ราคาพาร์ คืออะไร? เข้าใจ Par Value ตัวเลขบนใบหุ้นที่มีผลต่อทุนจดทะเบียน

Table of Contents
ราคาพาร์ คืออะไร? เข้าใจ Par Value ตัวเลขบนใบหุ้นที่มีผลต่อทุนจดทะเบียน

ราคาพาร์ คือ มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นที่บริษัทกำหนดขึ้น ณ วันจัดตั้งบริษัทตามกฎหมาย ซึ่งใช้คำนวณทุนจดทะเบียน ตัวเลขนี้บ่งบอกมูลค่าทางบัญชีขั้นต้นต่อหนึ่งหุ้นแต่ไม่ได้สะท้อนมูลค่าจริงในตลาด

การเข้าใจราคาพาร์ช่วยให้นักลงทุนแยกแยะความแตกต่างระหว่างทุนจดทะเบียน มูลค่าตามบัญชี และราคาซื้อขายจริงในตลาดได้อย่างถูกต้อง บทความนี้อธิบายความหมาย วิธีคำนวณ ความสัมพันธ์กับ หุ้นสามัญ คือ สิทธิผู้ถือหุ้น และกลไกการแตกพาร์ที่คุณต้องรู้ครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ราคาพาร์ (Par Value) คือ มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นที่บริษัทกำหนดตามกฎหมายเพื่อใช้คำนวณทุนจดทะเบียน
  • ราคาพาร์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับมูลค่ากิจการจริงในปัจจุบัน และไม่ได้สะท้อนว่าราคาหุ้นในตลาดถูกหรือแพง
  • การแตกพาร์เป็นการเปลี่ยนมูลค่าพาร์ให้ลดลงเพื่อเพิ่มจำนวนหุ้น โดยที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของบริษัทและสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนยังคงเท่าเดิม
  • การปรับเปลี่ยนราคาพาร์ของบริษัทมหาชนในไทยต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด และเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต.

ราคาพาร์ คืออะไร?

ราคาพาร์ คือ มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (Par Value หรือ Face Value) ที่บริษัทกำหนดขึ้นตามข้อบังคับของบริษัทตั้งแต่ตอนจัดตั้ง เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัท ตัวเลขนี้จัดเป็นมูลค่าตามกฎหมายที่ระบุไว้ในใบหุ้นหรือหนังสือชี้ชวน

ตามสมการพื้นฐาน ทุนจดทะเบียนของบริษัทจะเท่ากับ

$$\text{ทุนจดทะเบียน} = \text{ราคาพาร์} \times \text{จำนวนหุ้นทั้งหมด}$$

ในอดีตถูกใช้เป็นหลักประกันทางกฎหมายว่าบริษัทมีทุนขั้นต่ำตามที่แจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาพาร์ไม่ได้สะท้อนถึงราคาซื้อขายจริงในตลาดหุ้น และไม่ได้สะท้อนผลประกอบการ ความสามารถในการทำกำไร หรือมูลค่าทางบัญชีปัจจุบันของบริษัทแต่อย่างใดครับ

ความแตกต่างระหว่าง ราคาพาร์ vs ราคาตลาด vs มูลค่าตามบัญชี

นักลงทุนจำนวนมากมักสับสนระหว่างมูลค่า 3 ประเภทนี้ พี่โบ้สรุปเปรียบเทียบความแตกต่างให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้ครับ

หัวข้อราคาพาร์ (Par Value)ราคาตลาด (Market Price)มูลค่าตามบัญชี (Book Value)
ความหมายมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นตามกฎหมายราคาซื้อขายจริงในตลาดหุ้นมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นหารด้วยจำนวนหุ้น
ปัจจัยกำหนดบริษัทกำหนดตามกฎหมายความต้องการซื้อขาย (Demand/Supply)งบการเงิน (สินทรัพย์ – หนี้สิน)
การเปลี่ยนแปลงคงที่ (เปลี่ยนเมื่อมีมติแตก/รวมพาร์)เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาการซื้อขายเปลี่ยนแปลงตามผลประกอบการทุกไตรมาส
ความสัมพันธ์ใช้คำนวณทุนจดทะเบียนสะท้อนความคาดหวังของตลาดสะท้อนมูลค่าสุทธิทางบัญชีจริง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลค่าตามบัญชี คืออะไรเพื่อนำไปประเมินความคุ้มค่าของหุ้นร่วมกับราคาตลาด

ทำไมบริษัทต้องกำหนดราคาพาร์?

การกำหนดราคาพาร์เป็นข้อบังคับตามกฎหมายในการจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัดตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องระบุทุนจดทะเบียนและแบ่งออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่าๆ กัน

ประโยชน์สำคัญของการกำหนดราคาพาร์ ได้แก่

1. กำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วตามกฎหมาย

ราคาพาร์เป็นตัวคูณกับจำนวนหุ้นทั้งหมดเพื่อแสดงทุนจดทะเบียนของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือขั้นต้นของกิจการ

2. เป็นฐานคำนวณราคาเสนอขายหุ้นใหม่

เมื่อบริษัทต้องการระดมทุนผ่านการออก หุ้นเพิ่มทุน หรือการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขายจริงกับราคาพาร์จะถูกบันทึกในงบการเงินเป็น “ส่วนเกินมูลค่าหุ้น” (Premium on Share Capital)

ตัวอย่าง: บริษัท A ตั้งราคาพาร์ไว้ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น แต่นำหุ้นเข้าเสนอขาย IPO ในราคาตลาดที่ 10.00 บาทต่อหุ้น ส่วนต่าง 9.00 บาทต่อหุ้นจะถูกนำไปตั้งเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้นในส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่นับเป็นกำไรจากการดำเนินงาน


การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์: แตกพาร์ คืออะไร?

การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์หลังจากบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ การแตกพาร์ (Stock Split) และการรวมพาร์ (Reverse Stock Split)

แผนภาพแสดงกลไกการแตกพาร์หุ้นและผลกระทบต่อ Market Cap

แตกพาร์ คืออะไร? (Stock Split)

แตกพาร์ คือ การที่บริษัทมหาชนมีมติลดมูลค่าพาร์ต่อหุ้นลง เพื่อเพิ่มจำนวนหุ้นทั้งหมดในระบบขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน การแตกพาร์ไม่ทำให้ทุนจดทะเบียน สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ตัวอย่างการแตกพาร์

บริษัท B มีราคาพาร์เดิม 10 บาท ราคาตลาดอยู่ที่ 100 บาท จำนวนหุ้นทั้งหมด 1,000,000 หุ้น (Market Cap = 100 ล้านบาท)

หากบริษัทมีมติ “แตกพาร์” จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท (สัดส่วน 10:1)

  • ราคาพาร์ใหม่ = 1 บาท
  • จำนวนหุ้นใหม่ = 10,000,000 หุ้น
  • ราคาตลาดปรับลดลงสัดส่วนเดียวกันเหลือ = 10 บาท
  • Market Cap รวมคงเดิม = 100 ล้านบาท

ทำไมบริษัทถึงเลือกแตกพาร์?

  1. เพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity): เมื่อราคาตลาดต่อหุ้นลดลง นักลงทุนรายย่อยจะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ง่ายขึ้น ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเพิ่มสูงขึ้น
  2. ปรับราคาหุ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม: หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นมากๆ จนแพงเกินไป การแตกพาร์จะช่วยลดราคาต่อหุ้นลงมาให้อยู่ในระดับเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรม

การรวมพาร์ คืออะไร? (Reverse Stock Split)

การรวมพาร์ คือ กระบวนการตรงข้ามกับการแตกพาร์ โดยบริษัทจะปรับเพิ่มมูลค่าพาร์ต่อหุ้นขึ้น และลดจำนวนหุ้นทั้งหมดลงในสัดส่วนเดียวกัน มักใช้เมื่อราคาหุ้นในตลาดลดต่ำลงมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการหลุดเกณฑ์การคงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาพาร์ที่นักลงทุนต้องระวัง

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาพาร์สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนได้ พี่โบ้สรุปข้อควรระวังสำคัญ 3 ประการดังนี้ครับ

1. “แตกพาร์แล้ว หุ้นถูกลง น่าซื้อขึ้น”

การแตกพาร์ทำให้ราคาหุ้นต่อหน่วยลดลงก็จริง แต่ในเชิงมูลค่า (Valuation) หุ้นไม่ได้ถูกลงเลยครับ เพราะอัตราส่วนทางการเงินสำคัญ เช่น P/E Ratio (อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น) หรือ Price to Book Value (P/BV) (อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี) ยังคงเท่าเดิมทุกประการ มูลค่ากิจการไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการแตกพาร์เพียงอย่างเดียว  

2. “หุ้นพาร์ต่ำ ดีกว่า หุ้นพาร์สูง”

ตัวเลขราคาพาร์ 0.10 บาท 1 บาท หรือ 10 บาท เป็นเพียงตัวเลขสมมติทางบัญชีที่บริษัทตั้งขึ้น ไม่มีผลต่อศักยภาพการเติบโต หรือความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท การเปรียบเทียบความคุ้มค่าของหุ้นต้องดูที่ราคาตลาดเทียบกับปัจจัยพื้นฐานเสมอ

3. “ราคาพาร์คือราคาขั้นต่ำที่หุ้นจะไม่ตกไปมากกว่านี้”

ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ราคาหุ้นในตลาดสามารถปรับตัวลดลงจนต่ำกว่าราคาพาร์ได้ เรียกว่า “การเทรดต่ำพาร์” (Trading Below Par Value) หากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องหรือมีปัญหาเชิงโครงสร้าง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ราคาพาร์ คือ

ราคาพาร์กำหนดไว้ต่ำสุดเท่าไหร่ตามกฎหมายไทย?

ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2566 หุ้นที่จะขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องมีมูลค่าที่ตราไว้ไม่น้อยกว่าหุ้นละ 0.50 บาทและชำระเต็มมูลค่า 

ส่วนกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดเองได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ครับ ซึ่งในตลาดหลักทรัพย์ SET และ mai ราคาพาร์ของหุ้นแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกันไปตามโครงสร้างทุน โดยทั่วไปมักอยู่ในช่วงต่ำกว่า 1 บาทไปจนถึงหลักสิบบาทต่อหุ้น (อ้างอิงนิยามมูลค่าที่ตราไว้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ครับ

การแตกพาร์กระทบเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับหรือไม่?

การแตกพาร์ไม่ได้ทำให้เงินปันผลรวมที่คุณได้รับลดลง หากบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นจำนวนเงินรวมเท่าเดิม แม้ว่าเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) จะลดลงตามสัดส่วนการแตกพาร์ แต่คุณจะมีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ผลคูณรวมของเงินปันผลที่ได้รับจึงเท่าเดิมครับ

ราคาพาร์เกี่ยวข้องกับ Market Cap อย่างไร?

ใช้คำนวณ “ทุนจดทะเบียน” แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ Market Cap โดยตรง เพราะ Market Cap คำนวณจาก $ ราคาตลาด times จำนวนหุ้นทั้งหมด$ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์จึงไม่ส่งผลกระทบให้ Market Cap ของบริษัทเพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด

หากบริษัทขาดทุนหนัก ราคาหุ้นสามารถต่ำกว่าพาร์ได้หรือไม่?

ทำได้ครับ ราคาหุ้นในตลาดเป็นไปตามอุปสงค์และอุปทานของนักลงทุน หากบริษัทมีผลงานแย่ลง ตลาดอาจให้มูลค่าหุ้นลดลงจนต่ำกว่าราคาพาร์ทางบัญชีได้ โดยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือราคาพื้นฐานของหุ้นแต่อย่างใด

นักลงทุนควรพิจารณาราคาพาร์ก่อนซื้อหุ้นหรือไม่?

นักลงทุนไม่จำเป็นต้องนำราคาพาร์มาใช้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อขายหุ้น แต่ควรมุ่งเน้นพิจารณาที่ราคาตลาด กำไรต่อหุ้น (EPS) มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) และปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ เพราะราคาพาร์เป็นเพียงตัวเลขทางกฎหมายที่ใช้แบ่งสัดส่วนทุนจดทะเบียนเท่านั้นครับ

สรุปแนวคิดเรื่องราคาพาร์สำหรับนักลงทุน

ราคาพาร์ คือ มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นเพื่อกำหนดทุนจดทะเบียนของบริษัทตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากราคาตลาดที่ผันผวนตามอุปสงค์อุปทาน และมูลค่าตามบัญชีที่สะท้อนจากงบการเงิน

การเข้าใจกลไกของราคาพาร์และการแตกพาร์จะช่วยให้นักลงทุนไม่ตกเป็นเหยื่อของความเข้าใจผิดเมื่อเห็นราคาหุ้นปรับลดลงหลังการแตกพาร์ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดหุ้นเพิ่มเติม สามารถอ่านเนื้อหาในหมวด หุ้นคืออะไร เพื่อปูพื้นฐานการลงทุนอย่างเป็นระบบครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5