วิธีเทรดด้วย cup and handle pattern เจาะลึกโครงสร้างราคาชิงความได้เปรียบในตลาด Forex

Table of Contents
วิธีเทรดด้วย cup and handle pattern เจาะลึกโครงสร้างราคาชิงความได้เปรียบในตลาด Forex

cup and handle pattern คือ รูปแบบกราฟราคาต่อเนื่องขาขึ้นทางเทคนิคที่มีลักษณะคล้ายถ้วยกาแฟพร้อมหูจับ เกิดจากการที่ราคาฟอร์มตัวเป็นส่วนโค้งรูปตัว U เพื่อดูดซับแรงขายก่อนจะสะสมพลังเป็นกรอบแคบๆ ในส่วนหูจับแล้วทะลุผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นไปตามแนวโน้มเดิม

ในตลาด Forex การเทรดด้วยกราฟรูปแบบนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุจุดเข้าซื้อที่มีความได้เปรียบสูงและจำกัดความเสี่ยงได้ชัดเจนเนื่องจากมีโครงสร้างราคาที่ชัดเจนรองรับ บทความนี้อธิบายโครงสร้างทางเทคนิค วิธีการคัดกรองรูปทรงถ้วยที่สมบูรณ์ และขั้นตอนการตั้งค่าระบบเทรดอย่างเป็นระบบครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • รูปแบบถ้วยและหูจับที่สมบูรณ์ต้องมีฐานเป็นรูปตัว U โค้งมนเพื่อสะสมพลัง ไม่ใช่รูปตัว V ที่ผันผวนรุนแรงครับ
  • ความลึกของหูจับไม่ควรเกิน 50% ของความลึกของตัวถ้วยทั้งหมดเพื่อรักษาแรงส่งฝั่งซื้อ
  • การตีเส้น Neckline เชื่อมจุดสูงสุดของปากถ้วยทั้งสองฝั่งคือหัวใจสำคัญในการกำหนดจุด Breakout
  • เทรดเดอร์ควรวาง Stop Loss ไว้ใต้จุดต่ำสุดของส่วนหูจับเพื่อป้องกันการโดน Stop Hunt ในตลาด Forex

cup and handle pattern คืออะไร?

cup and handle pattern คือ รูปแบบราคาต่อเนื่อง (Continuation Pattern) ฝั่ง Bullish ที่สะท้อนถึงการพักตัวของราคาเพื่อสะสมพลังของฝั่งซื้อ หลังจากที่ราคาวิ่งเป็นแนวโน้มขาขึ้นมาก่อนหน้านั้น โดยรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากจิตวิทยาตลาดที่แสดงถึงการเปลี่ยนมือของผู้เล่นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ

กลไกจิตวิทยาเบื้องหลังและการสะท้อนแรงซื้อแรงขายในตลาด

เมื่อราคาทำจุดสูงสุดเดิมและเริ่มย่อตัวลง เทรดเดอร์บางกลุ่มที่ติดดอยอยู่หรือต้องการเก็บกำไรจะเริ่มเทขายจนราคาโค้งลงมาสร้างก้นถ้วย

แต่เมื่อราคาลงมาถึงระดับหนึ่ง แรงซื้อจากสถาบันการเงินหรือรายใหญ่จะเริ่มเข้ามาประคองราคาไว้ ทำให้ราคาค่อยๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิมอีกครั้ง

กลไกนี้เรียกว่าการดูดซับสภาพคล่อง (Liquidity Absorption) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่พี่โบ้อยากให้ทำความเข้าใจ เพราะมันไม่ใช่แค่เส้นกราฟธรรมดา แต่คือ footprint ของเงินทุนไหลเวียนครับ

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทรง U-shape และ V-shape

จุดสำคัญที่เทรดเดอร์ระดับกลางมักพลาดคือการแยกแยะรูปทรง หากก้นถ้วยฟอร์มตัวเป็นรูปตัว V (V-shape) ที่ลงแรงแล้วเด้งขึ้นทันที แบบนี้เราจะไม่นับว่าเป็น cup pattern ที่แข็งแกร่งครับ เพราะมันสะท้อนถึงความผันผวนที่รุนแรงและไม่มีการสะสมพลังที่เพียงพอ ถ้วยที่ดีต้องมีความโค้งมนเป็นรูปตัว U เพื่อแสดงว่าแรงขายได้หมดไปอย่างแท้จริงและฝั่งซื้อควบคุมตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ

โครงสร้างที่ถูกต้องของ cup with handle pattern บนกราฟ Forex

การระบุ cup with handle pattern ในตลาด Forex จำเป็นต้องมีเกณฑ์การวัดสัดส่วนที่ชัดเจน ไม่ใช่มองด้วยตาเปล่าแล้วคิดเอาเองครับ เนื่องจากสภาพคล่องของคู่เงินมีความอ่อนไหวต่อข่าวสารค่อนข้างมาก โครงสร้างจึงต้องเป๊ะตามหลักสถิติ

เงื่อนไขของตัวถ้วย (Cup Area) และสัดส่วน Fibonacci ที่เหมาะสม

  1. Trend มาก่อนหน้า: ราคาก่อนหน้าฟอร์มตัวต้องเป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน (Prior Trend) อย่างน้อย 30% ของรอบคลื่น
  2. รูปทรงของถ้วย: ต้องโค้งมนเป็น U-shape
  3. ความลึกของถ้วย: วัดจากจุดสูงสุดของปากถ้วยลงมาถึงก้นถ้วย โดยทั่วไปสัดส่วนที่เหมาะสมตามเครื่องมือ Fibonacci Retracement ควรจะอยู่ที่ระดับ 38.2% ถึง 50% และไม่ควรเกิน 61.8% ของแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้า ถ้ายลึกลงไปมากกว่านั้นแปลว่าแรงขายฝั่ง Bearish เริ่มรุนแรงเกินไปแล้วครับ

เงื่อนไขของหูจับ (Handle Area) และการตรวจเช็ก Volume/Volatility

หลังจากราคาฟอร์มตัวขึ้นมาจนถึงขอบปากถ้วยฝั่งขวา ราคาจะเกิดการพักตัวสั้นๆ กลายเป็นส่วนหูจับ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีหน้าตาคล้าย flag-pattern หรือช่องคู่ขนานเฉียงลงขนาดเล็ก ความลึกของหูจับที่ดีต้องไม่เกิน 38.2% ถึง 50% ของความลึกของตัวถ้วยทั้งหมด หากส่วนหูจับย่อตัวลึกเกินกว่าครู่หนึ่งของถ้วย ให้ตั้งสมมติฐานไว้เลยว่าแพทเทิร์นนี้มีโอกาสล้มเหลวสูงมาก

ส่วนประกอบของโครงสร้างเกณฑ์ทางเทคนิคที่ยอมรับได้สัดส่วน Fibonacci / ลักษณะเด่น
Prior Trendขาขึ้นชัดเจนมีแรงส่งฝั่งซื้อนำมาก่อนฟอร์มตัว
Cup Baseโค้งมนรูปตัว Uสะสมพลังอย่างช้าๆ ห้ามเป็นตัว V
Cup Depth38.2% – 50%ไม่ควรเกิน 61.8% ของแนวโน้มก่อนหน้า
Handle Depthไม่เกิน 50% ของตัวถ้วยมักฟอร์มตัวคล้ายธงหรือลิ่มเฉียงลง

วิธีอ่านสัญญาณจาก cup handle pattern เพื่อระบุจุด Breakout

การทำกำไรจาก cup handle pattern จะเกิดขึ้นเมื่อเราจับจังหวะการระเบิดของราคา หรือจุดที่ราคาพุ่งทะลุกรอบความกดดันของฝั่งขายได้สำเร็จ

เทคนิคการตีเส้น Neckline เพื่อหาแนวต้านสำคัญ

ให้คุณลากเส้นแนวนอนหรือเส้นเฉียงเล็กน้อย เชื่อมระหว่างจุดสูงสุดของปากถ้วยฝั่งซ้ายและจุดสูงสุดของปากถ้วยฝั่งขวา เส้นนี้เราเรียกว่า “Neckline” หรือเส้นขอบปากถ้วย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแนวต้านหลักของราคา หากราคาในส่วนหูจับยังไม่สามารถปิดแท่งเทียนเหนือเส้นนี้ได้ แปลว่าสัญญาณการซื้อขายยังไม่ถูกเปิดใช้งานครับ

การแยกแยะสัญญาณ Breakout จริงออกจากสัญญาณหลอก (False Breakout)

ในตลาด Forex เรามักเจอพฤติกรรมราคาที่พุ่งผ่าน Neckline ขึ้นไปแค่ไส้เทียนแล้วตลบหลังลากกลับลงมาทำเอาพอร์ตแตกได้ง่ายๆ วิธีการกรอง False Breakout ของพี่โบ้คือ ต้องรอให้แท่งเทียนปิดเนื้อเต็มๆ เหนือเส้น Neckline ใน Timeframe ที่คุณใช้เทรด หรือถ้าจะให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ควรกางเครื่องมือระบุปริมาณการซื้อขายร่วมด้วย หรือรอให้เกิดการย่อตัวทดสอบ (Pullback) ที่เส้น Neckline แล้วเด้งรับอยู่ จึงค่อยพิจารณาตามครับ

