
Derivative Warrant คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่ออกโดยสถาบันการเงิน เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคา และเวลาที่กำหนด โดยผู้ถือ DW ไม่ได้ครอบครองหุ้นจริง แต่เป็นการรับส่วนต่างราคาด้วยการชำระราคาเป็นเงินสดครับ
การเข้าใจกลไกของ DW ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากอัตราทดเพื่อสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง แต่ DW ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวจากเรื่องมูลค่าที่ลดลงตามเวลา บทความนี้อธิบายโครงสร้าง ประเภท ข้อแตกต่างจาก Warrant ปกติ รวมถึงค่าความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุนครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- DW เป็นตราสารอนุพันธ์ที่ออกโดยสถาบันการเงิน ให้อัตราทดอ้างอิงราคาหุ้นหรือดัชนี โดยชำระราคาเป็นเงินสดเมื่อหมดอายุ
- Call DW ให้สิทธิซื้อ เหมาะกับตลาดขาขึ้น ส่วน Put DW ให้สิทธิขาย เหมาะกับตลาดขาลง
- DW ต่างจาก Warrant ปกติ ตรงที่ไม่ทำให้เกิดการเพิ่มทุนหรือ Dilution Effect เนื่องจากบริษัทเจ้าของหุ้นไม่ได้เป็นผู้ออก
- มีคุณลักษณะอัตราทด (Effective Gearing) ที่ช่วยขยายผลตอบแทน แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงเรื่องมูลค่าลดลงตามเวลา (Time Decay)
Derivative Warrant คืออะไร?
ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ Derivative Warrant คือ ตราสารอนุพันธ์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่ออกโดยสถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้สิทธิแก่นักลงทุนในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ครับ
โครงสร้างและหลักการทำงานของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
โครงสร้างของ DW ถูกออกแบบมาให้อ้างอิงผลตอบแทนกับสินทรัพย์ฐาน เช่น หุ้นรายตัว หรือดัชนีราคาหุ้น โดยสถาบันการเงินผู้ออก DW จะเป็นผู้กำหนดราคาใช้สิทธิ (Exercise Price) อัตราการใช้สิทธิ (Exercise Ratio) และวันหมดอายุ (Maturity Date) ไว้ล่วงหน้า นักลงทุนที่ซื้อ DW จึงเสมือนซื้อสัญญาทางการเงินที่มีอัตราทดอยู่ในตัว โดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนเท่าการซื้อหุ้นจริง
เนื่องจาก DW จัดเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของ “ตราสารอนุพันธ์” ซึ่งก็คือหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นอยู่กับสินทรัพย์อ้างอิง การเคลื่อนไหวของราคา DW จึงปรับเปลี่ยนตามราคาของหุ้นแม่เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้ถือ DW จะไม่มีสถานะเป็นเจ้าของบริษัท ไม่ได้รับเงินปันผล และไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ประเภทของ DW: Call กับ Put คืออะไร และต่างกันอย่างไร?
ประเภทของ DW แบ่งตามสิทธิในการซื้อขายออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Call DW และ Put DW ซึ่งใช้ทำกำไรในทิศทางตลาดที่ตรงกันข้ามกันครับ
- Call DW (สิทธิเลือกซื้อ): ให้สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิง ราคาของ Call DW จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น เหมาะสำหรับนักลงทุนที่คาดการณ์ว่าตลาดหรือหุ้นแม่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
- Put DW (สิทธิเลือกขาย): ให้สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิง ราคาของ Put DW จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลดลง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่คาดการณ์ว่าตลาดอยู่ในช่วงขาลง หรือต้องการใช้ปกป้องความเสี่ยงของพอร์ตหุ้น
| ประเภท DW | ทิศทางหุ้นอ้างอิงที่ได้ประโยชน์ | สิทธิที่นักลงทุนได้รับ | สภาวะตลาดที่เหมาะสม |
| Call DW | ราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น | สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิง | ตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้น (Bullish) |
| Put DW | ราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลดลง | สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิง | ตลาดเป็นเทรนด์ขาลง (Bearish) |
Derivative Warrant ต่างจาก Warrant ปกติยังไง?
