หุ้นคืออะไร? ปูพื้นฐานการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง

Table of Contents
หุ้นคืออะไร? ปูพื้นฐานการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง

หุ้นคืออะไร? หุ้นคือตราสารทุนที่บริษัทเอกชนหรือบริษัทมหาชนออกให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อระบุถึงความเป็นเจ้าของในกิจการตามสัดส่วนการถือครอง ผู้ถือหุ้นจะมีสถานะเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทนั้น ๆ ตามกฎหมาย

ในระบบการเงินและการสร้างความมั่งคั่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้บริษัทระดมทุน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ การศึกษาโครงสร้างผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิตามกฎหมาย ถือเป็นปราการแรกที่จะช่วยให้คุณสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืนครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • การถือหุ้นคือการเป็น “เจ้าของร่วม” ในธุรกิจ มีสิทธิตามสัดส่วน และรับความเสี่ยงร่วมกับบริษัท
  • ผลตอบแทนจากการถือหุ้นมาจาก 2 ทางหลัก ได้แก่ กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend)
  • หุ้นสามัญ ให้สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและได้รับเงินปันผลตามผลประกอบการของกิจการ
  • การลงทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและสภาวะธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ

หุ้นคืออะไร? โครงสร้างและกลไกความเป็นเจ้าของธุรกิจ

หุ้นคือตราสารที่ระบุสิทธิความเป็นเจ้าของในส่วนของทุน (Equity) ของบริษัท การที่บริษัทเปิดขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนไปใช้ขยายกิจการ ชำระหนี้สิน หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพียงอย่างเดียว

เมื่อคุณซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แม้จะเป็นเพียง 100 หุ้น คุณก็จะได้รับสถานะเป็น “ผู้ถือหุ้น” หรือเจ้าของร่วมทันที หากบริษัทเติบโตและมีกำไร มูลค่าของหุ้นและสิทธิประโยชน์ที่คุณได้รับก็จะเติบโตตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากผลการดำเนินงานย่ำแย่ มูลค่าส่วนทุนของคุณก็ลดลงตามสภาพความเป็นจริงของธุรกิจครับ

หุ้นคืออะไร และทำงานอย่างไรในระบบการเงิน

ในกลไกของตลาดทุน หุ้นทำงานผ่านการจับคู่ซื้อขายระหว่างผู้ต้องการขายและผู้ต้องการซื้อ โดยราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามอุปสงค์และอุปทาน ณ ขณะนั้น บริษัทที่จดทะเบียนจะจัดสรรหุ้นออกเป็นหน่วย ๆ เรียกว่า “หุ้น” แต่ละหุ้นมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ตั้งบริษัทครับ

เมื่อบริษัทต้องการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องผ่านการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. หลังจากนั้น หุ้นจะถูกนำเข้ามาซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักลงทุนทั่วไปใช้ซื้อขายหุ้นกันทุกวันทำการครับ

ความแตกต่างระหว่างเจ้าของธุรกิจกับการเป็นผู้ถือหุ้น

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งของการเข้าซื้อหุ้นคือ คิดว่าตนเองมีอำนาจบริหารจัดการบริษัทได้โดยตรง แต่ในความเป็นจริง ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีสถานะเป็นเจ้าของผ่านสิทธิการถือครองตราสารเท่านั้น อำนาจในการบริหารจะถูกส่งมอบให้แก่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารมืออาชีพเป็นผู้ดูแลครับ

ตารางเปรียบเทียบสถานะผู้ก่อตั้งเดิมกับผู้ถือหุ้นรายย่อย

หุ้นสามัญ คืออะไร? ตราสารทุนพื้นฐานที่นักลงทุนต้องรู้จัก

หุ้นสามัญคือตราสารทุนประเภทพื้นฐานที่สุดและพบได้มากที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อคนส่วนใหญ่พูดถึงการซื้อขายหุ้น มักจะหมายถึงหุ้นสามัญเป็นหลัก โดยผู้ถือหุ้นประเภทนี้จะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกำไรเมื่อบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล และมีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถือครองครับ

หากต้องการ ทำความเข้าใจว่า หุ้นสามัญ คืออะไร ในเชิงลึก ตราสารประเภทนี้จะถือสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์เป็นลำดับสุดท้าย (Residual Claim) หมายความว่ากรณีที่บริษัทเลิกกิจการหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับเงินคืนหลังจากชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

สิทธิและบทบาทของผู้ถือหุ้นตามหลักการกำกับดูแลกิจการ (SET/ก.ล.ต.)

ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งกำหนดโดย สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้ถือหุ้นสามัญทุกคนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ดังนี้:

  1. สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไร: ผ่านการรับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรและคณะกรรมการอนุมัติ
  2. สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียง: ลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการ อนุมัติงบการเงิน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
  3. สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร: เข้าถึงรายงานทางการเงินและข้อมูลสำคัญของบริษัทอย่างเปิดเผย
  4. สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน: ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ (Rights Issue) เพื่อรักษาสัดส่วนความเป็นเจ้าของ

ซื้อหุ้นแล้วได้อะไร? โครงสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุน

เมื่อเข้าใจแล้วว่า หุ้นคืออะไร ในเชิงโครงสร้าง ก็ถึงเวลาต้องรู้ว่าการลงทุนในหุ้นให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับเงินฝาก แต่ผลตอบแทนนั้นมาพร้อมกับระดับความเสี่ยงและความผันผวนที่ผู้ลงทุนต้องยอมรับ ผู้ลงทุนจึงต้องเข้าใจโครงสร้างผลตอบแทนทั้งสองฝั่งอย่างสมดุลครับ

มิติการลงทุนรูปแบบผลตอบแทน / ปัจจัยความเสี่ยงคำอธิบายและรายละเอียด
ผลตอบแทน (Return)Capital Gain (กำไรจากส่วนต่างราคา)เกิดขึ้นเมื่อขายหุ้นได้ในราคาสูงกว่าราคาต้นทุนที่ซื้อมา
Dividend (เงินปันผล)กระแสเงินสดที่บริษัทจัดสรรจากกำไรสุทธิตอบแทนผู้ถือหุ้น
ความเสี่ยง (Risk)Market Risk (ความเสี่ยงตลาด)ราคาหุ้นผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะตลาด
Business Risk (ความเสี่ยงธุรกิจ)ผลประกอบการบริษัทลดลงจากความสามารถในการแข่งขันหรือผู้บริหาร

ผลตอบแทน 2 ทางหลัก: กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และ เงินปันผล (Dividend)

1. กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain):

คือผลตอบแทนที่เกิดจากมูลค่าของหุ้นปรับตัวสูงขึ้น เช่น คุณเข้าซื้อหุ้น A ที่ราคา 10 บาท ต่อมาบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องจนราคาหุ้นเพิ่มเป็น 15 บาท หากคุณขายหุ้นออกมา จะได้รับกำไรส่วนต่าง 5 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น 50%) ผลตอบแทนส่วนนี้ในประเทศไทยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

2. เงินปันผล (Dividend):

คือกำไรสุทธิที่บริษัทแบ่งจ่ายออกมาให้แก่ผู้ถือหุ้น ตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ระบุไว้ เช่น จ่าย 50% ของกำไรสุทธิ หากคุณถือหุ้นอยู่อย่างยาวนาน เงินปันผลจะทำหน้าที่เป็นกระแสเงินสดรับ (Passive Income) เข้าพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยเงินปันผลที่ได้รับจะถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย 10% ตามเกณฑ์ของ กรมสรรพากร

ความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้น (ความผันผวนของราคา และความเสี่ยงเชิงธุรกิจ)

ในฝั่งความเสี่ยง หุ้นจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง (High Risk, High Expected Return) ความเสี่ยงหลักที่คุณต้องพบเจอประกอบด้วย:

  • ความเสี่ยงเชิงธุรกิจ (Business Risk): บริษัทอาจเผชิญกับยอดขายตกต่ำ สินค้าล้าสมัย หรือการบริหารงานผิดพลาด จนส่งผลให้ขาดทุนและไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): หุ้นของบริษัทขนาดเล็กบางแห่งอาจมีปริมาณการซื้อขายต่ำ ทำให้เมื่อต้องการขายหุ้นออกมาอาจไม่สามารถขายได้ทันทีในราคาที่ต้องการ
  • ความเสี่ยงด้านราคาและตลาด (Systematic Risk): ราคาหุ้นอาจปรับตัวลดลงทั้งกระดานจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจโลก สงคราม หรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

การเล่นหุ้น กับ การเทรดคืออะไร? ปรับ Mindset ก่อนเริ่มเข้าสู่ตลาด

หลังจากทำความเข้าใจว่า หุ้นคืออะไร ไปแล้ว สิ่งที่ต้องแยกให้ออกต่อไปคือมุมมองการใช้งาน เพราะในภาษาพูดของคนไทย คำว่า “เล่นหุ้น” ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่มุมมองในการปฏิบัติต่างหากที่เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์การลงทุน การปรับ Mindset ให้ถูกต้องระหว่างการลงทุนระยะยาวกับการเก็งกำไรระยะสั้นจะช่วยให้คุณวางแผนจัดการเงินได้อย่างเหมาะสมครับ

การเล่นหุ้น ในมุมมองการลงทุนระยะยาว vs การเทรดคืออะไร ในมุมมองการเก็งกำไร

การลงทุนในหุ้น (Value Investing / DCA หรือ Dollar-Cost Averaging การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน):

เน้นการมองหุ้นเป็น “ธุรกิจ” ผู้ลงทุนจะทำการวิเคราะห์งบการเงิน สินค้า และความสามารถในการแข่งขันของบริษัท เพื่อเข้าซื้อหุ้นที่มีราคาน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริง แล้วถือครองในระยะยาวเพื่อเติบโตไปพร้อมกับกิจการ

การเก็งกำไรหรือการเทรด:

หากคุณสนใจว่า การเทรดคืออะไร ในตลาดการเงิน รูปแบบนี้จะเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมราคาและสัญญาณทางเทคนิค (Technical Analysis) เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อและขายออกในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยไม่เน้นปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของบริษัท แต่มุ่งหวังทำกำไรจากความผันผวนของราคาในช่วงเวลาดังกล่าว

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนผมเริ่มเข้าตลาดใหม่ ๆ ผมเคยใช้เทคนิคการเก็งกำไรระยะสั้นกับหุ้นที่พื้นฐานแย่ เพียงเพราะเห็นว่าราคาวิ่งไว สุดท้ายพอราคาทิ้งตัวลงมาก็กลายเป็นติดดอยเพราะไม่ยอมตัดขาดทุน บทเรียนสำคัญคือ หากคุณจะเน้นเก็งกำไร ต้องมีจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ชัดเจน แต่ถ้าจะถือยาว ต้องมั่นใจในพื้นฐานของบริษัทเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาและทดสอบด้วยตนเองตามความเหมาะสมและความเสี่ยงที่รับได้ครับ 

สภาพคล่องและปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น

เมื่อเข้าใจแล้วว่า หุ้นคืออะไร ผู้ลงทุนควรศึกษาสิทธิและความเสี่ยงที่มาพร้อมกันควบคู่ไปด้วยครับ ราคาของหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทาง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผลประกอบการของบริษัท (รายได้และกำไร), แนวโน้มอุตสาหกรรม, อัตราดอกเบี้ย, และปริมาณสภาพคล่องในระบบการเงิน หากนักลงทุนสนใจข้ามไปศึกษาตลาดอนุพันธ์ระดับโลก สามารถศึกษาเพื่อ ทำความเข้าใจเรื่อง การเทรด Forex คืออะไร ซึ่งเน้นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงกว่าและเปรียบเทียบกลไกตลาดเพิ่มเติมได้ครับ


5 ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเล่นหุ้น และขั้นตอนการเริ่มต้น

หลังจากรู้แล้วว่า หุ้นคืออะไร และมีกลไกอย่างไร การก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างปลอดภัยและไม่กลายเป็นเหยื่อของความผันผวน ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทั้งด้านเงินทุนและความรู้ ผู้ลงทุนควรปฏิบัติตามแนวทางพื้นฐานเพื่อลดโอกาสขาดทุนหนักครับ

5 ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเล่นหุ้น สำหรับมือใหม่

หากคุณกำลังประเมินตนเอง ควรทบทวน 5 ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเล่นหุ้น เหล่านี้อย่างถี่ถ้วนก่อนวางเงินลงทุนจริง

  1. เงินที่นำมาลงทุนต้องเป็นเงินเย็น: เป็นเงินก้อนที่ไม่ต้องรีบใช้คืนภายใน 3–5 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการถูกบังคับขายหุ้นในช่วงตลาดตกต่ำ
  2. อย่าลงทุนตามคำบอกเล่า: ควรทำการวิเคราะห์ธุรกิจ งบการเงิน หรือกราฟราคาด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ
  3. การกระจายความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญ: ไม่ควรรวบเงินทุนทั้งหมดไว้ในหุ้นเพียงตัวเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียว
  4. ทำความเข้าใจเรื่องอารมณ์และวินัย: ความโลภและความกลัวมักทำให้นักลงทุนตัดสินใจผิดพลาด วินัยในการทำตามแผนจึงสำคัญที่สุด
  5. ความรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด: ตลาดหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยุดนิ่งได้

เส้นทางการเริ่มต้น: เปิดพอร์ตหุ้น และ วิธีซื้อหุ้น เบื้องต้น

สำหรับผู้ที่พร้อมก้าวสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ เส้นทางเริ่มแรกสามารถทำได้ตามลำดับดังนี้:

สเต็ปที่ 1: เลือกโบรกเกอร์และเปิดบัญชี

ศึกษารายละเอียดและ ขั้นตอนการ เปิดพอร์ตหุ้น กับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ปัจจุบันสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยใช้การยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID)