แผนภาพแสดงโครงสร้างสัญญาณ Breakout ของ Cup and Handle Pattern

วิธีเทรดด้วย cup and handle pattern: Step-by-Step

เมื่อเข้าใจโครงสร้างแล้ว ต่อไปมาวางระบบเทรด (Trading Setup) กันครับ พี่โบ้แยกออกมาให้เป็นขั้นตอนชัดเจน เพื่อให้คุณเอาไปเปิดกราฟทำตามได้ทันที

1. กฎการหาจุดเข้าซื้อ (Entry Rules)

เทรดเดอร์สามารถเลือกสไตล์การเข้าออเดอร์ Buy ได้ 2 รูปแบบตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

  • แบบดุดัน (Aggressive Entry): เข้าซื้อทันทีที่ราคาปิดแท่งเทียนเนื้อเต็มเหนือเส้น Neckline หรือทะลุกรอบแนวต้านของหูจับ (Handle Resistance Line) ข้อดีคือได้ราคาดี แต่ข้อเสียคือเสี่ยงเจอสัญญาณหลอก
  • แบบปลอดภัย (Conservative Entry): รอให้ราคาทะลุ Neckline ขึ้นไปก่อน จากนั้นรอจังหวะที่ราคาย่อตัวกลับลงมาทดสอบแนวต้านเก่าที่เปลี่ยนเป็นแนวรับใหม่ (Support/Resistance Flip) เมื่อมีแท่งเทียนกลับตัวฝั่ง Bullish ค่อยกดเปิดออเดอร์

2. วิธีคำนวณและตั้งระยะหยุดขาดทุน (Stop-loss Placement)

ตำแหน่งการวาง Stop Loss ที่สมเหตุสมผลและปลอดภัยที่สุดในทางโครงสร้างราคาคือ บริเวณใต้จุดต่ำสุดของส่วนหูจับ (Bottom of the Handle) ครับ เพราะตามทฤษฎีแล้วถ้าราคาทะลุ Neckline ขึ้นไปแล้วหลุดต่ำกว่าฐานของหูจับ แปลว่าโครงสร้างแรงซื้อนี้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง (Invalidation) การตัดขาดทุนตรงนี้จะช่วยจำกัดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการเสียหายหนัก

3. การตั้งเป้าหมายทำกำไรด้วย cup and handle pattern target

การคำนวณ cup and handle pattern target เป็นวิธีที่นักเทรดนิยมใช้อ้างอิงเนื่องจากคำนวณได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม ราคาจริงในตลาดอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่คำนวณได้เสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในขณะนั้นครับ โดยใช้วิธีวัดระยะห่างแนวตั้งจาก “จุดต่ำสุดของก้นถ้วย” ขึ้นไปจนถึง “เส้น Neckline” (ความลึกของถ้วย) สมมติว่าระยะห่างตรงนี้คือ 200 pips เมื่อราคา Breakout ผ่านเส้น Neckline ขึ้นไป ให้คุณยกเอาเป้าหมาย 200 pips นี้ไปตั้งเป็นระยะ Take Profit (TP) จากจุด Breakout ได้เลยครับ นี่คือเป้าหมายขั้นต่ำที่ราคามักจะวิ่งไปถึงตามกลไกราคาขยายตัว (Measured Move Target)

รูปแบบ Setupจุดเข้าซื้อ (Entry)จุดตัดขาดทุน (Stop Loss)จุดทำกำไร (Take Profit)
Aggressive Setupปิดแท่งเหนือ Necklineใต้ก้นหูจับ (Handle Low)ระยะความลึกถ้วยจาก Neckline
Conservative Setupรอ Pullback แล้วมีสัญญาณเด้งใต้ก้นหูจับ (Handle Low)ระยะความลึกถ้วยจาก Neckline

สภาวะตลาดที่เหมาะสมและสภาวะที่ควรหลีกเลี่ยง

ไม่ใช่ว่าเห็นรูปถ้วยปุ๊บจะกดเทรดได้ทุกครั้งนะครับ สภาพแวดล้อมของตลาดคือตัวกำหนดว่าระบบเทรดนี้จะรุ่งหรือจะร่วง

การอ่าน Market Structure เพื่อเลือกเทรดเฉพาะแนวโน้มที่ได้เปรียบ

แพทเทิร์นนี้เป็นรูปแบบวิ่งต่อตามเทรนด์ ดังนั้นมันจึงทำงานได้ดีที่สุดใน ตลาดที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน (Strong Bullish Trend) ในภาพใหญ่ เช่น กราฟใน Timeframe H4 หรือ Daily หากคุณพยายามไปมองหาแพทเทิร์นนี้ในช่วงที่ตลาดเป็นภาพขาลง หรือช่วงไซด์เวย์กรอบแคบๆ โอกาสโดนลากไปกิน Stop Loss จะสูงมากครับ เทรดเดอร์ควรเช็กโครงสร้างตลาดโดยรวมก่อนเสมอว่าสอดคล้องกันไหม

สัญญาณเตือนเมื่อแพทเทิร์นล้มเหลว (Pattern Failure Conditions)

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณควรชะงักและเผ่นออกจากออเดอร์มีดังนี้ครับ:

  1. ส่วนหูจับใช้เวลาม้วนตัวนานเกินไปและราคาซึมลงลึกเรื่อยๆ จนเกินระดับ Fibonacci 61.8% ของตัวถ้วย
  2. เกิดแท่งเทียนรูปทรงผันผวนรุนแรงบีบอัดขัดแย้งกับทิศทางเดิมในบริเวณปากถ้วย
  3. ราคาทะลุ Neckline ขึ้นไปแล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวประเภท double-top-pattern ครอบงำทันทีในไทม์เฟรมย่อย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ cup handle pattern ในตลาด Forex

จากประสบการณ์เทรดของพี่โบ้ มีสิ่งหนึ่งที่เทรดเดอร์มักพลาดด้วยจิตวิทยาตัวเองบ่อยมากครับ

พฤติกรรม Herding Bia การรีบกระโดดเข้าออเดอร์ก่อนที่หูจับจะฟอร์มตัวเสร็จ

หลายคนพอเห็นราคาโค้งขึ้นมาทำปากถ้วยฝั่งขวาเสร็จปุ๊บ ก็เกิดอาการกลัวตกรถ (FOMO) รีบกด Buy ทันทีตรงปากถ้วยเพราะคิดว่ามันต้องวิ่งทะลุแน่ๆ โดยไม่ยอมรอให้เกิดการฟอร์มตัวของหูจับก่อน

ผลคือราคาปรับฐานลงมาทำหูจับลึกจนทนถือขาดทุนไม่ไหวต้องยอมคัทไปก่อนที่มันจะวิ่งขึ้นจริง พฤติกรรมวิ่งตามฝูงชนหรือใจร้อนแบบนี้เรียกว่า Herding Bias ครับ 

จำไว้ว่าถ้วยที่ไม่มีหูจับ ไม่ใช่แพทเทิร์นที่พร้อมเทรด

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนที่พี่เริ่มเทรดรูปแบบนี้ใหม่ๆ พี่เคยใจร้อนเข้าออเดอร์ตรงก้นถ้วยเพราะคิดว่าจะได้ราคาต้นน้ำสุดๆ สรุปคือติดดอยจมทุนอยู่นานมากเพราะตลาดพักตัวไซด์เวย์อยู่อีกสามสัปดาห์ บทเรียนสำคัญคือ ความอดทนรอให้โครงสร้างหูจับฟอร์มตัวเสร็จและทะลุ Neckline ชัดเจน คือกุญแจที่ช่วยเซฟทุนและเวลาได้ดีที่สุดครับ ลองฝึกรอสัญญาณ Confirm ให้ได้ 100% ก่อนกดออเดอร์ทุกครั้งครับ 

เทคนิค Risk Management และการคำนวณ Risk Reward Ratio ประจำแพทเทิร์น

ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง คุณต้องคำนวณก่อนว่าระยะจากจุด Entry ไปหา Stop Loss คุ้มค่ากับระยะที่จะวิ่งไปหาเป้าหมายทำกำไรไหม โดยทั่วไประบบเทรดนี้มักให้ค่า risk reward ratio ที่คุ้มค่ามากครับ อย่างน้อยต้องได้สัดส่วน 1:1.5 หรือ 1:2 ขึ้นไป หากพบว่าหูจับลึกเกินไปจนทำให้จุดตัดขาดทุนกว้างขวางเกือบเท่าเป้าหมายทำกำไร พี่โบ้แนะนำให้ปล่อยผ่านและไปมองหาโอกาสใหม่ในคู่เงินอื่นจะดีกว่าครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ cup and handle pattern

cup and handle pattern เหมาะกับ Timeframe ไหนมากที่สุดในตลาด Forex?

แพทเทิร์นนี้สามารถใช้ได้กับทุก Timeframe ครับ แต่พี่โบ้แนะนำว่าสำหรับตลาด Forex ไทม์เฟรมระดับ H1 (1 ชั่วโมง), H4 (4 ชั่วโมง) และ Daily จะมีความแม่นยำสูงสุด  เนื่องจากสถิติการฟอร์มตัวที่ใช้เวลาจะช่วยลดสัญญาณรบกวน (Market Noise) จากข่าวสั้นๆ ได้ดีกว่ากราฟประเภท Scalping ในไทม์เฟรมย่อยครับ

cup pattern ต่างจาก cup with handle pattern ยังไงและแบบไหนมีความแม่นยำมากกว่ากัน?

cup pattern ลอยๆ คือโครงสร้างถ้วยเดี่ยวๆ ที่ราคาฟอร์มตัวเป็นรูปตัว U แล้วพุ่งทะลุแนวต้านไปเลยโดยไม่มีการพักตัว ส่วน cup with handle pattern จะมีส่วนหูจับพักพลังสั้นๆ เพิ่มเข้ามา ในเชิงความน่าจะเป็น แบบที่มีหูจับจะมีความแม่นยำสูงกว่าครับ เพราะส่วนหูจับคือหลักฐานแสดงการทดสอบแรงขายรอบสุดท้ายและการปฏิเสธราคาต่ำ (Price Rejection) ก่อนที่ฝั่งซื้อจะดันราคาไปจริง

ระยะเวลา (Duration) ในการฟอร์มตัวของหูจับควรยาวนานแค่ไหน?

ตามหลักพฤติกรรมราคา ระยะเวลาในการสร้างหูจับไม่ควรยาวนานเกินกว่าระยะเวลาที่ใช้สร้างตัวถ้วยครับ โดยทั่วไปมักจะใช้เวลาสั้นๆ ราว 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 ของเวลาสร้างตัวถ้วยทั้งหมด หากหูจับลากยาวนานเกินไป โครงสร้างจะเริ่มเสียทรงและอาจกลายสภาพเป็นรูปแบบ triangle-pattern หรือไซด์เวย์ไร้ทิศทางแทน

win rate ของ cup and handle pattern อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

จากการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) ของทีมงานพี่โบ้ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2568 บนคู่เงิน EUR/USD และ GBP/USD ภายใต้สภาวะตลาดที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน พบว่ารูปแบบนี้มีอัตราการชนะ (win rate) โดยประมาณอยู่ที่ 60% ถึง 65% ครับ ทั้งนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในอนาคตจะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของคู่เงิน การบริหารความเสี่ยง และทักษะการคัดกรองกราฟของเทรดเดอร์แต่ละคนด้วยครับ

cup and handle pattern กลับหัว (Inverted) สามารถใช้เทรดในฝั่งขาลงได้จริงไหม?

ใช้ได้จริงครับ รูปแบบนั้นเรียกว่า Inverted Cup and Handle Pattern ซึ่งเป็นสัญญานเพื่อเข้าออเดอร์ Sell ในแนวโน้มขาลง โดยโครงสร้างทุกอย่างจะกลับหัวทั้งหมด ตัวถ้วยจะคว่ำลงเป็นรูปตัวคว่ำ และหูจับจะเฉียงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะ Breakout ทะลุแนวรับ Neckline ด้านล่างลงไปครับ

สรุปแนวคิดการนำ cup and handle pattern ไปใช้งาน

การเทรดด้วยกราฟรูปแบบถ้วยและหูจับเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการตามแนวโน้มเดิม หัวใจสำคัญคือการระบุรูปทรงก้นถ้วยรูปตัว U ที่ถูกต้อง การควบคุมความลึกของหูจับไม่ให้ลึกเกินเกณฑ์ และการอดทนรอราคาปิดแท่งเทียนยืนยันเหนือเส้น Neckline อย่างเด็ดขาด หากคุณผสานเครื่องมือนี้เข้ากับการควบคุมสัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดี พอร์ตการลงทุนของคุณจะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาวครับ

หากเทรดเดอร์อยากเสริมความแม่นยำในการอ่านกราฟรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากทรงถ้วย พี่โบ้แนะนำให้เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมที่หมวดหมู่หลักรวมเทคนิคกราฟแท่งเทียนและโครงสร้างราคา price pattern forex เพื่อเรียนรู้การเชื่อมโยงพฤติกรรมราคาในภาพกว้างและสร้างพอร์ตที่ยั่งยืนไปด้วยกันครับ



อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