัทที่ลดทอนสิทธิปันผลของหุ้นบุริมสิทธิครับ

หากบริษัทล้มละลาย ใครจะได้เงินคืนก่อนกันระหว่างผู้ถือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ?

ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระคืนเงินลงทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญครับ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลุ่มเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น จึงต้องรอให้บริษัทชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทุกประเภท รวมถึงผู้ถือหุ้นกู้ให้ครบถ้วนเสียก่อน หากมีสินทรัพย์เหลืออยู่ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระตามมูลค่าหุ้น และสินทรัพย์ที่เหลือสุดท้ายจึงจะนำมาจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นสามัญครับ

⚠️หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครั

ทั้งนี้ การออกและเสนอขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลหนังสือชี้ชวนและข้อกำหนดสิทธิของบริษัทจดทะเบียนได้จากช่องทางทางการของหน่วยงานดังกล่าว


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5