Hantec Markets ดีไหม? รีวิว 2022 เจาะลึกทุกประเด็นที่สงสัย

Hantec Markets

กลับมาพบกับพี่โบ้อีกครั้งนะครับ วันนี้ พี่โบ้จะพาไปดูรีวิว Hantec Markets โบรกเกอร์สัญชาติฮ่องกง ที่ดำเนินการมาหลายสิบปี มันจะดีจริงหรือไม่!? แล้วเหมาะกับเทรดเดอร์ชาวไทยจริงหรือ? ไปดูกันครับ!

Hantec Markets

1. ประวัติ

Hantec Markets เป็นส่วนหนึ่งของ Hantec Group บริษัทสัญชาติฮ่องกง ซึ่งดำเนินกิจการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 1990 ทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ครับ หลังจากนั้น บริษัทก็เริ่มขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งแบรนด์ ‘Hantec Markets’ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2008 

และล่าสุดทางบริษัทได้ตัดสินใจที่จะแบ่งพื้นที่ให้บริการเป็น 2 ภาค คือ แถบตะวันออก และแถบตะวันตก โดยแบ่งเป็นสำนักงานใหญ่ที่ฮ่องกง และลอนดอน ตามลำดับครับ

2. ใบอนุญาต

  • Financial Conduct Authority (FCA), หมายเลขใบอนุญาต FRN 502635
  • Jordan Securities Commission (JSC), หมายเลขใบอนุญาต 51905
  • Mauritius Financial Services Commission (FSC), หมายเลขใบอนุญาต C114013940
  • Australian Securities & Investments Commission (ASIC), หมายเลขใบอนุญาต 326907

3. Spread

สำหรับค่า Spread ของโบรกเกอร์นี้ เริ่มต้นที่ 0.2 Pips ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่า Spread แบบลอยตัวครับ

Hantec Markets

4. ประเภทบัญชี

โดยปกติ ทางโบรกเกอร์จะมีบัญชีที่ใช้สำหรับเทรดจริงเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น แต่หากค้นหาดี ๆ ล่ะก็ จะพบว่า โบรกเกอร์มีบัญชีแบบไม่มี Swap ด้วยครับ ซึ่งต้องโหลดเอกสารเพื่อทำเรื่องสมัครโดยเฉพาะครับ แต่ แต่ แต่!! ใจเย็นก่อนครับ บัญชีประเภทนี้มีไว้ให้แค่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้นครับ! พวกเราที่เป็นคนไทยในแดนพุทธหมดสิทธิ์ครับ แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนที่นับถืออิสลามก็ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ

ดังนั้น หากเพื่อน ๆ ต้องการสมัครบัญชีทั่วไปก็สามารถเรียนรู้ผ่านหน้าเว็บได้เลยครับ หรืออาจจะใช้บัญชีทดลองเทรด เพื่อทดลองเล่นก่อนก็ได้เช่นกันครับ

5. ช่องทางการฝาก – ถอน

การฝากเงิน มีขั้นต่ำในการฝาก อยู่ที่ 20 USD ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝาก ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการ คือ ยอดเงินเข้าทันที และล่าช้าไม่เกิน 6 ชั่วโมงครับ ซึ่งจากที่พี่โบ้สำรวจมา จะมีช่องทางรองรับ ดังนี้ครับ

  • บัตรเครดิต / เดบิต Visa หรือ Mastercard
  • Bank Wire
  • Skrill
  • Neteller
  • Promptpay
  • ZPay
  • Bitcoin

โดยธนาคารไทยที่รองรับ ได้แก่ 

  • ธนาคารกสิกร
  • ธนาคารกรุงเทพ 
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ 
  • ธนาคารกรุงไทย 
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 
  • ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย 
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต 
  • ธนาคารออมสิน

ด้านการถอนเงิน เพื่อน ๆ สามารถถอนได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ PaySec และ Bank Wire ครับ

6. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเทรดได้

  • Forex
  • Commodity
  • ดัชนี
  • หุ้น
  • Cryptocurrency

7. Platform ที่ใช้เทรด

เพื่อน ๆ สามารถเทรดได้ผ่านแพลตฟอร์ม MT4 ทั้งเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบนมือถือเลยครับ

8. จุดแข็ง – จุดอ่อน

จุดแข็ง

  • มีใบอนุญาต
  • หน้าเว็บรองรับภาษาไทย
  • มีธนาคารไทยรองรับ
  • มีโบนัสในการเปิดบัญชี
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝาก
  • มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเทรดหลากหลาย
  • Leverage สูงถึง 1:500

จุดอ่อน

  • มีค่า Swap
  • มีค่า Commission
  • มีประเภทบัญชีให้เลือกน้อย
  • แพลตฟอร์มที่รองรับมีน้อย

โดยสรุปแล้ว โบรกเกอร์นี้ก็เป็นอีกโบรกชั้นนำครับ เพียงแต่ข้อจำกัดบางอย่างก็อาจจะไม่เหมาะนักสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบค่า Spread แบบลอยตัว รวมถึงผู้ที่ต้องการเก็งกำไรแบบ Cary Trade แต่อย่างไรก็ตาม หากเพื่อน ๆ ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารเยี่ยมชม เว็บไซต์ ได้ครับ

Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter