Order Book คืออะไร? เจาะลึกกลไกตารางซื้อขายในตลาด Crypto

  • 7:07 am
  • Post Views: 0
Table of Contents
Order Book ฝั่งซื้อและขายในกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซี

Order Book คือ ตารางรวบรวมคำสั่งซื้อและคำสั่งขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ที่แสดงอยู่บนกระดานเทรด โดยระบบจะจัดเรียงตามระดับราคาและปริมาณการซื้อขาย เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายเห็นสภาพคล่องทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น

ในตลาด Crypto Order Book ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกราคาและการจับคู่คำสั่งซื้อขาย ระบบนี้เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์วิเคราะห์ความต้องการซื้อขายในตลาด ตรวจสอบส่วนต่างราคา และวางแผนการออกคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้อธิบายโครงสร้างของ Order Book กลไกการทำงาน ตลอดจนข้อแตกต่างระหว่างการเทรดบน Crypto และ Forex ครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • Order Book คือ ตารางแสดงรายการเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Ask) สินทรัพย์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ที่จัดเรียงตามระดับราคา
  • กลไกการจับคู่คำสั่งทำงานผ่าน Matching Engine โดยจับคู่คำสั่งซื้อที่ราคาสูงสุดเข้ากับคำสั่งขายที่ราคาต่ำสุดก่อนเสมอ
  • ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อสูงสุดและขายต่ำสุดเรียกว่า Spread ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสภาพคล่องของสินทรัพย์นั้น ๆ
  • แม้ Order Book จะช่วยให้เห็นปริมาณความต้องการซื้อขาย แต่ต้องระวังการสร้างผนังซื้อขายปลอม (Spoofing) เพื่อหลอกตลาด


Order Book คืออะไร?

Order Book คือ ตารางข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บันทึกรายการเสนอซื้อและรายการเสนอขายของสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ โดยคำสั่งซื้อขายทั้งหมดจะได้รับการจัดเรียงตามระดับราคาและเวลา เพื่อให้ผู้เข้าเทรดมองเห็นความต้องการซื้อขาย (Demand & Supply) ณ ช่วงเวลานั้นได้ทันที

ตาราง Order Book จะแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝั่งเสนอซื้อ (Bid) และฝั่งเสนอขาย (Ask) เมื่อมีคำสั่งซื้อขายใหม่เข้ามาในระบบ ตัวจับคู่คำสั่งจะประมวลผลคำสั่งตามลำดับความสำคัญของราคาและเวลา หากพบราคาที่ตรงกัน การจับคู่คำสั่งซื้อขายจะเกิดขึ้นทันทีบนกระดานเทรด

ส่วนประกอบหลักบนหน้าจอ Order Book

เมื่อคุณเปิดหน้าต่างการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีขึ้นมา ตาราง Order Book มักจะแสดงผลด้วยสีที่แตกต่างกันเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน ดังนี้

  1. Bid (ฝั่งเสนอซื้อ): มักแสดงด้วยสีเขียว อยู่ด้านล่างหรือฝั่งซ้ายของตาราง เป็นรายการคำสั่งซื้อที่ตั้งรอไว้ที่ราคาต่าง ๆ จัดเรียงจากราคาสูงสุดลงไปหาราคาต่ำสุด
  2. Ask / Offer (ฝั่งเสนอขาย): มักแสดงด้วยสีแดง อยู่ด้านบนหรือฝั่งขวาของตาราง เป็นรายการคำสั่งขายที่ตั้งรอไว้ จัดเรียงจากราคาต่ำสุดขึ้นไปหาราคาที่สูงกว่า
  3. Price (ราคา): ระดับราคาที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายต้องการตกลงซื้อขาย
  4. Amount / Size (ปริมาณ): จำนวนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่มีการตั้งรอซื้อหรือขาย ณ ระดับราคานั้น ๆ
  5. Total (มูลค่ารวม): มูลค่ารวมของสินทรัพย์ทั้งหมดตั้งแต่ระดับราคานั้นไปจนถึงราคาที่ดีที่สุด

