ยกเว้นภาษีคริปโต สรุปเกณฑ์ VAT 7% และข้อควรรู้ปี 2026

  • 6:24 am
  • Post Views: 7
Table of Contents
ยกเว้นภาษีคริปโต สรุปเกณฑ์ VAT 7% และข้อควรรู้ปี 2026

ยกเว้นภาษีคริปโต คือ มาตรการทางภาษีของกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขาย (Exchange), นายหน้า (Broker) และผู้ค้า (Dealer) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยครับ

มาตรการนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คำว่ายกเว้นภาษีคริปโตไม่ได้หมายความว่ากำไรจากการลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด บทความนี้อธิบายขอบเขตการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีคริปโต ล่าสุด หลักเกณฑ์ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และวิธีคำนวณเงินได้เพื่อเตรียมยื่นภาษีอย่างถูกต้องครับ

⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • การยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทยเน้นการยกเว้น VAT คริปโต 7% เมื่อซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตในไทยเพื่อลดต้นทุนทำธุรกรรมครับ
  • การถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไว้ครบถ้วน สามารถเลือกใช้สิทธิ Final Tax ไม่ต้องนำมารวมคำนวณปลายปีได้ ส่วนกำไรจากการเทรดคริปโตทั่วไปผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วโดยไม่ต้องเลือกอะไร
  • การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องยื่นภาษี หากมีกำไรจากการเทรด (Capital Gains) หรือผลตอบแทนจากการ Staking ยังคงต้องนำไปคำนวณยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • นักเทรดสามารถนำผลขาดทุนจากการเทรดผ่าน Exchange ในไทยมาหักลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกันได้ ช่วยสะท้อนผลตอบแทนจริงและลดภาระภาษีปลายปี

ยกเว้นภาษีคริปโต คืออะไร?

การยกเว้นภาษีคริปโต คือ นโยบายส่งเสริมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐที่ยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากการส่งมอบหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อนในทุก ๆ ยอดธุรกรรมการซื้อขาย

ความหมายและที่มาของมาตรการยกเว้นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล

โครงสร้างการยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทย

ในยุคแรกของการจัดเก็บภาษี สินทรัพย์ดิจิทัลถูกมองเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง ทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ซึ่งสร้างภาระอย่างมากแก่นักเทรด เพราะทุกครั้งที่มีการกดซื้อหรือขาย คริปโตเคอร์เรนซีจะถูกคิด VAT ทันที

กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรจึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ทำให้โครงสร้างภาษีคริปโตในไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนครับ

เหตุผลที่ภาครัฐออกมาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

สาเหตุสำคัญที่ภาครัฐต้องยกเว้น VAT คริปโต 7% คือการป้องกันการไหลออกของเงินทุนไปยังศูนย์ซื้อขายต่างประเทศ หาก Exchange ในไทยยังคงมีการเก็บ VAT ในขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติไม่ได้เก็บ นักลงทุนไทยจะย้ายไปใช้บริการต่างประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกระตุ้นนวัตกรรมด้านการเงินอย่างมีระบบครับ

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทย

สิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทยผูกติดอยู่กับช่องทางที่ใช้ทำธุรกรรมและประเภทของภาษี นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจเงื่อนไขเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องครับ

การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต

เงื่อนไขสำคัญของการ ยกเว้น VAT คริปโต 7% คือ ธุรกรรมนั้นต้องทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ซื้อขาย (Digital Asset Exchange), นายหน้า (Broker) หรือผู้ค้า (Dealer)

หากนักลงทุนทำการซื้อขายแบบ Peer-to-Peer (P2P) นอกระบบที่ได้รับการรับรอง หรือเทรดผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย สิทธิการยกเว้น VAT ดังกล่าวอาจไม่ครอบคลุม ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภาษีย้อนหลังได้ครับ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และสิทธิการเลือกชำระภาษี (Final Tax)

สำหรับกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไปผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. นักลงทุนได้รับการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้ว ตามประกาศของกรมสรรพากร

ส่วนกลไกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% พร้อมสิทธิเลือก Final Tax นั้น ใช้กับกรณีเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากการถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป หากผู้ถือ Investment Token ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ครบถ้วน 15% แล้ว จะได้รับสิทธิเลือกไม่นำเงินส่วนดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี (Final Tax) ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการคำนวณภาษีสะสมปลายปีได้อย่างมากครับ

ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบการคิดภาษีเพิ่มเติมได้ที่: กรมสพากร ครับ

