ภาษี คริปโต คำนวณยังไง? สรุปเกณฑ์และวิธีเสียภาษีปี 2569

Table of Contents
สรุปเกณฑ์ภาษี คริปโต วิธีคำนวณกำไรขาดทุนและการยื่นแบบสรรพากรปี 2569

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • กำไรจากการเทรด สลับเหรียญ หรือขุดคริปโต จัดเป็นเงินได้ประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
  • การเทรดผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย สามารถนำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกันได้
  • การสลับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเหรียญสกุลอื่น หรือเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาท ถือเป็นจุดที่เกิดผลกำไรหรือขาดทุนทางภาษี (Realized Event) ทันที
  • การคำนวณต้นทุนสินทรัพย์ดิจิทัลตามเกณฑ์สรรพากรทำได้ 2 วิธี คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) และวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)
  • ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมกราคม ถึง มีนาคม ของปีถัดไป หากมีกำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล

ภาษี คริปโต คืออะไร?

ภาษี คริปโต คือ ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นจากการมีกำไรหรือผลประโยชน์ตอบแทนจากการถือครอง การโอน การขาย หรือการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอยู่ภายใต้แนวทางการจัดเก็บของ กรมสรรพากร ตาม พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล) 

ตามกฎหมายไทย กำไรจากการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเงินได้พะเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้น ทำความเข้าใจพื้นฐาน คริปโตเคอร์เรนซี หรือเป็นนักเทรดที่มีประสบการณ์ หากธุรกรรมก่อให้เกิดกำไรขึ้นในระหว่างปีภาษี คุณมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำกำไรนั้นมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนต้นปีครับ

โครงสร้างการจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลและประเภทเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

ประเภทเงินได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายไทย

กรมสรรพากรจัดประเภทเงินได้ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามลักษณะของธุรกรรม:

  • เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ซ): เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือครองดิจิทัลโทเค็น (เช่น ผลตอบแทนจากการ Staking หรือ Yield Farming)
  • เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ฌ): ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเค็นดิจิทัล ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน (กำไรส่วนต่าง หรือ Capital Gains)

ทำไมการเข้าใจเรื่องภาษีคริปโตถึงสำคัญสำหรับนักลงทุน?

การบริหารจัดการภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้อง ช่วยให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ซึ่งอาจมีโทษปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร การคำนวณภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังช่วยให้วางแผนเงินทุนและรักษาสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า หากยังไม่ได้ถอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารไทย สรรพากรจะไม่นับว่าเป็นกำไร แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายถือว่ากำไรเกิดขึ้นทันทีที่มีการขายเป็นเงินบาท หรือเมื่อสลับเป็น เหรียญ Stablecoin เช่น USDT หรือ USDC เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การโอนเหรียญออกไปเก็บรักษาเองส่วนตัวผ่าน Seed Phrase ใน Hardware Wallet แม้จะไม่ใช่การขายเพื่อกำไร แต่ควรบันทึกประวัติ Transaction และราคา ณ วันที่โอนไว้ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันต้นทุนในอนาคตครับ

ธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเหตุการณ์ภาษี (Realized Event) หรือไม่?เกณฑ์การบันทึกทางภาษี
ขายคริปโตเป็นเงินบาท (THB)เป็นคำนวณกำไร/ขาดทุนทันทีตามราคาขาย
สลับเหรียญ (เช่น BTC ไป ETH)เป็นคำนวณกำไร/ขาดทุน โดยแปลงมูลค่าเหรียญเป็นเงินบาท ณ เวลาที่แลกเปลี่ยน
ซื้อคริปโตด้วยเงินบาทไม่เป็นบันทึกเป็นราคาทุน (Cost Basis)
โอนเหรียญระหว่าง Wallet ของตนเองไม่เป็นไม่เกิดกำไร แต่ต้องบันทึกค่าธรรมเนียม Transfer (ถ้ามี)

คำนวณภาษี คริปโต ทำยังไง?

การคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี ทำได้โดยนำราคาขายสุทธิ (หักค่าธรรมเนียมการเทรด) ลบด้วยต้นทุนซื้อสุทธิของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ๆ โดยกรมสรรพากรยอมรับวิธีคำนวณราคาทุน 2 รูปแบบหลัก คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (First-In, First-Out: FIFO) และวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

1. วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO)

วิธีนี้จะสมมติว่า สินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อมาก่อน จะถูกขายออกไปเป็นอันดับแรก เหมาะสำหรับช่วงตลาดขาขึ้น เพราะจะนำต้นทุนจากล็อตแรก ๆ มาคำนวณ ซึ่งมักจะมีราคาทุนต่ำกว่า

2. วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

วิธีนี้จะคำนวณต้นทุนเฉลี่ยใหม่ทุกครั้งที่มีการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเข้ามา เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ทยอยสะสม (DCA) เพราะช่วยลดความผันผวนของราคาทุนในแต่ละล็อต

สูตรคำนวณกำไรทางภาษี = ราคาขายสุทธิ (มูลค่า ณ วันที่ขาย) – ต้นทุนสุทธิ (คำนวณตาม FIFO หรือ Moving Average)

สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการหักกลบผลขาดทุน

หนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ช่วยบรรเทาภาระของนักลงทุน คือการนำผลขาดทุนจากการเทรดมาหักกลบกับกำไรได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ

การนำขาดทุนมาหักกลบกำไร ต้องเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น หากเป็นการเทรดผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือทำ ธุรกรรมบน ศูนย์ซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) จะไม่สามารถนำผลขาดทุนจากช่องทางเหล่านั้นมาหักกลบกับกำไรทางภาษีได้

ประเภทช่องทางเทรดนำขาดทุนมาหักกลบกำไรได้หรือไม่?การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
Exchange ในไทย (ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.)ได้ (เฉพาะในปีภาษีเดียวกัน)ได้รับการยกเว้น VAT
Exchange ต่างประเทศ (ไม่ได้รับใบอนุญาต)ไม่ได้ (ต้องนำเฉพาะกำไรมารวมคำนวณ)ไม่ได้รับการยกเว้นตามเกณฑ์ไทย
การเทรดแบบ P2P / DEX On-chainไม่ได้ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%

ตามประมวลรัษฎากร กำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด ทั้งนี้ผู้อ่านควรตรวจสอบเกณฑ์การยกเว้นและเงื่อนไขล่าสุดจากประกาศกระทรวงการคลังอีกครั้งก่อนยื่นแบบภาษีจริงครับ อย่างไรก็ตาม หากธุรกรรมทำผ่านศูนย์ซื้อขายในประเทศที่ได้รับการยกเว้นตามประกาศกระทรวงการคลัง ผู้ลงทุนอาจไม่โดนหัก ณ ที่จ่ายตอนขาย แต่ยังคงมีหน้าที่ต้องนำกำไรสุทธิปลายปีไปรวมยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า 5% – 35%) เช่นเดิมครับ


ขั้นตอนการเตรียมตัวยื่นภาษีคริปโตตอนต้นปี

การเตรียมเอกสารและประวัติ Transaction Log ให้พร้อม จะช่วยให้ขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นไปอย่างราบรื่น หลักเกณฑ์ ภาษี คริปโต 2569 ที่นักลงทุนควรทราบก่อนยื่นแบบปีนี้ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้ครับ:

1. รวบรวม Transaction History

ดาวน์โหลดประวัติการซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนทั้งหมดจากทุก Exchange ที่ใช้งานตลอดทั้งปีภาษี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม)

2. คำนวณกำไรสุทธิแยกตามรายเหรียญ

นำประวัติการเทรดมาลงตารางคำนวณต้นทุนตามวิธี FIFO หรือ Moving Average เพื่อหาผลกำไรหรือขาดทุนสุทธิของสินทรัพย์แต่ละประเภท

3. กรอกข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90

นำยอดกำไรสุทธิรวมที่คำนวณได้ ไปกรอกในแบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) หมวดเงินได้จากตราสารหนี้และสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 40(4) ภายในกำหนดเวลา (มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป)

