หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุน

  • 9:39 am
  • Post Views: 16
Table of Contents
หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุน

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คือตราสารทุนสองประเภทหลักที่บริษัทใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุน โดย หุ้นสามัญ คือ ตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการพร้อมสิทธิออกเสียงบริหาร ส่วน หุ้นบุริมสิทธิ คือ ตราสารทุนที่มีสิทธิพิเศษเหนือหุ้นสามัญในด้านการรับเงินปันผลและการรับชำระคืนสินทรัพย์ครับ

สำหรับนักลงทุน การเข้าใจสิทธิประโยชน์และความเสี่ยงของตราสารทั้งสองประเภทเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนพอร์ตและจัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสม บทความนี้อธิบายโครงสร้าง สิทธิบริหาร ลำดับการรับผลตอบแทน และข้อแตกต่างสำคัญอย่างเป็นระบบครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลงานหรือข้อมูลในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมักถูกจำกัดสิทธิออกเสียงเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่แน่นอนกว่า
  • ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระ เงินปันผล เป็นผลตอบแทนก้อนแรกก่อนผู้ถือหุ้นสามัญตามอัตราที่กำหนดไว้ชัดเจน
  • หากบริษัทล้างพอร์ตหรือเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับชำระคืนเงินลงทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ แต่ยังคงตามหลังเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้
  • หุ้นสามัญให้โอกาสเติบโตจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะยาวมากกว่า แต่มีความผันผวนและสิทธิในเงินปันผลที่ไม่แน่นอนเท่าหุ้นบุริมสิทธิ

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร?

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ คือตราสารทุน (Equity Securities) ที่บริษัทออกจำหน่ายเพื่อเสนอขายแก่ประชาชนและนักลงทุน โดยตราสารทั้งสองประเภททำหน้าที่เป็นเครื่องมือระดมเงินทุนเพื่อนำไปใช้ขยายกิจการ ชำระหนี้ หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทครับ

นิยามและกลไกพื้นฐานของตราสารทุนในตลาดทุนไทย

ในตลาดหุ้นไทย บริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการออกและเสนอขายตราสารทุน โดยตราสารทุนทำหน้าที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Equity)

ทั้งนี้ ตราสารหนี้อย่างหุ้นกู้ตรงที่บริษัทไม่มีภาระผูกพันคงที่ในการจ่ายดอกเบี้ยตามงวด แต่ผู้ถือตราสารทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลและส่วนต่างราคาตามผลประกอบการของกิจการ

บทบาทของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในโครงสร้างทุนของบริษัท

เมื่อพิจารณาโครงสร้างทุน (Capital Structure) ของบริษัท การเข้าใจว่า หุ้นคืออะไร จะช่วยให้มองเห็นว่าทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิอยู่ฝั่ง “ส่วนของผู้ถือหุ้น” (Shareholders’ Equity) ในงบการเงิน

อย่างไรก็ตาม บริษัทมักใช้ออกหุ้นบุริมสิทธิเมื่อต้องการระดมทุนโดยไม่ต้องการให้สิทธิในการควบคุมบริษัท (Control Right) ของผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลง ในขณะที่เสนอสิทธิประโยชน์ด้านเงินปันผลดึงดูดนักลงทุนที่เน้นกระแสเงินสดครับ


ความแตกต่างระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ

ความแตกต่างหลักระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ สิทธิในการบริหารจัดการ ลำดับการรับเงินปันผล และสิทธิการเรียกร้องสินทรัพย์เมื่อบริษัทเลิกกิจการครับ

สิทธิในการออกเสียงและการบริหารจัดการบริษัท (Voting Rights)

ผู้ถือหุ้นสามัญถือเป็นเจ้าของบริษัทที่แท้จริง จึงได้รับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน (1 หุ้น = 1 เสียง) ในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติวาระสำคัญ เช่น การเลือกตั้งกรรมการบริษัท การอนุมัติงบการเงิน หรือการอนุมัติการจ่ายเงินปันผล

ในทางกลับกัน ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิตามข้อบังคับบริษัทส่วนใหญ่มักถูกจำกัดสิทธิออกเสียง หรือไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระปกติ เว้นแต่เป็นวาระที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของหุ้นบุริมสิทธิโดยตรงครับ

สิทธิในเงินปันผลและการรับชำระคืนสินทรัพย์เมื่อเลิกกิจการ (Dividend & Liquidation Preference)

ในด้านผลตอบแทน เงินปันผล คือ กำไรสุทธิที่บริษัทจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเสมอในอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หากปีใดบริษัทมีกำไรไม่เพียงพอ ผู้ถือหุ้นสามัญอาจไม่ได้รับเงินปันผลเลย ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิประเภทสะสมอาจได้สิทธิทบยอดไปจ่ายในปีถัดไป

นอกจากนี้ หากบริษัทต้องเลิกกิจการหรือถูกล้มละลาย สินทรัพย์ของบริษัทจะถูกนำมาจัดการตามลำดับภาระผูกพันทางกฎหมาย (Liquidation Priority) โดยมีลำดับดังนี้:

