
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ Connext Broker ก่อนตัดสินใจเริ่มเทรด การศึกษารายละเอียดของโบรกเกอร์ในหลายด้านถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งเรื่องใบอนุญาต ประเภทบัญชี ค่าสเปรด แพลตฟอร์มการเทรด และเงื่อนไขการฝากถอน เพื่อช่วยให้สามารถเปรียบเทียบและพิจารณาได้เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดของตนเองมากขึ้น
บทความนี้ พี่โบ้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Connext Broker ไว้ในภาพรวม ทั้งข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการและรายละเอียดเบื้องต้นที่ควรรู้ โดยเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพการใช้งานของโบรกเกอร์มากขึ้นครับ
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ลงทุนหรือเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
Connext Broker คืออะไร?

Connext Broker หรือ ConnextFX เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้ง Forex, โลหะมีค่า, พลังงาน, Cryptocurrency, หุ้น และดัชนี เพื่อรองรับรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกันของเทรดเดอร์
ปัจจุบันมีสำนักงานจดทะเบียนอยู่ที่ HAR Building, Ginger Village, Belmont ประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ และเปิดให้บริการผ่านแพลตฟอร์มการเทรดสำหรับผู้ใช้งานในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ข้อดีและข้อจำกัดของ ConnextFX
ข้อดี
- ไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำ
- มีประเภทบัญชีให้เลือก 5 รูปแบบ รองรับสไตล์การเทรดที่หลากหลาย
- ค่าสเปรดเริ่มต้นต่ำสุดที่ 0.6 pips ในบัญชี Ultra
- ไม่มีค่าธรรมเนียมฝากและถอนเงิน
- มีระบบ Negative Balance Protection ในทุกประเภทบัญชี
- รองรับ EA, Hedging และ Copy Trade
- มีบัญชี Demo สำหรับทดลองใช้งานฟรี
ข้อจำกัด
- ใบอนุญาตอยู่ในกลุ่ม Offshore (FSA Seychelles) ไม่ใช่หน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier 1
- ไม่มีระบบกองทุนชดเชยนักลงทุน
- รองรับเฉพาะแพลตฟอร์ม MT5 ในปัจจุบัน
- บัญชี Micro ไม่รองรับการเทรด Crypto หุ้น และดัชนี
- บัญชี No Swap มีเงื่อนไข Management Fee หลังถือออเดอร์เกิน 5 วัน
- รีวิวและประสบการณ์ผู้ใช้งานในระยะยาวยังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่เปิดให้บริการมานานกว่า
รีวิวโบรกเกอร์ Connext ดีไหม? จากผู้ใช้งานจริง

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนที่ 1: ผมยังไม่ค่อยประทับใจกับทีมซัพพอร์ตเท่าไร เพราะบางครั้งการช่วยเหลือหรือการตอบคำถามยังไม่ค่อยดีนัก แต่ในด้านอื่น ๆ ของโบรกเกอร์ก็ถือว่ามีหลายจุดที่ทำได้โอเคและน่าใช้งานอยู่
โดยรวมตอนนี้ผมมองว่าโบรกเกอร์ยังถือว่าใช้งานได้ดี เพียงแค่เรื่องการบริการลูกค้ายังมีจุดที่ควรปรับปรุงครับ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนที่ 2: ผมใช้บัญชีกับ CONNEXT มาได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว (บัญชีเลขที่ 8038546)
ผมฝากเงินไป 400 ดอลลาร์ และทำกำไรได้ประมาณ 800 ดอลลาร์ จากการเทรดปกติ ถือออเดอร์ข้ามคืน และเล่น Long ทองคำแบบทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติเลย แต่พอผมยื่นถอนเงิน 450 ดอลลาร์ กลับโดนปฏิเสธการถอน แถมกำไรทั้งหมดก็ถูกลบออกจากบัญชีอีก
สำหรับผม นี่เป็นประสบการณ์ที่แย่มาก และทำให้รู้สึกว่าไม่แฟร์กับลูกค้าเลย ระวังกันไว้ด้วยครับ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนที่ 3: ผมผิดหวังกับ CONNEXTFX มาก วันที่ 1 เมษายน 2026 ผมฝากเงินไป 4,000 ดอลลาร์ เทรดเองทั้งหมดแบบ Manual ถือออเดอร์ค่อนข้างนานและเข้าออกตามจังหวะตลาดปกติ จนสุดท้ายทำกำไรได้ประมาณ 3,150 ดอลลาร์ แต่พอจะถอนเงิน กลับโดนปฏิเสธการถอน แถมยังถูกระงับสิทธิ์ถอนเงินและลบ Equity ในบัญชีอีก
ทางโบรกเกอร์ส่งอีเมลมาบอกว่า ผมทำผิดกฎ และกล่าวหาว่าเป็น “Delayed Arbitrage” ซึ่งผมงงมาก เพราะผมเทรดเองผ่าน MT5 ทุกออเดอร์ ไม่ได้ใช้บอท ไม่ได้ใช้โปรแกรม Arbitrage อะไรเลย แค่เทรดตามเทรนด์ตลาดปกติเท่านั้น
ที่แย่คือ พอผมถามว่าผิดกฎข้อไหน ฝ่ายซัพพอร์ตก็อธิบายไม่ได้ บอกแค่ว่าผิดกฎบางอย่าง แต่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าถ้าคุณขาดทุน ทุกอย่างปกติ แต่ถ้าคุณทำกำไรได้เมื่อไร อาจมีปัญหาตามมาทันที
ผมยืนยันว่าทุกออเดอร์ที่ผมเปิดเป็นการเทรดจริง ไม่มีธุรกรรมผิดกฎหมายหรือใช้ช่องโหว่อะไรทั้งนั้น จากประสบการณ์นี้ ผมรู้สึกว่าโบรกเกอร์ไม่แฟร์กับลูกค้าเลย และถ้าปัญหาแบบนี้ยังเกิดขึ้น คนที่ทำกำไรได้ก็อาจถอนเงินออกมาไม่ได้เหมือนกันครับ
ข้อมูลจาก: Trustpilot
พี่โบ้สรุป: จากความคิดเห็นของผู้ใช้งาน ConnextFX มีทั้งด้านที่ได้รับคำชื่นชมเรื่องเงื่อนไขการเทรดและการใช้งานโดยรวม ขณะเดียวกัน ก็มีบางความคิดเห็นที่สะท้อนข้อสังเกตเกี่ยวกับการให้บริการของซัพพอร์ต รวมถึงขั้นตอนการถอนเงินในบางกรณี ดังนั้น ผู้ที่สนใจใช้งานควรศึกษาข้อมูลและรีวิวจากหลายแหล่ง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเริ่มใช้งานจริงครับ
ประเภทบัญชีของ Connext Broker มีกี่แบบ?