ทำความเข้าใจ Matching Engine และกลไกจับคู่คำสั่งซื้อขาย

เบื้องหลังการทำงานของ Order Book บนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลคือระบบ Matching Engine ซึ่งทำหน้าที่เป็นอัลกอริทึมในการจับคู่คำสั่งซื้อและขายโดยอัตโนมัติ

กลไกนี้ใช้หลักการ Price-Time Priority (ความสำคัญตามราคาและเวลา) โดยระบบจะให้ความสำคัญกับเรื่องราคาก่อน หากมีคำสั่งซื้อที่ราคาสูงกว่า หรือคำสั่งขายที่ราคาต่ำกว่า คำสั่งนั้นจะได้จับคู่ก่อนเสมอ แต่หากตั้งราคาเท่ากัน คำสั่งที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบก่อนจะได้รับการจับคู่ตามลำดับเวลา

ฝั่งคำสั่งตำแหน่งบน Bookราคาที่ดีที่สุด (Best Price)ลำดับการจับคู่
Bid (เสนอซื้อ)ด้านล่าง / ฝั่งเขียวราคาเสนอซื้อสูงสุด (Highest Bid)จับคู่ก่อนเมื่อมี Market Sell
Ask (เสนอขาย)ด้านบน / ฝั่งแดงราคาเสนอขายต่ำสุด (Lowest Ask)จับคู่ก่อนเมื่อมี Market Buy

ตารางเปรียบเทียบคำสั่งซื้อ Bid และคำสั่งขาย Ask บน Order Book

ส่วนประกอบสำคัญใน Order Book ที่เทรดเดอร์ Crypto ต้องรู้

การทำความเข้าใจส่วนประกอบเชิงลึกของ Order Book ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินต้นทุนและมองเห็นโครงสร้างสภาพคล่องของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Bid Price & Ask Price (ราคาฝั่งซื้อและฝั่งขาย)

  • Best Bid: ราคาเสนอซื้อที่สูงที่สุดในตารางขณะนั้น ถือเป็นราคาดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการขายทันที
  • Best Ask: ราคาเสนอขายที่ต่ำที่สุดในตารางขณะนั้น ถือเป็นราคาดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อทันที

หากผู้เทรดส่งคำสั่งซื้อประเภท Market Order ระบบจะจับคู่คำสั่งของคุณกับ Best Ask ทันที ในทางกลับกัน หากส่งคำสั่งขายแบบ Market Order ระบบจะนำไปจับคู่กับ Best Bid

Spread และผลกระทบต่อต้นทุนการเทรด

Bid-Ask Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขายต่ำสุด (Best Ask) และราคาเสนอซื้อสูงสุด (Best Bid) สูตรคำนวณคือ:

Spread = Best Ask – Best Bid

ระดับความกว้างของ Spread เป็นดัชนีชี้วัดสภาพคล่องของเหรียญนั้น ๆ หากเหรียญนั้นมีสภาพคล่องสูง เช่น Bitcoin (BTC) ส่วนต่าง Spread จะแคบมาก ทำให้ต้นทุนในการเข้าซื้อขายต่ำ แต่หากเป็นเหรียญขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำ ส่วนต่าง Spread อาจกว้าง ซึ่งทำให้ผู้เทรดต้องจ่ายต้นทุนแฝงสูงขึ้นทันทีที่เปิดออเดอร์

Depth Chart และผนังซื้อขาย (Buy Wall / Sell Wall)

ศูนย์ซื้อขายหลายแห่งนำเสนอข้อมูล Order Book ในรูปแบบกราฟความลึกเรียกว่า Depth Chart ซึ่งเป็นการแปลงปริมาณคำสั่งซื้อและขายสะสมให้อยู่ในรูปกราฟเส้น 2 ฝั่ง

  • Buy Wall (ผนังซื้อ): บริเวณที่มีปริมาณการตั้งรับซื้อจำนวนมากในระดับราคาหนึ่ง แสดงเป็นเส้นกราฟฝั่งเขียวที่ยกตัวสูงขึ้นเปรียบเสมือนกำแพงรับราคา
  • Sell Wall (ผนังขาย): บริเวณที่มีปริมาณการตั้งรอขายจำนวนมากในระดับราคาหนึ่ง แสดงเป็นเส้นกราฟฝั่งแดงที่ยกตัวสูงขึ้น