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนผมเริ่มยื่นภาษีคริปโตใหม่ ๆ สิ่งที่พลาดบ่อยคือการลืมบันทึกราคากลางเงินบาท ณ วันที่สลับเหรียญ Crypto-to-Crypto ครับ พอมาไล่เก็บข้อมูลย้อนหลังตอนสิ้นปีจะใช้เวลานานมาก ผู้อ่านควรศึกษาและทดสอบบันทึกข้อมูลการเทรดเป็นประจำทุกเดือนตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันความผิดพลาดและรักษาสภาพคล่องทางภาษีครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสียภาษีคริปโต

  • เข้าใจว่าขาดทุนไม่ต้องยื่นภาษี: แม้ภาพรวมทั้งปีจะขาดทุน แต่หากมีบางรายการที่มีกำไร การยื่นแบบแสดงรายการจะช่วยยืนยันตัวเลขกับสรรพากรได้อย่างชัดเจน
  • นับเฉพาะเงินที่โอนเข้าธนาคาร: สรรพากรคิดภาษีจาก Realized Gain ซึ่งเกิดทันทีที่มีการขายหรือแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เฉพาะตอนถอนเงินสด
  • คิดว่าสรรพากรตรวจสอบไม่ได้: ปัจจุบันหน่วยงานภาษีมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศอย่างครอบคลุม การแสดงรายการเงินได้ตามจริงจึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังได้ครับ

ภาษี คริปโต เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกคนควรรู้และวางแผนล่วงหน้า การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและการเลือกเทรดผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต จะช่วยให้คุณใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภาษี คริปโต

เทรดคริปโตขาดทุน ต้องเสียภาษีไหม?

หากผลการเทรดตลอดทั้งปีภาษีสรุปออกมาแล้วมีผลขาดทุนสุทธิ คุณจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากส่วนนี้ครับ อย่างไรก็ตาม หากคุณเทรดผ่าน Exchange ในไทยที่ได้รับอนุญาต คุณสามารถนำผลขาดทุนจากบาง Transaction มาหักกลบกับรายการที่มีกำไรในปีเดียวกัน เพื่อลดภาระภาษีสุทธิลงได้ครับ

สลับเหรียญคริปโตด้วยกันเอง ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องนำมาคำนวณครับ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลหนึ่งไปอีกประเภทหนึ่ง (เช่น แลก BTC เป็น ETH หรือ USDT) ถือเป็นเหตุการณ์ที่รับรู้ผลกำไรขาดทุนทันที โดยต้องแปลงมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งสองเป็นเงินบาท ณ เวลาที่ทำรายการเพื่อคำนวณกำไรครับ

สรรพากรทราบข้อมูลการเทรดคริปโตของเราได้อย่างไร?

สรรพากรสามารถรับทราบข้อมูลผ่านการเชื่อมโยงระบบข้อมูลกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย รวมถึงรายงานธุรกรรมทางการเงินที่มีมูลค่าตามเกณฑ์จากสถาบันการเงิน การแสดงรายการเงินได้ตามจริงจึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังได้ครับ

ถ้าเทรดคริปโตใน Exchange ต่างประเทศ ต้องยื่นภาษีอย่างไร?

หากคุณมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันในปีภาษี และมีกำไรจากการเทรดในต่างประเทศ นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย คุณมีหน้าที่ต้องนำกำไรดังกล่าวมาคำนวณเป็นเงินได้เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามกฎหมายครับ

โอนคริปโตให้เพื่อนหรือญาติ ถือเป็นเงินได้ทางภาษีหรือไม่?

การโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้ผู้อื่นโดยไม่มีตอบแทน อาจเข้าข่ายเรื่องภาษีการให้ หากมูลค่าเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายยกเว้น แต่หากเป็นการโอนเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ จะถือเป็นเหตุการณ์การขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลทันที ซึ่งต้องคำนวณกำไรขาดทุนตามราคาตลาดครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้ครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