ประเภทภาษีอัตราภาษีปกติเงื่อนไขการได้รับยกเว้น/สิทธิพิเศษช่องทางที่เข้าเกณฑ์
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)7%ยกเว้นเต็มจำนวนศูนย์ซื้อขาย/นายหน้า/ผู้ค้าที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต.
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เงินปันผล Investment Token)15%เลือกใช้ Final Tax ไม่ต้องรวมคำนวณปลายปีได้ผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ถูกหักภาษีครบถ้วน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (กำไรเทรดคริปโตทั่วไป)15%ยกเว้นเต็มจำนวนซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต.
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา5% – 35%นำผลขาดทุนมาหักลบกำไรในปีเดียวกันได้ซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล

ยกเว้นภาษีคริปโต มีขอบเขตแค่ไหน? สิ่งที่ได้รับยกเว้น vs สิ่งที่ยังต้องยื่น

ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่เทรดเดอร์ คือการคิดว่าเมื่อมีมาตรการยกเว้นภาษีคริปโตแล้ว จะไม่ต้องยื่นภาษีใด ๆ อีกเลย ซึ่งในความเป็นจริง กรมสรรพากรยกเว้นให้เพียงแค่บางประเภทภาษีเท่านั้นครับ

ธุรกรรมที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ธุรกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างชัดเจน ประกอบด้วย:

  1. การซื้อขายเปลี่ยนมือคริปโตเคอร์เรนซี: เช่น การนำเงินบาทไปซื้อ Bitcoin หรือการขาย Ethereum กลับมาเป็นเงินบาท ผ่าน Exchange ในไทย
  2. การแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล: เช่น การนำ Bitcoin ไปแลกเป็น Altcoin ต่าง ๆ ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
  3. การโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน: ธุรกรรมการโอนโทเคนเพื่อการลงทุนผ่านระบบที่กำหนด

ธุรกรรมและเงินได้ที่ยังต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แม้จะได้รับยกเว้น VAT แต่เงินได้จากการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซียังคงจัดเป็นเงินได้ประเมินตามมาตรา 40(4)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปยื่นแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี โดยธุรกรรมที่ต้องนำมาคำนวณ ได้แก่:

  • กำไรจากการขาย (Capital Gains): ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาต้นทุนการซื้อ
  • ผลตอบแทนจากการ Staking หรือ Farming: ดอกเบี้ย หรือ Reward ที่ได้รับจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปวางฝากไว้ในระบบ
  • รายได้จากการขุด (Mining) และ Airdrop: มูลค่าของเหรียญที่ได้รับ ณ เวลาที่ได้รับถือเป็นเงินได้
  • กำไรจากการแลกเปลี่ยนเหรียญอิงดอลลาร์: การถือครองหรือแลกเปลี่ยน Stablecoin แล้วเกิดผลกำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาเหรียญ ก็ต้องนำกำไรส่วนนั้นมาคำนวณภาษีเงินได้เช่นกันครับ


ข้อควรรู้ในการคำนวณและจัดการประวัติเทรดคริปโต

การวางแผนภาษีคริปโต ล่าสุด อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการจัดเก็บข้อมูลและการเลือกใช้วิธีคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรครับ

การนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร (Loss Offset) ภายในปีภาษี

สิทธิประโยชน์สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ที่เทรดผ่าน Exchange ในไทย คือ การอนุญาตให้นำ “ผลขาดทุน” จากการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีมาหักลบกับ “กำไร” ที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้

ตัวอย่างเช่น หากท่านเทรดเหรียญ A ได้กำไร 100,000 บาท แต่เทรดเหรียญ B ขาดทุน 40,000 บาท ท่านสามารถนำผลขาดทุนมาหักลบกัน ทำให้เหลือเงินได้สุทธิที่จะต้องนำไปคำนวณภาษีเพียง 60,000 บาทเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนนี้สามารถใช้หักลบได้เฉพาะภายในปีภาษีเดียวกัน และไม่สามารถยกยอดไปหักลบในปีถัดไปได้

ความแตกต่างทางภาษีระหว่าง Exchange ในไทย, Exchange ต่างประเทศ และ Decentralized Exchange (DEX)

ช่องทางที่ใช้นำมาซึ่งภาระภาษีและสิทธิประโยชน์ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ:

  1. Exchange ในไทย (ก.ล.ต. กำกับ): ได้รับสิทธิยกเว้น VAT 7% นำผลขาดทุนมาหักลบกำไรได้ และขอเอกสารรายงานภาษี (Tax Report) ได้สะดวก
  2. Exchange ต่างประเทศ: ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เรื่องการนำผลขาดทุนมาหักลบกำไรตามเกณฑ์ไทย หากนำเงินกำไรกลับเข้าประเทศไทยในปีภาษีใด อาจต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์เงินได้จากต่างประเทศ
  3. Decentralized Exchange (DEX): การทำธุรกรรมบน DEX หรือการจัดการสินทรัพย์ด้วยตนเอง ต้องพิจารณา ความเสี่ยงและการดูแลรักษา Seed Phrase (รหัสวลีสำรองสำหรับเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากความแตกต่างเมื่อเทรดบน DEX คือไม่มีตัวกลางออกเอกสารสรุปภาษี นักลงทุนต้องบันทึก Transaction History บนบล็อกเชนด้วยตนเองเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันต้นทุนต่อกรมสรรพากร

