ค่า GDP คืออะไร? เจาะลึกตัวชี้วัดเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งที่เทรดเดอร์ Forex ต้องอ่านให้ออก

Table of Contents
อธิบายโครงสร้างสูตรคำนวณค่า GDP และกลไกการส่งผลต่อความผันผวนในตลาด Forex

ค่า GDP คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ใช้วัดมูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมด ซึ่งถูกผลิตขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศนั้นๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างเจาะจง ดัชนีตัวนี้ทำหน้าที่เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนขนาดและความสามารถในการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในแต่ละไตรมาสหรือรายปีครับ

ในฐานะนักเทรดระดับกลาง การทำความเข้าใจทิศทางและการเปลี่ยนแปลงของสถิติมหภาคนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางได้อย่างแม่นยำ แทนที่จะมองแค่สัญญาณเทคนิคอลเพียงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายโครงสร้างเบื้องหลังสูตรคำนวณ กลไกที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน และข้อควรระวังในการเทรดช่วงข่าวประกาศครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ค่า GDP คือการสรุปมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังการผลิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของประเทศ โดยไม่สนใจว่าผู้ผลิตจะเป็นคนสัญชาติใดครับ
  • สมการ GDP ด้านรายจ่ายขับเคลื่อนด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือการบริโภคเอกชน การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และมูลค่าการส่งออกสุทธิ
  • ดัชนีนี้เป็นรากฐานสำคัญในการกำหนด อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ค่าเงินแข็งค่าหรืออ่อนค่า
  • ตลาด Forex ไวต่อตัวเลขเวอร์ชัน Advance GDP มากที่สุด และเทรดเดอร์จำเป็นต้องระวังปัญหาสเปรดขยายรวมถึงสัญญาณหลอกในไทม์เฟรมสั้น

ค่า GDP คืออะไร?

ค่า GDP คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product) ซึ่งหมายถึงมูลค่ารวมในตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมด ที่ถูกผลิตขึ้นภายในขอบเขตอาณาเขตของประเทศนั้นๆ ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปหน่วยงานภาครัฐจะทำการประเมินและประกาศสถิตินี้ออกมาเป็นรายไตรมาสและประมวลผลสรุปเป็นรายปีครับ

มีจุดสำคัญอยู่หนึ่งเรื่องที่เทรดเดอร์หลายคนมักจะจำสับสน คือเรื่องระหว่าง “สัญชาติ” กับ “อาณาเขต” พี่โบ้ขออธิบายให้ชัดเจนเลยว่า การคำนวณ GDP จะสนใจเฉพาะกิจกรรมที่เกิดขึ้น “ภายในพื้นที่ประเทศนั้นเท่านั้น” สมมติต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองไทย มูลค่าการผลิตทั้งหมดจะถูกนับรวมในตัวเลขเศรษฐกิจของไทยทันทีครับ ในทางกลับกัน ถ้านักธุรกิจไทยเดินทางไปเปิดบริษัทและสร้างรายได้ถล่มทลายที่สหรัฐฯ เม็ดเงินตรงนั้นจะไม่ถูกนำมารวมในค่า GDP ของประเทศไทย แต่จะไปเติบโตในฝั่งของสหรัฐฯ แทน การแยกแยะพรมแดนการผลิตตรงนี้จึงช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกใช้เปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจที่แท้จริงของแต่ละภูมิภาคได้อย่างเป็นธรรม

โครงสร้างและสมการ GDP ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจอย่างไร?

