
วิธีคิดเงินปันผลหุ้น คือ การคำนวณจำนวนเงินตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจากกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน โดยคิดจากสูตร จำนวนหุ้นที่ถือครอง คูณด้วย เงินปันผลต่อหุ้นที่บริษัทประกาศจ่าย แล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ออกตามกฎหมายของกรมสรรพากร เพื่อหาจำนวนเงินสดสุทธิที่จะโอนเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จริง
การคำนวณเงินปันผลสุทธิมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินกระแสเงินสดและผลตอบแทนรวมจากการลงทุน (Total Return) เพราะตัวเลขเงินปันผลขั้นต้นที่บริษัทประกาศยังไม่ใช่เงินสุทธิที่เข้ากระเป๋านักลงทุน คู่มือนี้สรุปวิธีคิดเงินปันผลรับจริง สูตรคำนวณ Dividend Yield คือ อัตราผลตอบแทนเทียบกับราคาหุ้น ข้อควรระวังเกี่ยวกับเครื่องหมาย XD และแนวทางการใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลอย่างครบถ้วนครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- วิธีคิดเงินปันผลหุ้นสุทธิรับจริง คำนวณได้จาก (จำนวนหุ้น × เงินปันผลต่อหุ้น) แล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ออกจากยอดรวมเสมอ
- dividend yield คือ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี คิดจาก (เงินปันผลต่อหุ้นต่อปี ÷ ราคาหุ้นปัจจุบัน) × 100 เพื่อใช้เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างหุ้นแต่ละตัว
- เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทันทีที่จ่าย แต่บุคคลธรรมดาสามารถนำไปยื่นขอ เครดิตภาษีเงินปันผล คืนภายหลังได้ตามเงื่อนไขอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- การซื้อหุ้นเพื่อรับปันผลต้องคำนึงถึงปรากฏการณ์ XD Effect ซึ่งมักทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงในวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในระดับที่ใกล้เคียงกับมูลค่าเงินปันผลที่จ่าย
วิธีคิดเงินปันผลหุ้น คืออะไร?
วิธีคิดเงินปันผลหุ้น คือ กระบวนการคำนวณมูลค่าผลตอบแทนรูปเงินสดที่บริษัทจดทะเบียนจัดสรรจากกำไรสุทธิส่งมอบให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสิทธิสัดส่วนการถือครองหุ้น
ในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การทำความเข้าใจความหมายของ เงินปันผล นับเป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะหุ้นปันผล จัดเป็นหุ้นของบริษัทที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและมีกระแสเงินสดมั่นคง การคำนวณเงินปันผลช่วยให้นักลงทุนทราบผลตอบแทนสุทธิที่จะได้รับจริงล่วงหน้าก่อนถึงวันจ่ายเงินปันผลจริง

กลไกการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
เมื่อบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาจัดสรรกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นตามนโยบายที่กำหนดไว้ (Dividend Policy) เช่น ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย
จากนั้นบริษัทจะประกาศวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นจะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในรอบนั้น ดังนั้น นักลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียน (Record Date) เท่านั้นจึงจะมีสิทธิได้รับเงินปันผลตามที่ประกาศ
สมการพื้นฐานสำหรับการคำนวณเงินปันผลรวม (ก่อนหักภาษี)
การคำนวณเงินปันผลขั้นต้น หรือ Gross Dividend ทำได้ด้วยสมการตรงไปตรงมา ดังนี้:
เงินปันผลรวมขั้นต้น = จำนวนหุ้นที่ถือครอง × เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น
ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนถือครองหุ้น ABC จำนวน 10,000 หุ้น และบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลรอบปีที่ 2.00 บาทต่อหุ้น
เงินปันผลรวมขั้นต้น = 10,000 × 2.00 = 20,000 บาท
ทำไมการคำนวณเงินปันผลหุ้นถึงสำคัญสำหรับนักลงทุน?
การคำนวณเงินปันผลหุ้นช่วยให้นักลงทุนวางแผนกระแสเงินสดและประเมินผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนได้อย่างแม่นยำ โดยไม่สำคัญผิดระหว่างตัวเลขที่ประกาศกับเงินสดที่จะได้รับจริง
นักลงทุนจำนวนมากมักมองเฉพาะตัวเลขเงินปันผลต่อหุ้นที่บริษัทประกาศ แต่ลืมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และไม่ได้เปรียบเทียบกับราคาต้นทุนของหุ้น ส่งผลให้การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
ความแตกต่างระหว่างเงินปันผลขั้นต้น (Gross Dividend) กับเงินปันผลสุทธิ (Net Dividend)
เงินปันผลขั้นต้น (Gross Dividend) คือ จำนวนเงินปันผลทั้งหมดที่คำนวณได้ตามสิทธิถือครองหุ้น ก่อนที่จะถูกนำไปหักภาษีตามระเบียบของ กรมสรรพากร
ในขณะที่เงินปันผลสุทธิ (Net Dividend) คือ จำนวนเงินสดสุทธิที่โอนเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารของนักลงทุน หลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เรียบร้อยแล้ว
การประเมินผลตอบแทนที่แท้จริงเพื่อวางแผนกระแสเงินสด
การทราบเงินปันผลสุทธิทำให้นักลงทุนนำไปคำนวณ ผลตอบแทน สุจริตที่แท้จริงได้ ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้ที่วางแผนเกษียณหรือต้องการสร้างกระแสเงินสดสำรอง (Passive Income) การใช้เพียงตัวเลขปันผลขั้นต้นอาจทำให้ประมาณการรายรับสูงเกินจริงไป 10%
| ตัวแปรการคำนวณ | เงินปันผลขั้นต้น (Gross) | เงินปันผลสุทธิ (Net) |
| คำอธิบาย | ยอดเงินปันผลรวมก่อนหักภาษี | ยอดเงินสดรับจริงหลังหักภาษี 10% |
| สูตรคำนวณ | จำนวนหุ้น × ปันผลต่อหุ้น | เงินปันผลรวม × 0.90 |
| วัตถุประสงค์ | ใช้ประเมินกำไรที่บริษัทจัดสรร | ใช้ วางแผนกระแสเงินสดเข้าบัญชี |
| การถูกหักภาษี | ยังไม่หักภาษี | หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้ว |
ขั้นตอนและสูตรคำนวณเงินปันผลรับจริง
สูตรคิดเงินปันผลรับจริง คือ นำเงินปันผลขั้นต้นลบด้วยภาษี หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือใช้วิธีคูณด้วย 0.90 โดยตรง
ขั้นตอนการคำนวณเงินปันผลเข้าบัญชีจริง สามารถทำได้ง่ายๆ 2 Step เพื่อให้ได้ตัวเลขสุทธิที่ถูกต้องโดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมซับซ้อน
สูตรคิดเงินปันผลรับจริงหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
ประมวลกฎษฎากรของไทยกำหนดให้เงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียนไทยที่จ่ายให้แก่บุคคลธรรมดา ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ดังนั้น สูตรคำนวณเงินปันผลรับจริงจึงสรุปได้ดังนี้:
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% = เงินปันผลรวมขั้นต้น × 0.10
- เงินปันผลสุทธิรับจริง = เงินปันผลรวมขั้นต้น – (เงินปันผลรวมขั้นต้น × 0.10)
- หรือคิดทางลัด: เงินปันผลสุทธิรับจริง = (จำนวนหุ้น × เงินปันผลต่อหุ้น) × 0.90
ตัวอย่างการคำนวณกรณีได้รับปันผลเป็นเงินสด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างการคำนวณใน 3 กรณีตามสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ต่างกัน:
- กรณีที่ 1: ถือหุ้น A จำนวน 5,000 หุ้น ประกาศจ่ายปันผล 0.50 บาท/หุ้น
- เงินปันผลขั้นต้น = 5,000 × 0.50 = 2,500 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% = 2,500 × 0.10 = 250 บาท
- เงินปันผลสุทธิรับจริง = 2,500 – 250 = 2,250 บาท
- กรณีที่ 2: ถือหุ้น B จำนวน 10,000 หุ้น ประกาศจ่ายปันผล 2.00 บาท/หุ้น
- เงินปันผลขั้นต้น = 10,000 × 2.00 = 20,000 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% = 20,000 × 0.10 = 2,000 บาท
- เงินปันผลสุทธิรับจริง = 20,000 – 2,000 = 18,000 บาท
- กรณีที่ 3: ถือหุ้น C จำนวน 20,000 หุ้น ประกาศจ่ายปันผล 1.20 บาท/หุ้น
- เงินปันผลขั้นต้น = 20,000 × 1.20 = 24,000 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% = 24,000 × 0.10 = 2,400 บาท
- เงินปันผลสุทธิรับจริง = 24,000 – 2,400 = 21,600 บาท
| กรณีตัวอย่าง | จำนวนหุ้นที่ถือ | เงินปันผล/หุ้น (บาท) | รวมปันผลขั้นต้น (บาท) | หักภาษี 10% (บาท) | เงินสุทธิเข้าบัญชี (บาท) |
| หุ้น A | 5,000 | 0.50 | 2,500 | 250 | 2,250 |
| หุ้น B | 10,000 | 2.00 | 20,000 | 2,000 | 18,000 |
| หุ้น C | 20,000 | 1.20 | 24,000 | 2,400 | 21,600 |
วิธีคิด Dividend Yield (%) เพื่อหาอัตราผลตอบแทนปันผล
dividend yield คือ อัตราส่วนทางการเงินที่วัดเปอร์เซ็นต์ ผลตอบแทน จากเงินปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่นักลงทุนจ่ายซื้อไป
การดูเฉพาะมูลค่าตัวเงินปันผลต่อหุ้น เช่น 1 บาท หรือ 2 บาท ไม่สามารถบอกได้ว่าหุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทนปันผลสูงหรือต่ำ จนกว่าจะนำไปเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในตลาด

Dividend Yield คืออะไร และสูตรการคำนวณ
Dividend Yield หรือ อัตราผลตอบแทนเงินปันผล คำนวณเป็นอัตราร้อยละ (%) ต่อปี เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกๆ เงินลงทุน 100 บาทในหุ้นตัวนั้น จะได้รับเงินปันผลกลับคืนมาปีกี่บาท โดยมีสูตรคำนวณ ดังนี้
Dividend Yield (%) = (เงินปันผลต่อหุ้นรวมทั้งปี ÷ ราคาหุ้นปัจจุบัน) × 100
ตัวอย่างการคำนวณ:
หากหุ้น XYZ มีราคาปัจจุบันอยู่ที่ 50 บาท และบริษัทจ่ายเงินปันผลรวมตลอดทั้งปีเท่ากับ 2.50 บาทต่อหุ้น
Dividend Yield (%) = (2.50 ÷ 50) × 100 = 5.0% ต่อปี
วิธีวิเคราะห์ Dividend Yield ร่วมกับราคาหุ้นในตลาด
ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ Dividend Yield มีลักษณะผันแปรตามราคาหุ้นด้วย หากราคาหุ้นลดลง Dividend Yield จะสูงขึ้น และหากราคาหุ้นสูงขึ้น Dividend Yield จะต่ำลง นักลงทุนจึงต้องใช้ความระมัดระวังเมื่อพบหุ้นที่ Dividend Yield สูงผิดปกติ เพราะอาจเกิดจากราคาหุ้นที่ตกร่วงอย่างหนักเนื่องจากพื้นฐานบริษัทแย่ลง
ในการคัดเลือก ซื้อหุ้นปันผล เข้าพอร์ต นักลงทุนควรมองหาหุ้นที่มีอัตรา Dividend Yield เหมาะสม พร้อมพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง สามารถดูข้อมูลประกอบได้จากรายการ 10 อันดับ หุ้นปันผลสูงตลอดกาล พื้นฐานดี ปี 2567 เพื่อศึกษาลักษณะหุ้นปันผลเด่นในตลาด
| ชื่อหุ้นตัวอย่าง | ราคาหุ้นปัจจุบัน (บาท) | เงินปันผลต่อปี (บาท) | Dividend Yield (%) | ข้อสังเกตเชิงการวิเคราะห์ |
| หุ้น Alpha | 50.00 | 2.50 | 5.0% | ปันผลสม่ำเสมอ ยีลด์อยู่ในระดับมาตรฐาน |
| หุ้น Beta | 20.00 | 1.60 | 8.0% | ยีลด์สูง ควรเช็กว่ากำไรโตยั่งยืนหรือมาจากรายการพิเศษ |
| หุ้น Gamma | 100.00 | 3.00 | 3.0% | ยีลด์ค่อนข้างต่ำ แต่ราคาหุ้นอาจเน้นการเติบโต (Growth) |
ข้อควรระวังและปัจจัยที่มีผลต่อเงินปันผลจริง
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อเงินปันผลรับจริง ได้แก่ วันขึ้นเครื่องหมาย XD ปรากฏการณ์ XD Effect และสิทธิการขอ เครดิตภาษีเงินปันผล ตามกฎหมายสรรพากร
การลงทุนในหุ้นปันผลไม่ได้มีเพียงแค่การรอรับเงินโอนเข้าบัญชีเท่านั้น แต่นักลงทุนต้องเข้าใจกลไกราคาหุ้นและความเสี่ยงด้านภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
วันขึ้นเครื่องหมาย XD และปรากฏการณ์ XD Effect ต่อราคาหุ้น
เครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) แสดงถึงสิทธิการรับเงินปันผล หากนักลงทุนซื้อหุ้นในวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันดังกล่าว จะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในรอบนั้น นักลงทุนที่ต้องการปันผลต้องซื้อก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD อย่างน้อย 1 วันทำการ
📢 Traderbobo แนะนำ: มือใหม่หลายคนมักรีบซื้อหุ้นก่อนวัน XD เพียง 1 วันเพื่อหวังปันผลฟรี แต่ลืมเรื่อง XD Effect ครับ ซึ่งก็คือวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงทันทีในระดับที่ใกล้เคียงกับเงินปันผลที่จ่าย เช่น ปันผล 1 บาท ราคาหุ้นมักโดนไดลูทลงประมาณ 1 บาททันที ทำให้ผลตอบแทนรวมอาจไม่ได้กำไรเพิ่ม หากต้องการปันผลจริงควรพิจารณาถือหุ้นระยะยาวจากพื้นฐานธุรกิจเป็นหลักครับ
สิทธิประโยชน์เรื่องเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 วีสติ สำหรับบุคคลธรรมดา
เงินปันผลที่บริษัทจ่ายมาจากกำไรสุทธิที่ถูกเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้วรอบหนึ่ง (เช่น 20%) เมื่อนำมาจ่ายให้ผู้ถือหุ้น แล้วถูกหัก ณ ที่จ่ายอีก 10% จะถือเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน
ประมวลรัษฎากร มาตรา 47 วีสติ จึงอนุญาตให้นักลงทุนบุคคลธรรมดาเลือกนำเงินปันผลมายื่นคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อขอใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลได้ หากฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนักลงทุนต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัท นักลงทุนจะได้รับเงินคืนภาษีเพิ่มเติม การศึกษาเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผลจึงช่วยเพิ่มผลตอบแทนสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุปวิธีคิดเงินปันผลหุ้นและแนวทางลงทุน
การคำนวณเงินปันผลหุ้นสุทธิและ Dividend Yield ช่วยให้นักลงทุนประเมินกระแสเงินสดรับจริงและเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการลงทุนใน หุ้นปันผล คือ อะไรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การเข้าใจเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% การใช้สิทธิเครดิตภาษี และผลกระทบจากเครื่องหมาย XD จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงตัวเลขปันผลขั้นต้น สำหรับผู้ที่สนใจวางแผนพอร์ตปันผลสร้างกระแสเงินสดเติบโต สามารถศึกษาโครงสร้างการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่หมวดซื้อหุ้นปันผลเพื่อวางกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นที่เหมาะสมครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีคิดเงินปันผลหุ้น
วิธีคิดเงินปันผลหุ้น หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% คิดยังไง?