ประเด็นทางภาษีExchange ในไทย (ได้รับอนุญาต)Exchange ต่างประเทศ / DEX
การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)ได้รับสิทธิยกเว้นเต็มจำนวนไม่อยู่ในขอบเขตการรับรองของไทย
การนำผลขาดทุนมาหักลบกำไรทำได้ภายในปีภาษีเดียวกันไม่สามารถนำมาหักลบได้
การออกรายงานประวัติธุรกรรมมีระบบออกเอกสาร Tax Report อัตโนมัติต้องดึงข้อมูลจาก On-chain หรือ Export เอง
เกณฑ์ Final Tax (หัก ณ ที่จ่าย 15%)ได้รับยกเว้นเต็มจำนวน ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่อยู่ในขอบเขตยกเว้นตามกฎหมายไทย

📢 Traderbobo แนะนำ

ตอนผมเริ่มจัดสรรพอร์ตคริปโตใหม่ ๆ สิ่งที่พลาดบ่อยที่สุดคือไม่ได้โหลด Transaction History เก็บไว้ทุกเดือน พอถึงช่วงยื่นภาษีต้นปี แพลตฟอร์มบางแห่งปิดปรับปรุงหรือเก็บข้อมูลย้อนหลังได้จำกัด ทำให้หาต้นทุน First-In, First-Out (FIFO) ยากมาก ผมแนะนำว่าควร Export รายงานการเทรดมาเก็บไว้ในไดรฟ์ส่วนตัวทุกสิ้นเดือนครับ


สรุปเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีคริปโต และวางแผนการลงทุนอย่างคุ้มค่า

การ ยกเว้นภาษีคริปโต โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงมีหน้าที่คำนวณและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกำไรการลงทุนปลายปีอยู่เสมอ

การเลือกใช้บริการผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตในไทย ช่วยให้นักลงทุนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วน ทั้งการยกเว้น VAT และการนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจโดยไม่มีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหลังครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ยกเว้นภาษีคริปโต

เทรดคริปโตผ่าน Exchange ในไทย ได้รับยกเว้นภาษีอะไรบ้าง?

การเทรดผ่าน Exchange ในไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เต็มจำนวนครับ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิในการนำผลขาดทุนมาหักลบกับกำไรจากการเทรดภายในปีภาษีเดียวกันได้ เพื่อนำยอดกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี

ยกเว้นภาษีคริปโต หมายความว่าไม่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช่ไหม?

ไม่ใช่ครับ การยกเว้นภาษีคริปโตในปัจจุบันเน้นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เป็นหลัก ส่วนกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี (Capital Gains) ยังคงถือเป็นเงินได้ประเมินตามกฎหมายที่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีครับ

เทรดบน Decentralized Exchange (DEX) ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยไหม?

สิทธิการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศกระทรวงการคลังครอบคลุมการทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทยเป็นหลัก การเทรดบน DEX ต่างชาติจึงไม่อยู่ในขอบเขตการรับรองนี้ และไม่สามารถนำผลขาดทุนจาก DEX มาหักลบกำไรในระบบไทยได้ครับ

ถ้าเทรดคริปโตแล้วขาดทุน นำมาหักลบกำไรเพื่อคำนวณภาษีอย่างไร?

หากท่านเทรดผ่าน Exchange ในไทย สามารถนำผลขาดทุนของเหรียญหนึ่งมาหักลบกับกำไรของอีกเหรียญหนึ่งที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้ครับ เช่น กำไร 50,000 บาท ขาดทุน 20,000 บาท จะเหลือกำไรสุทธิคำนวณภาษี 30,000 บาท แต่ไม่สามารถนำผลขาดทุนข้ามปีไปใช้ในปีถัดไปได้ครับ

การถือ Stablecoin ไว้เฉย ๆ ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีหรือไม่?

การถือครอง Stablecoin ไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ทำธุรกรรมขาย แลกเปลี่ยน หรือนำไปหาผลตอบแทน ไม่ถือว่าเกิดเงินได้จริง จึงไม่ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีครับ แต่หากมีการขายเปลี่ยนเป็นเงินบาทแล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือนำไป Staking ได้รับ Reward กำไรหรือผลตอบแทนส่วนนั้นจะต้องนำมารวมคำนวณภาษีครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง สุดท้ายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้ครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5