
เครดิตภาษีเงินปันผล คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 47 ทวิ ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนบุคคลธรรมดาสามารถนำภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจดทะเบียนได้ชำระไปแล้วในระดับบริษัท มาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ถือหุ้น เพื่อป้องกันการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากกำไรก้อนเดียวกัน
การเข้าใจกลไกนี้ช่วยให้นักลงทุนหุ้นไทยสามารถประเมินผลตอบแทนหลังภาษีได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากเงินปันผล คือ ผลตอบแทนที่ผ่านการหักภาษีมาแล้วหลายขั้นตอน บทความนี้อธิบายหลักการคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล เกณฑ์การตัดสินใจยื่นขอคืนภาษี พร้อมขั้นตอนการดาวน์โหลดเอกสารจากระบบ TSD เพื่อยื่นภาษีออนไลน์กับ กรมสรรพากร ครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- เครดิตภาษีเงินปันผลช่วยขจัดภาระภาษีซ้ำซ้อน โดยการดึงภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจ่ายไปแล้วกลับมาคำนวณเป็นรายได้รวมของผู้ถือหุ้น
- ยื่นขอคืนภาษีแล้วคุ้มค่าเมื่อฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสุดท้ายของผู้ลงทุน ต่ำกว่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล
- หากตัดสินใจนำเงินปันผลมายื่นขอเครดิตภาษี จะต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจากทุกบริษัทในปีภาษนั้นมารวมยื่นทั้งหมด ห้ามเลือกยื่นเฉพาะบางบริษัท
- การยื่นภาษีออนไลน์ทำได้สะดวกรวดเร็วผ่านการดาวน์โหลดไฟล์ภาษีจากระบบ TSD Investor Portal แล้วนำไปอัปโหลดเข้าสู่ระบบ e-Filing
เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร?
เครดิตภาษีเงินปันผล คือ กลไกการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจ่ายไปแล้วให้แก่ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา เพื่อขจัดภาระภาษีซ้ำซ้อนตามกฎหมาย
เจตนารมณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 47 ทวิ เพื่อแก้ปัญหาภาษีซ้ำซ้อน
ในทางกฎหมายภาษีอากร กำไรของบริษัทจดทะเบียนถูกจัดเก็บภาษีไปแล้วชั้นหนึ่งในรูปของภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) เมื่อบริษัทนำกำไรสุทธินั้นมาจัดสรรจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น รัฐบาลจะทำการจัดเก็บเงินปันผล หัก ณ ที่จ่ายอีก 10% ในระดับบุคคลธรรมดา
หากไม่มีมาตรการปรับสมดุล กำไรก้อนเดียวกันนี้จะถูกจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อนถึงสองต่อ ประมวลรัษฎากร มาตรา 47 ทวิ จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนนำภาษีระดับนิติบุคคลที่จ่ายไปแล้วกลับมาคิดคำนวณเป็น “เครดิตภาษี” เพื่อหักออกจากภาระภาษีบุคคลธรรมดาของผู้ถือหุ้น
กลไกการเสียภาษีสองต่อ (ระดับนิติบุคคล และระดับบุคคลธรรมดา)
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาเส้นทางการเดินทางของกำไรก่อนถึงมือนักลงทุน ดังนี้ครับ
- ระดับนิติบุคคล: บริษัทสร้างกำไรสุทธิขึ้นมา 100 บาท หากบริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% บริษัทจะต้องจ่ายภาษีให้กรมสรรพากร 20 บาท เหลือเงินกำไรหลังภาษี 80 บาท
- ระดับบุคคลธรรมดา: เมื่อบริษัทนำเงิน 80 บาทนี้มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้นักลงทุน กฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายทันที 10% คิดเป็นเงิน 8 บาท ทำให้นักลงทุนได้รับเงินปันผลเข้าบัญชีจริงเพียง 72 บาท
จากตัวอย่างจะเห็นว่า จากกำไรเริ่มต้น 100 บาท ถูกหักภาษีรวมไปถึง 28 บาท (20 บาท + 8 บาท) ระบบเครดิตภาษีเงินปันผลจึงอนุญาตให้นำเงิน 20 บาทที่บริษัทเคยจ่ายไปแล้ว มารวมคำนวณเป็นรายได้เสมือนว่าเราได้รับเงิน 100 บาท แล้วคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ตามฐานภาษีจริงของเรานั่นเองครับ
วิธีคิดเครดิตภาษีเงินปันผล คำนวณอย่างไร?