  1. เจ้าหนี้มีประกันและเจ้าหนี้ทั่วไป (เช่น ธนาคาร, เจ้าหนี้การค้า)
  2. ผู้ถือหุ้นกู้ (ตราสารหนี้)
  3. ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ (ได้รับเงินคืนตามมูลค่าตราสารก่อน)
  4. ผู้ถือหุ้นสามัญ (ได้รับจัดสรรสินทรัพย์ที่เหลือเป็นลำดับสุดท้าย)

เปรียบเทียบสิทธิ ผลตอบแทน และความเสี่ยงของตราสารแต่ละประเภท

ประเด็นการเปรียบเทียบหุ้นสามัญหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)หุ้นกู้
สถานะทางกฎหมายเจ้าของกิจการเจ้าของกึ่งเจ้าหนี้ (Hybrid)เจ้าหนี้
สิทธิในการออกเสียงมีสิทธิออกเสียงเต็มที่ (1 หุ้น = 1 เสียง)ไม่มี หรือถูกจำกัดสิทธิออกเสียงไม่มีสิทธิออกเสียง
รูปแบบผลตอบแทนเงินปันผล (ผันผวนตามกำไร) + Capital Gainเงินปันผล (อัตราคงที่หรือกำหนดไว้)ดอกเบี้ย (อัตราคงที่ตามงวด)
ลำดับการรับปันผล/ดอกเบี้ยลำดับสุดท้ายได้รับก่อนหุ้นสามัญได้รับดอกเบี้ยก่อนจัดสรรปันผล
ลำดับรับเงินคืนเมื่อเลิกกิจการลำดับสุดท้าย (Residual Claim)ได้รับก่อนหุ้นสามัญ หลังหุ้นกู้ได้รับก่อนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
ระดับความเสี่ยงสูงปานกลาง–สูงต่ำ–ปานกลาง

หุ้นสามัญ คืออะไร และมีจุดเด่นอย่างไร?

หุ้นสามัญ คือ ตราสารทุนประเภทพื้นฐานที่สุดที่บริษัทมหาชนออกจำหน่ายเพื่อระดมทุน โดยมอบสิทธิความเป็นเจ้าของและสิทธิในการรับผลตอบแทนแบบไม่จำกัดตามเติบโตของบริษัทครับ

สิทธิประโยชน์ โอกาสรับเงินปันผล และส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain)

จุดเด่นสำคัญของการถือ หุ้นสามัญ คือ โอกาสรับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain) ในระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นสามัญจะปรับตัวสูงขึ้นตามผลประกอบการและการเติบโตของธุรกิจ หากบริษัทมีกำไรเติบโตก้าวกระโดด ผู้ถือหุ้นสามัญก็มีโอกาสได้รับ เงินปันผล คือ เงินตอบแทนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยไม่มีการเพดานจำกัดผลตอบแทนเหมือนตราสารหนี้หรือหุ้นบุริมสิทธิ

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นสามัญยังได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Pre-emptive Rights) เพื่อรักษาสัดส่วนความเป็นเจ้าของเมื่อบริษัทต้องการระดมทุนเพิ่มเติมอีกด้วย

ความเสี่ยง และสิทธิของผู้ถือหุ้นสามัญตามข้อกำหนด ก.ล.ต.

แม้หุ้นสามัญจะให้โอกาสรับผลตอบแทนสูง แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงที่สุดในโครงสร้างทุน หากบริษัทประสบปัญหาขาดทุน ราคาหุ้นอาจลดลงอย่างรุนแรง และบริษัทอาจประกาศงดจ่ายเงินปันผลได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายและประกาศ ก.ล.ต. ได้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นสามัญ เช่น สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น และสิทธิในการลงมติในวาระสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริหารกระทำการอันเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์ครับ

หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร และเหมาะกับนักลงทุนกลุ่มไหน?

หุ้นบุริมสิทธิ หรือ Preferred stock คือ ตราสารทุนที่มีลักษณะผสมระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นกู้ (Hybrid Instrument) โดยให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าหุ้นสามัญแต่ถือเป็นส่วนของทุนตามกฎหมายครับ

ลักษณะเฉพาะของ Preferred Stock เงื่อนไขเงินปันผลสะสม และการแปลงสภาพ

หุ้นบุริมสิทธิมีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน โดยลักษณะเฉพาะที่พบบ่อยได้แก่:

  1. หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล (Cumulative Preferred Stock): หากปีใดบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ยอดเงินปันผลที่ค้างชำระจะถูกสะสมไปจ่ายทบในปีถัดไปก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลให้หุ้นสามัญ
  2. หุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพได้ (Convertible Preferred Stock): ให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการเปลี่ยนสถานะจากหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญตามอัตราส่วนและระยะเวลาที่กำหนด
  3. หุ้นบุริมสิทธิชนิดร่วมรับปันผล (Participating Preferred Stock): ได้รับเงินปันผลอัตราคงที่ขั้นต้น และยังมีสิทธิได้รับปันผลเพิ่มเติมร่วมกับหุ้นสามัญหากบริษัทมีกำไรสูงเป็นพิเศษ

