กลยุทธ์ นักเทรด พิชิตเป้าหมาย!

         

กลยุทธ์

เจอกันอีกแล้วนะครับทุกคน หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ถึงวิธีการเทรดต่าง ๆ ในบทความที่ผ่าน ๆ มาแล้วนั้น ในบทความนี้ พี่โบ้จะมาบอกถึงกลยุทธ์ที่ใช้ในการเทรดครับ ซึ่ง “กลยุทธ์” ในที่นี้ พี่โบ้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ และการใช้งานครับ โดยกลยุทธ์ที่ 1 คือ กลยุทธ์ที่ใช้เทรดปกติ และกลยุทธ์ที่ 2 คือ กลยุทธ์ที่ใช้ในการแก้ไม้การซื้อขายที่ขาดทุนนั่นเองครับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย

  กลุ่มที่ 1 กลยุทธ์ ที่ใช้เทรดปกติมี 4 รูปแบบ

1. Scalping 

คือ  กลยุทธ์การเทรดที่ใช้สำหรับการเทรดระยะสั้น กลยุทธ์นี้มีความปลอดภัย และสามารถเห็นผลกำไรได้ทันที โดยอาจจะมีจุดทำกำไรอยู่ที่ 20-100 จุด แต่เพื่อน ๆ ต้องทราบไว้ว่า กลยุทธ์แบบนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นก็คือ เพื่อน ๆ ต้องเฝ้ากราฟมากกว่ากลยุทธ์อื่น ๆ นั่นเองครับ

2. Day trade

คือ  กลยุทธ์การเทรดที่คาดหวังกำไรแบบวันต่อวัน ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับกลยุทธ์ Scalping นั่นเอง เพียงแต่ระยะเวลาของการทำกำไรจะมากกว่าเล็กน้อยครับ

3. Swing trade

คือ   กลยุทธ์ที่กำไรจะเกิดจากการเคลื่อนที่ของกราฟ โดยอาจจะอาศัยรูปแบบคำสั่ง Pending เพื่อรอให้กราฟเคลื่อนที่ไปตามคำสั่ง หลังจากนั้นเพื่อน ๆ ก็เปิดคำสั่ง Buy หรือ Sell เพื่อคาดหวังการทำกำไรระยะสั้นนั่นเอง

4. Trend trading

คือ  กลยุทธ์การเทรดที่อาศัยการเคลื่อนที่ของกราฟว่า มีทิศทางแนวโน้มการเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด หลังจากนั้น เราจะเข้าเทรดตามแนวการเคลื่อนที่ของกราฟ หรือเข้าใจง่าย ๆ คือ “การเทรดตามเทรนด์” นั่นเอง ซึ่งระยะในการทำกำไรนั้น จะขึ้นอยู่กับการเทรดของเพื่อน ๆ ว่ามีระยะมากน้อยเพียงใด โดยนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้ จะเชื่อว่าการเทรดตามเทรนด์มีความปลอดภัยสูงกว่าการเทรดแบบอื่น ๆ ครับ




  กลุ่มที่ 2 กลยุทธ์ ที่ใช้ในการแก้ไม้การซื้อขายที่ขาดทุนมี 2 รูปแบบ

1. Martingal

ในการแก้ไม้การซื้อขายที่ขาดทุนนั้น จะขาดกลยุทธ์ Martingale ไปไม่ได้เลยครับ เนื่องจากกลยุทธ์นี้ เป็นกลยุทธ์ที่ง่าย อาศัยเพียงการเพิ่มเงินทุนมากขึ้นเท่านั้น กลยุทธ์นี้จึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยกลยุทธ์การเทรดแบบ Martingale นั้น เมื่อเพื่อน ๆ ขาดทุน 1 หน่วย ก็สามารถทำการซื้อขายให้ได้กำไรมากกว่าจำนวนที่ขาดทุน 2 เท่า ถ้าจะให้พี่โบ้อธิบายง่าย ๆ คือ นักเทรดออกออร์เดอร์ EUR/USD 1 Lot และขาดทุน 1000 ดอลลาร์ ในครั้งต่อไปที่นักเทรดจึงออกออร์เดอร์ 2 Lot เพื่อคาดหวังกำไรให้ได้มากกว่า 1000 ดอลลาร์ เพื่อให้ได้เงินที่เสียไปคืน และได้กำไรอีกบางส่วนนั่นเองครับ

2. Hedging

กลยุทธ์นี้ เป็นการป้องกันการขาดทุนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ เนื่องจากกลยุทธ์นี้ เราจะทำการ Buy และ Sell ในคู่เงินเดียวกัน จำนวน Lot ที่เท่ากัน เพื่อไม่ให้เกิดการล้างพอร์ตหากเราทำพลาด หรือตลาดมีสภาวะผันผวนรุนแรงนั่นเองครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เพื่อน ๆ พี่โบ้เชื่อว่า กลยุทธ์ การเทรดทั้งหมดที่พี่โบ้กล่าวมานั้น สามารถเป็นหนึ่งในตัวช่วย ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ บรรลุเป้าหมายการเทรดได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพียงกลยุทธ์เบื้องต้นที่ใช้ในการเทรดในตลาดหุ้น และ Forex เท่านั้น ซึ่งในโลกของการเทรดนั้น ยังมีคำถามอีกมากมายที่รอให้นักเทรดอย่างเราไปหาคำตอบ ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการที่จะหาคำตอบเรื่องการลงทุนต่าง ๆ ก็อย่าลืมติดตาม tradeเด้อ กันด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ พี่โบ้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ


Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter