‘ตลาดหมี’ มาแน่ เตรียมรับแรงกระแทกทุกสินทรัพย์!

ตลาดหมี

‘ตลาดหมี’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว

เมื่อวานนี้ (18 พ.ค.) ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ปลอดภัยปิดร่วงไปตามกัน จากการที่ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทค้าปลีก ทำให้นักลงทุนวิตก และเริ่มเทขายหุ้นออก อีกทั้ง ตลาดยังถูกกดดันจากการที่ FED ออกมายืนยันว่า จะไม่ลังเลที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเท่าที่จำเป็น เพื่อสกัดเงินเฟ้อในอนาคต

ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงกว่า 1,100 จุด โดย Dow Jones -3.57%, S&P500 -4.04% และ Nasdaq -4.73% นับเป็นการทรุดตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 ส่วนตลาดหุ้นยุโรป นำโดยดัชนี Stoxx Europe 600 -1.14%, CAC-40 -1.20%, DAX -1.26% และ FTSE 100 -1.07%

นักวิเคราะห์หลายกลุ่ม มองว่า ขณะนี้ ตลาดลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่ ‘ภาวะตลาดหมี’ คือ ภาวะตลาดที่ดัชนีหลักทรัพย์ และราคาหุ้นลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และในครั้งนี้อาจลากยาวไปหลายเดือน ซึ่งยังไม่ถึงจุดต่ำสุด หมายความว่า สภาวะของตลาดหุ้นสามารถดิ่งลงได้อีก สังเกตได้จากดัชนี S&P500 ที่มีราคาลงอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 6 สัปดาห์ โดยต่ำกว่าระดับสูงสุดประมาณ 16% แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดหมี (Bear Market) เป็นการปรับลงจากระดับสูงสุดประมาณ 20% ดังนั้น ดัชนี Dow Jones ยังไม่เข้าข่าย แต่ดัชนี Nasdaq ได้เป็นตลาดหมีไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีการปรับตัวกว่า 25%

ส่วนบรรยากาศการลงทุนไม่สู้ดีนัก โดยวัดจากดัชนี Fear&Greed Index พบว่า อยู่ในระดับ Extreme Fear นั่นหมายความว่า ณ ขณะนี้ นักลงทุนมีความกังวลที่จะลงทุนระดับสูงสุด ทำให้เกิดแนวโน้มว่า การลงทุนอาจถูกชะลอออกไป แต่ก็ยังมีนักลงทุนบางกลุ่มที่มองว่า เป็นโอกาสในการเข้าทำกำไรที่ดี และยังได้เข้าซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำ เพื่อเก็บไว้สำหรับการลงทุนในระยะยาว

ในส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดคริปโตฯ ยังค่อนข้างทรงตัวไปทางขาลง ล่าสุด Bitcoin พี่ใหญ่ตลาดยังเคลื่อนไหวอยู่ที่แนว $30,000 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อ สงคราม หรือแม้แต่เหตุการณ์ล่าสุดในตลาดคริปโตฯ นั่นคือ Terra (LUNA) หลุดการตรึงมูลค่า ทำให้เหรียญต่าง ๆ ร่วงลงไปตามกัน นักวิเคราะห์มองว่า สภาวะตลาดเช่นนี้มีโอกาสลากยาวไปจนถึงปลายปี

✅ อย่างไรก็ตาม หากใครต้องการทำกำไรในตลาดลงทุน ลองหันมามองสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างทองคำและน้ำมัน แม้ราคาจะมีความผันผวน แต่ยังมีช่องทางเข้าทำกำไรอยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบไปถึงราคาน้ำมัน อีกทั้ง ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจ จึงทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยกันมากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสินทรัพย์ปลอดภัยมีความครึกครื้นมากกว่าตลาดอื่น


Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter