Meme Coin คืออะไร มีมูลค่าจริงหรือแค่ปั่นกระแส ?

Meme Coin คืออะไร มีมูลค่าจริงหรือเเค่ปั่นกระแส ?

หลายคนคงจะคุ้นชินกับ ‘มีม’ ที่เป็นข้อความ หรือภาพที่เป็นกระแส และแพร่หลายบน Social Media ซึ่งในวงการคริปโตฯ ก็มีสิ่งที่เรียกว่า มีม เช่นกัน แต่มาในรูปแบบของ “Meme Coin” ซึ่งเป็นเหรียญ คริปโต ชนิดหนึ่ง ที่ผู้สร้างทำขึ้นมาล้อเลียนกับกระแสต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน และมักจะราคาที่พุ่งสูงในช่วงแรก จากนั้นราคาก็ร่วงลงอย่างที่นักลงทุนตั้งตัวไม่ทัน สำหรับบทความนี้จะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ Meme Coin มากขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุน

Meme Coin คืออะไร ?

Meme Coin เป็นเหรียญ คริปโต ชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเหมือนเหรียญคริปโตประเภทอื่น แต่เป็นการสร้างขึ้นเพื่อล้อเลียนเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น โดยตัวผู้สร้างเองก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า สร้างเหรียญนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร โดยมักจะมีราคาพุ่งในช่วงที่เป็นกระแสแรก ๆ เหมือนที่หลายคนเห็นข่าวต่าง ๆ ในโลกคริปโต

Dogecoin (Doge) เหรียญมีมแรกของโลก

Dogecoin เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2013 โดยลักษณะเหรียญจะมีใบหน้าของสุนัขพันธุ์ชิบะเป็นสัญลักษณ์บนตัวเหรียญ ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นเพื่อล้อเลียน Bitcoin ว่าจริง ๆ แล้ว Bitcoin เป็นเหรียญที่ไม่ได้สร้างยาก และไม่ได้แตกต่างจากเหรียญอื่นแต่อย่างใด

Meme Coin คืออะไร มีมูลค่าจริงหรือเเค่ปั่นกระแส dogecoin
หน้าตาของเหรียญ Dogecoin

โดยในช่วงแรก Dogecoin ยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มมีกระแส และทำให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Elon Musk (เจ้าของ Tesla และ SpaceX) ได้พูดถึง และทวิตเกี่ยวกับ Meme Coin ตัวนี้เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นกว่า 600% และเขาก็ได้แสดงออกว่าชื่นชอบในตัว Dogecoin เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้ซื้อเก็บไว้ในครอบครองจำนวนมหาศาล ทำให้ Elon Musk ขึ้นชื่อว่าเป็น “บิดาแห่ง Doge” หลังจากนั้นเขาก็มีการออกมาปั่นกระแสของเหรียญอยู่บ่อยครั้ง

ทำไม Meme Coin ถึงน่าดึงดูดให้เข้าไป ‘เสี่ยง‘ ?

ยังจำกันได้หรือไม่ว่า ช่วงกลางปี 2021 ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฎการณ์ที่สร้างเสียงฮือฮาครั้งใหญ่ของเหรียญคริปโตฯ ประเภท Meme Coin อย่าง Dogecoin โดยในตอนนั้นมีคนดังให้ความสนใจในเหรียญนี้อย่างมาก เช่น Elon Musk และ Snoop Dogg ที่ได้มีการโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับ Dogecoin บน Twitter ส่วนตัว ทำให้เหรียญได้รับอานิสงค์จากความน่าเชื่อถือของบุคคลเหล่านี้ไปในตัว

จากการรายงานของ Coindesk ได้กล่าวว่า หลังจากที่เหล่าคนดังได้มีการโพสต์กล่าวถึง Meme Coin นี้บนโซเชียลมีเดีย ทำให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นสูงกว่า 55% ในทันที หลายคนกล่าวว่า ในปี 2021 ถือเป็นปีทองของ Meme Coin เลยทีเดียว

จะสังเกตได้ชัดเจนเลยว่า ราคาของ Meme Coin ขึ้นอยู่กับอินฟลูเอนเซอร์หรือคนดัง ว่าให้ความสำคัญกับ Meme Coin ตัวนี้มากน้อยแค่ไหน จึงทำให้ราคาของเหรียญไม่มีความแน่นอน และถูกแบนจากหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองก็ประกาศแบน Meme Coin เช่นกัน

หนึ่งในเหตุการณ์ของ Meme Coin ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้เกิดจาก Meme Coin ที่ชื่อว่า Squid Game Token ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบซีรีส์ชื่อดังอย่าง Squid Game โดยผู้สร้างที่ไม่ปรากฎนามได้ประกาศว่า เหรียญนี้สามารถนำไปเล่นเกมแบบในซีรีส์ได้ หลังจากที่มีการเปิดตัวออกไป เหรียญก็ขายหมดภายในเวลาเพียงแค่ 1 วินาที ที่สำคัญราคาของเหรียญได้พุ่งขึ้นสูงกว่า 23,000,000% ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ และเหตุการณ์สยองขวัญก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยผู้สร้างได้ทำการ Rug Pull หรือหลอกให้นักลงทุนโอนเหรียญเข้าไปไว้ในเพลตฟอร์ม หลังจากนั้นก็ทำการปิดแพลตฟอร์มหนี และโอนเงินออกจากระบบทั้งหมด โดยไม่สามารถติดตามได้ว่า เงินหายไปไหน ท้ายที่สุดก็ส่งผลให้ราคาของเหรียญ Squid Game ดิ่งลงจนเหลือเกือบ 0 บาท ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที

meme coin
Squid Game Token ขณะที่ราคาดิ่งลง 0 บาท ภายในไม่กี่นาที

เหตุการณ์ในครั้งนั้น แสดงให้เห็นว่า Meme Coin เป็นเหรียญที่มีความปั่นป่วน และผันผวนสูง ดังนั้น จึงเป็นเหรียญที่นักลงทุนมือใหม่ต้องระวังเป็นอย่างสูง


อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา เริ่มมีการสร้างเหรียญ Meme อื่น ๆ ขึ้นมามากกว่า 200 เหรียญ (ข้อมูล ณ เดือน มีนาคม 2022) และเปิดให้ทำการเทรด เนื่องจากปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การสร้างเหรียญคริปโตฯ ง่ายกว่าสมัยก่อนค่อนข้างมาก และในอนาคตคงมี Meme Coin ถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกมากมาย ซึ่งเราจะต้องศึกษาให้ดี มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์อย่าง Squid Game Token ขึ้นอีกก็เป็นได้

Source: Nasdaq.com และ Zipmex.com

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter