
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value Per Share หรือ BVPS) คือ อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของบริษัทที่ผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับต่อหุ้นหนึ่งหุ้น หากบริษัททำการเลิกกิจการและนำสินทรัพย์ทั้งหมดไปขายเพื่อชำระหนี้สินครบถ้วน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงส่วนทุนและฐานะทางการเงินที่แท้จริงตามบัญชีของกิจการ ณ ช่วงเวลานั้นครับ
ในการประเมินมูลค่าหุ้น ตัวเลขมูลค่าทางบัญชีถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนวัดมูลค่าพื้นฐานของกิจการเทียบกับราคาตลาดในปัจจุบัน เพื่อพิจารณาว่าราคาหุ้นกำลังซื้อขายสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่มีอยู่จริง บทความนี้อธิบายแนวคิดมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น สูตรคำนวณ การประเมิน Tangible Book Value และข้อจำกัดสำคัญในการวิเคราะห์งบการเงินครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) คำนวณจากส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญหารด้วยจำนวนหุ้นชำระแล้ว สะท้อนส่วนทุนสุทธิของบริษัทต่อหนึ่งหุ้น
- การปรับปรุงมูลค่าด้วย Tangible Book Value โดยหักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออก ช่วยให้นักลงทุนเห็นมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้จริง
- การเปรียบเทียบ BVPS กับราคาตลาดผ่านอัตราส่วน P/BV ช่วยประเมินความคุ้มค่า แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างอุตสาหกรรมร่วมด้วย
- หุ้นที่มี BVPS สูงกว่าราคาตลาด ไม่ได้แปลว่าน่าซื้อเสมอไป หากบริษัทมีภาระหนี้สินสูง ขาดทุนสะสม หรือสินทรัพย์เสื่อมมูลค่าอย่างรวดเร็ว
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น คืออะไร?
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value Per Share หรือ BVPS) คือ อัตราส่วนทางการเงินที่คำนวณโดยนำส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญจากงบดุลมาหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วทั้งหมด เพื่อวัดว่าหุ้นแต่ละหุ้นมีสินทรัพย์สุทธิตามบันทึกทางบัญชีอยู่กี่บาทครับ
ความหมายของ BVPS และส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงิน
ในการวิเคราะห์งบการเงิน ตัวเลข Book Value คือ มูลค่าทางบัญชีรวมของบริษัท ซึ่งเกิดจากสมการงบดุลพื้นฐาน นั่นคือ สินทรัพย์รวม หักด้วย หนี้สินรวม ผลลัพธ์ที่ได้คือส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) ซึ่งเป็นส่วนทุนที่แท้จริงของเจ้าของกิจการ
เมื่อนักลงทุนต้องการปรับมูลค่ารวมให้กลายเป็นหน่วยต่อหุ้น เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จึงต้องนำส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญไปหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่เปิดขายและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว หากผู้อ่านต้องการศึกษาความหมายลึกซึ้งของงบดุล สามารถเริ่มต้นทำความเข้าใจโดย เข้าใจหลักการมูลค่าตามบัญชี เพื่อมองเห็นภาพรวมการจัดเก็บตัวเลขของนักบัญชีได้ดียิ่งขึ้นครับ
สมการงบดุล: สินทรัพย์รวม – หนี้สินรวม = ส่วนของผู้ถือหุ้น
สูตรคำนวณมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น
สูตรคำนวณสามารถเขียนให้อยู่ในรูปสมการทางคณิตศาสตร์อย่างง่ายได้ดังนี้ครับ
BVPS = ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ ÷ จำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วทั้งหมด
ในกรณีที่บริษัทมีหุ้นอภิสิทธิ์ (Preferred Stock) การคำนวณส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญจะต้องนำส่วนของผู้ถือหุ้นรวมมาหักด้วยมูลค่าหุ้นอภิสิทธิ์ออกก่อน เนื่องจากผู้ถือหุ้นอภิสิทธิ์มีสิทธิได้รับคืนทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเมื่อมีการเลิกกิจการครับ
วิธีคำนวณและตัวอย่างการหา BVPS
การหามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้นเริ่มจากการคำนวณส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญจากงบดุล โดยนำสินทรัพย์รวมหักด้วยหนี้สินรวมและหุ้นอภิสิทธิ์ แล้วจึงหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วทั้งหมดครับ