เทรดเดอร์บางกลุ่มใช้องค์ประกอบนี้ร่วมกับการวางกลยุทธ์อัตโนมัติอย่างเช่น การตั้งค่าเพื่อให้ระบบสแกนระดับราคาที่เหมาะสม หากคุณต้องการศึกษาระบบประเภทนี้เพิ่มเติม คุณสามารถ เข้าใจระบบการจัดตั้งและกลยุทธ์ Grid Trading เพื่อประยุกต์ใช้กับสภาวะตลาดที่มีกรอบราคาชัดเจนได้ครับ

กลไกการทำงาน: Limit Order, Market Order และ Order Book

คำสั่งซื้อขายที่ส่งเข้าสู่ Order Book สามารถแบ่งตามลักษณะการสร้างและลดสภาพคล่องได้เป็น 2 ประเภทหลัก

คำสั่ง Limit Order เข้าไปตั้งรอใน Order Book อย่างไร

Limit Order คือคำสั่งซื้อขายที่กำหนดราคาแน่นอนไว้ล่วงหน้า หากราคาทั่วไปในตารางยังมาไม่ถึงระดับราคาที่ระบุ คำสั่งนี้จะถูกจัดเก็บไว้ใน Order Book เพื่อรอการจับคู่

การส่ง Limit Order เป็นการเพิ่มรายการคำสั่งเข้าไปในระบบ ผู้เทรดที่ใช้คำสั่งนี้จึงทำหน้าที่เป็น Maker (ผู้สร้างสภาพคล่อง) ซึ่งศูนย์ซื้อขายหลายแห่งมักคิดค่าธรรมเนียมการเทรดของ Maker ในอัตราที่ถูกกว่า

คำสั่ง Market Order เข้าไปดึง Liquidity จาก Order Book อย่างไร

Market Order คือคำสั่งซื้อขายทันที ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น คำสั่งประเภทนี้จะไม่ถูกนำไปตั้งรอใน Order Book แต่จะเข้าไปจับคู่และดึงสภาพคล่องที่มีอยู่ออกจาก Order Book ทันที

ผู้ส่งคำสั่ง Market Order ทำหน้าที่เป็น Taker (ผู้ดึงสภาพคล่อง) ซึ่งจะได้รับออเดอร์ทันทีแต่ต้องแลกด้วยค่าธรรมเนียม Taker ที่มักจะสูงกว่าคำสั่งแบบ Limit Order

คุณลักษณะLimit Order (Maker)Market Order (Taker)
การทำงานนำคำสั่งไปตั้งรอใน Order Bookจับคู่กับ Order Book ทันที
ผลต่อ Order Bookเพิ่มสภาพคล่อง (Add Liquidity)ดึงสภาพคล่องออก (Take Liquidity)
การรับประกันราคาการันตีระดับราคาที่ตั้งไว้ (หากแมตช์)ไม่การันตีราคา ได้ราคา ณ ขณะนั้น
ความเร็วการได้ออเดอร์ต้องรอจนกว่าราคาตลาดจะมาถึงได้รับการจับคู่ทันที

ความแตกต่างระหว่าง Order Book ใน Crypto และ Order Book Forex

แม้คอนเซปต์ Order Book จะใช้ในการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท แต่ลักษณะโครงสร้างระหว่าง Crypto และ Forex มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

Order Book ในตลาด Crypto (CEX vs AMM บน DEX)

การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีผ่านศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange หรือ CEX) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. จะใช้ระบบ Order Book เป็นหลักในการจับคู่คำสั่ง

อย่างไรก็ตาม ในโลกไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance หรือ DeFi) ศูนย์ซื้อขายแบบ DEX มักไม่ได้ใช้ระบบ Order Book แบบดั้งเดิม แต่ใช้ระบบ Automated Market Maker (AMM) และ Liquidity Pool เข้ามาแทนที่ ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน Smart Contract ในการกำหนดราคา สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษา ควรเริ่มจาก จุดเริ่มต้นทำความเข้าใจว่าคริปโตเคอร์เรนซีคืออะไร ก่อนศึกษาเรื่องกลไกการจับคู่ราคาในระบบเดี่ยวหรือกระจายศูนย์ครับ

Order Book Forex และความซับซ้อนของตลาด Decentralized/OTC

ต่างจาก Crypto ตลาด Forex เป็นตลาดแบบ Over-the-Counter (OTC) ที่ไม่มีศูนย์กลางการจับคู่ราคาเพียงแห่งเดียว Order Book ใน Forex จึงมักเป็นภาพสะท้อนสภาพคล่องเฉพาะของสถาบันทางการเงิน ผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) หรือของโบรกเกอร์รายนั้น ๆ (เรียกว่า ECN/STP Depth of Market) ไม่ใช่ Order Book ของทั้งตลาดโลกเหมือนสินทรัพย์อื่น

ประเด็นเปรียบเทียบOrder Book ตลาด CryptoOrder Book Forex
โครงสร้างตลาดมี Order Book รวมบนแต่ละ CEXตลาดกระจายตัว (OTC) ไม่มี Order Book กลาง
ความโปร่งใสข้อมูลเห็นปริมาณคำสั่งจริงทั้งหมดบนกระดานเห็นเฉพาะสภาพคล่องของเครือข่ายโบรกเกอร์นั้น
กลไกการกำหนดราคาอิงคำสั่งซื้อขายจริงบนแพลตฟอร์มอิงราคากลางระหว่างธนาคาร (Interbank Rate)
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Bookมีระบบ AMM บน DEXซื้อขายผ่าน Market Maker / ECN Pool

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการอ่าน Order Book

แม้ Order Book จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Demand และ Supply แต่การวิเคราะห์ Order Book เพียงอย่างเดียวโดยไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้

สภาพคล่องต่ำ และปัญหา Slippage (ราคาถดถอย)

หากเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีมีปริมาณการตั้งคำสั่งใน Order Book เบาบาง เมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายขนาดใหญ่ส่งเข้ามาแบบ Market Order ปริมาณในระดับราคา Best Bid หรือ Best Ask อาจไม่เพียงพอรองรับ

ระบบจะกวาดไปจับคู่กับระดับราคาถัดไปที่แย่ลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ Slippage ทำให้ราคาเฉลี่ยที่คุณได้แย่กว่าราคาที่มองเห็นก่อนกดสั่งซื้อขาย

พฤติกรรมหลอกตา: Buy Wall / Sell Wall ปลอม (Spoofing & Wash Trading)

เทรดเดอร์ไม่ควรเชื่อมั่นใน Buy Wall หรือ Sell Wall ทั้งหมดที่เห็นใน Order Book เนื่องจากอาจเกิดพฤติกรรมหลอกลวงตลาดได้:

  1. Spoofing: การที่รายใหญ่หรือบอทส่งคำสั่งซื้อหรือขายขนาดใหญ่เข้ามาวางไว้ใน Order Book เพื่อสร้างความเข้าใจผิดว่ามีแรงรับหรือแรงต้านมหาศาล แต่เมื่อราคาขยับเข้าใกล้ ระดับราคานั้น ๆ คำสั่งหลอกจะถูกยกเลิก (Cancel) ทันที
  2. Wash Trading: การส่งคำสั่งซื้อและขายจับคู่กันเองเพื่อสร้างวอลุ่มเทรดปลอมให้ดูเหมือนสินทรัพย์นั้นมีสภาพคล่องสูง

📌 Tip จากพี่โบ้นำ

ตอนผมเริ่มสังเกต Order Book ใหม่ ๆ มักจะตกใจเวลามองเห็น Sell Wall ก้อนใหญ่ ๆ แล้วรีบขายตาม แต่หลายครั้งพอราคาขึ้นไปแตะ Wall นั้นกลับหายไปทันที ทางที่ดีควรใช้ Order Book ร่วมกับอินดิเคเตอร์ปริมาณการซื้อขายจริง (Volume) และโครงสร้างราคาเพื่อยืนยันสัญญาณเสมอครับ

นอกจากความเสี่ยงทางด้านการเทรดแล้ว ผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลต้องพิจารณาเกณฑ์ภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลของ กรมสรรพากร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ

บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ Order Book ในการเทรด Crypto

Order Book เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สะท้อนการทำงานของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้คุณเห็นระดับราคา คำสั่งตั้งรอ ตลอดจนส่วนต่าง Spread และสภาพคล่องโดยรวม การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Maker และ Taker จะช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียมและช่วยป้องกันการเกิด Slippage ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม Order Book แสดงเพียงคำสั่งที่ตั้งรออยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้ตลอดเวลา การนำข้อมูล Order Book ไปผสมผสานกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการบริหารจัดการความเสี่ยง จะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การเทรดได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น หากคุณต้องการต่อยอดความรู้เพื่อสร้างพื้นฐานการลงทุนที่มั่นคง สามารถเริ่มต้นได้ทันทีครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Book

Order Book คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับการเทรด Crypto?

Order Book คือตารางรวบรวมรายการคำสั่งซื้อและขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จัดเรียงตามระดับราคาแบบเรียลไทม์ มีความสำคัญเนื่องจากเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นสภาพคล่อง ส่วนต่างราคา Bid-Ask Spread และความต้องการซื้อขายจริงในตลาด ทำให้ตัดสินใจเลือกประเภทคำสั่งซื้อขายได้อย่างเหมาะสม

Bid กับ Ask ใน Order Book ต่างกันอย่างไร?

Bid คือคำสั่งเสนอซื้อ ซึ่งแสดงถึงราคาที่ผู้ซื้อเต็มใจจ่าย โดยจะจัดเรียงจากราคาสูงสุดลงไป ส่วน Ask คือคำสั่งเสนอขาย ซึ่งแสดงถึงราคาที่ผู้ขายต้องการ โดยจัดเรียงจากราคาต่ำสุดขึ้นไป ส่วนต่างระหว่างราคาสูงสุดของ Bid และราคาต่ำสุดของ Ask เรียกว่า Spread

Buy Wall และ Sell Wall ใน Order Book เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน?

Buy Wall และ Sell Wall แสดงถึงปริมาณคำสั่งซื้อขายสะสมขนาดใหญ่ ณ ระดับราคาหนึ่ง ๆ แต่ไม่ควรอ้างอิงเป็นสัญญาณแบบ 100% เนื่องจากคำสั่งเหล่านั้นอาจถูกยกเลิกได้ตลอดเวลาก่อนที่ราคาจะมาถึง (Spoofing) การวิเคราะห์จึงควรดูปริมาณการเทรดที่เกิดขึ้นจริงประกอบด้วยเสมอ

Order Book Forex กับ Order Book ใน Crypto ต่างกันอย่างไร?

Order Book บนกระดานเทรด Crypto แบบ CEX จะแสดงรายการคำสั่งซื้อขายจริงทั้งหมดของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มนั้น ๆ ในขณะที่ตลาด Forex เป็นตลาดแบบ OTC ที่ไม่มีกระดานกลาง ข้อมูล Order Book ใน Forex จึงเป็นเพียงการสะท้อนสภาพคล่องเฉพาะเครือข่ายของโบรกเกอร์หรือสถาบันการเงินนั้น ๆ เท่านั้น

ถ้าไม่มี Order Book ตลาด Crypto ซื้อขายกันผ่านระบบไหน?

หากไม่มีระบบ Order Book ตลาด Crypto จะทำการซื้อขายผ่านระบบ Automated Market Maker (AMM) ซึ่งนิยมใช้บนศูนย์ซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) โดยระบบนี้จะจับคู่คำสั่งซื้อขายของผู้ใช้กับ Liquidity Pool และคำนวณราคาอัตโนมัติผ่านสมการทางคณิตศาสตร์บน Smart Contract


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