สเต็ปที่ 2: โอนเงินเข้าพอร์ตและเลือกหุ้น

โอนเงินทุนเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (Cash Balance) จากนั้นทำการวิเคราะห์หุ้นที่สนใจจากปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค

สเต็ปที่ 3: ส่งคำสั่งซื้อขาย

เมื่อพร้อมแล้ว ให้ ศึกษากระบวนการและ วิธีซื้อหุ้น ผ่านโปรแกรม Streaming โดยระบุชื่อหุ้น จำนวนหุ้น (ขั้นต่ำปกติคือ 100 หุ้น) และราคาที่ต้องการซื้อ จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องก่อนยืนยันคำสั่งครับ

บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ หุ้นคืออะไร และการบริหารความเสี่ยง

หุ้นคือเครื่องมือในการสร้างความมั่งคั่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีศักยภาพได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นไม่ใช่การแทงหวยหรือการรวยทางลัด ผลตอบแทนที่คุณได้รับจะแปรผันตามความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

📢 Traderbobo แนะนำ

หากคุณวางแผนที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนที่เติบโตอย่างมั่นคง การปูพื้นฐานให้แน่นตั้งแต่เรื่องงบการเงิน ประเภทหุ้น และกลไกตลาด จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้คุณก้าวผ่านทุกสภาวะตลาดได้อย่างยั่งยืน หากต้องการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง สามารถคลิกเพื่อ เริ่มต้นศึกษาบทเรียน พื้นฐานหุ้น เพิ่มเติมได้ทันทีครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หุ้นคืออะไร

หุ้นคืออะไร และถ้าบริษัทเจ๊ง ผู้ถือหุ้นต้องร่วมจ่ายหนี้ไหม?

หุ้นคือตราสารแสดงความเป็นเจ้าของในบริษัท หากบริษัทล้มละลายหรือเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบจำกัดไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ตนเองถือครองอยู่เท่านั้น หมายความว่าคุณจะเสียเงินมากที่สุดเท่ากับจำนวนเงินที่คุณนำไปซื้อหุ้นตัวนั้น และไม่ต้องนำเงินส่วนตัวมาช่วยชำระหนี้สินเพิ่มเติมของบริษัทครับ

ซื้อหุ้นขั้นต่ำต้องใช้เงินเท่าไหร่?

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 1 Board Lot ซึ่งเท่ากับ 100 หุ้น ดังนั้น เงินขั้นต่ำจะขึ้นอยู่กับราคาของหุ้นตัวนั้น ๆ เช่น หากหุ้นราคา 2 บาท ซื้อ 100 หุ้น จะใช้เงินเพียง 200 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมขั้นต่ำและภาษี) ทำให้คนมีทุนน้อยก็สามารถเริ่มลงทุนได้ครับ

หุ้นต่างจากกองทุนรวมอย่างไร?

หากยังสงสัยว่า หุ้นคืออะไร เทียบกับกองทุนรวมแล้วต่างกันตรงไหน คำตอบคือ การซื้อหุ้นคือการที่คุณเลือกเข้าซื้อและเป็นเจ้าของบริษัทนั้น ๆ โดยตรงด้วยตนเอง ส่วนกองทุนรวมหุ้นคือการนำเงินไปรวมกับนักลงทุนรายอื่น แล้วมี “ผู้จัดการกองทุน” เป็นผู้เลือกลงทุนในหุ้นหลาย ๆ ตัวแทนเรา กองทุนรวมจึงช่วยกระจายความเสี่ยงได้ง่ายกว่า แต่มักจะมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการเพิ่มเติมครับ

หุ้นสามัญ ต่างจาก หุ้นบุริมสิทธิ อย่างไร?

เมื่อเข้าใจภาพรวมของ หุ้นคืออะไร แล้ว การแยกความแตกต่างระหว่างหุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิก็จะง่ายขึ้นครับ หุ้นสามัญให้สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเต็มที่ และได้รับปันผลตามผลประกอบการ ส่วนหุ้นบุริมสิทธิมักจะไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น แต่ได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลในอัตราที่แน่นอนก่อนหุ้นสามัญ รวมถึงมีสิทธิได้รับคืนเงินทุนก่อนหุ้นสามัญกรณีบริษัทเลิกกิจการครับ

หุ้นต่างจากการเทรด Forex อย่างไร?

หุ้นเป็นการซื้อตราสารทุนเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจในประเทศ ผลตอบแทนมาจากปันผลและการเติบโตของบริษัท ส่วนการเทรด Forex คือการเก็งกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างคู่สกุลเงินระดับโลก ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูงกว่า เลเวอเรจสูงกว่า และความผันผวนต่อวันสูงกว่าตลาดหุ้นครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5