ขั้นตอนการดึงตัวเลขจากงบดุล
การหาตัวเลขเพื่อคำนวณ BVPS ทำได้โดยเปิดงบดุล (Statement of Financial Position) ของบริษัทที่สนใจ ซึ่งอ่านได้จากรายงานงบการเงินที่เปิดเผยผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้ครับ
- ค้นหา สินทรัพย์รวม (Total Assets): ดูมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่บริษัทครอบครอง ทั้งสินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
- ค้นหา หนี้สินรวม (Total Liabilities): ดูภาระหนี้สินทั้งหมด ทั้งหนี้สินระยะสั้นและหนี้สินระยะยาว
- คำนวณส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity): นำสินทรัพย์รวมหักด้วยหนี้สินรวม จะได้ส่วนของผู้ถือหุ้น
- ตรวจสอบหุ้นอภิสิทธิ์ (ถ้ามี): หักมูลค่าหุ้นอภิสิทธิ์ออก เพื่อให้เหลือเฉพาะส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ
- หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญ (Total Common Shares): นำส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้ว ณ วันสิ้นงวด
ตัวอย่างการคำนวณ BVPS ในทางปฏิบัติ

สมมติว่า บริษัท เอบีซี จำกัด (มหาชน) มีข้อมูลทางการเงินในงบดุล ณ วันสิ้นปี ดังแสดงในตารางด้านล่างนี้ครับ
| รายการในงบการเงิน | ตัวเลขสมมติ (ล้านบาท) | หมายเหตุ |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 1,200 | สินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 400 | ภาระหนี้สินรวมทุกประเภท |
| หุ้นอภิสิทธิ์ (Preferred Stock) | 50 | มูลค่าสิทธิเรียกร้องของหุ้นอภิสิทธิ์ |
| จำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้ว | 100 ล้านหุ้น | มูลค่าตราไว้ (Par) หุ้นละ 1 บาท |
จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถคำนวณหา BVPS ได้ตามสเต็ปดังนี้ครับ
ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ = 1,200 – 400 – 50 = 750 ล้านบาท
คำนวณ BVPS = 750 ล้านบาท ÷ 100 ล้านหุ้น = 7.50 บาทต่อหุ้น
จากตัวอย่างนี้ BVPS ของบริษัท เอบีซี คือ 7.50 บาท แปลว่าในทางบัญชี หุ้น 1 หุ้นมีสินทรัพย์สุทธิรองรับอยู่ 7.50 บาทครับ
Tangible Book Value Per Share: เจาะลึกเนื้อแท้ของมูลค่าบริษัท
Tangible Book Value Per Share คือ การคำนวณมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นแบบปรับปรุง โดยทำการหักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยมออกจากส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อสะท้อนเฉพาะสินทรัพย์ที่มีตัวตนและแปลงเป็นเงินสดได้จริงครับ
ทำไมต้องหักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกจาก Book Value
ในงบดุลของหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่ผ่านการซื้อควบรวมกิจการ (M&A) มักจะมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) เช่น ค่าความนิยม (Goodwill) สิทธิบัตร สัมปทาน หรือเครื่องหมายการค้า บันทึกอยู่เป็นจำนวนมาก
สินทรัพย์เหล่านี้แม้มูลค่าตามบัญชีจะสูง แต่ในสภาวะที่บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน หรือต้องเลิกกิจการ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนมักจะตัดขายเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ยากมาก หรืออาจมีมูลค่าลดลงเหลือศูนย์ทันที ดังนั้น นักลงทุนที่เน้นความระมัดระวังจึงนิยมประเมินมูลค่าบริษัทผ่าน Tangible Book Value เพื่อดูว่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้จริง ๆ มีมูลค่าครอบคลุมส่วนทุนเท่าใดครับ
Tangible Book Value = ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ – สินทรัพย์ไม่มีตัวตน – ค่าความนิยม
ความแตกต่างระหว่าง Book Value กับ Tangible Book Value
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง Book Value แบบทั่วไปกับ Tangible Book Value สามารถสรุปเปรียบเทียบได้ดังนี้ครับ
- Book Value Per Share (BVPS): นำสินทรัพย์รวมทั้งหมดมาคำนวณ เหมาะสำหรับใช้ประเมินบริษัททั่วไปที่มีสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือลูกหนี้การค้า
- Tangible Book Value Per Share (TBVPS): หักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกทั้งหมด เหมาะสำหรับประเมินบริษัทที่มีค่าความนิยมสูง หรือกลุ่มเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรจำนวนมาก เพื่อให้เห็นฐานสินทรัพย์แท้จริงที่ใช้เป็นหลักประกันความเสี่ยง
การนำมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้นไปใช้วิเคราะห์อัตราส่วน P/BV
การนำ BVPS ไปใช้วิเคราะห์ทำได้โดยนำราคาหุ้นปัจจุบันหารด้วย BVPS เพื่อหาอัตราส่วน P/BV ซึ่งใช้ประเมินว่าราคาหุ้นในตลาดกำลังซื้อขายเป็นกี่เท่าของมูลค่าทางบัญชีครับ
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาตลาดกับมูลค่าทางบัญชี
เมื่อเรานำ ราคาตลาดต่อหุ้น (Stock Price) มาเปรียบเทียบกับ BVPS จะเกิดเป็นอัตราส่วนทางการเงินยอดนิยมที่เรียกว่า P/BV Ratio (Price to Book Value)
- P/BV เท่ากับ 1 เท่า: ราคาหุ้นในตลาดเท่ากับมูลค่าทางบัญชีพอดี
- P/BV น้อยกว่า 1 เท่า: ราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าหุ้นกำลังถูกกดราคาเกินจริง (Undervalued) หรือบริษัทกำลังมีปัญหาด้านผลการดำเนินงาน
- P/BV มากกว่า 1 เท่า: ราคาหุ้นในตลาดสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี แสดงว่านักลงทุนยอมจ่ายพรีเมียมเพราะคาดหวังการเติบโตในอนาคต
นักลงทุนที่ต้องการประเมินความคุ้มค่าของราคาหุ้นด้วยอัตราส่วนนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้โดย วิเคราะห์ราคาต่อมูลค่าหุ้นด้วยอัตราส่วน P/BV เพื่อเรียนรู้การอ่านสัญญาณซื้อขายอย่างเหมาะสมครับ
การประเมินความคุ้มค่าและข้อจำกัดในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
ความเหมาะสมในการนำ BVPS และ P/BV ไปใช้งานจะแตกต่างกันอย่างมากตามลักษณะโครงสร้างสินทรัพย์ของแต่ละอุตสาหกรรม ดังแสดงในตารางเปรียบเทียบครับ
| ประเภทอุตสาหกรรม | ความเหมาะสมในการใช้ BVPS | ข้อควรระวังในการประเมิน |
| ธนาคารและสถาบันการเงิน | สูงมาก | ต้องตรวจสอบคุณภาพลูกหนี้และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan หรือ NPL) |
| อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง | สูง | ที่ดินและสต็อกโครงการอาจบันทึกด้วยราคาทุนเดิม |
| พลังงานและสาธารณูปโภค | ปานกลางถึงสูง | เครื่องจักรและโรงไฟฟ้ามีค่าเสื่อมราคาตามระยะเวลา |
| เทคโนโลยีและบริการ | ต่ำ | มูลค่าบริษัทส่วนใหญ่มาจากสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและคน |
ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้มูลค่าทางบัญชีประเมินมูลค่าหุ้น
ข้อจำกัดสำคัญของมูลค่าหุ้นทางบัญชีคือการบันทึกสินทรัพย์ตามราคาต้นทุนประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจไม่สะท้อนมูลค่าตลาดปัจจุบัน และไม่ได้สะท้อนความสามารถในการทำกำไรในอนาคตของกิจการครับ
ผลกระทบของภาระหนี้สินและการบันทึกมูลค่าตามราคาต้นทุนประวัติศาสตร์
การวิเคราะห์ BVPS เพียงอย่างเดียวอาจสร้างความเข้าใจผิดให้นักลงทุนได้ เนื่องจากมาตรฐานการบัญชีส่วนใหญ่บันทึกสินทรัพย์ด้วย ราคาต้นทุนประวัติศาสตร์ (Historical Cost)
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีที่ดินที่ซื้อมาเมื่อ 20 ปีก่อนในราคา 100 ล้านบาท มูลค่าในงบดุลก็ยังคงบันทึกที่ 100 ล้านบาท แม้ราคาตลาดปัจจุบันจะพุ่งสูงขึ้นไปถึง 1,000 ล้านบาทแล้วก็ตาม ทำให้ BVPS ทางบัญชีต่ำกว่ามูลค่าจริง ในทางกลับกัน เครื่องจักรบางประเภทอาจบันทึกมูลค่าไว้สูง แต่ในความเป็นจริงตกรุ่นและไม่สามารถขายออกได้ในราคาบัญชีครับ
นอกจากนี้ การประเมินเรื่องกฎระเบียบหรือความเสี่ยงของโครงสร้างหนี้สิน กิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องเปิดเผยข้อมูลภาระผูกพันอย่างครบถ้วน ซึ่งนักลงทุนควรอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดหนี้สินนอกงบดุลครับ
กรณีบริษัทมีขาดทุนสะสมจนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ
หากบริษัทประสบผลขาดทุนดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผลขาดทุนนั้นจะไปตัดทอนส่วนของผู้ถือหุ้นลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ในกรณีนี้การคำนวณ BVPS จะได้ค่าติดลบ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตว่าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์รวมทั้งหมด และมีความเสี่ยงที่จะถูกแขวนป้ายห้ามซื้อขายหรือเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
ในการวิเคราะห์ภาพรวมเพื่อหาจุดเด่นของบริษัท นักลงทุนควรมองทั้งฐานทุนผ่าน BVPS และมองความสามารถในการทำกำไรโดย เข้าใจแนวคิดกำไรต่อหุ้นหรือ EPS ควบคู่กันเสมอ เพื่อให้เห็นทั้งความมั่นคงของฐานทุนและกระแสเงินสดที่บริษัททำได้ครับ
📢 Traderbobo แนะนำ: ตอนผมเริ่มศึกษางบการเงินใหม่ ๆ เคยเข้าใจผิดว่าหุ้นที่มีราคาต่ำกว่า BVPS (P/BV < 1) คือหุ้นราคาถูกที่ต้องรีบซื้อเสมอ แต่พอผ่านวิกฤตตลาดหลายรอบ ผมจึงพบว่าหุ้นบางตัวต่ำกว่า BVPS เพราะบริษัทมีขาดทุนสะสมต่อเนื่องและสินทรัพย์ในงบไม่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้จริง ผมจึงแนะนำให้ตั้งหลักการว่า ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ต้องตรวจสอบ Tangible Book Value และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานควบคู่กันเสมอครับ
สรุปเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้นหรือ BVPS
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) เป็นอัตราส่วนทางการเงินพื้นฐานที่ช่วยให้นักลงทุนทราบถึงส่วนทุนสุทธิต่อหุ้นของบริษัท ซึ่งเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงขั้นแรกในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาตัวเลข BVPS เพียงอย่างเดียวโดยไม่ปรับปรุงสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หรือไม่ได้ตรวจดูคุณภาพหนี้สิน อาจทำให้มองข้ามความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ได้ นักลงทุนจึงควรนำ BVPS ไปใช้ร่วมกับ Tangible Book Value, P/BV และอัตราส่วนการทำกำไรอื่น ๆ เพื่อการวิเคราะห์ที่รอบด้านครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) ต่ำกว่าราคาตลาด แปลว่าหุ้นราคาถูกเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไปครับ การที่ราคาตลาดต่ำกว่า BVPS (P/BV < 1) อาจหมายถึงหุ้นมีราคาถูกจริง หรืออาจเกิดจากตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยงของบริษัท เช่น มีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง สินทรัพย์ตามบัญชีเสื่อมมูลค่า หรือมีภาระหนี้สินสูง นักลงทุนต้องตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์และกระแสเงินสดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจครับ
Book Value ต่างจาก Market Capitalization อย่างไร?
Book Value คือ มูลค่าทางบัญชีรวมของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เกิดจากสินทรัพย์หักหนี้สินตามงบการเงิน ส่วน Market Capitalization คือ มูลค่าตลาดรวมของบริษัท คำนวณจากราคาหุ้นปัจจุบันคูณด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด ตัวเลขหลังนี้สะท้อนความคาดหวังและมุมมองของนักลงทุนในตลาดต่ออนาคตของบริษัทครับ
หากบริษัทมี Tangible Book Value ติดลบ นักลงทุนควรรับมืออย่างไร?
หาก Tangible Book Value ติดลบ แสดงว่าเมื่อนำสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกแล้ว บริษัทมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ที่มีตัวตน ถือเป็นความเสี่ยงสูงด้านความมั่นคงทางการเงิน นักลงทุนควรเลี่ยงการลงทุนระยะยาว หรือต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่งพอที่จะชำระหนี้หรือไม่ครับ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสามารถใช้อัตราส่วน P/BV และ BVPS ประเมินมูลค่าได้ดีแค่ไหน?
ใช้วิเคราะห์ได้จำกัดครับ เนื่องจากมูลค่าและเป้าหมายการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่อยู่ที่สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น บุคลากร ซอฟต์แวร์ ฐานผู้ใช้งาน และอัลกอริทึม ซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกเป็นมูลค่าสินทรัพย์สูงในงบดุล การประเมินหุ้นกลุ่มนี้จึงนิยมใช้อัตราส่วนอื่น เช่น P/E หรือ P/S แทนการใช้ BVPS ครับ
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรบ้างในแต่ละไตรมาส?
BVPS สามารถเพิ่มขึ้นได้เมื่อบริษัททำกำไรสุทธิและนำกำไรนั้นมาสะสมในส่วนของผู้ถือหุ้น หรือเกิดจากการเพิ่มทุน ในทางกลับกัน BVPS จะลดลงเมื่อบริษัทมีผลขาดทุน ดำเนินการจ่ายเงินปันผลออกมา หรือมีการซื้อหุ้นคืนจากตลาด ซึ่งนักลงทุนสามารถติดตามได้จากงบการเงินประจำไตรมาสครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











