
กองทุนน้ำมัน คือ กองทุนรวมที่นำเงินของนักลงทุนไปสร้างผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จัดเป็นกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงการซื้อขายน้ำมันดิบได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง
ในการจัดสรรพอร์ตการลงทุน การซื้อขายน้ำมันดิบผ่านกองทุนถือเป็นการกระจายความเสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กับหุ้นหรือหุ้นกู้ บทความนี้ครอบคลุมกลไกการทำงาน ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนเพื่อการลงทุนกับกองทุนภาครัฐ ปัจจัยราคา Contango Effect ตลอดจนภาษีและขั้นตอนการลงทุนครับ
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- กองทุนประเภทนี้ส่วนใหญ่ในไทยเป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนใน Master Fund ต่างประเทศ ซึ่งเข้าซื้อสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ (Futures) อีกทีหนึ่ง
- กองทุนรวมน้ำมันเพื่อการลงทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทน ชัดเจนว่าแตกต่างจาก “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ของภาครัฐที่ใช้แทรกแซงราคาขายปลีก
- ปรากฏการณ์ Contango Effect เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบ Spot ในระยะยาว
- น้ำมันดิบมีความผันผวนสูงและมีค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นหรือกระจายพอร์ตเชิงกลยุทธ์ (Tactical Asset Allocation) มากกว่าการถือยาวแบบ DCA
กองทุนน้ำมัน คืออะไร?
กองทุนน้ำมัน คือ เครื่องมือการลงทุนในหมวด สินค้าโภคภัณฑ์ประเภทพลังงาน ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมากที่สุด โดยผู้จัดการกองทุนไม่ได้เดินทางไปซื้อน้ำมันดิบเป็นถังมาเก็บไว้ในคลัง แต่ใช้วิธีนำเงินไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures Contracts) หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (Master Fund) ที่อ้างอิงกับน้ำมันดิบ
เนื่องจากการถือครองน้ำมันดิบจริงมีต้นทุนการขนส่ง การจัดเก็บ และประกันภัยที่สูงมาก สถาบันการเงินจึงใช้สัญญาล่วงหน้าเข้ามาเป็นสินทรัพย์อ้างอิงหลักแทน ทำให้นักลงทุนทั่วไปเปิดบัญชีและซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านบลจ. ในไทยได้สะดวก
กลไกการสร้างผลตอบแทนอ้างอิงสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ (WTI / Brent)
กองทุนส่วนใหญ่จะอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ 2 ตระกูลหลัก คือ WTI (West Texas Intermediate) และ Brent โดยผลตอบแทนของกองทุนจะขยับขึ้นลงตามราคาของสัญญาล่วงหน้าเหล่านี้ เมื่อราคาสัญญาล่วงหน้าในตลาดโลกขยับขึ้น ค่า NAV ของกองทุนก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามสัดส่วน

| คุณลักษณะ | WTI (West Texas Intermediate) | Brent Crude |
| ตลาดซื้อขายหลัก | NYMEX (สหรัฐอเมริกา) | ICE (ลอนดอน ยุโรป) |
| จุดเด่น | ความหนาแน่นต่ำ ปริมาณกำมะถันต่ำ (Light Sweet) | เป็นราคาอ้างอิงหลักของน้ำมันดิบกว่า 2 ใน 3 ของโลก |
| การใช้อ้างอิง | นิยมใช้ใน Master Fund ฝั่งอเมริกา เช่น USO | นิยมใช้อ้างอิงในกองทุนทางฝั่งยุโรปและเอเชีย |
การลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ (Master Fund)
กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์น้ำมันในไทยเกือบทั้งหมดมีรูปแบบเป็น Feeder Fund คือ นำเงินบาทของนักลงทุนในประเทศไประดมทุน แล้วส่งต่อไปลงทุนใน Master Fund ต่างประเทศเพียงกองเดียว เช่น PowerShares DB Oil Fund (DBO) หรือ United States Oil Fund (USO) ซึ่งเป็น ETF ต่างประเทศที่มีนโยบายบริหารสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบอีกทอดหนึ่ง
การเข้าถึงตลาดโภคภัณฑ์ต่างประเทศในลักษณะนี้ทำให้นักลงทุนไทยเข้าถึง ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ได้โดยไม่ต้องส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดอนุพันธ์ต่างประเทศด้วยตนเอง
ทำความเข้าใจข้อต่าง: กองทุนรวมน้ำมัน (เพื่อการลงทุน) vs กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ภาครัฐ)