ข้อจำกัดของหุ้นบุริมสิทธิด้านสิทธิออกเสียง

ข้อจำกัดสำคัญของหุ้นบุริมสิทธิคือ การถูกจำกัดสิทธิออกเสียงบริหาร และราคาในตลาดมักไม่เคลื่อนไหวหวือหวาตามการเติบโตของบริษัทเท่ากับหุ้นสามัญ เนื่องจากผลตอบแทนถูกล็อกไว้ด้วยอัตราปันผลที่แน่นอน

หากนำมาเปรียบเทียบกับตราสารอนุพันธ์ในตลาดหุ้นอย่าง หุ้น Warrant คือ ตราสารที่ให้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามราคาและเวลาที่กำหนด ซึ่งมีอัตราทวีคูณ (Leverage) สูงและเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หุ้นบุริมสิทธิจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นตราสารเน้นความมั่นคงของกระแสเงินสดและมีความผันผวนของราคาต่ำกว่ามากครับ

📢 Traderbobo แนะนำ: ในทางปฏิบัติ ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นบุริมสิทธิหมุนเวียนซื้อขายในกระดานหลักค่อนข้างน้อย (สัญลักษณ์หุ้นมักลงท้ายด้วย -P เช่น BH-P ของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)) สภาพคล่องการซื้อขายจึงต่ำกว่าหุ้นสามัญอย่างมาก หากนักลงทุนต้องการซื้อขายเปลี่ยนมือในระยะสั้น ควรตรวจสอบปริมาณการซื้อขาย (Volume) และสเปรดราคาซื้อขายให้ดีก่อนเข้าลงทุนครับ


สรุปความแตกต่างระหว่าง หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

การเลือกระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากต้องการโอกาสเติบโตของเงินทุนในระยะยาวและต้องการมีสิทธิมีเสียงในบริษัท หุ้นสามัญคือคำตอบหลัก แต่หากต้องการกระแสเงินสดจากปันผลที่สม่ำเสมอและรับความผันผวนได้ต่ำกว่า หุ้นบุริมสิทธิก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

หุ้นสามัญ กับ หุ้นบุริมสิทธิ ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่สิทธิบริหารและลำดับการรับเงินปันผล หุ้นสามัญให้สิทธิออกเสียงบริหารและโอกาสรับส่วนต่างราคา (Capital Gain) แบบไม่จำกัด แต่มีความเสี่ยงสูงกว่า ส่วนหุ้นบุริมสิทธิจะได้สิทธิรับเงินปันผลในอัตราที่แน่นอนก่อนหุ้นสามัญ และมีสิทธิรับคืนเงินทุนก่อนเมื่อเลิกกิจการ แต่จะไม่มีสิทธิออกเสียงบริหารในวาระปกติครับ

Preferred Stock คืออะไร และทำไมบริษัทจึงออกหุ้นประเภทนี้?

Preferred Stock คือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งเป็นตราสารทุนกึ่งหนี้สิน บริษัทมักออกหุ้นบุริมสิทธิเมื่อต้องการระดมทุนเพิ่มเติมโดยไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สินในงบการเงิน และไม่ต้องการให้สิทธิในการออกเสียงบริหารของผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลง จึงเสนอปันผลที่แน่นอนเพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ชอบความมั่นคงครับ

หุ้นบุริมสิทธิ ได้รับเงินปันผลมากกว่าหุ้นสามัญเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ ในปีที่บริษัทมีผลประกอบการปานกลาง ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับปันผลตามอัตราคงที่ซึ่งสูงกว่าหุ้นสามัญ แต่หากปีใดบริษัทมีกำไรเติบโตก้าวกระโดด ผู้ถือหุ้นสามัญอาจได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงกว่าหุ้นบุริมสิทธิอย่างมาก เนื่องจากเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิมักถูกจำกัดเพดานไว้ตามข้อตกลงครับ

หุ้นบุริมสิทธิ มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่?

โดยทั่วไปผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระปกติของการประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเลือกตั้งกรรมการ หรือการอนุมัติงบการเงิน แต่จะมีสิทธิออกเสียงในวาระพิเศษที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิโดยตรง เช่น การแก้ไขข้อบังคับบริษัทที่ลดทอนสิทธิปันผลของหุ้นบุริมสิทธิครับ

หากบริษัทล้มละลาย ใครจะได้เงินคืนก่อนกันระหว่างผู้ถือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ?

ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระคืนเงินลงทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญครับ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลุ่มเป็นส่วนของผู้ถือหุ้น จึงต้องรอให้บริษัทชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทุกประเภท รวมถึงผู้ถือหุ้นกู้ให้ครบถ้วนเสียก่อน หากมีสินทรัพย์เหลืออยู่ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระตามมูลค่าหุ้น และสินทรัพย์ที่เหลือสุดท้ายจึงจะนำมาจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นสามัญครับ

⚠️หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

ทั้งนี้ การออกและเสนอขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลหนังสือชี้ชวนและข้อกำหนดสิทธิของบริษัทจดทะเบียนได้จากช่องทางทางการของหน่วยงานดังกล่าว


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