Price Action คืออะไร? อ่านจบพร้อมเทรด!

Table of Contents
Price Action คืออะไร

Price Action Pattern คือ หนึ่งในเสน่ห์อันน่าเย้ายวนของการเทรดฟอเร็กซ์ เพราะจุดเด่นที่เทรดเดอร์มักนำรูปแบบของแท่งเทียนเข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา แต่เทคนิคการอ่าน Price Action Forex ย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยงและความผันผวนจากปัจจัยหลายอย่าง

แน่นอนว่า เทคนิคนี้ทรงพลังมากจนเทรดเดอร์ระดับโลกหลายคนนิยมนำมา ‘เทรดบนกราฟเปล่า’ โดยไม่พึ่งพาอินดิเคเตอร์ เพราะรูปแบบแท่งเทียน Price Action ช่วยลดการพึ่งพาเครื่องมือทางเทคนิคอื่น ๆ และช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจธรรมชาติของราคาได้อย่างแท้จริง

*หมายเหตุ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ และการใช้ Price Action เพียงอย่างเดียวในการวิเคราะห์ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ดังนั้น เทรดเดอร์มือใหม่ควรทำการวิเคราะห์ร่วมกับการใช้อินดิเคเตอร์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ให้มากขึ้น

. . . . . . . . . . . . . .

รูปแบบแท่งเทียน Price Action คืออะไร?

Price Action Pattern คืออะไร

Price Action คือ ตัวแทนของพฤติกรรมราคาในตลาดที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านรูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern) ซึ่งเป็นเทคนิคในการเทรดกราฟเปล่าที่นิยมใช้กันในการลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะการเทรด Forex

รูปแบบ Price Action สามารถบอกอะไรได้บ้าง?

  • ทิศทางการซื้อขาย
  • อารมณ์ของนักลงทุน
  • การตัดสินใจของนักลงทุน

Price Action Forex คืออะไร?

สืบเนื่องมาจากการวิเคราะห์ด้วย Price Action มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมราคา เกิดจากอารมณ์และการตัดสินใจซื้อขายของเทรดเดอร์ในตลาด แม้จะนำประยุกต์ใช้ได้ในทุกตลาดการเงิน แต่เมื่อใช้กับการเทรด Forex จะสามารถแสดงประสิทธิภาพได้ดี เนื่องจากราคาคู่เงินผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราเงินเฟ้อ, นโยบายของธนาคารกลาง และราคาทองคำ สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดพฤติกรรมราคาที่มีการเคลื่อนไหวมากกว่าตลาดอื่น ๆ

ข้อดีและข้อจำกัดของการเทรดด้วย Price Action Pattern

  • สามารถนำมาเทรดบนกราฟเปล่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เป็นกลยุทธ์การเทรดที่เรียบง่ายและไม่ต้องอาศัยกลยุทธ์เชิงลึก
  • สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกตลาด เช่น หุ้น, ทองคำ, คริปโต และ Forex
  • เป็นแหล่งข่าวชั้นดี เนื่องจากทุกสิ่งเกิดขึ้นในตลาดมักสะท้อนออกมาผ่าน Price Action
  • ใช้ดูสัญญาณการกลับตัว และหาจุดเข้า-ออกในการซื้อขาย
  • จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการจดจำ Price Action Pattern ต่าง ๆ ให้แม่นยำ
  • ไม่เหมาะกับการใช้ EA และควรลงมือเทรดด้วยตนเองเท่านั้น
  • อาจจะไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว

*หมายเหตุ: การวิเคราะห์ด้วย Price Action ร่วมกับการใช้ Indicator จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น

ส่วนประกอบของรูปแบบ Price Action

ส่วนประกอบของรูปแบบแท่งเทียน Price Action

เนื่องจาก Price Action ถูกสะท้อนออกมาผ่านรูปแบบแท่งเทียน ดังนั้น การทำความเข้าใจส่วนประกอบของแท่งเทียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถือเป็นพื้นฐานที่เทรดเดอร์ควรรู้ เพื่อให้เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

ส่วนประกอบของรูปแบบ Price action มีอะไรบ้าง?

ส่วนประกอบของรูปแบบ Price action Pattern มีอะไรบ้าง

ส่วนประกอบ

ความหมาย

Open

ราคาเปิด

(ราคาที่ทำการซื้อขายครั้งแรกใน TF นั้น ๆ)

Close

ราคาปิด

(ราคาที่ทำการซื้อขายครั้งสุดท้ายใน TF นั้น ๆ)

High

ราคาสูงสุด

Low

ราคาต่ำสุด

Body

ลำตัวของแท่งเทียน

(ระยะห่างระหว่าง Open และ Close)

Upper Shadow (Upper Wick)

ไส้เทียนด้านบน

(ราคาที่เคยทำ High ไว้)

Lower Shadow (Lower Wick)

ไส้เทียนด้านล่าง

(ราคาที่เคยทำ Low ไว้)

ตำแหน่งราคาเปิดและปิดของแท่งเทียนบอกอะไร?

ตำแหน่งราคาเปิด-ปิดความหมาย
ราคาปิดใกล้จุดสูงสุดของแท่งแรงซื้อคุมตลาด
ราคาปิดใกล้จุดต่ำสุดของแท่งแรงขายคุมตลาด
ราคาเปิด-ปิดอยู่ใกล้กันตลาดลังเล หรืออยู่ในช่วงพักตัว
ราคาปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังไปต่อ
ราคาปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าโมเมนตัมฝั่งขายเริ่มเข้ากดดัน

. . . . . . . . . . . . . .

รวมรูปแบบแท่งเทียน Price Action ที่เกิดบ่อย มีอะไรบ้าง?

รูปแบบแท่งเทียน Price Action ต่อไปนี้ เป็นรูปแบบพื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดในการวิเคราะห์กราฟราคาและรูปแบบขั้นสูงอื่น ๆ ได้ มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ดังนี้

  • Up Bar
  • Down Bar
  • Inside Bar
  • Outside Bar
  • Pin Bar

📌 Price Action Pattern มักใช้กับการวิเคราะห์บน Time Frame ระยะสั้น-กลาง และอาจเสียรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว หากราคามีการเปลี่ยนแปลง การอ่าน Price Action จึงจำเป็นต้องพิจารณาบริบทของตลาดประกอบเสมอ ดังนั้น เทรดเดอร์ควรตั้ง TP และ SL เสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด

Price Action รูปแบบที่ 1: Up Bar

รูปแบบ Price Action ที่เกิดบ่อย Up Bar

Up Bar คืออะไร?

Up Bar หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Bullish Bar คือ รูปแบบที่พบเจอได้ง่ายในช่วงที่ราคามีแนวโน้มเป็นขาขึ้นแสดงให้เห็นว่าฝั่งซื้อกำลังควบคุมตลาดและผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

หากปรากฏอยู่ในแนวโน้มขาลงจะเป็นเพียงการสะท้อนแรงซื้อระยะสั้น ยังไม่ถือเป็นสัญญาณการกลับตัวของราคาโดยทันที โดย Up Bar สามารถปรากฏได้ทั้งในรูปแบบสีแดงและสีเขียว แต่โดยทั่วไปมักเป็นสีเขียว

ลักษณะ Price Action รูปแบบ Up Bar

แท่งเทียน Price Action Pattern Up Bar

กรณี Up Bar สีเขียว

กรณี Up Bar สีแดง

▪ ทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ราคาเปิดสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ราคาปิดสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

ตำแหน่งของ Up Bar กับความแข็งแรงของการให้สัญญาณ

สัญญาณแรงสัญญาณอ่อน
▪ เกิดตามแนวโน้ม
▪ เกิดในตำแหน่งสำคัญ เช่น แนวรับ แนวต้าน
▪ ไม่ขัดโครงสร้างราคาเดิม
▪ แท่งเทียนถัดไปทำหน้าที่ยืนยันสัญญาณ
▪ เกิดสวนแนวโน้มเดิม
▪ เกิดขึ้นบริเวณกลางกราฟ
▪ ไม่เกิดแท่งเทียนยืนยันตามมา

ตัวอย่างการเทรดด้วย Price Action รูปแบบ Up Bar

การเทรด Forex ด้วย Price Action Pattern รูปแบบ Up bar

จากตัวอย่าง ราคากำลังอยู่ในแนวโน้ม Sideways ต่อมาได้เกิด Price Action รูปแบบ Up Bar ขึ้น ทำให้ราคาเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มเป็นขาขึ้นในระยะสั้น และทำ High ใหม่ จนกระทั่งเกิดสัญญาณการกลับตัวจาก Down Bar และ Bearish Inside Bar ราคาจึงกลับตัวลงมาอีกครั้ง


Price Action รูปแบบที่ 2: Down Bar

รูปแบบ Price Action ที่เกิดบ่อย Down Bar

Down Bar คืออะไร?

Down Bar หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Bearish Bar คือ รูปแบบที่พบเจอได้ง่ายในช่วงที่ราคามีแนวโน้มเป็นขาลง หากปรากฏอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นจะเป็นเพียงการสะท้อนแรงขายในระยะสั้นเท่านั้น

โดยสีของแท่งเทียนเป็นได้ทั้งเขียวและแดง แต่ส่วนใหญ่จะมีสีแดง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • Down Bar กรณีเป็นสีแดง
  • Down Bar กรณีเป็นสีเขียว

ลักษณะ Price Action รูปแบบ Down Bar

แท่งเทียน Price Action Pattern Down Bar

กรณี Down Bar สีแดง

กรณี Down Bar สีเขียว

▪ ทำ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า
▪ ทำ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า
▪ ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

▪  ทำ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า
▪  ทำ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า
▪  ราคาปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

ตำแหน่งของ Down Bar กับความแข็งแรงของการให้สัญญาณ

สัญญาณแรงสัญญาณอ่อน
▪ เกิดตามแนวโน้ม
▪ เกิดบริเวณตำแหน่งสำคัญ เช่น แนวต้าน หรือ Lower High
▪ ไม่ขัดโครงสร้างราคาเดิม
▪ แท่งเทียนถัดไปทำหน้าที่ยืนยันสัญญาณ
▪ เกิดสวนแนวโน้ม (เกิดในแนวโน้มขาขึ้น)
▪ เกิดขึ้นบริเวณกลางกราฟ
▪ ไม่เกิดแท่งเทียนยืนยันตามมา

ตัวอย่างการเทรดด้วย Price Action รูปแบบ Down Bar

การเทรด Forex ด้วย Price Action Pattern รูปแบบ Down bar

จากตัวอย่าง ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาลง และมี Down Bar เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมายความว่า ราคายังไม่มีโอกาสจะกลับตัวเป็นขาขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะนิยมเปิดออเดอร์ Sell จนกว่าจะเกิดสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากมีความได้เปรียบในการทำกำไรมากกว่า


Price Action รูปแบบที่ 3: Inside Bar

รูปแบบ Price Action ที่เกิดบ่อย Inside Bar

Inside Bar คืออะไร?

Inside Bar หรือ Harami คือ รูปแบบแท่งเทียนมีการบีบตัวแคบลง เนื่องจากราคายังไม่สามารถเลือกทิศทางที่จะไปต่อได้ รูปแบบนี้มักถูกใช้ดู Breakout เพื่อรอดูว่า Price Action ต่อไปจะให้สัญญาณไปในทิศทางใด

โดยส่วนประกอบของ Inside Bar ประกอบไปด้วย Mother Bar และ Inside Bar ซึ่ง Inside Bar ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • Bullish Inside Bar
  • Bearish Inside Bar

ลักษณะ Price Action รูปแบบ Inside Bar

แท่งเทียน Price Action Pattern Inside Bar

Bullish Inside Bar

Bearish Inside Bar

▪ แท่งเทียนมีสีเขียว

▪ ทำ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ พบได้บ่อยในแนวโน้มขาลง

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น

▪ แท่งเทียนมีสีแดง

▪ ทำ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ พบได้บ่อยในแนวโน้มขาขึ้น

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาลง

ตำแหน่งของ Inside Bar กับความแข็งแรงของการให้สัญญาณ

สัญญาณแรงสัญญาณอ่อน
▪ เกิดบริเวณตำแหน่งสำคัญ
▪ ไม่ขัดโครงสร้างราคาเดิม
▪ มี Breakout และแท่งเทียนถัดไปทำหน้าที่ยืนยันสัญญาณ
▪ เกิดไม่สอดคล้องกับแนวโน้มหลัก
▪ เกิดขึ้นบริเวณกลางกราฟ
▪ เกิด  Breakout แล้วราคาไม่เคลื่อนไหวต่อในทิศทางเดิม และไม่เกิดแท่งเทียนยืนยันตามมา

ตัวอย่างการเทรดด้วย Price Action รูปแบบ Inside Bar

การเทรด Forex ด้วย Price Action Pattern รูปแบบ Inside bar

จากตัวอย่าง ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และเมื่อเกิด Price Action ในรูปแบบ Bearish Inside Bar ต่อด้วย Identical Three Crows ทำให้ราคาเริ่มปรับตัวลดลง เนื่องจากเป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบ จนกว่าราคาจะสร้างรูปแบบแท่งเทียน Bullish Price Action อีกครั้ง


Price Action รูปแบบที่ 4: Outside Bar

รูปแบบ Price Action ที่เกิดบ่อย Outside Bar

Outside Bar คืออะไร?

Outside Bar คือ รูปแบบแท่งเทียนที่บ่งบอกว่า ตลาดมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปแบบนี้มักพบได้บ่อยหลังจากตลาดพักตัว โดย Outside Bar สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • Bullish Outside Bar
  • Bearish Outside Bar

ลักษณะ Price Action รูปแบบ Outside Bar

แท่งเทียน Price Action Pattern Outside Bar

Bullish Outside Bar

Bearish Outside Bar

▪ แท่งเทียนมีสีเขียว

▪ ทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า
▪ ทำ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดของแท่งก่อนหน้า

▪ พบได้บ่อยในแนวโน้มขาลง

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น

▪ แท่งเทียนมีสีแดง

▪ ทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า
▪ ทำ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ราคาเปิดสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

▪ พบได้บ่อยในแนวโน้มขาขึ้น

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาลง

ตำแหน่งของ Outside Bar กับความแข็งแรงของการให้สัญญาณ

สัญญาณแรงสัญญาณอ่อน
▪ เกิดบริเวณตำแหน่งสำคัญ
▪ สอดคล้องกับแนวโน้มหลัก
▪ ไม่ขัดโครงสร้างราคาเดิม
▪ มี Breakout และแท่งเทียนถัดไปทำหน้าที่ยืนยันสัญญาณ
▪ เกิดไม่สอดคล้องกับแนวโน้มหลัก
▪ เกิดขึ้นบริเวณกลางกราฟ
▪ เกิด  Breakout แล้วราคาไม่เคลื่อนไหวต่อในทิศทางเดิม และไม่เกิดแท่งเทียนยืนยันตามมา
▪ Outside Bar มีขนาดเล็กมาก

ตัวอย่างการเทรดด้วย Price Action รูปแบบ Outside Bar

การเทรด Forex ด้วย Price Action Pattern รูปแบบ Outside bar

จากตัวอย่าง ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น จนกระทั่งเกิด Outside Bar, Down Bar และ Identical Three Crows ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นขาลงอย่างรุนแรง จากนั้นจะเห็นว่า ราคามีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จะได้เปรียบมากกว่าในสถานการณ์นี้


Price Action รูปแบบที่ 5: Pin Bar

รูปแบบ Price Action ที่เกิดบ่อย Pin Bar

Pin Bar คืออะไร?

Pin Bar คือ รูปแบบแท่งเทียนที่แสดงถึงความขัดแย้งของราคา มีลักษณะเด่นคือ ไส้เทียนด้านใดด้านหนึ่งยาวมาก (อย่างน้อย 2 เท่าของตัวแท่ง) และตัวแท่งจะมีขนาดเล็กมาก โดย Pin Bar สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • Bullish Pin Bar
  • Bearish Pin Bar

ลักษณะ Price Action รูปแบบ Pin Bar

แท่งเทียน Price Action Pattern Pin Bar

Bullish Pin Bar

Bearish Pin Bar

▪ มีอีกชื่อว่า Inverted Hammer

▪ แท่งเทียนเป็นสีอะไรก็ได้ (แต่สีเขียวให้สัญญาณที่แรงกว่า)

▪ ไส้เทียนด้านบนยาวกว่าลำตัวประมาณ 2 เท่า

▪ ไส้เทียนด้านล่างสั้นมากหรือแทบไม่มีเลย

▪ ทำ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ มักจะเกิดใกล้กับราคาต่ำสุดของวัน หรือหลังเกิด Morning Doji Star

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น

▪ มีอีกชื่อว่า Shooting Star

▪ แท่งเทียนเป็นสีอะไรก็ได้ (แต่สีแดงให้สัญญาณที่แรงกว่า)

▪ ไส้เทียนด้านบนยาวกว่าลำตัวประมาณ 2 เท่า

▪ ไส้เทียนด้านล่างสั้นมากหรือแทบไม่มีเลย

▪ ทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ ทำ Low สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

▪ มักจะเกิดใกล้กับราคาสูงสุดของวัน หรือหลังเกิด Evening Doji Star

▪ บ่งบอกว่า มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาลง

ตำแหน่งของ Pin Bar กับความแข็งแรงของการให้สัญญาณ

สัญญาณแรงสัญญาณอ่อน
▪ เกิดบริเวณตำแหน่งสำคัญ
▪ มีไส้เทียนยาวชัดเจนและลำตัวเล็ก
▪ ปรากฏในจังหวะ Pullback ตามแนวโน้มหลัก
▪ แท่งเทียนถัดไปทำหน้าที่ยืนยันสัญญาณ
▪ เกิดไม่สอดคล้องกับแนวโน้มหลัก
▪ เกิดขึ้นบริเวณกลางกราฟ หรือในโซนที่ราคาเป็น Sideway
▪ ไส้เทียนสั้น หรือมีรูปทรงที่ไม่ชัดเจน
▪ ไม่เกิดแท่งเทียนยืนยันตามมา

ตัวอย่างการเทรดด้วย Price Action รูปแบบ Pin Bar

การเทรด Forex ด้วย Price Action Pattern รูปแบบ Pin bar

จากตัวอย่าง ในตอนแรกราคามีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง และเกิด Price Action ในรูปแบบ Bullish Pin Bar ซึ่งแสดงถึงความขัดแย้งของราคา จากความพยายามกดราคาลงของนักลงทุนแต่ทำไม่สำเร็จ ประกอบกับมีการเกิดแท่งเทียน Three White Soldier ที่เป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาขึ้น จากนั้นราคามีการปรับตัวขึ้นจนสร้าง New High กระทั่งเกิด Bearish Price Action จึงทำให้ราคาปรับตัวลงอีกครั้ง

. . . . . . . . . . . . . .

รูปแบบ Price Action ที่มีโอกาสกลับตัวสูง!

ในหัวข้อก่อนหน้านี้ เราได้อธิบายถึง Price Action ที่สำคัญ และเป็นเหมือนพื้นฐานในการต่อยอด เพื่อวิเคราะห์รูปแบบแท่งเทียนอื่น ๆ ที่มีโอกาสกลับตัวสูง โดยมีทั้งหมด 12 แบบ ดังนี้

Price Action 12 แบบ ที่เกิดบ่อย กลับตัวสูง

Price Action 12 แบบ มีอะไรบ้าง?

  1. Star
  2. Doji Star
  3. Harami
  4. Engulfing
  5. Three Line Strike  
  6. Three Outside
  7. Three Star
  8. Identical Three Crows
  9. Three White Soldier
  10. Three Black Crows
  11. Inverted Hammer
  12. Shooting Star

. . . . . . . . . . . . . .

รวมเทคนิคเทรด Forex ด้วย Price Action (PA Forex)

การเทรดด้วย PA Forex มีหลักการอยู่ 3 แบบ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอด และประยุกต์ใช้ได้ตามความถนัดของแต่ละบุคคล โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following)
  • การเทรดด้วย Price Action จากจังหวะการกลับตัวของราคา (Reversal)
  • การเทรดจากจังหวะ Breakout

กลยุทธ์ที่ 1: การเทรดตามแนวโน้ม

การเทรดตามแนวโน้มด้วย
Price Action

สำหรับการเทรดตามแนวโน้มจะแบ่งออกเป็น 3 สภาวะตลาด ได้แก่ แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend), แนวโน้มขาลง (Downtrend) และแนวโน้มไร้ทิศทาง (Sideways) โดยจากภาพจะเป็นการเทรดในแนวโน้มขาขึ้นมีรายละเอียด ดังนี้

  1. เกิด Bullish Pin Bar ที่เส้นแนวต้านบ่งบอกว่า แรงซื้อที่กลับเข้ามาปฏิเสธการปรับตัวลงของราคา
  2. จากนั้น ราคาเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นและทะลุเส้นแนวต้านจนเกิดการ Breakout และราคาสามารถยืนระยะอยู่บนเส้นแนวต้านได้
  3. โครงสร้างราคายังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น และไม่สามารถทำลายโครงสร้างเดิมได้ และ PA Forex ยังคงปรากฏในรูปแบบของ Up Bar ซึ่งเป็นสัญญาณสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น

ข้อสังเกต: กราฟราคากำลัง HH และ HL ในตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ บ่งบอกชัดเจนว่า โครงสร้างราคายังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศึกษากลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้ม หรือ Trend Following ได้ที่ การเทรดแบบ Trend Following

จังหวะไหนควรเปิดออเดอร์?

จากสัญญาณที่กล่าวมาเทรดเดอร์สามารถเลือกจังหวะการเข้าออเดอร์ Buy ได้ในช่วงที่ Price Action เริ่มแสดงสัญญาณสำคัญ ดังนี้

  • หลังจากการเกิด Bullish Pin Bar และราคา Breakout ทะลุเส้นแนวต้านขึ้นไป แต่โครงสร้างยังคงเป็น HH และ HL

*หมายเหตุ: การเทรดร่วมกับ Price Action เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss และ Take Profit ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้าม


กลยุทธ์ที่ 2: การเทรดด้วย Price Action จากจังหวะการกลับตัวของราคา

การเทรดด้วย Price Action จากจังหวะการกลับตัวของราคา

จากภาพเป็นการเทรดโดยการนำ Price Action มาใช้วิเคราะห์จังหวะการกลับตัวของราคาหรือ Reversal โดยเริ่มจากแนวโน้มขาขึ้นที่เคลื่อนไหวเข้าใกล้บริเวณเส้นแนวต้าน ก่อนจะเกิด Price Action ที่สะท้อนถึงการอ่อนแรงของแนวโน้มขาขึ้น ดังนี้ 

  1. เกิด Bearish Pin Bar บริเวณแนวต้าน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มอ่อนแรงลงจากการปฏิเสธราคาบริเวณด้านบนแนวต้าน
  2. ต่อมาเกิด Bearish Outside Bar ที่แสดงถึงแรงขายที่เริ่มเข้ามาควบคุมตลาดมากขึ้น
  3. ตามมาด้วยการที่ราคาทะลุแนวรับเดิมจนเกิด Breakout เป็นสัญญาณว่า ตลาดเริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน

จังหวะไหนควรเปิดออเดอร์?

จากสัญญาณที่กล่าวมาเทรดเดอร์สามารถเลือกจังหวะการเข้าออเดอร์ Sell ได้ในช่วงที่ Price Action เริ่มแสดงสัญญาณสำคัญ ดังนี้

  • หลังแท่ง Outside Bar ปิด หรืออยากให้แม่นยำมากยิ่งขึ้นให้รอจังหวะแท่งเทียนถัดไปปิดต่ำกว่า Low ของ Outside Bar และรอราคาทะลุและปิดต่ำกว่าแนวรับครับ

*หมายเหตุ: การเทรดร่วมกับ Price Action เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss และ Take Profit ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้าม


กลยุทธ์ที่ 3: การเทรดจากจังหวะ Breakout

การเทรดจากจังหวะ Breakout
ด้วย Price  Action

จากภาพเป็นการเทรดโดยการนำ Price Action มาใช้วิเคราะห์จังหวะการ Breakout และ Retest Fail ของราคาร่วมกับอินดิเคเตอร์ ATR เพื่อหาจุดเข้าเทรดที่เหมาะสม

จะเห็นได้ว่า ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Sideway และมีเส้นแนวรับเป็นระดับสำคัญของตลาด ก่อนจะเกิด Price Action โดยสามารถสังเกตจังหวะการ Breakout และบริบทของตลาดได้ดังนี้

  1. เมื่อราคาหลุดลงต่ำกว่าแนวรับ จึงเกิด Breakout ซึ่งบ่งบอกว่าแรงขายเริ่มเข้ามาควบคุมทิศทางของกราฟราคา
  2. ในช่วงก่อนเกิด Breakout ค่า ATR อยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงภาวะ Low Volatility หรือช่วงที่ตลาดมีความผันผวนต่ำ และหลังจากราคาหลุดแนวรับ สังเกตได้ว่า ค่า ATR ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึง High Volatility และความแข็งแกร่งของ Momentum ในแนวโน้มขาลง
  3. ราคามีการเด้งกลับขึ้นมาเป็น Pullback เพื่อทดสอบแนวรับเดิมที่กลายเป็นแนวต้านใหม่ เมื่อราคาทดสอบไม่ผ่านระดับดังกล่าว จึงเกิด Retest Fail ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาลงครับ

จังหวะไหนควรเปิดออเดอร์?

จากสัญญาณที่กล่าวมาเทรดเดอร์สามารถเลือกจังหวะการเข้าออเดอร์ Sell ได้ในช่วงที่ Price Action เริ่มแสดงสัญญาณสำคัญ ในกรณีนี้มีจุดที่น่าสนใจสำหรับการเปิดออเดอร์ Sell อยู่ 2 ช่วง ดังนี้

  • ช่วงแรกเทรดเดอร์สามารถเข้าออเดอร์ได้ เมื่อราคาเกิดการ Breakout และแท่งเทียนปิดต่ำกว่าแนวรับอย่างชัดเจน พร้อมกับค่า Volatility ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น (สังเกตจากอินดิเคเตอร์ ATR)
  • ช่วงที่ 2 หากราคามีการดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหม่ แต่ไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้จนเกิดการกลับตัวลงอีกครั้ง จุด Retest Fail นี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้า Sell เช่นกันครับ

*หมายเหตุ: การเทรดร่วมกับ Price Action เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss และ Take Profit ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้าม


Indicator ที่ควรใช้ร่วมกับ Price Action

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณต้องการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเทรดด้วย Price Action ควรเลือกใช้อินดิเคเตอร์เพื่อเป็นการยืนยันสัญญาณเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยอินดิเคเตอร์ที่ควรเลือกใช้มีดังนี้

  • ATR
  • RSI
  • MACD
  • Bollinger Bands
  • Moving Average

. . . . . . . . . . . . . .

Price Action แบบไหนที่เป็นสัญญาณหลอก?

เทรดเดอร์สามารถสังเกตสัญญาณหลอกได้จากลักษณะดังต่อไปนี้

  1. Price Action ที่ปรากฏบนกราฟในช่วงที่มีการประกาศข่าวแรง
  2. ไม่มีแท่งเทียนถัดไปมาปิดในการยืนยันสัญญาณ เช่น แท่งเทียนถัดไปไม่ปิดไปในทิศทางเดียวกัน
  3. Price Action ที่เกิดในโซนที่ไม่สำคัญ และไม่ใกล้เคียงแนวรับแนวต้านหลัก
  4. ปริมาณการซื้อขายที่ไม่มากพอ อาจบ่งบอกถึงแค่การแกว่งตัวชั่วคราวของราคา
  5. แท่งเทียนมีขนาดยาวผิดปกติส่วนมากแท่งเทียนลักษณะนี้ จะเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายก่อนที่ราคาจะกลับตัว

สรุปเกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียน Price Action

Price Action คือ ตัวแทนของพฤติกรรมราคาที่ถูกสะท้อนออกมาในแท่งเทียนรูปแบบต่าง ๆ เนื่องจากสามารถใช้เพื่อตัดสินใจในการเทรดได้อย่างรวดเร็ว แต่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมถึงการจดจำรูปแบบต่าง ๆ ค่อนข้างสูง

เมื่อ Price Action เกิดขึ้นและเรียงต่อกันจนกลายเป็น Pattern จะถูกเรียกว่า Price Action Pattern สามารถแสดงประสิทธิภาพหากเป็นการเทรด Forex เนื่องจากราคาของคู่เงินมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ และมีความผันผวนสูง จึงก่อให้เกิดพฤติกรรมราคาที่มีการเคลื่อนไหวมากกว่าตลาดอื่น ๆ โดยเทคนิคการเทรดสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ ดังนี้

  1. การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following)
  2. การเทรดด้วย Price Action จากจังหวะการกลับตัวของราคา (Reversal)
  3. การเทรดจากจังหวะ Breakout

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขของแต่ละตลาดให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

📢 Traderbobo แนะนำ

หากคุณอยากเทรดให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ลองมาศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เทรดเดอร์มืออาชีพนิยมใช้กันได้ที่บทความด้านล่างนี้ 👇🧐

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Price Action Forex

PA Forex คืออะไร?

PA Forex คือ ตัวย่อของ Price Action Forex แม้คำว่า PA จะยังไม่ถูกนำมาใช้เป็นสากลมากนัก แต่เทรดเดอร์รายหลายก็เข้าใจกันดีว่า PA ย่อมาจาก Price Action ครับ

สามารถใช้ Price Action ได้กับทุก Time Frame หรือไม่?

สามารถใช้ได้กับทุก Time Frame ครับ เพียงแต่ความแม่นยำและการให้สัญญาณจะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรอบเวลา

การใช้ Price Action ในการเทรดทำให้ Win Rate เพิ่มสูงขึ้น?

การวิเคราะห์กราฟราคาร่วมกับ Price Action ช่วยเพิ่ม Win Rate ได้จริง เพราะ Price Action จะสะท้อนพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาดได้แบบ Real Time ไม่เหมือนอินดิเคเตอร์ครับ

ทำไมต้องใช้ Price Action ร่วมกับการดูบริบทตลาด?

เพราะการดู Price Action เพียงอย่างเดียวจะให้ประสิทธิภาพที่น้อยกว่าการดูร่วมกับบริบทของตลาดครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