Derivative Warrant (DW) ต่างจาก Warrant ปกติ (W) ที่ผู้ออกตราสาร โดย DW ออกโดยสถาบันการเงิน ส่วน Warrant ปกติออกโดยบริษัทเจ้าของหุ้นอ้างอิงเองครับ
เปรียบเทียบผู้ออกตราสาร (Issuer) และวัตถุประสงค์ในการระดมทุน
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือผู้ออกตราสาร (Issuer) โดย Warrant ปกติ (เช่น หุ้น-W1, หุ้น-W2) จะจัดทำและออกโดยบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจ เมื่อนักลงทุนนำ Warrant มาใช้สิทธิ บริษัทจะต้องออกหุ้นใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธินั้น
ในทางกลับกัน Derivative Warrant หรือ DW ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ออก DW ไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้นอ้างอิง และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุนเข้าบริษัทแม่ แต่เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือกในตลาดรอง
การเจือจางของหุ้น (Dilution Effect) และรูปแบบการชำระราคา
ผลกระทบต่อโครงสร้างทุนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้สิทธิของ Warrant ปกติจะส่งผลให้จำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการเจือจางของกำไรต่อหุ้น (Dilution Effect)
ทว่าการซื้อขาย DW จะไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนหุ้นของบริษัทแม่เลย เนื่องจาก DW ใช้รูปแบบการชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) เมื่อหมดอายุ สถาบันการเงินผู้ออกจะคำนวณส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นอ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ แล้วชำระเป็นเงินโอนเข้าบัญชีนักลงทุนโดยไม่มีการส่งมอบหุ้นจริงครับ
| ประเด็นเปรียบเทียบ | Derivative Warrant (DW) | Warrant ปกติ (W) |
| ผู้ออกตราสาร (Issuer) | บริษัทหลักทรัพย์ / สถาบันการเงิน | บริษัทจดทะเบียนเจ้าของหุ้นอ้างอิง |
| วัตถุประสงค์ | สื่อกลางเก็งกำไร / บริหารความเสี่ยง | ระดมทุนเข้าบริษัทเพื่อขยายธุรกิจ |
| ผลกระทบต่อหุ้นแม่ (Dilution) | ไม่มีผลกระทบ (No Dilution) | มีผลกระทบทำให้เกิด Dilution Effect |
| รูปแบบการชำระราคา | ชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) | ส่งมอบหุ้นจริงเมื่อแปลงสิทธิ (Physical Delivery) |
| ประเภทสิทธิที่มี | มีทั้ง Call และ Put | มักจะมีเฉพาะสิทธิเลือกซื้อ (Call) |
| อายุตราสาร | ค่อนข้างสั้น (ประมาณ 2 เดือน ถึง 2 ปี) | ค่อนข้างยาว (ประมาณ 3 ถึง 5 ปี) |
องค์ประกอบสำคัญและค่าความเสี่ยงเฉพาะตัวของ หุ้น DW
ค่าความเสี่ยงเฉพาะตัวของ หุ้น DW ประกอบด้วยอัตราทด (Effective Gearing), การลดลงของมูลค่าตามเวลา (Time Decay) และความไวของราคา (Sensitivity) ที่นักลงทุนต้องพิจารณาร่วมกันครับ

อัตราทด (Effective Gearing) และการขยายผลตอบแทน/ความเสี่ยง
อัตราทดหรือ Effective Gearing คือ ตัวเลขที่แสดงว่าราคาของ DW จะขยับกี่เปอร์เซ็นต์หากราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1% ตัวอย่างเช่น หาก Call DW มี Effective Gearing เท่ากับ 5 เท่า เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวขึ้น 1% ราคา Call DW ตัวนี้มักจะปรับขึ้นประมาณ 5%
แม้ว่าอัตราทดจะช่วยขยายผลตอบแทนให้สูงขึ้นจากเงินลงทุนที่น้อยกว่า แต่ในมุมกลับกัน อัตราทดก็ขยายความเสี่ยงในการขาดทุนด้วยเช่นกัน ถ้าราคาหุ้นแม่เคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ ผลขาดทุนของคุณก็จะถูกคูณตามอัตราทดนั้นอย่างรวดเร็ว
การลดลงของมูลค่าตามเวลา (Time Decay DW) และข้อจำกัดด้านวันหมดอายุ
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเทรด DW คือเรื่อง Time Decay โดย Time Decay DW คือ ค่าที่บอกว่ามูลค่าของ DW จะลดลงวันละกี่เปอร์เซ็นต์หรือกี่สตางค์ เมื่อเวลาผ่านไปเข้าใกล้วันหมดอายุสัญญามากขึ้น
เนื่องจาก DW เป็นตราสารที่มีอายุจำกัด (Maturity Date) มูลค่าทางเวลา (Time Value) จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทุกวันที่เราถือครอง แม้ว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ขยับไปไหนเลยก็ตาม ดังนั้น DW จึงไม่เหมาะสำหรับการถือลงทุนระยะยาวแบบซื้อแล้วถือ (Buy and Hold)