Connext Broker มีประเภทบัญชีให้เลือกทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Micro, Ultra, Ultra Gold, No Swap และ Standard ซึ่งแต่ละบัญชีถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสไตล์การเทรดและระดับต้นทุนที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ทุกประเภทบัญชียังไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำ พร้อมรองรับการใช้งาน EA (Expert Advisors) และระบบ Hedging สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานกลยุทธ์การเทรดอัตโนมัติหรือบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมครับ
บัญชี Micro
บัญชี Micro ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้งานกลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยขนาด Lot ที่เล็กลง ช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนในการเทรดได้ง่ายมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้ตลาดหรือฝึกใช้งานระบบการเทรดในช่วงแรกครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.4 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | มี |
| Contract Size | 100,000 (Cent Lot) |
| Maximum Lot Size | 3,000 Cent Lots |
| Negative Balance Protection | มี |
| สินทรัพย์ที่รองรับ | Forex และโลหะมีค่า (ไม่รวม Crypto, หุ้น, ดัชนี) |
*หมายเหตุ: บัญชี Micro ใช้ Contract Size 100 ต่อ Lot (เป็น Cent Lot) ซึ่งต่างจากบัญชีอื่นที่ใช้ 100,000 ต่อ Lot ทำให้ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งต่ำกว่ามากครับ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดที่ควรทราบ คือ บัญชี Micro ไม่รองรับการซื้อขาย Cryptocurrency CFD, หุ้น และดัชนี
บัญชี Ultra
บัญชี Ultra เป็นบัญชีที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุดในกลุ่มบัญชีทั้งหมด โดยเริ่มต้นที่ 0.6 pips พร้อมมีการคิดค่าคอมมิชชัน $6 ต่อ Lot แบบ Round Trip แทน จึงเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นต้นทุนการเข้าออกตลาดต่ำ โดยเฉพาะสาย Scalping หรือผู้ที่มีความถี่ในการเทรดค่อนข้างสูง
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 0.6 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | $6/lot (round trip) |
| Swap | มี |
| Contract Size | 100,000 |
| Maximum Lot Size | 50 lots |
| Negative Balance Protection | มี |
*หมายเหตุ: ค่าคอมมิชชัน $6 ต่อ Lot จะเป็นการคำนวณรวมทั้งฝั่งเปิดและปิดออเดอร์เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่การคิดแยกฝั่งละ $6 ครับ
บัญชี Ultra Gold
บัญชี Ultra Gold ของ Connext Broker เป็นบัญชีที่ออกแบบมาเพื่อการเทรดทองคำโดยเฉพาะ โดยมี Contract Size อยู่ที่ 100 ต่อ Lot ซึ่งแตกต่างจากบัญชีทั่วไปที่มักใช้ขนาด 100,000 ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจัดการ Position Size และบริหารความเสี่ยงในการเทรดทองคำได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ บัญชีประเภทนี้ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเทรดทองคำเป็นหลักครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:500 |
| Spread เริ่มต้น | 1.6 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | มี |
| Contract Size | 100 |
| Maximum Lot Size | 30 lots |
| Negative Balance Protection | มี |
*หมายเหตุ: บัญชี Ultra Gold รองรับ Leverage สูงสุดที่ 1:500 ซึ่งต่ำกว่าบัญชีประเภทอื่นของโบรกเกอร์ที่อาจรองรับได้สูงสุดถึง 1:2000 ดังนั้น ผู้ใช้งานควรพิจารณาเรื่องการบริหารความเสี่ยงและขนาดสัญญาให้เหมาะสมก่อนเริ่มเทรดครับ
บัญชี No Swap
บัญชี No Swap หรือที่เรียกว่า Islamic Account ออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่า Swap จากการถือออเดอร์ข้ามคืน รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดด้านหลักปฏิบัติทางศาสนาเกี่ยวกับดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม บัญชีประเภทนี้มีเงื่อนไขด้านค่าธรรมเนียมที่ควรทำความเข้าใจก่อนใช้งาน ดังนี้
- 5 วันแรกหลังเปิดออเดอร์: ไม่มีการเรียกเก็บค่า Swap
- ตั้งแต่วันที่ 6 เป็นต้นไป: ระบบจะเริ่มคิดค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) แทนค่า Swap สำหรับออเดอร์ที่ยังถือค้างอยู่
นอกจากนี้ Connext Broker ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากผู้ใช้งานเลือกเปิดบัญชีประเภท No Swap บัญชีทั้งหมดภายใต้ผู้ใช้งานเดียวกันจะต้องเป็นบัญชี No Swap เท่านั้น และไม่สามารถเปิดใช้งานบัญชีประเภทอื่นควบคู่กันได้ครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.5 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี |
| Swap | ไม่คิด 5 วันแรก / หลังจากนั้นมี Management Fee |
| Contract Size | 100,000 |
| Maximum Lot Size | 50 lots |
| Negative Balance Protection | มี |
*หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียม Management Fee ของ Connext Broker อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อทีม Support ก่อนเริ่มใช้งานครับ
บัญชี Standard
บัญชี Standard เป็นบัญชีที่เน้นความเรียบง่ายในด้านโครงสร้างต้นทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม และคิดค่าใช้จ่ายผ่านค่าสเปรดเป็นหลัก
นอกจากนี้ บัญชีประเภทนี้ยังรองรับการซื้อขายสินทรัพย์ครบทุกประเภทที่โบรกเกอร์ให้บริการ จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมบริหารต้นทุนการเทรดได้ง่ายมากขึ้นครับ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
| เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| Leverage สูงสุด | 1:2000 |
| Spread เริ่มต้น | 1.2 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี ($0) |
| Swap | มี |
| Contract Size | 100,000 |
| Maximum Lot Size | 50 lots |
| Negative Balance Protection | มี |
ตารางเปรียบเทียบภาพรวมทุกบัญชี
| บัญชี | Spread เริ่มต้น | คอมมิชชัน | Leverage สูงสุด | Lot Size สูงสุด | จุดเด่น |
| Micro | 1.4 pips | ไม่มี | 1:2000 | 3,000 Cent Lots | เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและการเทรด Lot ขนาดเล็ก |
| Ultra | 0.6 pips | $6/Lot (Round Trip) | 1:2000 | 50 Lots | Spread ต่ำ เหมาะกับสาย Scalping และเทรดระยะสั้น |
| Ultra Gold | 1.6 pips | ไม่มี | 1:500 | 30 Lots | ออกแบบมาสำหรับการเทรดทองคำโดยเฉพาะ |
| No Swap | 1.5 pips | ไม่มี | 1:2000 | 50 Lots | ไม่มีค่า Swap ใน 5 วันแรก |
| Standard | 1.2 pips | ไม่มี | 1:2000 | 50 Lots | ไม่มีค่าคอมมิชชัน รองรับสินทรัพย์ครบทุกประเภท |
ดูรายละเอียดประเภทบัญชีทั้งหมดของ Connext Broker ได้โดยตรงจากหน้าเว็บไซต์ทางการของโบรกเกอร์ ซึ่งมีข้อมูลครบทั้งเรื่องค่าสเปรด Leverage คอมมิชชัน เงื่อนไข No Swap รวมถึงรายละเอียดของแต่ละบัญชีครับ
ขั้นตอนการเปิดบัญชีกับ Connext
Connext ระบุว่า ขั้นตอนการสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตน (KYC) สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาประมาณ 1 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารของแต่ละบุคคล โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้
- สมัครสมาชิก – กรอกอีเมลและข้อมูลส่วนตัวผ่านหน้าเว็บไซต์ของโบรกเกอร์
- ยืนยันตัวตน (KYC) – อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
- ฝากเงินเข้าบัญชี – เลือกช่องทางการฝากเงินที่สะดวกและดำเนินการตามขั้นตอน
- เริ่มต้นเทรด – ดาวน์โหลด MetaTrader 5 (MT5) และเริ่มใช้งานบัญชีเทรด
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้งานระบบก่อน Connext Broker ยังมีบัญชีทดลอง (Demo Account) ให้ใช้งานโดยไม่ต้องฝากเงินจริงครับ
ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมของ Connext Broker
ค่าสเปรดของ Connext Broker เริ่มต้นที่ 0.6 pips ในบัญชี Ultra และ 1.2 pips ในบัญชี Standard ซึ่งเป็นข้อมูลที่โบรกเกอร์ระบุไว้บนเว็บไซต์ทางการ ทั้งนี้ ค่าสเปรดจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเริ่มเทรดครับ
โครงสร้างค่าธรรมเนียมหลักของโบรกเกอร์มีรายละเอียด ดังนี้
- ค่า Spread: แตกต่างกันตามประเภทบัญชี
- ค่าคอมมิชชัน: มีเฉพาะบัญชี Ultra อยู่ที่ $6 ต่อ Lot แบบ Round Trip
- ค่า Swap: มีในทุกบัญชี ยกเว้นบัญชี No Swap ตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์
- ค่าฝากและถอนเงิน: โบรกเกอร์ระบุว่าไม่มีค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมสำหรับบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Inactivity Fee): ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อทีม Support ก่อนใช้งาน
แพลตฟอร์มการเทรด MetaTrader 5
MetaTrader 5 หรือ MT5 เป็นแพลตฟอร์มการเทรดหลักที่ Connext Broker เปิดให้บริการในปัจจุบัน โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเทรดเดอร์ทั่วโลก และรองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์ เว็บเบราว์เซอร์ และอุปกรณ์มือถือ
คุณสมบัติหลักของแพลตฟอร์ม ดังนี้
- รองรับการใช้งานบน Windows, Mac, Web Browser, iOS และ Android
- รองรับการใช้งาน Expert Advisors (EA) สำหรับระบบเทรดอัตโนมัติ
- รองรับระบบ Hedging ในทุกประเภทบัญชี
- มีเซิร์ฟเวอร์ในหลายภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ไซปรัส และสหราชอาณาจักร
- มีเครื่องมือเสริม เช่น Trading Calculator, Copy Trade และ Daily Technical Insights
*หมายเหตุ: ปัจจุบัน Connext ยังไม่ได้รองรับแพลตฟอร์ม MT4 หรือ cTrader ดังนั้น ผู้ที่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจต้องพิจารณาเรื่องการปรับตัวในการใช้งานเพิ่มเติมครับ
ช่องทางการฝากและถอนเงิน
Connext ให้บริการช่องทางการฝากและถอนเงิน 4 ช่องทางหลัก โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจากทางโบรกเกอร์ครับ
| ช่องทาง | ระยะเวลาฝากเงิน | ระยะเวลาถอนเงิน |
| โอนผ่านธนาคาร (Bank Transfer) | ประมาณ 1–5 วันทำการ | โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมงทำการ |
| QR Code Payment | ใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างรวดเร็ว | โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมงทำการ |
| Cryptocurrency (USDT/USDC) | ใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างรวดเร็ว | โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมงทำการ |
| บัตรเครดิต/เดบิต (Visa/Mastercard) | อาจดำเนินการได้ทันที ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ | โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมงทำการ |
*หมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการฝากและถอนเงินเป็นข้อมูลที่โบรกเกอร์ระบุไว้ และอาจแตกต่างกันตามช่องทางการชำระเงิน ช่วงเวลาทำรายการ หรือขั้นตอนการตรวจสอบของระบบ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนใช้งานครับ
สามารถดูรายละเอียดช่องทางฝากและถอนเงินได้โดยตรงจากหน้าเว็บไซต์ทางการ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการชำระเงิน ระยะเวลาดำเนินการ และเงื่อนไขการใช้งานของแต่ละวิธีครับ
สรุปเกี่ยวกับ Connext Broker
โดยภาพรวม Connext Broker ถือเป็นโบรกเกอร์ที่มีจุดเด่นด้านความหลากหลายของประเภทบัญชี ตั้งแต่บัญชี Micro สำหรับผู้เริ่มต้น บัญชี Ultra ที่เน้นค่าสเปรดต่ำ ไปจนถึงบัญชีเฉพาะทางอย่าง Ultra Gold และ No Swap ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้งานได้ตามสไตล์การเทรดและรูปแบบการบริหารความเสี่ยงของตนเอง นอกจากนี้ การไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นได้ง่ายมากขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม ในด้านใบอนุญาต Connext Broker ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลแบบ Offshore และไม่มีระบบกองทุนชดเชยนักลงทุน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขการใช้งานด้านอื่น ๆ ด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นใช้งาน การทดลองผ่านบัญชี Demo ก่อนใช้งานจริงอาจช่วยให้เห็นภาพของแพลตฟอร์มและสภาพแวดล้อมการเทรดได้มากขึ้น และไม่ว่าจะเลือกใช้โบรกเกอร์ใด การศึกษาพื้นฐานการเทรดรวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page