คนไทยจำนวนมากสับสนระหว่าง “กองทุนรวมน้ำมัน” กับ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เนื่องจากมีชื่อเรียกคล้ายกัน แต่ในความเป็นจริง สินทรัพย์และวัตถุประสงค์ของทั้งสองกองทุนนั้นอยู่คนละฝั่งอย่างสิ้นเชิง
การลงทุนในกองทุนรวมน้ำมันเป็นการบริหารเงินส่วนบุคคลผ่าน บลจ. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ในการเปิดเผยข้อมูลหนังสือชี้ชวน ขณะที่กองทุนภาครัฐเป็นกลไกบริหารนโยบายพลังงานของประเทศ
วัตถุประสงค์การจัดตั้ง: เก็งกำไรพอร์ต vs รักษาระดับราคาพลังงาน
กองทุนรวมน้ำมัน จัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนให้นักลงทุนตามความเคลื่อนไหวของตลาดโลก หากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้น ผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมจะได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา
ในทางกลับกัน “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีกระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล วัตถุประสงค์หลักคือการเก็บเงินสมทบจากผู้ใช้น้ำมันยามราคาน้ำมันถูก เพื่อนำเงินนั้นไปชดเชยและอุ้มราคา น้ำมันเชื้อเพลิง ขายปลีกหน้าสถานีบริการยามราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภาครัฐ และผลกระทบต่อการลงทุน
เมื่อเกิดวิกฤตพลังงานโลก สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐอาจเผชิญภาวะขาดดุลอย่างหนักจากการนำเงินไปชดเชยราคาขายปลีก อย่างไรก็ตาม ภาวะขาดดุลของกองทุนภาครัฐนี้ไม่ได้ส่งผลต่อ NAV หรือกำไรขาดทุนของกองทุนรวมน้ำมันที่นักลงทุนถืออยู่ เพราะกองทุนรวมอ้างอิงราคาในตลาดโลก ไม่ได้อ้างอิงเงินชดเชยของรัฐบาล
| หัวข้อเปรียบเทียบ | กองทุนรวมน้ำมัน (Mutual Fund) | กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ภาครัฐ) |
| วัตถุประสงค์ | สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน | รักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ |
| ผู้บริหารจัดการ | บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) Private | สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) |
| สินทรัพย์ที่ถือครอง | สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ / ETF ต่างประเทศ | สภาพคล่องเงินสด เงินชดเชย และหนี้สินจากการกู้ยืม |
| ผลกระทบต่อผู้ลงทุน | NAV ปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมันดิบโลก | กระทบราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊ม ไม่กระทบพอร์ตลงทุน |
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบ จะช่วยให้นักลงทุนประเมินทิศทางของกองทุนรวมน้ำมันได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องนำปัจจัยการแทรกแซงของรัฐบาลมาปะปน
กองทุนน้ำมัน ทำงานยังไง และมีกลไกอะไรที่ต้องระวัง?
กลไกที่ทำให้นักลงทุนหลายคนประหลาดใจ คือ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้น 10% แต่ทำไม NAV ของกองทุนประเภทนี้กลับขึ้นไม่ถึง 10% หรือบางครั้งกลับติดลบ คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือการ Rollover สัญญาครับ
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures Contracts) และการ Rollover สัญญา
สัญญา Futures มีวันหมดอายุ (เช่น สัญญารายเดือน) Master Fund จึงไม่สามารถถือสัญญาเดิมไปได้เรื่อย ๆ เมื่อสัญญาใกล้หมดอายุ ผู้จัดการกองทุนจะต้อง ขายสัญญาเดือนปัจจุบันออก แล้วไป ซื้อสัญญาเดือนถัดไป กระบวนการนี้เรียกว่าการ Rollover สัญญา
เจาะลึก Contango Effect และ Backwardation
ผลกระทบจากการ Rollover สัญญานี่เองที่สร้างปรากฏการณ์สภาวะตลาด 2 รูปแบบ ซึ่งส่งผลต่อ NAV ของกองทุนโดยตรง:
- Contango Effect: สภาวะที่ราคาสัญญาล่วงหน้าเดือนถัดไป “แพงกว่า” สัญญาเดือนปัจจุบัน การที่ Master Fund ต้องขายสัญญาราคาถูกเพื่อไปซื้อสัญญาราคาแพงกว่าทุก ๆ เดือน จะทำให้เกิดผลขาดทุนจากการ Rollover (Roll Yield ติดลบ) ปรากฏการณ์นี้กัดกิน NAV ของกองทุนลงเรื่อย ๆ แม้ราคาน้ำมันดิบ Spot จะแกว่งตัวอยู่กับที่ก็ตาม