ค่าความไว (Sensitivity) และอัตราแปลงสิทธิ (Exercise Ratio)
นอกจากอัตราทดและ Time Decay แล้ว นักลงทุนยังต้องทำความเข้าใจกับอีก 2 ค่าสำคัญ ได้แก่:
- Sensitivity (ค่าความไว): ตัวเลขที่บอกว่าเมื่อหุ้นอ้างอิงขยับไป 1 ช่องราคา (Tick) ราคา DW จะขยับกี่ช่อง เช่น หาก Sensitivity เท่ากับ 1.00 หมายความว่า หุ้นแม่เปลี่ยน 1 ช่อง DW จะเปลี่ยน 1 ช่องตามทันที
- Exercise Ratio (อัตราการใช้สิทธิ): จำนวน DW ที่ต้องใช้ในการแลกสิทธิซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิง 1 หุ้น เช่น 10 DW : 1 หุ้นอ้างอิง
📢 Traderbobo แนะนำ
ตอนผมเริ่มเทรด DW ใหม่ ๆ เคยพลาดเพราะมองแค่ค่า Gearing สูง ๆ อย่างเดียว แต่ลืมเช็ก Time Decay และ Sensitivity ทำให้เจอ DW ที่ราคาไม่ยอมขยับตามหุ้นแม่ แถมมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ ทุกวัน คำแนะนำของผมคือควรเลือก DW ที่มี Sensitivity ใกล้เคียง 1.00 และมีค่า Time Decay ที่รับได้ เหมาะสมกับระยะเวลาที่เราวางแผนจะถือครอง ผู้อ่านควรศึกษาและทดสอบกับพอร์ตจำลองก่อนลงสนามจริงครับ
ใครที่อยากศึกษาวิธีอ่านตารางราคา DW และเทคนิคการเลือกซีรีส์อย่างละเอียด สามารถอ่านต่อได้ในวิธีดูและเทรด DW ในตลาดหุ้นครับ
สิทธิประโยชน์และข้อจำกัดของผู้ถือ Derivative Warrant
สิทธิประโยชน์หลักของผู้ถือ Derivative Warrant คือการรับเงินส่วนต่างราคา (Cash Settlement) แต่มีข้อจำกัดตรงที่ไม่ได้รับเงินปันผลและไม่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทเจ้าของหุ้นอ้างอิงครับ
สิทธิการรับเงินส่วนต่างราคา (Cash Settlement) เมื่อหมดอายุ
เมื่อ DW ครบกำหนดอายุสัญญา สถาบันการเงินผู้ออกจะทำการประเมินมูลค่า ณ วันใช้สิทธิ (Exercise Date) หาก DW ซีรีส์นั้นมีสถานะ In-the-Money (ITM) หรือมีมูลค่าที่แท้จริง ผู้ออกจะดำเนินการชำระเงินส่วนต่างสุทธิ (Cash Settlement) เข้าบัญชีการลงทุนของนักลงทุนโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาปิดของหุ้นอ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ หักด้วยอัตราแปลงสิทธิ
หาก DW หมดอายุในสถานะ Out-of-the-Money (OTM) สัญญานั้นจะมีมูลค่ากลายเป็น 0 สตางค์ทันที นักลงทุนก็จะสูญเสียเงินค่าซื้อ DW (Premium) ทั้งจำนวน
ข้อจำกัดที่ควรรู้: ไม่มีเงินปันผล และไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ผู้ลงทุนใน DW ต้องตระหนักว่าเงินที่จ่ายในการซื้อ DW เป็นเพียงการซื้อสิทธิอนุพันธ์ ไม่ได้เป็นการซื้อหุ้นสามัญ ดังนั้นคุณจึงไม่มีสิทธิประโยชน์ทางนิตินัยใด ๆ ในบริษัทแม่ ไม่ว่าจะเป็น:
- ไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Dividend) เมื่อบริษัทอ้างอิงประกาศจ่ายปันผล (แต่ราคา DW อาจมีการปรับสิทธิอัตโนมัติเพื่อชดเชยผลกระทบ)
- ไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และไม่มีสิทธิออกเสียงโหวตทิศทางของบริษัท
- ไม่มีสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (XR) ของบริษัทแม่
สรุป Derivative Warrant คืออะไรในตลาดหุ้น
Derivative Warrant (DW) คือหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนในกลุ่มตราสารอนุพันธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากอัตราทดเพื่อขยายผลตอบแทน และทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลงด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าการซื้อหุ้นจริง อย่างไรก็ตาม โอกาสทำกำไรที่สูงขึ้นย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยงเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่อง Time Decay และความผันผวนของราคา นักลงทุนจึงต้องวางแผนจำกัดความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดก่อนเริ่มซื้อขายเสมอครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Derivative Warrant คืออะไร
Derivative Warrant (DW) เหมาะกับนักลงทุนสไตล์ไหน?