ในทางเศรษฐศาสตร์มหภาค การเก็บข้อมูลเพื่อคำนวณตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เป็นมาตรฐานสากลและสะท้อนพฤติกรรมการหมุนเวียนของเม็ดเงินได้ชัดเจนที่สุดสำหรับนักลงทุน คือ “การคำนวณด้านรายจ่าย” (Expenditure Approach) ครับ ซึ่งโครงสร้างทั้งหมดจะถูกมัดรวมไว้ในสูตรคณิตศาสตร์ที่เรามักเห็นผ่านตากันบ่อยๆ

สมการ GDP โครงสร้าง 4 เสาหลัก

สมการที่ใช้วัดมูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจสามารถเขียนสรุปได้ดังนี้ครับ:

GDP = C + I + G + (X – M)

เพื่อให้เห็นภาพกลไกการทำงานและน้ำหนักของเงินแต่ละก้อน พี่โบ้ขอแยกแกะรายละเอียดทีละตัวแปรออกมาให้ดูกันครับ:

  • C (Consumption): การบริโภคของภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เงินทุกบาทที่เราจ่ายไปกับการซื้ออาหาร เติมน้ำมัน ซื้อของใช้ หรือใช้บริการในชีวิตประจำวันจะรวมอยู่ในหมวดนี้ ซึ่งเป็นฟันเฟืองที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศครับ
  • I (Investment): การลงทุนของภาคเอกชน เช่น การที่บริษัทเอกชนควักเงินซื้อเครื่องจักรใหม่ การก่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือการลงทุนในระบบไอทีเพื่อขยายธุรกิจ
  • G (Government Spending): การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ครอบคลุมตั้งแต่งบประมาณสร้างถนน รถไฟฟ้า การจัดซื้ออาวุธ ไปจนถึงเงินเดือนข้าราชการและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
  • X – M (Net Exports): มูลค่าการส่งออกสุทธิ เกิดจากการนำมูลค่าสินค้าที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ (X) ตั้ง แล้วหักออกด้วยมูลค่าสินค้าที่เรานำเข้ามา (M) หากส่งออกมากกว่านำเข้า ส่วนนี้จะเป็นบวก แต่ถ้านำเข้ามากกว่า ส่วนนี้จะกลายเป็นตัวฉุดภาพรวมทันทีครับ

ความแตกต่างระหว่าง Real GDP กับ Nominal GDP

เวลาที่เราวิเคราะห์ข้อมูล พี่ๆ น้องๆ ต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง Real GDP และ Nominal GDP ด้วยนะครับ เพราะ Nominal GDP คือการคำนวณมูลค่าด้วยราคาตลาด ณ ปัจจุบัน ซึ่งในบางครั้งตัวเลขอาจจะพุ่งสูงขึ้นเพียงเพราะสินค้าแพงขึ้นจากเงินเฟ้อ ทั้งที่กำลังการผลิตเท่าเดิม ในขณะที่ Real GDP จะมีการนำค่าเงินเฟ้อออกไปคำนวณร่วมด้วยแล้ว ทำให้เห็นการเติบโตที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจ ข้อมูลชุดนี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ในการตัดสินใจครับ

📊 ตาราง: เปรียบเทียบองค์ประกอบในสมการ GDP และพฤติกรรมในระบบเศรษฐกิจ

องค์ประกอบนิยามเชิงปฏิบัติพฤติกรรมเมื่อเศรษฐกิจเติบโตผลกระทบทางอ้อมต่อตลาด Forex
C (Consumption)การใช้จ่ายหมุนเวียนของประชาชนประชาชนมั่นใจ ออกมาใช้เงินและบริโภคพุ่งสูงบ่งบอกความแข็งแกร่งของกำลังซื้อภายในประเทศ
I (Investment)เงินลงทุนขยายธุรกิจของเอกชนมีการกู้ยืมสร้างโรงงาน เพิ่มอัตราการจ้างงานสะท้อนความต้องการสินเชื่อและทิศทางธุรกิจอนาคต
G (Government)งบประมาณและการใช้จ่ายของรัฐมักทรงตัว หรือพุ่งสูงขึ้นเพื่อพยุงระบบช่วงวิกฤตบ่งบอกทิศทางนโยบายการคลังและหนี้สาธารณะ
X – M (Net Exports)ดุลการค้าสุทธิกับต่างประเทศภาคการส่งออกคึกคักตามอุปสงค์ของตลาดโลกส่งผลต่อปริมาณความต้องการซื้อขายสกุลเงินโดยตรง

