โอกาสการลงทุน “ทองคำ” และสัญญาณการล่มสลายของคริปโตในปี 2023

การลงทุน

ตั้งแต่ต้นปี 2022 ที่ผ่านมา ทองคำถูกท้าทายจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะความคิดเห็นที่ว่า Bitcoin อาจมาแทนที่ทองคำ แต่ราคาทองคำ ณ ตอนนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ทองคำ ยังคงเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ที่สำคัญของนักลงทุนอยู่ โดยหากมองในภาพรวมใหญ่ 2-3 ปี จะเห็นว่า กราฟทองคำในรูปแบบของดอลลาร์จะเป็นขาขึ้นแบบ Sideways Up ซึ่งจะมีการพุ่งกระฉูดตอนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 จนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องถูกชะงัก เหตุการณ์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อยามเกิดวิกฤตคนมักจะนึกถึงทอง สวนทางกับ คริปโต ที่ราคาร่วงลงอย่างหนักในช่วงนั้น ถึงแม้คริปโตจะเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยม และมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง แต่ในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับไม่ใช่อย่างที่เห็น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงการเข้ามาเก็งกำไรและขายออกไป ทำให้ทางทีมงานตระหนักถึงเรื่องนี้ และเรียบเรียงบทความนี้ออกมา เพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนทุกท่าน

ย้อนรอย การลงทุน “ทองคำ” ในปี 2022

จากที่ได้เกริ่นมาข้างต้น จริงอยู่ที่ว่า ภาพรวมใหญ่ทองคำในรูปแบบของดอลลาร์เป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่สำหรับในปีนี้ทองคำถือว่า เป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ย. ทองคำลงมาแตะ $1,600 นับเป็น 8%-10% จากต้นปี แต่สำหรับทองคำในประเทศอาจไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากได้ปัจจัยบวกจากค่าเงินบาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ทำให้นักลงทุนหันไปทำการลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ย เช่น พันธบัตรรัฐบาล (Bond Yields) ซึ่งเทรนด์การขึ้นดอกเบี้ยดูเหมือนจะยาวไปจนถึงปีหน้า แต่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาล่าสุดนั้นก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทำให้ราคาทองคำวันนี้ (14 ธ.ค. 65) พุ่งขึ้นกว่า $1,800 ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 4 เดือน และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างให้น้ำหนักว่า เฟดอาจมีการชะลออัตราการขึ้นดอกเบี้ยลงบ้างแล้ว คาดการณ์ว่า ช่วงครึ่งปีหลังในปีหน้า เราอาจได้เริ่มเห็นข่าวดีในด้านนโยบายการลดดอกเบี้ยลง แต่ถึงอย่างไรนั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลดีต่อทองคำอยู่ ทั้งภาวะเงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ผลักดันให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

การลงทุน

มีความเป็นไปได้ว่า “ทองคำ” จะแตะ $2,250 ในปีหน้า

จากข้อมูลของ Standard Chartered มีการคาดการณ์ว่า ทองคำในปีหน้าจะแตะระดับ $2,250 โดยได้รับแรงหนุนจากการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างราคาตราสารทุนและตราสารหนี้เปลี่ยนทิศทางเป็นลบ อีกทั้ง สัญญาณการล่มสลายของคริปโต และปัญหาต่าง ๆ ในตลาดที่ดูเหมือนจะรุมเร้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการที่ตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดหมีอีกด้วย

นอกจากนี้ ปัจจัยทางด้านสงครามระหว่างประเทศที่ดูเหมือนจะยืดเยื้ออีกนานระหว่างรัสเซียและยูเครน พร้อมทั้งเหล่าประเทศพันธมิตร กดดันให้ธนาคารกลางต่าง ๆ เข้าซื้อทองคำเป็นเงินทุนสำรองมากขึ้น จากการเปิดเผยของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิจำนวน 399.3 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 65) โดยมีอัตราเร่งในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. ซึ่งเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4 เท่า

รวมถึงมีการเข้าซื้อจากผู้บริโภครายย่อย หลังจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ซึ่งช่วยเพิ่มอุปสงค์ในจีน และอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการบริโภคทองคำเป็นเครื่องประดับเพิ่มขึ้นเป็น 523 ตัน หรือราว 10% จากปีก่อน ส่งผลให้อุปสงค์ทองคำโดยรวมเพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน แม้จะมีความเชื่อมั่นในทางลบจากการไหลออกของ ETF จำนวน 227 ตันก็ตาม ซึ่งปัจจัยที่ได้กล่าวไปข้างต้น บ่งชี้ว่า อุปสงค์ของทองคำมีการเพิ่มขึ้น

สัญญาณการล่มสลายของ “คริปโต” ส่งผลต่อการลงทุนทองคำ

จากความเสี่ยงหายเป็นโดมิโนในตลาดคริปโต โดยมีเหตุการณ์การล้มละลายครั้งใหญ่จากหลายโครงการ เริ่มตั้งแต่การล่มสลายของ Terra และล่าสุด FTX ก็ได้ล้มตามกันไปเรียบร้อย ในบันทึก The financial-market surprises of 2023 ของ Standard Chartered กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโต อาจทำให้เราได้เห็นราคา Bitcoin ร่วงแตะ $5,000 หรือลดราว 70% จากระดับปัจจุบันที่ $17,000 ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีราคา Bitcoin ได้ร่วงลงไปแล้วกว่า 63% จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากนักลงทุนจะหนีความเสี่ยงมาหาสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนคงที่ และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม วิกฤตของตลาดคริปโตในครั้งนี้ ทำให้นักลงทุนหลายกลุ่มหันมาสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำกันมากขึ้น พร้อมทั้งการที่ตลาดหุ้นก้าวเข้าสู่ตลาดหมี จึงทำให้ในปีหน้า “ทองคำถูกจับตามองเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมากที่สุด” ท่ามกลางความผันผวนมากมายในตลาดเงิน

Source: ทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: Traderbobo

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่: Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter