
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ ConnextFX ก่อนตัดสินใจเริ่มเทรด การศึกษารายละเอียดของโบรกเกอร์ ถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งเรื่องใบอนุญาต ประเภทบัญชี ค่าสเปรด แพลตฟอร์มการเทรด และเงื่อนไขการฝากถอน เพื่อช่วยให้สามารถเปรียบเทียบและพิจารณาได้เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดของตนเองมากขึ้น
⭐️ คะแนนรวม: 4.5/10 ⭐️
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ลงทุนหรือเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ConnextFX คืออะไร?

Connext Broker หรือ ConnextFX เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้ง Forex, โลหะมีค่า, พลังงาน, Cryptocurrency, หุ้น และดัชนี เพื่อรองรับรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันของเทรดเดอร์
ข้อดีและข้อจำกัดของ ConnextFX
ข้อดี
- ไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำ
- มีประเภทบัญชีให้เลือกหลากหลาย
- ไม่มีค่าธรรมเนียมฝากและถอนเงิน
- มีระบบ Negative Balance Protection ในทุกประเภทบัญชี
- รองรับ EA, Hedging และ Copy Trade
ข้อจำกัด
- รองรับเฉพาะแพลตฟอร์ม MT5 ในปัจจุบัน
- บัญชี Micro ไม่รองรับการเทรด Crypto หุ้น และดัชนี
- รีวิวและประสบการณ์ผู้ใช้งานในระยะยาวยังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่เปิดให้บริการมานานกว่า
รีวิวโบรกเกอร์ ConnextFX ดีไหม? จากผู้ใช้งานจริง

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนที่ 1: “ผมยังไม่ค่อยประทับใจกับทีมซัพพอร์ตเท่าไร เพราะบางครั้งการช่วยเหลือหรือการตอบคำถามยังไม่ค่อยดีนัก แต่ในด้านอื่น ๆ ของโบรกเกอร์ก็ถือว่ามีหลายจุดที่ทำได้โอเคและน่าใช้งานอยู่”

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนที่ 2: “ผมฝากเงิน 4,000 ดอลลาร์ และเทรดด้วยตัวเองผ่าน MT5 จนมีกำไรประมาณ 3,150 ดอลลาร์ แต่คำขอถอนเงินของผมไม่ได้รับการอนุมัติ โดยทางโบรกเกอร์แจ้งว่าเกี่ยวข้องกับเงื่อนไข ‘Delayed Arbitrage’ เนื่องจากผมเทรดเองทั้งหมดแบบ Manual ทำให้ผมยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลดังกล่าว และหวังว่าจะได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนมากขึ้นจากทางโบรกเกอร์ครับ”
ข้อมูลจาก: Trustpilot
พี่โบ้สรุป: จากความคิดเห็นของผู้ใช้งาน ConnextFX มีทั้งด้านที่ได้รับคำชื่นชมเรื่องเงื่อนไขการเทรดและการใช้งานโดยรวม ขณะเดียวกัน ก็มีบางความคิดเห็นที่สะท้อนเกี่ยวกับการให้บริการของซัพพอร์ต รวมถึงขั้นตอนการถอนเงินในบางกรณี ดังนั้น ผู้ที่สนใจใช้งานควรศึกษาข้อมูลและรีวิวจากหลายแหล่ง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเริ่มใช้งานจริงครับ
ประเภทบัญชีของ ConnextFX มีกี่แบบ?

Connext Broker มีประเภทบัญชีให้เลือกทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Micro, Ultra, Ultra Gold, No Swap และ Standard ซึ่งแต่ละบัญชีถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสไตล์การเทรดและระดับต้นทุนที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ทุกประเภทบัญชียังไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำ พร้อมรองรับการใช้งาน EA (Expert Advisors) และระบบ Hedging สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานกลยุทธ์การเทรดอัตโนมัติหรือบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมครับ
บัญชี Micro
บัญชี Micro ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้งานกลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยขนาด Lot ที่เล็กลง ช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนในการเทรดได้ง่ายมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้ตลาดหรือฝึกใช้งานระบบการเทรดในช่วงแรกครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.4 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | มี |
| สินทรัพย์ที่รองรับ | Forex และโลหะมีค่า (ไม่รวม Crypto, หุ้น, ดัชนี) |
*หมายเหตุ: บัญชี Micro ใช้ Contract Size 100 ต่อ Lot (เป็น Cent Lot) ซึ่งต่างจากบัญชีอื่นที่ใช้ 100,000 ต่อ Lot ทำให้ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งต่ำกว่ามากครับ
บัญชี Ultra
บัญชี Ultra เป็นบัญชีที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุดในกลุ่มบัญชีทั้งหมด โดยเริ่มต้นที่ 0.6 pips แต่มีการคิดค่าคอมมิชชัน $6 ต่อ Lot
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 0.6 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | $6/lot (round trip) |
| Swap | มี |
บัญชี Ultra Gold
บัญชี Ultra Gold เป็นบัญชีที่ออกแบบมาเพื่อการเทรดทองคำโดยเฉพาะ โดยมี Contract Size อยู่ที่ 100 ต่อ Lot ซึ่งแตกต่างจากบัญชีทั่วไปที่มักใช้ขนาด 100,000 ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจัดการ Position Size และบริหารความเสี่ยงในการเทรดทองคำได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:500 |
| Spread เริ่มต้น | 1.6 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | มี |
*หมายเหตุ: บัญชี Ultra Gold รองรับ Leverage สูงสุดที่ 1:500 ซึ่งต่ำกว่าบัญชีประเภทอื่นของโบรกเกอร์ที่อาจรองรับได้สูงสุดถึง 1:2000 ดังนั้น ผู้ใช้งานควรพิจารณาเรื่องการบริหารความเสี่ยงและขนาดสัญญาให้เหมาะสมก่อนเริ่มเทรดครับ
บัญชี No Swap
บัญชี No Swap หรือที่เรียกว่า Islamic Account ออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่า Swap จากการถือออเดอร์ข้ามคืน รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดด้านหลักปฏิบัติทางศาสนาเกี่ยวกับดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม บัญชีประเภทนี้มีเงื่อนไขด้านค่าธรรมเนียมที่ควรทำความเข้าใจก่อนใช้งาน ดังนี้
- 5 วันแรกหลังเปิดออเดอร์: ไม่มีการเรียกเก็บค่า Swap
- ตั้งแต่วันที่ 6 เป็นต้นไป: ระบบจะเริ่มคิดค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) แทนค่า Swap สำหรับออเดอร์ที่ยังถือค้างอยู่
นอกจากนี้ หากผู้ใช้งานเลือกเปิดบัญชีประเภท No Swap บัญชีทั้งหมดภายใต้ผู้ใช้งานเดียวกันจะต้องเป็นบัญชี No Swap เท่านั้น และไม่สามารถเปิดใช้งานบัญชีประเภทอื่นควบคู่กันได้ครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.5 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | ไม่คิด 5 วันแรก / หลังจากนั้นมี Management Fee |
*หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียม Management Fee ของ Connext Broker อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อทีม Support ก่อนเริ่มใช้งานครับ
บัญชี Standard
บัญชี Standard เป็นบัญชีที่เน้นความเรียบง่ายในด้านโครงสร้างต้นทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม และคิดค่าใช้จ่ายผ่านค่าสเปรดเป็นหลัก