วิธีคิดเงินปันผลหุ้นหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทำได้โดยนำจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ถือครอง คูณด้วยเงินปันผลต่อหุ้นที่ประกาศ เพื่อหาเงินปันผลรวมขั้นต้น จากนั้นคูณด้วย 0.90 จะได้เป็นจำนวนเงินสดสุทธิที่จะโอนเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ตัวอย่างเช่น ถือ 10,000 หุ้น ได้ปันผล 1 บาท/หุ้น เงินรวมคือ 10,000 บาท หักภาษี 10% (1,000 บาท) จะได้รับเงินสุทธิ 9,000 บาท
Dividend Yield คืออะไร และต่างจากเงินปันผลสุทธิรับจริงยังไง?
Dividend yield คือ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน (ปันผลต่อหุ้น ÷ ราคาหุ้น × 100) ใช้สำหรับเปรียบเทียบประสิทธิภาพความคุ้มค่าของการลงทุนระหว่างหุ้นต่างราคา ในขณะที่เงินปันผลสุทธิรับจริงคือจำนวนเงินสดตัวบาทจริงๆ ที่นักลงทุนได้รับเข้าบัญชีหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เรียบร้อยแล้ว
ถ้านักลงทุนซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD เพียง 1 วัน จะได้สิทธิรับเงินปันผลไหม?
ได้สิทธิรับเงินปันผลตามปกติ หากซื้อหุ้นและถือจนจบวันทำการก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD แต่ต้องระวังปรากฏการณ์ XD Effect ที่ราคาหุ้นเปิดในวันขึ้นเครื่องหมาย XD มักจะปรับตัวลดลงมาในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าเงินปันผลต่อหุ้นที่ประกาศจ่าย ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนหุ้นลดมูลค่าลงในระยะสั้น
เงินปันผลที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% สามารถขอคืนภาษีผ่านเครดิตภาษีเงินปันผลได้หรือไม่?
สามารถยื่นขอคืนภาษีได้ หากนักลงทุนเลือกนำรายได้จากเงินปันผลทั้งหมดในปีภาษะนั้นมารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) โดยใช้สิทธิ เครดิตภาษีเงินปันผล ตามมาตรา 47 วีสติ ซึ่งหากฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่าย ย่อมมีสิทธิได้รับเงินคืนภาษีส่วนต่างเพิ่ม
เงินปันผลจ่ายเป็นหุ้น (Stock Dividend) มีวิธีคิดเงินปันผลแตกต่างจากปันผลเงินสดอย่างไร?
การจ่ายปันผลเป็นหุ้นจะคิดตามสัดส่วนหุ้นเดิมต่อหุ้นใหม่ เช่น 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นในพอร์ตเพิ่มขึ้น แต่จะมีการประเมินมูลค่าหุ้นปันผลเป็นตัวเงิน (ตามราคาพาร์หรือราคาที่กำหนด) เพื่อคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% โดยส่วนใหญ่บริษัทมักจะจ่ายปันผลเป็นเงินสดควบคู่มาเล็กน้อยเพื่อนำมาชำระค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนนักลงทุน
⚠️หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
ข้อมูลและเกณฑ์ทางภาษีเกี่ยวกับเงินปันผลอ้างอิงตามระเบียบของ กรมสรรพากร และข้อกำหนดบริษัทจดทะเบียนภายใต้การกำกับของ สำนักงาน ก.ล.ต.
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