วิธีคิดเครดิตภาษีเงินปันผลทำได้โดยการนำจำนวนเงินปันผลที่ได้รับก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปคูณด้วยอัตราภาษีนิติบุคคล แล้วหารด้วยผลต่างของ 100 ลบด้วยอัตราภาษีนิติบุคคลนั้น
สูตรคำนวณมาตรฐาน
การคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การหาจำนวนเครดิตภาษี และการหาเงินปันผลขั้นต้น (Grossed-up Dividend)
- สูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล:
เครดิตภาษีเงินปันผล = (เงินปันผลรับก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย × อัตราภาษีนิติบุคคล) ÷ (100 - อัตราภาษีนิติบุคคล) - สูตรคำนวณเงินปันผลขั้นต้น (รายได้ที่ต้องนำไปรวมยื่นภาษี):
เงินปันผลขั้นต้น = เงินปันผลรับก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย + เครดิตภาษีเงินปันผล
ตัวอย่างการคำนวณภาษีตามอัตราภาษีนิติบุคคลต่าง ๆ
เนื่องจากแต่ละบริษัทจดทะเบียนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่แตกต่างกัน การคำนวณ วิธีคิดเงินปันผลหุ้น ในส่วนของเครดิตภาษีจึงต้องแยกตามอัตราภาษีที่บริษัทระบุไว้ในใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ดังนี้ครับ
- กรณีบริษัทเสียภาษีนิติบุคคล 20% (บริษัททั่วไปในตลาดหลักทรัพย์):หากได้รับเงินปันผล 10,000 บาท
เครดิตภาษี = (10,000 × 20) ÷ (100 - 20) = 2,500 บาทเงินปันผลขั้นต้นที่ต้องนำไปคำนวณรายได้คือ 10,000 + 2,500 = 12,500 บาท - กรณีบริษัทเสียภาษีนิติบุคคล 15% (เช่น บริษัทขนาดเล็กหรือธุรกิจเฉพาะ):หากได้รับเงินปันผล 10,000 บาท
เครดิตภาษี = (10,000 × 15) ÷ (100 - 15) = 1,764.71 บาทเงินปันผลขั้นต้นที่ต้องนำไปคำนวณรายได้คือ 10,000 + 1,764.71 = 11,764.71 บาท - กรณีบริษัทได้รับการยกเว้นภาษี (เช่น ได้รับส่งเสริมการลงทุน BOI หรืออัตรา 0%):หากได้รับเงินปันผล 10,000 บาท
เครดิตภาษี = (10,000 × 0) ÷ (100 - 0) = 0 บาทเนื่องจากบริษัทไม่ได้จ่ายภาษีในระดับนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นจึงไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีในส่วนนี้ครับ

| อัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัทผู้จ่าย | ตัวคูณคำนวณเครดิตภาษี | เครดิตภาษีต่อเงินปันผล 10,000 บาท | รายได้รวมก่อนคำนวณภาษี (Grossed-up) |
| 20% | 20 ÷ 80 (หรือ 1/4) | 2,500 บาท | 12,500 บาท |
| 15% | 15 ÷ 85 | 1,764.71 บาท | 11,764.71 บาท |
| 0% (BOI / ยกเว้นภาษี) | 0 | 0 บาท | 10,000 บาท |
ฐานภาษีเท่าไหร่ ถึงควรยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผล?
นักลงทุนควรยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลเมื่ออัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสุดท้ายของตนเองต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทผู้จ่ายปันผลชำระไว้
เกณฑ์การเปรียบเทียบฐานภาษีบุคคลธรรมดา กับ อัตราภาษีนิติบุคคล
การตัดสินใจยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกเสมอไปครับ นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณา “ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุด (Marginal Tax Rate)” ของตนเองเปรียบเทียบกับอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่าย (โดยทั่วไปคือ 20%)
- กรณีฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 0% – 15% (ได้เงินคืนแน่นอน):เนื่องจากฐานภาษีของเราต่ำกว่าอัตราภาษีที่บริษัทจ่ายไปแล้ว (20%) เมื่อนำมารวมคำนวณ ภาษีที่เราต้องจ่ายจริงจะน้อยกว่าเครดิตภาษีที่ได้รับบวกกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ส่งผลให้เราได้เงินคืนภาษีเพิ่มขึ้นครับ
- กรณีฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 20% (คุ้มค่าหรือเท่าทุน):ยังคงมีโอกาสได้เงินคืนจากส่วนของภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ที่ถูกหักล่วงหน้าไป
- กรณีฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 25% – 35% (ยื่นแล้วอาจต้องจ่ายภาษีเพิ่ม):หากฐานภาษีส่วนบุคคลสูงกว่า 20% การนำเงินปันผลมารวมยื่นจะทำให้รายได้ส่วนนี้ถูกคิดภาษีในอัตรา 25% ถึง 35% ซึ่งสูงกว่าเครดิตภาษีที่ได้รับคืนมา ทำให้มีภาระต้องจ่ายภาษีเพิ่มให้กับกรมสรรพากร การเลือกเสียภาษีแบบ Final TAX (ยอมให้หัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วไม่ต้องนำมารวมยื่น) จะประหยัดกว่าครับ