นอกจากนี้ บัญชีประเภทนี้ยังรองรับการซื้อขายสินทรัพย์ครบทุกประเภทที่โบรกเกอร์ให้บริการ จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมบริหารต้นทุนการเทรดได้ง่ายมากขึ้นครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.2 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี ($0) |
| Swap | มี |
ตารางเปรียบเทียบภาพรวมทุกบัญชี
| บัญชี | Spread เริ่มต้น | คอมมิชชัน | Leverage สูงสุด |
| Micro | 1.4 pips | ไม่มี | 1:2000 |
| Ultra | 0.6 pips | $6/Lot (Round Trip) | 1:2000 |
| Ultra Gold | 1.6 pips | ไม่มี | 1:500 |
| No Swap | 1.5 pips | ไม่มี | 1:2000 |
| Standard | 1.2 pips | ไม่มี | 1:2000 |
ดูรายละเอียดประเภทบัญชีทั้งหมดของ Connext Broker ได้โดยตรงจากหน้าเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ ซึ่งมีข้อมูลครบทั้งเรื่องค่าสเปรด Leverage คอมมิชชัน เงื่อนไข No Swap รวมถึงรายละเอียดของแต่ละบัญชีครับ
ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียม
ค่าสเปรดของ Connext Broker เริ่มต้นที่ 0.6 pips ทั้งนี้ ค่าสเปรดจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเริ่มเทรดครับ
โครงสร้างค่าธรรมเนียมหลักของโบรกเกอร์มีรายละเอียด ดังนี้
- ค่า Spread: แตกต่างกันตามประเภทบัญชี
- ค่าคอมมิชชัน: มีเฉพาะบัญชี Ultra อยู่ที่ $6/Lot
- ค่า Swap: มีในทุกบัญชี ยกเว้นบัญชี No Swap ตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์
- ค่าฝากและถอนเงิน: โบรกเกอร์ระบุว่าไม่มีค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมสำหรับบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Inactivity Fee): ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อทีม Support ก่อนใช้งาน
แพลตฟอร์มการเทรด
MetaTrader 5 หรือ MT5 เป็นแพลตฟอร์มการเทรดหลักที่ Connext Broker รองรับในปัจจุบัน โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเทรดเดอร์ทั่วโลก และรองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์ เว็บเบราว์เซอร์ และอุปกรณ์มือถือ
คุณสมบัติหลักของแพลตฟอร์ม มีดังนี้
- รองรับการใช้งาน Expert Advisors (EA) สำหรับระบบเทรดอัตโนมัติ
- รองรับระบบ Hedging ในทุกประเภทบัญชี
- มีเครื่องมือเสริม เช่น Trading Calculator, Copy Trade และ Daily Technical Insights
*หมายเหตุ: ปัจจุบัน ConnextFX ยังไม่ได้รองรับแพลตฟอร์ม MT4 หรือ cTrader ดังนั้น ผู้ที่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจต้องพิจารณาเรื่องการปรับตัวในการใช้งานเพิ่มเติมครับ
ช่องทางการฝากและถอนเงิน
ConnextFX ให้บริการช่องทางการฝากและถอนเงิน 4 ช่องทางหลัก โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจากทางโบรกเกอร์ครับ
| ช่องทางการฝาก-ถอน | ระยะเวลาการฝาก-ถอนเงิน |
| โอนผ่านธนาคาร (Bank Transfer) | ภายใน 24 ชั่วโมง |
| QR Code Payment | |
| Cryptocurrency (USDT/USDC) | |
| บัตรเครดิต/เดบิต (Visa/Mastercard) |
*หมายเหตุ: ระยะเวลาในการฝาก-ถอนเงินเป็นข้อมูลที่โบรกเกอร์ระบุไว้ และอาจแตกต่างกันตามช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้บริการ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ก่อนใช้งานครับ
สรุปเกี่ยวกับโบรกเกอร์ ConnextFX
ConnextFX ถือเป็นโบรกเกอร์ที่มีจุดเด่นด้านความหลากหลายของประเภทบัญชี ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้งานได้ตามสไตล์การเทรดและรูปแบบการบริหารความเสี่ยงของตนเอง นอกจากนี้ การไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นได้ง่ายมากขึ้นครับ
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นใช้งาน การทดลองผ่านบัญชี Demo ก่อนใช้งานจริงอาจช่วยให้เห็นภาพของแพลตฟอร์มและสภาพแวดล้อมการเทรดได้มากขึ้น และไม่ว่าจะเลือกใช้โบรกเกอร์ใด การศึกษาพื้นฐานการเทรดรวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page