DW เหมาะสำหรับนักลงทุนระดับกลางขึ้นไปที่มีความเข้าใจในเทคนิคการเทรด และต้องการใช้ประโยชน์จากอัตราทดเพื่อทำกำไรระยะสั้นถึงระยะกลาง รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการใช้ Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นหลัก ตราสารนี้ไม่เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวประเภทซื้อแล้วถือข้ามปี เนื่องจากมีปัจจัยเรื่อง Time Decay คอยลดทอนมูลค่าของตราสารลงทุกวันครับ นอกจาก DW ที่อ้างอิงหุ้นและดัชนีแล้ว ตลาดอนุพันธ์ยังมีเครื่องมืออื่น เช่น Gold Futures TFEX ที่เน้นอ้างอิงราคาทองคำสำหรับสไตล์การเทรดที่หลากหลายขึ้น
ซื้อ หุ้น DW แล้วถือจนหมดอายุโครงการดีหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ถือ DW จนหมดอายุ เว้นแต่จะมั่นใจว่า DW นั้นอยู่ในสถานะ In-the-Money (ITM) อย่างชัดเจนและคุ้มค่าส่วนต่างราคา เพราะการถือ DW ไปจนถึงวันหมดอายุจะทำให้นักลงทุนเผชิญกับ Time Decay ในช่วงท้ายที่เร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรง นอกจากนี้หาก DW หมดอายุแบบ Out-of-the-Money (OTM) มูลค่าจะกลายเป็น 0 สตางค์ทันที การเก็งกำไร DW ส่วนใหญ่จึงเน้นการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองก่อนหมดอายุครับ
Call กับ Put คือ อะไรใน DW ต่างจากการเทรด Option ตรงไหน?
คำว่า Call กับ Put คือ ประเภทสิทธิในสัญญาอนุพันธ์ โดย Call คือสิทธิซื้อ และ Put คือสิทธิขาย ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง DW กับ Option คือ DW มีรูปแบบสัญญาที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าโดยสถาบันการเงินผู้ออก นักลงทุนทำได้เพียงฝั่งซื้อ (Long Call หรือ Long Put) เท่านั้น ไม่สามารถเปิดสถานะฝั่งขาย (Short Call/Put) เพื่อเป็นผู้ออกสัญญาเองได้เหมือน การเทรด Option ในตลาดอนุพันธ์ทั่วไปครับ
ทำไมราคา DW บางตัวถึงไม่ขยับตามหุ้นอ้างอิง?
สาเหตุหลักที่ราคา DW ไม่ขยับตามหุ้นอ้างอิงเกิดจากปัจจัยเรื่อง Sensitivity หรืออัตราแปลงสิทธิที่ไม่พอดี เช่น หาก DW มีค่า Sensitivity ต่ำกว่า 0.50 ราคาหุ้นแม่อาจต้องขยับ 2-3 ช่อง ราคา DW ถึงจะเปลี่ยน 1 ช่อง นอกจากนี้ หาก DW ซีรีส์นั้นขาดสภาพคล่อง หรืออยู่ในช่วงที่มี Time Decay สูงมาก แรงกดดันด้านเวลาก็อาจหักลบการปรับขึ้นของราคาหุ้นอ้างอิงไปหมดได้ครับ
กำไรจากการขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องเสียภาษีหรือไม่?
สำหรับบุคคลธรรมดาที่ทำการซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นสามัญทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากถือ DW จนหมดอายุแล้วได้รับเงินชำระราคา (Cash Settlement) เงินส่วนต่างที่ได้รับจากผู้ออกอาจเข้าข่ายต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร นักลงทุนควรตรวจสอบเงื่อนไขภาษีล่าสุดกับกรมสรรพากรอีกครั้งครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











