ยาใจ “BITCOIN”

กำลังหงอยเลยกันเลยใช่ครับ? หลัง FED ออกมาประกาศว่าจะลด QE และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม ทำให้ตลาดการลงทุนทั่วโลกพร้อมใจกันร่วง รวมไปถึงตลาดคริปโตเคอเรนซี่ แม้กระทั่งเหรียญตัวแม่อย่าง Bitcoin ก็ไม่รอด อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาก็มีกระแสมากมายเกี่ยวกับขาลงของ Bitcoin ว่า น้องเขาหมดแรงพุ่งแล้วหรือไม่

“Bitcoin ไม่ใช่ Altcoin” ซึ่ง Altcoin คือ เหรียญอื่นๆ ในตลาดคริปโตเช่นเดียวกับ Bitcoin แต่มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป และมีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ถูกพัฒนาต่อยอด เช่น มีเหรียญลูกในเครือข่ายออกมามากมาย ที่สำคัญมีความผันผวนมากกว่าหลายเท่าตัวครับ ซึ่งแตกต่างจาก Bitcoin เนื่องจาก Bitcoin ต้องการเป็นเหรียญหนึ่งเดียวที่จะเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องความเหลื่อมล้ำองระบบการเงินแบบเก่า ด้วยความคิดอันเด็ดขาด ฉีกแนว และมีจุดประสงค์แตกต่างกับเหรียญอื่นของ Bitcoin นี้ ทำให้นักลงทุนต่างหลงใหลมัน

 Bitcoin โตได้ เพราะชุมชน Bitcoin

 ความแข็งแกร่งของเหรียญคริปโตขึ้นอยู่กับชุมชน ถ้านักลงทุนส่วนใหญ่ยังถือเหรียญนั้น และได้รับความนิยมอยู่ตลอด จะส่งผลให้เหรียญคริปโตนั้นเข้มแข็งมากขึ้นไปด้วย หรือในทางเศรษฐศาสตร์ว่ากันว่า มูลค่าของเหรียญคริปโตขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อของนักลงทุนนั่นแหละครับ

 ดังนั้น จึงเกิดคำพูดอย่างหนึ่งขึ้นมาว่า “ถ้าคุณจะทำให้ Bitcoin มูลค่าเหลือ 0 เปรียบเหมือนคุณทำให้คนศาสนาคริสต์เลิกนับถือศาสนาทั้งโลก” นี่เป็นความคิดกึ่งอุดมการณ์ของสาวก Bitcoin ครับ

 ถึงแม้ราคาจะร่วงลง แต่ความมั่นใจของนักลงทุนไม่เคยแผ่ว

 สาเหตุที่นักลงทุนต่างเชื่อมั่นใน Bitcoin เนื่องมาจากมีคนกว่า 1.7 พันล้านคน ที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินในปัจจุบัน และ Bitcoin มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ โดยทำให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่คนคนสามารถใช้ได้ทั่วโลกแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเหมือนระบบการเงินแบบเก่า เป็นเหมือนการกระจายอำนาจทางการเงิน หรือ “Bitcoin Standard”

 อย่าง Jack Mallers ผู้ก่อตั้ง Strike เขาเป็นผู้ผลักดันให้ Bitcoin ใช้งานได้จริง แอพพลิเคชั่นของเขาสามารถโอนเงินได้ทั่วโลกผ่านบัญชีธนาคารโดยที่ไม่มีค่าธรรมเนียม รวมไปถึง Bitcoin โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมี wallet ออนไลน์ก็สามารถใช้งานได้ เขาเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนระบบการเงินด้วย Bitcoin ของประเทศเอลซัลวาดอร์

 ซึ่งในวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2021 ที่ผ่านมานี้ ได้มีข่าวใหญ่ในวงการการเงินระดับโลก เมื่อประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์ ประกาศว่า การร่างกฎหมายในการอนุมัติให้ bitcoin สามารถใช้ในการชำระเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอนุมัติให้ใช้ได้ทั่วประเทศภายใน 90 วันหลังจากที่ประกาศผ่านร่างกฎหมายนี้ทันทีอีกด้วย ทำให้คนอีกหลายล้านคนในประเทศเอลซัลวาดอร์ เข้าถึงระบบการเงินแบบใหม่นี้มากขึ้น และไม่ต้องใช้สกุลเงินหลักของประเทศอื่น เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของเมือง Bitcoin ในฝันเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ออกมาบอกว่า ในปีนี้ Bitcoin อาจพุ่งกว่า $100,000 ท่ามกลางการขึ้นดอกเบี่ย และอัตราเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะเป็นตัวกดดันให้ Bond Yield หรือพันธบัตรระยะยยาวที่มีราคาสูงถูกเทขาย และเม็ดเงินที่เทขายออกนี้ จะเข้าไปหนุนให้ทรัพย์สินอื่นๆ อย่าง Bitcoin และทองคำ ราคาสูงขึ้น นอกจากนั้นการที่มีเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่างๆ สูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้นักลงทุนต้องลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อผลตอบแทนที่มาก และ Bitcoin คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น

อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษามูลค่าเงิน ถือเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ที่สำคัญการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในหลายระลอกที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจหลายประเทศค่อนข้างฝืด ดังนั้นการที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจช่วยให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ เหมือนครั้งตอนอินเทอร์เน็ตเข้ามาในชีวิตของเราแรกๆ ในตอนนั้นเศรษฐกิจโลกก็เผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจเช่นกัน แต่พอมีเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างคล่องตัวมากขึ้น และเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามา ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลคงต้องยอมรับ Bitcoin และส่งผลให้ตลาดคริปโตโตขึ้นอย่างแน่นอน ✅

Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter