ICT Concept คืออะไร? พร้อมเจาะลึกทุกขั้นตอนการเทรด

Table of Contents
ICT Concept (Inner Circle Trading) คืออะไร

การเข้าใจ ICT Concept จะช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยสามารถมองเห็นและเข้าใจพฤติกรรมการเทรดของเทรดเดอร์รายใหญ่หรือกลุ่มสถาบันการเงินได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อคุณเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว คุณจะวางแผนการเทรดได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ในบทความนี้พี่โบ้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจหลักการเทรดแบบ ICT Concept ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการนำไปใช้จริงในการเทรด และพาไปเจาะลึกช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเทรด หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ ICT Killzone ครับ

*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการวิเคราะห์กราฟราคา ICT Concept เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนเริ่มทำการลงทุน

ICT ย่อมาจาก Inner Circle Trader ซึ่งเทคนิคการเทรดรูปแบบนี้เป็นเทคนิคการเทรดที่ต้องวิเคราะห์โครงสร้างตลาด รวมถึงพฤติกรรมของสถาบันการเงินใหญ่ ๆ เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยหลีกเลี่ยงกับดักที่มักทำให้ขาดทุนจากแผนการเก็งกำไรของเหล่านักลงทุนรายใหญ่

ผู้คิดค้น ICT Concept คือใคร?

ผู้คิดค้น ICT Concept คือ Michael Huddleston เทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการ Forex ซึ่งเทคนิคดังกล่าวจะเน้นการวิเคราะห์แนวโน้มจากการเคลื่อนไหวและโครงสร้างของราคาเป็นหลัก

ICT Forex คืออะไร?

ICT Forex คือ การใช้หลักการเทรดแบบ ICT เข้ามาวิเคราะห์และช่วยวางแผนเทรดบนตลาด Forex


เทคนิคการเทรดรูปแบบนี้ เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า ราคาจะไม่เคลื่อนไหวแบบสุ่ม เพราะทุกการเคลื่อนไหวของกราฟราคา มักมีเบื้องหลังที่คอยขับเคลื่อนหรือมีอัลกอริทึมของมันเอง ทีนี้มาดูกันครับว่า ICT Concept ใช้มองเบื้องหลังของตลาดได้อย่างไร?


แน่นอนครับว่า หัวใจสำคัญของ ICT Forex คือ การมองภาพของตลาดให้ออก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการดูภาพรวมของโครงสร้างราคา แนวโน้ม และพฤติกรรมของราคา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาทิศทางและจุดเข้าเทรดได้อย่างมีเหตุผล โดยพี่โบ้จะขออธิบายการวิเคราะห์กราฟราคาผ่าน ICT Trading ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

โครงสร้างตลาด (Market Structure)Readmore
LiquidityReadmore
Fair Value Gap (FVG)Readmore
Order Block หรือ OBReadmore
ICT KillzoneReadmore
ตัวอย่างการเทรดโดยใช้ ICT ForexReadmore

STEP 1: ทำความเข้าใจโครงสร้างตลาด (Market Structure)

การทำความเข้าใจโครงสร้างของตลาดไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ โดยตลาดจะแบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ๆ ได้แก่ เทรนด์, BOS และ CHoCH

เทรนด์ (Trend) คืออะไร?

ICT Concept: Market Structure คือ

เทรนด์หรือแนวโน้มของตลาดถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) → กราฟราคาจะทำ Higher High และ Higher Low จุดใหม่ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ 
  • แนวโน้มขาลง (Downtrend) → กราฟราคาจะทำ Lower High และ Lower Low จุดใหม่ที่ต่ำลงเรื่อย ๆ 
  • แนวโน้มการเคลื่อนไหวที่ยังไม่แสดงทิศทางชัดเจน (Sideway) → กราฟราคาเคลื่อนที่ในแนวราบ โดยที่อุปสงค์และอุปทานมีความรุนแรงใกล้เคียงกัน

อย่างที่บอกไปข้างต้นครับว่า การรู้จักเทรนด์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เทรดเดอร์จำเป็นต้องเข้าใจว่า เทรนด์ราคาเดิมสิ้นสุดลงเมื่อใด และแนวโน้มใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นตอนไหน โดยพิจารณาจากสัญญาณ CHoCH (Change of Character) และ BoS (Break of Structure)

BOS (Break of Structure) คืออะไร? 

BOS คือ การที่ราคาทำโครงสร้างใหม่แต่ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางเดิม เช่น การทำ High จุดใหม่ที่สูงกว่าเดิมในแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่า แรงซื้อยังคงควบคุมทิศทางตลาดอยู่ และแนวโน้มเดิมยังไม่ถูกทำลายครับ

CHoCH (Change of Character) คืออะไร?

CHoCH คือ สัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มในตลาด เกิดจากการทำลายโครงสร้างของราคาเก่า เช่น การที่ราคาทำ Lower Low จุดใหม่ในโครงสร้างราคาขาขึ้น แทนที่จะทำ Higher Low

📢 รู้หรือไม่? แนวคิดการเทรดแบบ ICT ในจังหวะที่ราคาเริ่มเปลี่ยนเทรนด์ ในบางตำราจะเรียกว่า Market Structure Shift ซึ่งแท้จริงแล้วมีความหมายคล้ายกันกับ CHoCH ครับ

STEP 2: ทำความรู้จัก Liquidity Zone 

Liquidity ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเทคนิคการเทรดแบบ ICT Forex ครับ เนื่องจาก Liquidity Zone เป็นพื้นที่ที่มีสภาพคล่องกระจุกตัวอยู่สูงที่สุด เช่น คำสั่งซื้อต่าง ๆ Stop Loss และ Take Profit (สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งใต้เส้นแนวรับหรือด้านบนของเส้นแนวต้านก็ได้) ทำให้โซนที่กล่าวมาเป็นโซนที่เทรดเดอร์รายใหญ่หรือกลุ่ม Smart Money มักเข้าไปกวาดกลุ่มคำสั่งซื้อ-ขายเหล่านั้น เพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมในการทำกำไร

Liquidity Zone ตามหลักของ ICT Concept แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

ICT Concept: Liquidity คือ

โดยทั่วไปแล้ว Liquidity Zone จะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทตามรูปแบบของคำสั่งซื้อขาย ดังนี้

  • Buy-Side Liquidity คือ โซนที่มีคำสั่งซื้อ (Buy) สะสมอยู่ โดยโซนนี้จะอยู่เหนือแนวต้าน
  • Sell-Side Liquidity คือ โซนที่มีคำสั่งขาย (Sell) สะสมอยู่ โดยโซนนี้จะอยู่ด้านล่างแนวรับ

STEP 3: Fair Value Gap (FVG)

Fair Value Gap คือ ช่องว่างของราคาที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวที่เร็วเกินไปของกราฟราคา ทำให้ราคาเกิดความไม่สมดุล (Imbalance) โดยตามหลัก ICT Concept มักจะใช้ FVG ในการหาช่องว่างราคา เพื่อรอจังหวะที่ราคาจะย้อนกลับมาสัมผัสบริเวณ FVG ก่อนจะไปต่อในทิศทางเดิม

Fair Value Gap แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

ICT Concept: Fair Value Gap (FVG)

Fair Value Gap แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามแนวโน้มขาขึ้นและขาลง ดังนี้ 

  • Bullish FVG (FVG แนวโน้มขาขึ้น) คือ ช่องว่างอยู่ใต้ราคาปัจจุบัน เมื่อราคาย่อลงมาทดสอบช่องว่างนี้ มีโอกาสสูงที่ราคาจะเด้งตัวกลับเพื่อไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น
  • Bearish FVG (FVG แนวโน้มขาลง) คือ ช่องว่างอยู่เหนือราคาปัจจุบัน เมื่อราคาย้อนขึ้นไปทดสอบบริเวณดังกล่าว ราคามักจะย่อตัวกลับลงไปในแนวโน้มขาลง

📢 การที่ราคาเคลื่อนที่มาเติมเต็มพื้นที่ FVG ซึ่งในเทคนิคการเทรดแบบ FVG เราเรียกมันว่า Rebalance โดยหลังจากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ราคาสามารถเกิดการกลับตัวหรือไปต่อในแนวโน้มเดิมก็ได้ ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้า

STEP 4: Order Block (OB)

Order Block คือ พื้นที่ราคาที่มีคำสั่งซื้อขายอย่างมหาศาลในโซนนั้น ๆ ซึ่งจุดสังเกตของการเกิด OB สามารถดูได้ง่าย ๆ จากการเกิดขึ้นของแท่งเทียนที่มีลักษณะยาวก่อนราคาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม

Order Block แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

ICT Concept: Order Block คือ

Order Block แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามแนวโน้มขาขึ้นและขาลง ดังนี้

  • Bullish Order Block (OB แนวโน้มขาขึ้น) → เกิดแท่งเทียนขาลงแท่งสุดท้าย ก่อนราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่ง Bullish OB จะทำหน้าที่เป็นแนวรับที่ราคาอาจลงมาทดสอบและกลับตัวขึ้นไปต่อในทิศทางเดิม
  • Bearish Order Block (OB แนวโน้มขาลง) → เกิดแท่งเทียนขาขึ้นแท่งสุดท้าย ก่อนราคาจะดิ่งลงอย่างรุนแรง ซึ่ง Bearish OB จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านที่ราคาอาจขึ้นมาทดสอบและกลับตัวลงไปต่อในทิศทางเดิม

📢 จากที่กล่าวไปข้างต้น การเทรดจะไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเลยครับ หากเทรดเดอร์ไม่เลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม ดังนั้น อีกหนึ่งหัวใจสำคัญอีกข้อของ ICT Trading คือ การเลือกช่วงเวลา ซึ่งเทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ช่วงเวลาเหล่านั้นได้จาก ICT Kill Zone

ICT Killzone คืออะไร?

ICT Killzone เป็นอีกหนึ่งข้อที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการเทรด เพราะแม้ตลาด Forex จะเปิด 24 ชั่วโมง แต่ตลาดไม่ได้มีช่วงนาทีทองเท่ากันตลอดทั้งวันครับ

ICT Killzone มีกี่ประเภท?

ICT Killzone Forex ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้

  • Asian Killzone
  • London Killzone
  • New York Killzone
  • London Close Killzone

โซนสังหาร ICT Killzone Forex คืออะไร

เรียนรู้ช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงสุดในแต่ละวัน ผ่านการศึกษา ICT Killzone Forex เพราะในแต่ละช่วงเวลามักมี นาทีทอง ของคู่เงินซ่อนอยู่!


ตัวอย่างการใช้ ICT Concept Forex ในการเทรด

การใช้ ICT Concept Forex ในการเทรด

ICT Concept ขั้นตอนที่ 1: มองเทรนด์ของตลาดให้ออก

จากภาพจะเห็นได้ว่า จังหวะที่พี่โบ้เลือกเข้าเทรดมีจุด Lower Low ที่ทำตำแหน่งใหม่ต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่า สอดคล้องกับรูปแบบของเทรนด์ขาลง

ICT Concept ขั้นตอนที่ 2: สังเกต Liquidity

พื้นที่ Liquidity ของภาพนี้ คือ Sell-Side Liquidity หรือ Liquidity ในแนวโน้มขาลง เมื่อราคาเริ่มเคลื่อนไหวลงอย่างแรงและหลุดแนวรับเดิม ต่อมาทำ Low ใหม่ จุดนี้แหละครับหมายถึงตลาดเริ่มเข้ามากวาด Stop Loss ฝั่ง Sell ของเทรดเดอร์รายย่อยแล้ว

ในขั้นตอนนี้หลายคนอาจติดกับดัก และตัดสินใจเปิดออเดอร์ Buy บริเวณนี้เลย แต่แท้จริงแล้ว บริเวณนี้ยังไม่ใช่จุด Buy นะครับ แต่เป็นเพียงขั้นตอนสำคัญก่อนเกิดการกลับตัวของแนวโน้มเท่านั้น

ICT Concept ขั้นตอนที่ 3: วิเคราะห์โครงสร้างราคา

เดิมทีโครงสร้างราคาในแนวโน้มขาลงยังคงทำ BOS ตามโครงสร้างเรื่อย ๆ แต่ระหว่างที่ราคาร่วงลงทะลุแนวรับคุณจะสังเกตได้ว่า 

  • ราคาเริ่มหลุดโครงสร้าง BOS เดิมแล้ว แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มขาลงเริ่มอ่อนแรง และตลาดกำลังจะเปลี่ยนพฤติกรรม
  • หลังจากราคาทำ Low ใหม่แล้ว ราคากลับพุ่งขึ้นอย่างแรงและทะลุโครงสร้างเดิม หรือที่เราเรียกว่า CHoCH สัญญาณนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า ฝั่ง Buy เริ่มเข้ามาคุมตลาดเรียบร้อยแล้ว

ICT Concept ขั้นตอนที่ 4: Fair Value Gap 

แนวคิดสำคัญของ ICT คือ รอราคาย่อกลับมาในโซน FVG ดังนั้น จากภาพจะเห็นได้ว่า แทนที่ผมจะ Buy ตอนราคาพุ่งขึ้น แต่พี่โบ้กลับรอให้ราคาเคลื่อนตัวกลับเข้ามาในโซน FVG ก่อนจึงค่อยเปิดออเดอร์ นั่นเพราะว่า การเข้า Buy ในโซน FVG มีความได้เปรียบมากกว่า ทั้งในแง่ของความเสี่ยงที่ต่ำและโอกาสที่ราคาจะไปต่อในทิศทางของแนวโน้มหลัก

คำแนะนำจากทีมงาน Traderbobo: ก่อนเกิด Rebalance FVG สังเกตว่า ราคาเริ่มมีแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งแล้ว ทำให้หลังราคา Rebalance มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะวิ่งต่อในแนวโน้มเดิม

*หมายเหตุ: เทรดเดอร์ควรตั้ง SL และ TP ทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และควรใช้ ICT Concept ร่วมกับ Price Action เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเทรด

ข้อดี

  • สามารถใช้ได้กับสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ได้จำกัดแค่ตลาด Forex
  • สามารถใช้ร่วมกับ Time Frame ได้หลากหลาย
  • ให้จุดเข้าเทรดที่ค่อนข้างแม่นยำ คลาดเคลื่อนน้อย

ข้อจำกัด

  • เทคนิค ICT มีความซับซ้อนมาก เพราะมาจากแนวคิดที่หลากหลาย ทำให้เทคนิคดังกล่าวต้องอาศัยความชำนาญในการใช้งาน
  • อาจจะไม่เหมาะกับมือใหม่ เพราะต้องตีความ FVG และ Order Block ด้วยตนเอง

📢 Traderbobo แนะนำ

นอกจากเทคนิคการเทรดแบบ ICT Concept แล้ว พี่โบ้ยังได้รวบรวมเทคนิคการเทรดอื่น ๆ ที่สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์ตลาดได้แม่นยำขึ้นไว้ในบทความนี้ โดยเทรดเดอร์สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่เลยครับ 👇

คุณเคยได้ยินคำว่า “เดินตามรายใหญ่ ยังไงก็รอด” ไหมครับ ในมุมมองของการเทรดไม่ได้หมายถึงการรู้ว่า รายใหญ่เปิดออเดอร์ตรงไหน ออกออเดอร์เท่าไหร่แบบชัดเจน แต่หมายถึงการอ่านพฤติกรรมของราคาเพื่อเข้าใจว่า กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันการเงินกำลังเข้ามาควบคุมทิศทางตลาดอย่างไร

ICT Concept ก็มีหลักการคล้าย ๆ กันครับ เพราะ ICT คือ แนวทางการวิเคราะห์กราฟที่มุ่งเน้นการแกะรอยพฤติกรรมของกลุ่ม Smart Money เพื่อทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังที่คอยขับเคลื่อนราคา การใช้ ICT Concept จึงช่วยให้เทรดเดอร์สามารถมองเห็นจังหวะการเข้าเทรด และสามารถอ่านใจเทรดเดอร์รายใหญ่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการหาจุดเข้าเทรดได้

อย่างไรก็ดี ทุกเทคนิคในการเทรดล้วนมีข้อจำกัดและไม่ได้การันตีความแม่นยำ 100% ดังนั้น เทรดเดอร์จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีและจัดการอารมณ์ของตัวเองให้เหมาะสมก่อนเริ่มทำการเทรดครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ICT Concept

ICT Concept และ SMC Concept เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันครับ แม้ทั้งสองเทคนิคจะมีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากทั้งสองเทคนิคมีแนวคิดพื้นฐานที่คล้ายกัน เช่น โฟกัสที่ Liquidity, Order Block และ Market Structure แต่ ICT Concept จะให้ความสำคัญกับ ICT Killzone มากกว่า SMC

ICT Concept มีอะไรบ้าง?

ICT Concept ประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้ 

  • โครงสร้างตลาด (Market Structure)
  • Liquidity
  • Fair Value Gap (FVG)
  • Time&Session (Killzone)

ICT Forex ใช้ได้กับทุกคู่เงินไหม?

สามารถใช้ได้กับทุกคู่เงินครับ แต่จะได้ประสิทธิภาพสูงกับคู่เงินที่มีความผันผวนสูง ๆ อย่าง EUR/USD และ GBP/USD เพราะตลาดที่มีความผันผวนสูง มักมีโครงสร้างตลาดที่ชัดเจน จึงเหมาะมากกับการใช้เทคนิค ICT Forex

การเทรดโดยใช้เทคนิค ICT Forex จำเป็นต้องใช้อินดิเคเตอร์อื่นร่วมด้วยไหม?

ตามหลักแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ครับ แต่เทรดเดอร์บางคนอาจใช้อินดิเคเตอร์อื่น ๆ มาช่วยเสริม เช่น Session Indicator เพื่อดูช่วงเวลา Killzone ที่เหมาะสม


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5