
Pennant Pattern คือ รูปแบบกราฟราคาต่อเนื่อง (Continuation Pattern) ที่เกิดขึ้นหลังจากการเคลื่อนที่ของราคาอย่างรุนแรง แล้วเข้าสู่ช่วงพักตัวเป็นกรอบสามเหลี่ยมสมมาตรขนาดเล็ก โดยราคามีแนวโน้มทะลุออกจากกรอบเพื่อวิ่งต่อไปในทิศทางเดิมครับ โครงสร้างนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ เสาธง (Flagpole) ซึ่งเป็นคลื่นส่งพลัง และชายธง (Pennant) ซึ่งเป็นโซนชะลอตัวชั่วคราว
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคของตลาดการเงิน การแยกแยะพฤติกรรมระหว่างการกลับตัวกับการสะสมพลังถือเป็นหัวใจสำคัญ การเข้าใจ Pennant ช่วยให้เทรดเดอร์จับจังหวะเกาะไปกับโมเมนตัมหลักของตลาดได้อย่างมีระบบ แทนที่จะดักสวนเทรนด์โดยไม่มีสัญญาณยืนยัน คู่มือนี้ครอบคลุมโครงสร้างทั้งขาขึ้นและขาลง ความแตกต่างจากรูปแบบอื่น วิธีวัดเป้าหมายกำไร และการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมครับ
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- Pennant Pattern ต้องมีเสาธงที่ชัดเจนนำมาก่อนเสมอ หากไม่มีแท่งเทียนที่วิ่งอย่างรุนแรง การพักตัวนั้นจะไม่นับว่าเป็น Pennant
- วอลุ่มซื้อขายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างการฟอร์มตัวของชายธง และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเกิดการ Breakout
- การคำนวณเป้าหมายราคาตามทฤษฎีจะใช้ความสูงของเสาธง นำไปวัดต่อจากจุดที่ราคาเบรกออกจากกรอบสามเหลี่ยม
- เทรดเดอร์ต้องระวังความสับสนระหว่าง Pennant ขนาดเล็กในกรอบเวลาสั้น กับ Symmetrical Triangle ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาฟอร์มตัวนานกว่า
Pennant Pattern คืออะไร?
Pennant Pattern คือรูปแบบราคาต่อเนื่องที่สะท้อนถึงการหยุดพักหายใจของตลาด หลังจากเกิดการซื้อขายที่รุนแรงจนกราฟพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงเป็นเส้นตรงครับ

เมื่อตลาดเกิดการเคลื่อนไหวแบบฉับพลัน แรงซื้อหรือแรงขายที่เข้ามาปริมาณมากให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นแท่งเทียนยาวหลายแท่งติดต่อกัน ซึ่งเราเรียกส่วนนี้ว่าเสาธง จากนั้นตลาดจะเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว เนื่องจากนักเทรดกลุ่มแรกเริ่มทยอยปิดทำกำไรระยะสั้น ในขณะที่นักเทรดกลุ่มใหม่ยังรอจังหวะเข้าสู่ตลาด ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงเรื่อยๆ จนมีรูปทรงคล้ายสามเหลี่ยมขนาดเล็กหรือชายธงหัวแหลม
โครงสร้าง 2 ส่วนหลัก: Flagpole และ Pennant
โครงสร้างที่สมบูรณ์ของรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 2 ส่วน ได้แก่:
- Flagpole (เสาธง): เป็นคลื่นแรงขับเคลื่อน (Impulsive Move) ที่ราคาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและชัน มักเกิดจากปัจจัยพื้นฐานหรือแรงซื้อขายที่มีทิศทางเอกฉันท์ เสาธงที่ดีควรมีแท่งเทียนที่เต็มเนื้อ ไม่มีไส้ยาวรบกวนมากเกินไป
- Pennant (ชายธง): เป็นช่วงการพักตัว (Consolidation) ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเส้นเทรนด์ไลน์ 2 เส้นที่วิ่งเข้าหากัน เส้นบนลาดเอียงลงทำหน้าที่เป็นแนวต้านย่อย และเส้นล่างลาดเอียงขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับย่อย โดยราคาจะแกว่งตัวแคบลงเรื่อยๆ สู่ปลายยอดสามเหลี่ยม
จิตวิทยาเบื้องหลังและพฤติกรรม Volume
จิตวิทยาที่ขับเคลื่อนรูปแบบดังกล่าว เกิดจากการต่อสู้ชั่วคราวระหว่างฝั่งที่ถือสถานะเดิมกับฝั่งที่มองหาการพักฐาน ในช่วงที่สร้างเสาธง ปริมาณการซื้อขาย (Volume) มักจะพุ่งสูงมากตามความตื่นตัวของตลาด แต่เมื่อเริ่มฟอร์มตัวเป็นสามเหลี่ยม วอลุ่มจะค่อยๆ เหือดแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด การที่วอลุ่มลดลงสะท้อนว่าแรงขายทำกำไรไม่ได้รุนแรงพอจะกดดันให้เทรนด์พังทลาย และเมื่อราคาสามารถทะลุกรอบออกไปได้ วอลุ่มมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจสะท้อนว่าฝั่งคุมตลาดเดิมพร้อมดันราคาต่อครับ
ประเภทของ Pennant Pattern: ขาขึ้นและขาลง
Pennant แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามทิศทางของแนวโน้มเดิมที่นำมาก่อนหน้า ได้แก่ Bullish Pennant และ Bearish Pennant ครับ

Bullish Pennant Pattern: การพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น
Bullish Pennant เป็นรูปแบบต่อเนื่องของฝั่งขาขึ้น โดยเริ่มต้นจากราคาที่ทะยานตัวขึ้นอย่างรุนแรง สร้างเสาธงสีเขียวขนาดใหญ่ หลังจากนั้นราคาจะเริ่มพักตัวออกข้างในกรอบสามเหลี่ยมลู่เข้า จุดสูงสุดเริ่มต่ำลงเล็กน้อย และจุดต่ำสุดเริ่มยกตัวสูงขึ้น เมื่อราคาสะสมพลังจนถึงจุดบีบอัด ฝั่งซื้อมีแนวโน้มกลับเข้ามาผลักดันให้แท่งเทียนทะลุผ่านเส้นแนวต้านด้านบน การ Breakout ในฝั่ง Bullish นี้ถือเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นพร้อมดำเนินต่อไป
Bearish Pennant Pattern: การพักตัวในแนวโน้มขาลง
Bearish Pennant จะเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง โดยมีแท่งเทียนสีแดงทิ้งตัวลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเสาธงคว่ำ จากนั้นราคาจะเข้าสู่ช่วงรีบาวด์สั้นๆ ที่กรอบราคาค่อยๆ บีบแคบลง โดยจุดต่ำสุดค่อยๆ ขยับสูงขึ้น และจุดสูงสุดค่อยๆ กดต่ำลง เมื่อแรงซื้อชะลอตัวลงจนหมด ราคามีแนวโน้มหลุดทะลุแนวรับด้านล่างของสามเหลี่ยมลงไป ซึ่งอาจทำให้เกิดคลื่นการเทขายระลอกใหม่ตามมา
| ลักษณะ | Bullish Pennant | Bearish Pennant |
| แนวโน้มก่อนหน้า | ขาขึ้นรุนแรง (Bullish Trend) | ขาลงรุนแรง (Bearish Trend) |
| รูปร่างของ Pennant | สามเหลี่ยมลู่เข้ายอดแหลม | สามเหลี่ยมลู่เข้ายอดแหลม |
| พฤติกรรม Volume ช่วงพักตัว | วอลุ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง | วอลุ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง |
| ทิศทางการ Breakout | ทะลุเส้นกรอบบนขึ้นไป | ทะลุเส้นกรอบล่างลงไป |
Pennant Pattern แตกต่างจาก Flag Pattern และ Triangle Pattern อย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่รูปทรงของกรอบพักตัวและระยะเวลาที่ใช้ในการฟอร์มตัวบนกราฟราคาครับ
เทรดเดอร์มักสับสนระหว่าง Pennant และ Flag เนื่องจากทั้งคู่ต่างเป็นรูปแบบต่อเนื่องที่มีเสาธงนำหน้าเหมือนกัน หากใครต้องการเปรียบเทียบเชิงลึก ขอแนะนำให้ ทำความเข้าใจโครงสร้าง Flag Pattern อย่างละเอียด เพิ่มเติมครับ จุดจำแนกสำคัญคือ Flag Pattern จะมีกรอบการพักตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานที่เอียงสวนทางกับแนวโน้มหลัก เช่น ในขาขึ้น ธงจะลาดลงด้านล่าง ในขณะที่ Pennant จะมีกรอบพักตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมสมมาตรที่เส้นเทรนด์ไลน์บีบเข้าหากัน ไม่ได้ขนานกัน
Pennant Pattern ปะทะ Triangle Pattern: ขนาดของ Timeframe และการพักตัว
อีกหนึ่งความสับสนที่พบบ่อยคือการแยกไม่ออกระหว่าง Pennant กับ Triangle Pattern ทั่วไป ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดมี 2 ประการหลัก ได้แก่:
- การมีอยู่ของ Flagpole: Pennant จะต้องมีคลื่นวิ่งส่งกำลังที่รุนแรงนำหน้ามาเสมอ ส่วนสามเหลี่ยมแบบ Symmetrical Triangle อาจเกิดขึ้นกลางสภาวะตลาดไซด์เวย์ทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีเสาธง
- ระยะเวลาการสะสมตัว: Pennant มักฟอร์มตัวเสร็จสิ้นในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น ใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 สัปดาห์บนกราฟรายวัน หรือเพียงไม่กี่แท่งเทียนในกรอบเวลาสั้น ซึ่งเป็นเพียงแนวทางโดยประมาณที่อาจแตกต่างกันไปตามสินทรัพย์ หากการบีบอัดตัวยืดเยื้อยาวนานเกินกว่านั้น โครงสร้างจะกลายสภาพเป็น Symmetrical Triangle เต็มรูปแบบ ซึ่งมีความผันผวนและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่กว้างกว่า
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | Pennant Pattern | Flag Pattern | Symmetrical Triangle |
| รูปทรงกรอบพักตัว | สามเหลี่ยมสมมาตรลู่เข้า | สี่เหลี่ยมด้านขนานเอียงสวนเทรนด์ | สามเหลี่ยมสมมาตรขนาดใหญ่ |
| องค์ประกอบเสาธง | จำเป็นต้องมีและชัดเจน | จำเป็นต้องมีและชัดเจน | ไม่จำเป็นต้องมีเสาธงนำ |
| ระยะเวลาการฟอร์มตัว | สั้นและกระชับ (ชะลอตัวชั่วคราว) | สั้นถึงปานกลาง | ยาวนาน ใช้เวลาสร้างฐานกว้าง |
หลักการอ่านและวัดเป้าหมายราคาของ Pennant Pattern
การคำนวณเป้าหมายราคาของรูปแบบดังกล่าว ทำได้โดยการวัดระยะความสูงของเสาธง แล้วนำไปโปรเจกต์จากจุดที่เกิดการ Breakout ครับ
การวัดระยะความสูงของเสาธง (Flagpole Projection)
วิธีมาตรฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้คือการวัดระยะจากจุดเริ่มต้นของคลื่นส่ง (Swing Low ในขาขึ้น หรือ Swing High ในขาลง) ไปจนถึงจุดสูงสุดหรือต่ำสุดก่อนที่ราคาจะเริ่มพักตัว ระยะห่างนี้คือความสูงของเสาธง เมื่อราคาเบรกทะลุแนวต้านของ Bullish Pennant Pattern หรือหลุดแนวรับของ Bearish Pennant ให้ลากระยะความสูงเท่ากันนี้จากจุดที่ทะลุออกไปข้างหน้าเพื่อเป็นจุดทำกำไร (Take Profit) ขั้นต้น
ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่การคาดการณ์ราคา: หากเสาธงของ Bullish Pennant วิ่งขึ้นจาก 100 ไปที่ 120 ความสูงเสาธงจึงเท่ากับ 20 หน่วย และหากราคาเบรกออกจากกรอบสามเหลี่ยมที่ระดับ 116 จุดทำกำไรขั้นต้นตามทฤษฎีจะอยู่ที่ประมาณ 136 ซึ่งเป็นเพียงจุดอ้างอิงสำหรับวางแผน ราคาอาจไปไม่ถึงระดับนี้ก็ได้ครับ
การระบุจุดยืนยัน Breakout และตำแหน่งตัดขาดทุน (Stop Loss)
การเข้าออเดอร์อย่างปลอดภัยควรรอให้แท่งเทียนปิดตัวนอกกรอบสามเหลี่ยมอย่างชัดเจนเพื่อยืนยันสัญญาณ ไม่ควรดักเข้าซื้อขายขณะที่ราคายังแกว่งตัวอยู่ภายในกรอบ ส่วนการตั้งจุด Stop Loss ควรกำหนดไว้หลังแนวรับหรือแนวต้านฝั่งตรงข้ามของกรอบ Pennant เช่น ในกรณี Bullish Pennant ให้วาง Stop Loss ไว้ใต้จุดต่ำสุดล่าสุดของการพักตัว เพื่อจำกัดความเสียหายหากตลาดผันผวนกลับทาง
📌 Tip จากพี่โบ้
ความผิดพลาดที่ผมเจอบ่อยในหมู่นักเทรดคือความใจร้อนรีบเข้าออเดอร์ตั้งแต่อยู่กลางกรอบสามเหลี่ยม เพราะกลัวตกรถ จำไว้ว่า Pennant ที่ดีต้องมีจังหวะระเบิดกรอบพร้อมแท่งเทียนยืนยันชัดเจนเสมอ การรอให้แท่งเทียนปิดนอกกรอบมีแนวโน้มช่วยกรองสัญญาณหลอกได้ดีขึ้น แม้จะกรองไม่ได้ทั้งหมด และอย่าลืมว่าการรักษาเงินทุนคือหัวใจหลัก ผู้อ่านควรศึกษาและทดสอบด้วยตนเองตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ครับ
บริบทตลาดและรูปแบบการกลับตัวที่ต้องระวัง (Failed Pattern)
ไม่มีรูปแบบทางเทคนิคใดที่ทำงานสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ตลาดอาจเกิด False Breakout หรือเกิดการล้มเหลวของรูปแบบได้เสมอ หากราคาเบรกทะลุกรอบแล้ววิ่งกลับเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว หรือทะลุผิดทิศทาง โครงสร้างจะเสียทันที
ในบางสภาวะ หากราคาทะลุลงแทนที่จะขึ้นต่อ กราฟอาจกำลังเปลี่ยนทิศทางกลายเป็นรูปแบบกลับตัว เช่น การกลับตัวในภาพใหญ่ หรือหากราคาในกรอบแกว่งตัวซับซ้อนขึ้น อาจต้องหันไปวิเคราะห์จุดเปลี่ยนแนวโน้มด้วย Diamond Pattern Trading แทน นอกจากนี้ หากรูปแบบล้มเหลวในฝั่งขาลงจนราคาดีดกลับแรง อาจกลายเป็นการจับสัญญาณกลับตัวด้วย Double Bottom Pattern ได้เช่นกัน การมีวินัยในการตัดขาดทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ครับ
บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ Pennant Pattern
Pennant เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่อาจช่วยจับจังหวะเกาะไปกับทิศทางหลักของตลาด โครงสร้างที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วยเสาธงที่ชัดเจน กรอบสามเหลี่ยมที่บีบแคบลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมวอลุ่มที่เหือดแห้งลงระหว่างพักตัวก่อนจะระเบิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเบรกเอาต์
สิ่งสำคัญคือเทรดเดอร์ต้องแยกแยะระหว่างการพักตัวระยะสั้นกับรูปแบบสามเหลี่ยมระยะยาวให้ออก พร้อมทั้งตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก หากคุณต้องการต่อยอดความรู้สู่กลยุทธ์การเทรดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pennant Pattern
Pennant Pattern ต่างจาก Flag Pattern อย่างไร?
ความแตกต่างอยู่ที่รูปทรงของกรอบพักตัวครับรูปแบบดังกล่าว จะพักตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมสมมาตรหัวแหลม โดยเส้นแนวรับและแนวต้านจะลู่เข้าหากัน ส่วน Flag Pattern จะพักตัวในกรอบสี่เหลี่ยมด้านขนานที่แนวรับและแนวต้านวิ่งขนานกัน โดยมักเอียงลาดสวนทางกับแนวโน้มเดิมที่ส่งมาก่อนหน้า ทั้งสองรูปแบบนับเป็น Continuation Pattern เหมือนกัน แต่วิธีการวาดเส้นกรอบและจุดบีบอัดของราคาจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
Bullish Pennant Pattern มีโอกาสเกิด False Breakout บ่อยไหม?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอครับ โดยเฉพาะในสภาวะที่ตลาดขาดสภาพคล่องหรือช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ สัญญาณหลอกมักเกิดจากการที่ราคาแทงไส้ทะลุกรอบแนวต้านขึ้นไปชั่วคราวแต่ไม่สามารถปิดแท่งเทียนยืนเหนือกรอบได้จริง แล้วถูกแรงขายกดกลับลงมา เทรดเดอร์จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ทันทีที่ราคาแตะเส้นกรอบ และควรรอการยืนยันจากการปิดแท่งเทียนพร้อมการเพิ่มขึ้นของวอลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงครับ
ควรใช้ Timeframe ไหนในการดู Pennant Pattern ให้แม่นยำที่สุด?
Pennant สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกกรอบเวลา แต่กรอบเวลาที่ให้ความน่าเชื่อถือสูงและมีสัญญาณรบกวนน้อยมักเป็นกรอบเวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมง (H1), 4 ชั่วโมง (H4) ไปจนถึงระดับวัน (Daily) ครับ หากนำไปใช้ในกรอบเวลาที่สั้นมาก เช่น 1 นาที หรือ 5 นาที โครงสร้างมักจะมีความผันผวนสูงและมีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกได้ง่ายกว่า เทรดเดอร์จึงควรตรวจสอบโครงสร้างแนวโน้มในกรอบเวลาใหญ่ควบคู่กันเสมอ
วอลุ่มซื้อขายจำเป็นต้องดูประกอบ Pennant Pattern เสมอไปหรือไม่?
ปริมาณการซื้อขายถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งในการยืนยันความสมบูรณ์ของรูปแบบดังกล่าว ครับ ตามหลักทฤษฎี วอลุ่มควรจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วงที่เกิดเสาธง จากนั้นจะต้องค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่ราคากำลังสร้างกรอบสามเหลี่ยม และต้องกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งเมื่อเกิดการ Breakout ทะลุกรอบ หากราคาเบรกเอาต์โดยปราศจากวอลุ่มสนับสนุน มีโอกาสสูงมากที่การทะลุนั้นจะเป็นเพียงสัญญาณหลอกครับ
ถ้าราคาพักตัวในกรอบ Pennant นานเกินไปจะส่งผลอย่างไร?
หากราคาแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมนานเกินไป โมเมนตัมของแนวโน้มเดิมจะเริ่มสูญเสียไปครับ ตามหลักการแล้ว Pennant ควรเป็นการพักตัวเพียงชั่วคราวเพื่อสะสมพลัง หากการเคลื่อนไหวใช้เวลานานเกินกว่าประมาณ 3 สัปดาห์ในกราฟรายวัน หรือกินจำนวนแท่งเทียนมากเกินไป โครงสร้างนั้นจะไม่ถูกจัดว่าเป็น Pennant อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนสภาพเป็น Symmetrical Triangle หรือไซด์เวย์ไร้ทิศทาง ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของการวิ่งต่อในทิศทางเดิมลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ











