
ยกเว้นภาษีคริปโต คือ มาตรการทางภาษีของกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขาย (Exchange), นายหน้า (Broker) และผู้ค้า (Dealer) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยครับ
มาตรการนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คำว่ายกเว้นภาษีคริปโตไม่ได้หมายความว่ากำไรจากการลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด บทความนี้อธิบายขอบเขตการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีคริปโต ล่าสุด หลักเกณฑ์ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และวิธีคำนวณเงินได้เพื่อเตรียมยื่นภาษีอย่างถูกต้องครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- การยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทยเน้นการยกเว้น VAT คริปโต 7% เมื่อซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตในไทยเพื่อลดต้นทุนทำธุรกรรมครับ
- การถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไว้ครบถ้วน สามารถเลือกใช้สิทธิ Final Tax ไม่ต้องนำมารวมคำนวณปลายปีได้ ส่วนกำไรจากการเทรดคริปโตทั่วไปผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วโดยไม่ต้องเลือกอะไร
- การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องยื่นภาษี หากมีกำไรจากการเทรด (Capital Gains) หรือผลตอบแทนจากการ Staking ยังคงต้องนำไปคำนวณยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- นักเทรดสามารถนำผลขาดทุนจากการเทรดผ่าน Exchange ในไทยมาหักลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกันได้ ช่วยสะท้อนผลตอบแทนจริงและลดภาระภาษีปลายปี
ยกเว้นภาษีคริปโต คืออะไร?
การยกเว้นภาษีคริปโต คือ นโยบายส่งเสริมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐที่ยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากการส่งมอบหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อนในทุก ๆ ยอดธุรกรรมการซื้อขาย
ความหมายและที่มาของมาตรการยกเว้นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล

ในยุคแรกของการจัดเก็บภาษี สินทรัพย์ดิจิทัลถูกมองเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง ทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ซึ่งสร้างภาระอย่างมากแก่นักเทรด เพราะทุกครั้งที่มีการกดซื้อหรือขาย คริปโตเคอร์เรนซีจะถูกคิด VAT ทันที
กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรจึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ทำให้โครงสร้างภาษีคริปโตในไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนครับ
เหตุผลที่ภาครัฐออกมาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
สาเหตุสำคัญที่ภาครัฐต้องยกเว้น VAT คริปโต 7% คือการป้องกันการไหลออกของเงินทุนไปยังศูนย์ซื้อขายต่างประเทศ หาก Exchange ในไทยยังคงมีการเก็บ VAT ในขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติไม่ได้เก็บ นักลงทุนไทยจะย้ายไปใช้บริการต่างประเทศทั้งหมด
นอกจากนี้ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกระตุ้นนวัตกรรมด้านการเงินอย่างมีระบบครับ
สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทย
สิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีคริปโตในประเทศไทยผูกติดอยู่กับช่องทางที่ใช้ทำธุรกรรมและประเภทของภาษี นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจเงื่อนไขเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องครับ
การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
เงื่อนไขสำคัญของการ ยกเว้น VAT คริปโต 7% คือ ธุรกรรมนั้นต้องทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ซื้อขาย (Digital Asset Exchange), นายหน้า (Broker) หรือผู้ค้า (Dealer)
หากนักลงทุนทำการซื้อขายแบบ Peer-to-Peer (P2P) นอกระบบที่ได้รับการรับรอง หรือเทรดผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย สิทธิการยกเว้น VAT ดังกล่าวอาจไม่ครอบคลุม ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภาษีย้อนหลังได้ครับ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และสิทธิการเลือกชำระภาษี (Final Tax)
สำหรับกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไปผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. นักลงทุนได้รับการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้ว ตามประกาศของกรมสรรพากร
ส่วนกลไกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% พร้อมสิทธิเลือก Final Tax นั้น ใช้กับกรณีเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากการถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป หากผู้ถือ Investment Token ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ครบถ้วน 15% แล้ว จะได้รับสิทธิเลือกไม่นำเงินส่วนดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี (Final Tax) ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการคำนวณภาษีสะสมปลายปีได้อย่างมากครับ
ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบการคิดภาษีเพิ่มเติมได้ที่: กรมสพากร ครับ
| ประเภทภาษี | อัตราภาษีปกติ | เงื่อนไขการได้รับยกเว้น/สิทธิพิเศษ | ช่องทางที่เข้าเกณฑ์ |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | 7% | ยกเว้นเต็มจำนวน | ศูนย์ซื้อขาย/นายหน้า/ผู้ค้าที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เงินปันผล Investment Token) | 15% | เลือกใช้ Final Tax ไม่ต้องรวมคำนวณปลายปีได้ | ผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ถูกหักภาษีครบถ้วน |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (กำไรเทรดคริปโตทั่วไป) | 15% | ยกเว้นเต็มจำนวน | ซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. |
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | 5% – 35% | นำผลขาดทุนมาหักลบกำไรในปีเดียวกันได้ | ซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล |
ยกเว้นภาษีคริปโต มีขอบเขตแค่ไหน? สิ่งที่ได้รับยกเว้น vs สิ่งที่ยังต้องยื่น
ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่เทรดเดอร์ คือการคิดว่าเมื่อมีมาตรการยกเว้นภาษีคริปโตแล้ว จะไม่ต้องยื่นภาษีใด ๆ อีกเลย ซึ่งในความเป็นจริง กรมสรรพากรยกเว้นให้เพียงแค่บางประเภทภาษีเท่านั้นครับ
ธุรกรรมที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ธุรกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างชัดเจน ประกอบด้วย:
- การซื้อขายเปลี่ยนมือคริปโตเคอร์เรนซี: เช่น การนำเงินบาทไปซื้อ Bitcoin หรือการขาย Ethereum กลับมาเป็นเงินบาท ผ่าน Exchange ในไทย
- การแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล: เช่น การนำ Bitcoin ไปแลกเป็น Altcoin ต่าง ๆ ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
- การโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน: ธุรกรรมการโอนโทเคนเพื่อการลงทุนผ่านระบบที่กำหนด
ธุรกรรมและเงินได้ที่ยังต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แม้จะได้รับยกเว้น VAT แต่เงินได้จากการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซียังคงจัดเป็นเงินได้ประเมินตามมาตรา 40(4)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปยื่นแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี โดยธุรกรรมที่ต้องนำมาคำนวณ ได้แก่:
- กำไรจากการขาย (Capital Gains): ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาต้นทุนการซื้อ
- ผลตอบแทนจากการ Staking หรือ Farming: ดอกเบี้ย หรือ Reward ที่ได้รับจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปวางฝากไว้ในระบบ
- รายได้จากการขุด (Mining) และ Airdrop: มูลค่าของเหรียญที่ได้รับ ณ เวลาที่ได้รับถือเป็นเงินได้
- กำไรจากการแลกเปลี่ยนเหรียญอิงดอลลาร์: การถือครองหรือแลกเปลี่ยน Stablecoin แล้วเกิดผลกำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาเหรียญ ก็ต้องนำกำไรส่วนนั้นมาคำนวณภาษีเงินได้เช่นกันครับ
ข้อควรรู้ในการคำนวณและจัดการประวัติเทรดคริปโต
การวางแผนภาษีคริปโต ล่าสุด อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการจัดเก็บข้อมูลและการเลือกใช้วิธีคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรครับ
การนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร (Loss Offset) ภายในปีภาษี
สิทธิประโยชน์สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับผู้ที่เทรดผ่าน Exchange ในไทย คือ การอนุญาตให้นำ “ผลขาดทุน” จากการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีมาหักลบกับ “กำไร” ที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้
ตัวอย่างเช่น หากท่านเทรดเหรียญ A ได้กำไร 100,000 บาท แต่เทรดเหรียญ B ขาดทุน 40,000 บาท ท่านสามารถนำผลขาดทุนมาหักลบกัน ทำให้เหลือเงินได้สุทธิที่จะต้องนำไปคำนวณภาษีเพียง 60,000 บาทเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนนี้สามารถใช้หักลบได้เฉพาะภายในปีภาษีเดียวกัน และไม่สามารถยกยอดไปหักลบในปีถัดไปได้
ความแตกต่างทางภาษีระหว่าง Exchange ในไทย, Exchange ต่างประเทศ และ Decentralized Exchange (DEX)
ช่องทางที่ใช้นำมาซึ่งภาระภาษีและสิทธิประโยชน์ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ:
- Exchange ในไทย (ก.ล.ต. กำกับ): ได้รับสิทธิยกเว้น VAT 7% นำผลขาดทุนมาหักลบกำไรได้ และขอเอกสารรายงานภาษี (Tax Report) ได้สะดวก
- Exchange ต่างประเทศ: ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เรื่องการนำผลขาดทุนมาหักลบกำไรตามเกณฑ์ไทย หากนำเงินกำไรกลับเข้าประเทศไทยในปีภาษีใด อาจต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์เงินได้จากต่างประเทศ
- Decentralized Exchange (DEX): การทำธุรกรรมบน DEX หรือการจัดการสินทรัพย์ด้วยตนเอง ต้องพิจารณา ความเสี่ยงและการดูแลรักษา Seed Phrase (รหัสวลีสำรองสำหรับเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากความแตกต่างเมื่อเทรดบน DEX คือไม่มีตัวกลางออกเอกสารสรุปภาษี นักลงทุนต้องบันทึก Transaction History บนบล็อกเชนด้วยตนเองเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันต้นทุนต่อกรมสรรพากร
| ประเด็นทางภาษี | Exchange ในไทย (ได้รับอนุญาต) | Exchange ต่างประเทศ / DEX |
| การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) | ได้รับสิทธิยกเว้นเต็มจำนวน | ไม่อยู่ในขอบเขตการรับรองของไทย |
| การนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร | ทำได้ภายในปีภาษีเดียวกัน | ไม่สามารถนำมาหักลบได้ |
| การออกรายงานประวัติธุรกรรม | มีระบบออกเอกสาร Tax Report อัตโนมัติ | ต้องดึงข้อมูลจาก On-chain หรือ Export เอง |
| เกณฑ์ Final Tax (หัก ณ ที่จ่าย 15%) | ได้รับยกเว้นเต็มจำนวน ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย | ไม่อยู่ในขอบเขตยกเว้นตามกฎหมายไทย |
📢 Traderbobo แนะนำ
ตอนผมเริ่มจัดสรรพอร์ตคริปโตใหม่ ๆ สิ่งที่พลาดบ่อยที่สุดคือไม่ได้โหลด Transaction History เก็บไว้ทุกเดือน พอถึงช่วงยื่นภาษีต้นปี แพลตฟอร์มบางแห่งปิดปรับปรุงหรือเก็บข้อมูลย้อนหลังได้จำกัด ทำให้หาต้นทุน First-In, First-Out (FIFO) ยากมาก ผมแนะนำว่าควร Export รายงานการเทรดมาเก็บไว้ในไดรฟ์ส่วนตัวทุกสิ้นเดือนครับ
สรุปเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีคริปโต และวางแผนการลงทุนอย่างคุ้มค่า
การ ยกเว้นภาษีคริปโต โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงมีหน้าที่คำนวณและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกำไรการลงทุนปลายปีอยู่เสมอ
การเลือกใช้บริการผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตในไทย ช่วยให้นักลงทุนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วน ทั้งการยกเว้น VAT และการนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจโดยไม่มีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหลังครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ยกเว้นภาษีคริปโต
เทรดคริปโตผ่าน Exchange ในไทย ได้รับยกเว้นภาษีอะไรบ้าง?
การเทรดผ่าน Exchange ในไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เต็มจำนวนครับ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิในการนำผลขาดทุนมาหักลบกับกำไรจากการเทรดภายในปีภาษีเดียวกันได้ เพื่อนำยอดกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี
ยกเว้นภาษีคริปโต หมายความว่าไม่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช่ไหม?
ไม่ใช่ครับ การยกเว้นภาษีคริปโตในปัจจุบันเน้นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เป็นหลัก ส่วนกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี (Capital Gains) ยังคงถือเป็นเงินได้ประเมินตามกฎหมายที่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีครับ
เทรดบน Decentralized Exchange (DEX) ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยไหม?
สิทธิการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศกระทรวงการคลังครอบคลุมการทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทยเป็นหลัก การเทรดบน DEX ต่างชาติจึงไม่อยู่ในขอบเขตการรับรองนี้ และไม่สามารถนำผลขาดทุนจาก DEX มาหักลบกำไรในระบบไทยได้ครับ
ถ้าเทรดคริปโตแล้วขาดทุน นำมาหักลบกำไรเพื่อคำนวณภาษีอย่างไร?
หากท่านเทรดผ่าน Exchange ในไทย สามารถนำผลขาดทุนของเหรียญหนึ่งมาหักลบกับกำไรของอีกเหรียญหนึ่งที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้ครับ เช่น กำไร 50,000 บาท ขาดทุน 20,000 บาท จะเหลือกำไรสุทธิคำนวณภาษี 30,000 บาท แต่ไม่สามารถนำผลขาดทุนข้ามปีไปใช้ในปีถัดไปได้ครับ
การถือ Stablecoin ไว้เฉย ๆ ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีหรือไม่?
การถือครอง Stablecoin ไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ทำธุรกรรมขาย แลกเปลี่ยน หรือนำไปหาผลตอบแทน ไม่ถือว่าเกิดเงินได้จริง จึงไม่ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีครับ แต่หากมีการขายเปลี่ยนเป็นเงินบาทแล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือนำไป Staking ได้รับ Reward กำไรหรือผลตอบแทนส่วนนั้นจะต้องนำมารวมคำนวณภาษีครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง สุดท้ายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้ครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