นอกจากนี้ การซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นขึ้นเครื่องหมายตามเกณฑ์ XD หุ้น จะเป็นตัวกำหนดสิทธิในการได้รับเงินปันผลและการได้รับใบรับรองหัก ณ ที่จ่ายสำหรับปีภาษีนั้น ๆ ด้วยครับ
กฎบังคับเรื่องการยื่นรวมเงินปันผลทุกบริษัทในปีภาษีนั้น
ข้อควรระวังสำคัญตามประมวลรัษฎากร คือ หากนักลงทุนตัดสินใจนำเงินปันผลมาคำนวณเครดิตภาษี คุณจะต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจากทุกบริษัท ทุกหุ้น และทุกกองทุนในปีภาษีนั้น มารวมยื่นทั้งหมด
ห้ามเลือกยื่นเฉพาะหุ้นที่ได้เครดิตภาษี 20% แล้วละเว้นไม่ยื่นหุ้นที่ได้ BOI (0%) โดยเด็ดขาด หากสรรพากรตรวจพบ การเลือกยื่นเพียงบางส่วนอาจถูกปรับปรุงประเมินภาษีใหม่พร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมายครับ
| ฐานภาษีบุคคลธรรมดา | ผลลัพธ์เมื่อยื่นขอเครดิตภาษี (หุ้นที่เสียภาษีนิติบุคคล 20%) | ข้อเสนอแนะในการยื่นภาษี |
| 0% (ยกเว้นภาษี) | ได้คืนเครดิตภาษี 20% + ได้คืนหัก ณ ที่จ่าย 10% (รวมได้คืน 30%) | ควรยื่นอย่างยิ่ง |
| 5% | ได้คืนเครดิตภาษีบางส่วน + ได้คืนหัก ณ ที่จ่าย 10% | ควรยื่น |
| 10% | ได้คืนเครดิตภาษีบางส่วน + ได้คืนหัก ณ ที่จ่าย 10% | ควรยื่น |
| 15% | ได้คืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% บางส่วน | ควรยื่น |
| 20% | เท่าทุน หรือได้คืนเล็กน้อย | ควรคำนวณก่อนยื่น |
| 25% ขึ้นไป | เสียภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากฐานภาษีบุคคลสูงกว่าสิทธิเครดิต | ไม่ควรยื่น (ใช้ Final TAX) |
📢 Traderbobo แนะนำ: ก่อนกดส่งแบบยื่นภาษีอินเทอร์เน็ต ให้ทดลองกรอกข้อมูลเงินปันผลเข้าในระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรเพื่อดูผลลัพธ์สุดท้ายก่อนเสมอครับ ถ้าระบบคำนวณแล้วพบว่าต้อง “ชำระภาษีเพิ่ม” เราสามารถลบรายการเงินปันผลออก แล้วเลือกใช้สิทธิ Final TAX 10% แทนได้ทันทีโดยไม่ผิดกฎหมาย ลองเช็กตัวเลขสุทธิก่อนยืนยันทุกครั้งครับ
ขั้นตอนการยื่น TSD เงินปันผล ยื่นภาษีออนไลน์
การยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลออนไลน์ทำได้สะดวกโดยการดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลภาษีจากระบบ TSD Investor Portal แล้วนำไปอัปโหลดเข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
การดาวน์โหลดไฟล์ e-Withholding Tax จากระบบ TSD Investor Portal
บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) มีระบบอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนผ่านบริการ TSD Investor Portal ยื่นภาษี ซึ่งช่วยรวบรวมข้อมูลเงินปันผลและภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากทุกบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- เข้าสู่เว็บไซต์ TSD Investor Portal และล็อกอินเข้าสู่ระบบ
- ไปที่เมนู “ยื่นภาษี e-Filing” หรือ “ดาวน์โหลดข้อมูลภาษี”
- เลือกปีภาษีที่ต้องการยื่น (เช่น ปีภาษี 2568 หรือ 2569)
- กดดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลภาษีเงินปันผล ซึ่งจะได้ไฟล์ในรูปแบบ
.xmlหรือ.encตามที่กรมสรรพากรกำหนด
ขั้นตอนการ Upload ไฟล์ภาษีเข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
เมื่อได้ไฟล์ข้อมูลจาก TSD แล้ว นักลงทุนไม่จำเป็นต้องนั่งกรอกตัวเลขเงินปันผลของหุ้นทีละตัวครับ สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย
- เข้าสู่ระบบ e-Filing บนเว็บไซต์ กรมสรรพากร และเลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91
- ในหมวดกรอกรายได้ ให้เลือกเพิ่มรายได้ “เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท”
- เลือกตัวเลือก “อัปโหลดไฟล์จาก TSD” แล้วทำการเลือกไฟล์
.xmlที่ดาวน์โหลดมาจาก TSD Investor Portal - ระบบของกรมสรรพากรจะทำการประมวลผลคำนวณเงินปันผล เงินหัก ณ ที่จ่าย และอัตราเครดิตภาษีของหุ้นทุกตัวให้อย่างอัตโนมัติ
- ตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขรวม และเช็กผลลัพธ์ภาษีสุทธิว่าได้รับเงินคืนตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ก่อนยืนยันการส่งแบบ
สรุปทำไมนักลงทุนถึงควรยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผล
การยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลถือเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ช่วยให้นักลงทุนบุคคลธรรมดาสามารถปกป้องผลตอบแทนจากการถูกจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ โดยหัวใจสำคัญคือการประเมินฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสุดท้ายของตนเองเปรียบเทียบกับอัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัทผู้จ่ายปันผล หากอัตราภาษีของเราต่ำกว่า การยื่นขอเครดิตภาษีจะช่วยให้มีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเงื่อนไขสำคัญที่ว่า หากตัดสินใจยื่นขอคืนแล้ว จะต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจากทุกบริษัทในปีภาษีนั้นมารวมคำนวณทั้งหมดโดยไม่สามารถเลือกยื่นเฉพาะบางหุ้นได้ครับ
📢 Traderbobo แนะนำ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำความเข้าใจโครงสร้างภาษีในฝั่งการถูกหักภาษีตั้งแต่ต้นทางเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ เงินปันผล หัก ณ ที่จ่าย เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารภาษีจากการลงทุนได้อย่างรอบด้านและถูกต้องตามกฎหมายครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครดิตภาษีเงินปันผล
ขายหุ้นเสียภาษีไหม และต่างจากภาษีเงินปันผลอย่างไร?
การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมาย ประเด็นเรื่อง ขายหุ้นเสียภาษีไหม จึงตอบได้ว่าไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ครับ ซึ่งแตกต่างจากเงินปันผลที่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) ที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และมีสิทธินำมาคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลได้ครับ
ภาษีหุ้น และเงินปันผลที่ได้รับ ต้องยื่นภาษีบุคคลธรรมดาทุกกรณีหรือไม่?
คำตอบคือไม่จำเป็นต้องยื่นทุกกรณีครับ สำหรับภาษีหุ้นในส่วนของเงินปันผล กฎหมายยินยอมให้นักลงทุนใช้สิทธิ Final TAX ได้ นั่นคือยอมให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้วจบกันไปโดยไม่ต้องนำมาสรรพากรรวมคำนวณเป็นเงินได้ประจำปี เว้นแต่เราประเมินแล้วว่าการนำมารวมยื่นขอเครดิตภาษีจะทำให้ได้เงินคืนภาษีเพิ่มขึ้น จึงค่อยนำมารวมยื่นครับ
หากบริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไรที่ได้รับการยกเว้นภาษี (BOI) จะขอเครดิตภาษีได้หรือไม่?
หากบริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (เช่น สิทธิประโยชน์ BOI) เงินปันผลก้อนนั้นจะไม่สามารถนำมาขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ เนื่องจากบริษัทไม่ได้ชำระภาษีในระดับนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม เงินปันผลส่วน BOI นี้มักจะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เช่นกันเมื่อจ่ายออกมาถึงมือนักลงทุนครับ
การใช้ TSD เงินปันผล ยื่นภาษี ออนไลน์ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานอะไรบ้าง?
หากยื่นภาษีผ่านการอัปโหลดไฟล์จาก TSD Investor Portal เอกสารหลักจะถูกบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัย นักลงทุนควรดาวน์โหลดและจัดเก็บไฟล์ “ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ” ในรูปแบบ PDF จากระบบ TSD สำรองไว้ เผื่อกรณีที่ระบบสรรพากรขอสุ่มตรวจเอกสารประกอบการขอคืนภาษีครับ
หากยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลแล้วถูกสรรพากรเรียกตรวจเอกสาร ต้องทำอย่างไร?
หากได้รับแจ้งขอตรวจเอกสารจากกรมสรรพากร ไม่ต้องกังวลครับ ให้ล็อกอินเข้า TSD Investor Portal แล้วดาวน์โหลด “รายงานสรุปการจ่ายเงินปันผลและการหักภาษี ณ ที่จ่าย” ทั้งปี นำไฟล์ PDF ดังกล่าวอัปโหลดส่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรผ่านระบบ e-Filing ได้ทันที ข้อมูลจาก TSD เป็นข้อมูลทางการที่ได้รับการยอมรับและตรวจสอบตรงกับระบบสรรพากรอยู่แล้วครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กรมสรรพากร ผู้ลงทุนควรตรวจสอบอัตราภาษีและเงื่อนไขล่าสุดจากทางราชการเพิ่มเติมก่อนการยื่นแบบภาษีประจำปี
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