- Backwardation: สภาวะที่ราคาสัญญาล่วงหน้าเดือนถัดไป “ถูกกว่า” สัญญาเดือนปัจจุบัน เมื่อ Master Fund ขายสัญญาราคาแพงแล้วไปซื้อสัญญาราคาถูก จะเกิดกำไรจากการ Rollover (Roll Yield เป็นบวก) ซึ่งส่งผลดีต่อ NAV ของกองทุน
| สภาวะตลาด | ลักษณะราคาสัญญา | การ Rollover สัญญา | ผลกระทบต่อ NAV กองทุน |
| Contango | สัญญาเดือนหน้า > เดือนปัจจุบัน | ขายถูก ไปซื้อแพง (Roll Yield ติดลบ) | NAV ถูกกัดกิน กดดันผลตอบแทนระยะยาว |
| Backwardation | สัญญาเดือนหน้า < เดือนปัจจุบัน | ขายแพง ไปซื้อถูก (Roll Yield เป็นบวก) | NAV ได้รับปัจจัยหนุนเชิงบวก |
การเข้าใจ Contango Effect น้ำมัน ทำให้ทราบว่ากองทุนประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเก็งกำไรจังหวะระยะสั้น ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ควรซื้อทิ้งไว้ในพอร์ตระยะยาว
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบ และความเสี่ยงของกองทุนน้ำมัน
ก่อนตัดสินใจซื้อขาย นักลงทุนควรทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนราคา ตลอดจนความเสี่ยงเฉพาะตัวของกองทุนรวมน้ำมัน
ปัจจัยขับเคลื่อนราคา
- นโยบายกลุ่ม OPEC+: การลดหรือเพิ่มกำลังการผลิตของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นปัจจัยชี้นำราคาน้ำมันที่สำคัญที่สุด
- อุปสงค์พลังงานโลก: สภาพเศรษฐกิจโลก ตัวเลขการผลิตของจีน และความต้องการเดินทางมีผลต่อการใช้น้ำมันดิบโดยตรง
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม หรือการคว่ำบาตรประเทศผู้ผลิตน้ำมัน จะส่งผลให้อุปทานตึงตัวและราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD): น้ำมันดิบซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ หากเงินดอลลาร์แข็งค่า ราคาน้ำมันมักจะได้รับแรงกดดัน
ความเสี่ยงกองทุนน้ำมันที่ต้องรับมือ
- ความผันผวนของราคา (Volatility Risk): น้ำมันดิบเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงที่สุดในตลาด การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้ราคาเปลี่ยนทิศทางได้ทันที
- ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk): เนื่องจาก Master Fund นำเงินไปลงทุนเป็นดอลลาร์สหรัฐ หาก บลจ. ไทยไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้เต็มจำนวน ความผันผวนของเงินบาทเทียบดอลลาร์จะส่งผลต่อ NAV เพิ่มเติม
- Tracking Error: ผลตอบแทนของกองทุนอาจไม่เท่ากับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ Spot 100% เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าใช้จ่ายในการ Rollover สัญญา และส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน
ในการบริหารพอร์ตการลงทุน นักลงทุนต้องใช้ หลักการเลือกกองทุนรวม เข้ามาช่วยพิจารณา โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่กระจุกตัวในสินทรัพย์ผันผวนสูงมากเกินไป
กฎเกณฑ์ ภาษี และขั้นตอนการเลือกลงทุนกองทุนน้ำมันสำหรับมือใหม่
การลงทุนในกองทุนรวมน้ำมันในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ภาษีของ กรมสรรพากร ซึ่งมีรายละเอียดที่นักลงทุนควรทราบดังนี้:
- กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain): สำหรับบุคคลธรรมดา กำไรส่วนต่างราคาที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนกองทุนรวมจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เงินปันผล (Dividend): หากเลือกลงทุนในกองทุนดังกล่าวชนิดที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือสามารถเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ปลายปีได้
นักลงทุนบางคนเปรียบเทียบการลงทุนน้ำมันกับการลงทุนในโลหะมีค่า เช่น กองทุนทองคำ SPDR หรือการศึกษา โครงสร้าง ETF ทองคำ ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์เหมือนกัน แต่ทองคำมักไม่มีปัญหาเรื่อง Contango Effect รุนแรงเท่ากับน้ำมันดิบ เนื่องจากทองคำแท่งจริงมีต้นทุนการจัดเก็บต่ำกว่าเมื่อเทียบกับมูลค่า

ขั้นตอนการเลือกกองทุนรวมน้ำมัน
- ตรวจสอบนโยบายป้องกันความเสี่ยง FX: เช็กในหนังสือชี้ชวนว่ากองทุนนั้น Hedging ค่าเงินไว้แบบใด (เต็มจำนวน, ตามดุลยพินิจ หรือไม่ Hedge)
- พิจารณาโครงสร้าง Master Fund: ตรวจสอบว่า Master Fund ถือสัญญารายเดือนใกล้สุด (Front-month) หรือมีการกระจายสัญญาหลายช่วงอายุเพื่อลด Contango Effect