ความสัมพันธ์ระหว่าง GDP กับ Forex และทิศทางดอกเบี้ย

ในตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน ตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติย้อนหลังธรรมดาครับ แต่มันคือเชื้อเพลิงหลักที่ขับเคลื่อนมุมมองเชิงมหภาค (Fundamental Fundamental) เนื่องจากผลลัพธ์ของดัชนีนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจปรับเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของธนาคารกลางในเวลาต่อมานั่นเอง

แผนภาพอธิบายโครงสร้างสูตรคำนวณค่า GDP และกลไกการส่งผลต่อความผันผวนในตลาด Forex

กลไกการเชื่อมโยงเชิงโครงสร้าง

เมื่อมีการประกาศสถิติว่าตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง มันแปลว่าประชาชนมีงานทำ มีเงินในกระเป๋า และเกิดการหมุนเวียนทางธุรกิจอย่างคึกคัก ทว่าเมื่อกิจกรรมร้อนแรงเกินไป สิ่งที่มักจะตามมาเป็นเงาตามตัวคือภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากความต้องการซื้อมีมากกว่าความสามารถในการผลิตสินค้าส่งมอบ

เมื่อเกิดภาวะเช่นนี้ ธนาคารกลาง (เช่น Fed ของสหรัฐฯ หรือ ธปท. ของไทย) จะต้องทำหน้าที่สกัดความร้อนแรงโดยการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบธนาคาร 

การขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนี้เองที่ดึงดูดให้นักลงทุนสถาบันและกองทุนต่างชาติพากันหลั่งไหลย้ายเม็ดเงินเข้ามาฝากเงินหรือซื้อพันธบัตรในประเทศนั้นเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น 

ส่งผลให้อุปสงค์ (Demand) ของสกุลเงินพุ่งสูง และส่งผลให้ ค่าเงินแข็งค่าขึ้น ตามกลไกตลาดครับ

ในมุมกลับกัน ถ้ารายงานระบุว่าตัวเลขเศรษฐกิจเกิดการหดตัวลงติดต่อกันยาวนานตั้งแต่สองไตรมาสขึ้นไป ในทางเทคนิคจะเรียกว่าเข้าสู่สภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” (Technical Recession) สถานการณ์นี้จะบีบให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องประกาศหั่นอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อปั๊มหัวใจเศรษฐกิจให้คนกล้ากู้เงินไปลงทุน เมื่อดอกเบี้ยต่ำ ผลตอบแทนลดลง เงินทุนต่างชาติก็จะไหลออกไปหาแหล่งลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า สกุลเงินของประเทศนั้นจึง อ่อนค่าลง อย่างรวดเร็วครับ

วิธีเทรดข่าว GDP บนปฏิทินเศรษฐกิจให้ปลอดภัย

เวลาที่เราเปิดเช็กตารางบนเว็บไซต์ Forex Factory ข่าวที่มีการรายงานดัชนีนี้จะถูกตราหน้าด้วย “กล่องสีแดง” เสมอ ซึ่งหมายถึงข่าวที่มีความรุนแรงสูงสุดและพร้อมจะทำให้กราฟราคาสะบัดขึ้นลงได้หลายร้อยจุดในเวลาไม่กี่วินาทีครับ

แนะนำการสอนละเอียด! วิธีดูปฏิทินข่าว Forex Factory พร้อมการวิเคราะห์ข่าว Forex อย่างละเอียด ครบจบในบทความเดียว (botton)

กลยุทธ์การประเมินค่าความคาดหวัง

สำหรับการวางแผนเข้าทำกำไร เทรดเดอร์ต้องจับตาสามช่องตัวเลขสำคัญบนตารางข่าวให้ดีครับ:

  1. Actual (ค่าจริง): ตัวเลขที่หน่วยงานรัฐประกาศออกมา ณ วินาทีนั้น
  2. Forecast (คาดการณ์): ตัวเลขที่กลุ่มนักวิเคราะห์และสถาบันการเงินประเมินไว้ล่วงหน้า
  3. Previous (ครั้งก่อน): สถิติเดิมของไตรมาสหรือปีที่ผ่านมา

หลักการทำงานของจิตวิทยาตลาดคือการเปรียบเทียบระหว่าง ค่าจริง (Actual) และ ค่าคาดการณ์ (Forecast) เป็นหลักครับ หากตัวเลขจริงพุ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้มากๆ (Positive Surprise) กราฟราคามักจะพุ่งขึ้นรับข่าวทันที แต่ถ้าตัวเลขจริงดันเตี้ยกว่าที่คาดไว้เยอะ (Negative Surprise) แรงเทขายจะถล่มเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่วนในกรณีที่ตัวเลขประกาศออกมาใกล้เคียงกับคาดการณ์ ราคาอาจสะบัดเคลียร์วอลลุ่มสั้นๆ แล้ววิ่งกลับไปตามเทรนด์เดิมเพราะตลาดได้ซึมซับมูลค่า (Priced In) ไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง

📌 Tip จากพี่โบ้: ตอนพี่เริ่มเข้ามาเทรดข่าวกล่องแดงใหม่ๆ ข้อผิดพลาดที่ทำบ่อยที่สุดคือ การพยายามตั้ง Pending Order (คำสั่งซื้อขายล่วงหน้าที่ตั้งราคาไว้รอให้ระบบทำงานอัตโนมัติ) ดักไว้ทั้งบนและล่างในวินาทีที่ข่าวจะออก จริงๆ แล้วในตลาดจริง วินาทีนั้นสภาพคล่องจะหายไปชั่วคราว สเปรด (Spread) ขยายกว้างขึ้นหลายเท่า และมักเกิด Slippage (ราคาที่ได้จริงเบี่ยงเบนไปจากราคาที่สั่งไว้) จนเราได้ราคาที่แย่มาก พี่แนะนำให้ตั้ง rule กับตัวเองเลยว่า ควรรอให้แท่งกราฟไทม์เฟรม 5 นาทีแรกปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ก่อน เพื่อให้สถาบันใหญ่เซ็ตทิศทางที่ชัดเจน แล้วเราค่อยหาจังหวะเข้าเทรดตามโครงสร้างราคาตามปกติจะปลอดภัยกว่าเยอะครับ

บริบทกฎหมายและภาษีในประเทศไทยที่เทรดเดอร์ต้องรู้

นอกจากภาพรวมของต่างประเทศแล้ว บริบทในประเทศไทยก็เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ครับ สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยที่มีการโอนเงินกำไรกลับเข้าประเทศ สิ่งที่เราต้องนำมาคำนวณและเตรียมการไว้เสมอคือเรื่องของ ภาษี Forex หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากแหล่งเงินได้ต่างประเทศตามกฎเกณฑ์ปัจจุบันของกรมสรรพากร

ในด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการกำดูลดูแลและออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด การเทรดในปริมาณวอลลุ่มที่สูงขึ้นจึงจำเป็นต้องทำผ่านช่องทางที่ถูกต้องและมีการแจ้งข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยในระยะยาวครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค่า GDP คือ

1. ค่า GDP คืออะไรในตลาด Forex และทำไมเทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญ?

ในตลาด Forex ดัชนีนี้คือตัวชี้วัดความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าของสองสกุลเงินครับ หากตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ เติบโตแข็งแกร่ง แต่ฝั่งยุโรปย่ำแย่ เม็ดเงินจะไหลเข้าหาดอลลาร์ ส่งผลให้คู่เงิน EURUSD ปรับตัวดิ่งลง การเข้าใจดัชนีนี้จึงช่วยให้เราจับทิศทางแนวโน้มใหญ่ (Major Trend) ได้โดยไม่ต้องเดาสุ่มครับ

2. ทำไมบางครั้งตัวเลข GDP ออกมาเติบโตดี แต่ค่าเงินกลับดิ่งเหวร่วงลง?

เกิดจากภาวะ “Buy the rumor, Sell the fact” หรือตลาดได้คาดการณ์และเข้าซื้อเก็งกำไรจนราคาพุ่งขึ้นไปรับข่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนประกาศ นอกจากนี้ หากตัวเลขออกมาดีแต่โตน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หรือมีรายงานแทรกแซงว่าไตรมาสถัดไปเศรษฐกิจอาจชะลอตัว ตลาดก็พร้อมจะเทขายเพื่อลดความเสี่ยงทันทีครับ

3. ข่าว GDP เวอร์ชันไหน (Advance, Preliminary, Final) ที่สร้างความผันผวนให้กราฟมากที่สุด?

เวอร์ชันที่สร้างความรุนแรงและมีผลต่อกราฟราคามากที่สุดคือ Advance GDP (ประมาณการขั้นต้น) ครับ เนื่องจากเป็นข้อมูลชุดแรกที่เปิดเผยสู่สาธารณะ ตลาดจึงยังไม่ได้ตั้งรับ ส่วนเวอร์ชัน Preliminary และ Final มักจะมีความรุนแรงลดลงเรื่อยๆ ยกเว้นในกรณีที่มีการแก้ไขตัวเลขปรับเปลี่ยนจากเวอร์ชันแรกอย่างมีนัยสำคัญ

4. ระหว่างข่าว GDP กับข่าว Non-Farm Payrolls (NFP) ข่าวไหนส่งผลต่อระบบมากกว่ากัน?

ในแง่ของความผันผวนและสวิงของราคาระดับนาที ข่าวการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) จะสร้างความตื่นเต้นและวิ่งสะใจกว่าเพราะรายงานเป็นรายเดือนและผันผวนง่าย แต่ดัชนีเศรษฐกิจภาพรวมรายไตรมาสจะส่งผลต่อภาพรวมในระดับโครงสร้างนโยบายและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะยาวของกองทุนขนาดใหญ่มากกว่าครับ

5. สภาวะ Technical Recession ดูจากตัวเลข GDP อย่างไร?

พิจารณาจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยทำการปรับผลกระทบทางฤดูกาลแล้ว หากตัวเลข Real GDP มีการเติบโตติดลบหดตัวติดต่อกันเป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน จะถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในเชิงเทคนิคอย่างเป็นทางการครับ

บทสรุปค่า GDP คือกุญแจสำคัญที่เทรดเดอร์ Forex ต้องเข้าใจ?

การเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าค่า GDP คืออะไร และส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของสถาบันการเงินอย่างไร จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของคุณให้ก้าวข้ามจากการเป็นเทรดเดอร์สายเทคนิคอลทั่วไป มาเป็นเทรดเดอร์ที่มีความเข้าใจระบบนิเวศน์ของตลาดอย่างรอบด้านครับ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานต้องอาศัยความใจเย็นและแผนบริหารหน้าตักที่เข้มงวดเสมอ และหากคุณต้องการพัฒนาทักษะในการมองภาพรวมเศรษฐกิจให้ทะลุปรุโปร่งยิ่งขึ้น พี่โบ้แนะนำให้อ่านต่อในเรื่องของ วัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycle) เพื่อเชื่อมโยงพฤติกรรมของธนาคารกลางในแต่ละช่วงเวลาเข้าด้วยกันครับ

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีกฎเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการลงทุนนอกอาณาเขต ซึ่งผู้ลงทุนควรศึกษาและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานทางการอย่างถูกต้องครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5