- ดูค่าธรรมเนียมรวม (Management Fee & Expenses): เลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลตอบแทนสะสม
- กำหนดจังหวะเข้าออกชัดเจน: เนื่องจากน้ำมันดิบเน้นการเก็งกำไรตามรอบ ควรตั้งเป้าหมายกำไรและ จุด ตัดขาดทุนไว้เสมอ
📌 Tip จากพี่โบ้
ตอนผมเริ่มศึกษากองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์น้ำมันใหม่ ๆ ความผิดพลาดที่เห็นบ่อยที่สุดคือการคิดว่าจะซื้อกองทุนดังกล่าวทิ้งไว้ 3–5 ปี เหมือนกองทุนหุ้นเพื่อรอราคาน้ำมันขึ้น แต่ในความเป็นจริง Contango Effect คอยกัดกิน NAV ไปเรื่อย ๆ ในช่วงที่ราคาแกว่งตัว sideways ดังนั้น กองทุนประเภทนี้จึงเหมาะกับการเก็งกำไรเป็นรอบ ๆ ตามเทรนด์ระยะสั้นถึงกลางมากกว่าการถือยาวครับ ทั้งนี้ ผู้อ่านควรศึกษาและทดสอบแผนการลงทุนด้วยตนเองตามความเสี่ยงที่รับได้ครับ
บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ กองทุนน้ำมัน
กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์น้ำมัน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงการเก็งกำไรราคาน้ำมันดิบระดับโลกได้อย่างสะดวกผ่าน บลจ. ในไทย อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนประเภทนี้จำเป็นต้องเข้าใจกลไกของสัญญาล่วงหน้าและปรากฏการณ์ Contango Effect ที่ส่งผลต่อ NAV นักลงทุนควรใช้กองทุนดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับเก็งกำไรตามรอบ หรือใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะสั้น มากกว่าการถือยาวแบบสะสมมูลค่า
หากต้องการขยายขอบเขตการลงทุนไปยังพลังงานประเภทอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติในตลาดโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มสินค้าเกษตร นักลงทุนสามารถศึกษาโครงสร้างกองทุนกลุ่มนี้เพิ่มเติมเพื่อจัดพอร์ตให้ครอบคลุมครับ
หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนน้ำมัน
ทำไมราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขึ้น แต่ NAV ของกองทุนน้ำมันถึงไม่ได้ขึ้นตามในสัดส่วนเท่ากัน?
สาเหตุหลักเกิดจาก Contango Effect ในการ Rollover สัญญาล่วงหน้าของ Master Fund รวมถึงค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุน และส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนหากกองทุนไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยง FX ไว้ 100% ทำให้เกิด Tracking Error เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบ Spot
กองทุนน้ำมัน เหมาะสำหรับการถือยาวแบบ DCA หรือไม่?
ไม่เหมาะครับ กองทุนประเภทนี้ไม่เหมาะกับการถือยาวหรือสะสมแบบ DCA เนื่องจากโครงสร้างการถือสัญญาล่วงหน้ามีต้นทุน Roll Yield (Contango) คอยกัดกิน NAV ในระยะยาว กองทุนกลุ่มนี้จึงเหมาะสำหรับการเก็งกำไรตามรอบระยะสั้นถึงกลาง หรือการจัดพอร์ตแบบ Tactical Asset Allocation มากกว่า
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของภาครัฐมีผลต่อราคาหุ้นหรือกองทุนน้ำมันอย่างไร?
ไม่มีผลกระทบต่อ NAV ของกองทุนรวมน้ำมันครับ เพราะกองทุนรวมน้ำมันอ้างอิงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (WTI/Brent) ส่วนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐเป็นกลไกแทรกแซงราคาขายปลีกภายในประเทศผ่านภาษีและเงินชดเชย
กองทุนน้ำมัน มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนครับ บางกองทุนมีนโยบาย Hedging เต็มจำนวน บางกองทุนป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และบางกองทุนไม่มีการป้องกันความเสี่ยงเลย นักลงทุนต้องตรวจสอบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Factsheet) ก่อนการลงทุน
เงินปันผลและกำไรขายคืนจากกองทุนน้ำมัน ต้องเสียภาษีอย่างไร?
สำหรับบุคคลธรรมดา กำไรจากส่วนต่างราคาขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนเงินปันผลที่ได้รับ (หากเป็นกองทุนชนิดจ่ายปันผล) จะถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือสามารถเลือกนำไปยื่นรวมคำนวณภาษีปลายปีได้
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











