มั่นใจ! ความปลอดภัยของ Web 3.0 ที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลได้ 100%

มั่นใจ! ความปลอดภัยของ Web 3.0 ที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลได้ 100%

บทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องในอนาคตกันบ้าง กับหัวข้อ “ความปลอดภัยของ Web 3.0 ที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลได้ 100%” ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผมตั้งใจอยากจะนำมาเขียนให้ทุกคนได้อ่าน เพราะ Web 3.0 เป็นเทคโนโลยีในอนาคตที่เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานบริษัท ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือคนเสพสื่อทั่วไป ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่ยุค Web 3.0 ครับ

จะเห็นได้ว่า ยุคของโลกอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปเร็วมาก ๆ เพราะทุกวันนี้ เราต่างมีสมาร์ทโฟนกันแทบทุกคน แตกต่างจากแต่ก่อน ที่เวลาเราเข้า Website ก็เพื่อจะหาข้อมูล หรือติดตามข่าวสารต่าง ๆ โดยมีเจ้าของแพลตฟอร์มเป็นผู้ป้อนข้อมูลลงไปเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนทำให้เราเองก็สามารถนำเสนอ Content ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้เช่นกัน ทั้งใน Youtube, Facebook, Twitter หรือ Tiktok ที่เป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่มาแรง จนมีกระแสดนตรีคุ้นหูอย่างเพลงวอเอ๊ะ ๆ ให้เราได้คลายเครียด เรียกเสียงหัวเราะ และสามารถเข้าไป Comment กันได้

ดังนั้น ข้อมูลของผู้ใช้งานอย่างพวกเราจึงมีความสำคัญ เพราะสื่อต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ในทางการตลาดได้ หรือบางสื่ออาจจะนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดก็ได้ ผมจึงได้หยิบยกประเด็น ความปลอดภัยของ Web 3.0 มาให้ทุกท่านได้อ่าน เพื่อเตรียมตัวไปพร้อมกันกับผมครับ

หัวข้อเนื้อหาที่เราจะพูดถึง มีดังนี้

  • ย้อนรอย 3 ยุค ก่อนการพัฒนา ความปลอดภัยของ Web 3.0
  • ตัวอย่างการพัฒนา Web ที่เจอในชีวิตประจำวัน
  • สิ่งที่จะตามมา เมื่อความปลอดภัยของ Web 3.0 ถูกควบคุมจากผู้ใช้ 100%

ย้อนรอย 3 ยุค ก่อนการพัฒนา ความปลอดภัยของ Web 3.0

01ความปลอดภัยของ Web3.0
3 ยุค ก่อนการพัฒนามาถึงความปลอดภัยของ Web 3.0

จากรูปข้างต้น ทุกท่านคงมองเห็นภาพการพัฒนาด้านเทคโนโลยี รวมถึงด้านความปลอดภัยของข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ตแล้วใช่ไหมครับ แล้วคำถามต่อมา คือ “เราผ่านยุค Web 1.0 หรือ Web 2.0 มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมจะขออธิบายไปทีละยุค เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นครับ

ยุคอินเทอร์เน็ต Web 1.0

เริ่มจากยุคบุกเบิกของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์กันก่อนเลยครับ วัยรุ่นยุค 90’s หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดี เพราะลักษณะของ Web 1.0 จะเน้นไปที่การนำเสนอข้อมูลให้กับผู้บริโภคเพียงเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานจะสามารถรับข่าวสารได้เพียงอย่างเดียว ดังนั้น อำนาจในการนำเสนอข้อมูลจึงมาจากเจ้าของเว็บไซต์ ซึ่งหากจะอธิบายให้เห็นภาพก็คือ ถ้าคุณเข้า Google แล้วเสิร์ชมาเจอบทความนี้ของผม นั่นก็เป็นสิ่งที่แสดงว่า ตอนนี้ คุณเองก็กำลังใช้งานในระบบ Web 1.0 อยู่ครับ

ยุคอินเทอร์เน็ต Web 2.0

ต่อมา ผมจะพูดถึงยุคอินเทอร์เน็ต Web 2.0 กันต่อเลย บางท่านอาจจะมองภาพออกแล้วว่า Web 2.0 เป็นอย่างไรใช่ไหมครับ คุณคิดถูกแล้วครับ! อินเทอร์เน็ตยุคนี้ ถูกพัฒนาให้มีหน้าตาออกไปทาง Community โดยพัฒนาให้มีการสื่อสารโต้ตอบกัน มีความเป็นชุมชนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในยุคนี้ครับ เป็นยุคของโซเชียลมีเดียที่ผู้เสพสื่อกับผู้นำเสนอสื่อสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าของแพลตฟอร์มก็ยังคงอยู่เหนือกว่าผู้ใช้งาน เพราะเจ้าของแพลตฟอร์มสามารถควบคุม Content ของผู้นำเสนอได้ทั้งหมดครับ

ถ้าคอนเทนต์ไหนที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือเป็นคอนเทนต์ที่มีแนวคิดเห็นต่างออกไปจากคนส่วนมาก เจ้าของแพลตฟอร์มก็สามารถปิดกันเนื้อหานั้นได้เลย และอีกอย่างที่สำคัญ คือ ข้อมูลส่วนตัวที่เราคีย์ลงไปในแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ทั้งใน Youtube, Facebook, Twitter หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ อาจจะสามารถหลุดออกไปได้เช่นกันครับ ด้วยปัญหาข้างต้นที่ผมกล่าวไป จึงนำมาสู่แนวคิดในการพัฒนา Web 3.0 นั่นเองครับ

ยุคอินเทอร์เน็ต Web 3.0

มาถึงพระเอกในบทความนี้ของเรากันแล้วครับ นั่นคือ ยุคอินเทอร์เน็ต Web 3.0 ที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาต่อจากยุคอินเทอร์เน็ต Web 2.0 ทำให้ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้ใช้งานกันครับ โดยตัว Web 3.0 จะเน้นไปที่การเชื่อมต่อถึงกันโดยตรง ผู้ใช้งานสามารถ จัดการข้อมูลของตัวเองได้แบบ 100% ด้วย ความปลอดภัยของ Web 3.0 ที่มีการทำงานอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain เพื่อให้เกิดการจัดเก็บข้อมูลแบบไร้ตัวกลาง (Decentralised Data Architecture) บวกกับการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประมวลผล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ตนเองสนใจได้ด้วยครับ

แค่ลองคิดภาพตามก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ เพราะแนวคิด Web 3.0 นี้ จะทำให้ข้อมูลของเรามีความเป็นส่วนตัว และมีความปลอดภัยมากขึ้นครับ แต่หากคุณคิดว่า ข้อมูลที่คุณใส่ลงไปในแพลตฟอร์มไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย เพราะมีแค่ชื่อ Account หรือมีแค่รูปที่คุณโพสต์ลงไป จึงมองว่า การป้องกันข้อมูลตัวเองไม่ได้สำคัญจนต้องปกปิดขนาดนั้น ผมขอบอกก่อนว่า “คุณกำลังคิดผิดครับ”

เพราะแพลตฟอร์มที่คุณใช้งานอยู่ เขาเก็บข้อมูลที่ลึกลงไปกว่านั้นมาก ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้งานของคุณบนแพลตฟอร์ม เช่น การโพสต์รูป การเข้าชม การกดไลค์ กดแชร์ รวมถึงระยะเวลาที่คุณใช้งานบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลที่เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถนำไปทำประโยชน์ต่อได้ครับ หรือหากคิดในมุมที่แย่หน่อย เขาก็อาจจะนำข้อมูลของเราไปใช้เพื่อผลประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การขายข้อมูลให้บริษัทต่าง ๆ เพื่อใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการนำข้อมูลไปใช้ในการหาเสียงทางการเมือง (เคสนี้ Facebook เคยมีข่าวอยู่ช่วงหนึ่งด้วยครับ สามารถอ่านต่อได้ที่ The New York Times)

ตัวอย่างการพัฒนา Web ที่เจอในชีวิตประจำวัน

ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงต้องอ่านเรื่อง ความปลอดภัยของ Web 3.0 เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดครับ และเพื่อให้คุณได้เห็นภาพมากขึ้น ผมได้ทำรูปประกอบด้วยการนำแพลตฟอร์มที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาแบ่งประเภทตามยุคของ Web ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

02ความปลอดภัยของ Web3.0
The Evolution for Web 1.0 to Web 3.0

จากที่ผมได้เขียนไปข้างต้น คุณพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า อินเทอร์เน็ตในแต่ละยุคนั้น มีการพัฒนามาไกลแค่ไหน ซึ่งหากคุณต้องการอ่านรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกของ Web 3.0 เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ What is Web 3.0 ครับ เพราะ Web 3.0 ยังมีเทคโนโลยีซ่อนอยู่อีกมากมาย รวมถึงรูปแบบการทำงานที่ละเอียดมากกว่านี้ครับ



เอาล่ะ เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวจนเกินไป ผมจะพาทุกท่านมาพูดถึง สิ่งที่จะตามมาในอนาคต เมื่อเราก้าวเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต Web 3.0 ว่า จะมีอะไรที่ต่างจากเดิมบ้าง เพื่อให้เราสามารถมองภาพอนาคตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าพร้อมแล้ว มาต่อกันเลยครับ

สิ่งที่จะตามมา เมื่อความปลอดภัยของ Web 3.0 ถูกควบคุมจากผู้ใช้ 100%

หากอ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะสังเกตว่า ผมจะเน้นไปที่เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลักใช่ไหมล่ะครับ นั่นเพราะ Web 2.0 ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า มีความปลอดภัยไม่สูงนัก ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยประสบปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอยู่บ้างใช่ไหมครับ สำหรับบางท่านอาจจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรนัก แต่หากเป็นบริษัทใหญ่ที่ต้องระวังเรื่องของข้อมูลล่ะ? ถ้าข้อมูลหลุดออกไปได้ก็นับเป็นเรื่องที่ร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อบริษัทมาก ๆ ครับ

นั่นเป็นเพราะแพลตฟอร์มที่เราใช้อยู่ อย่าง Facebook, IG และ Twitter ล้วนแล้วแต่มีภัยอันตรายซ่อนอยู่ เนื่องจากผู้พัฒนาสามารถนำข้อมูลของคุณไปใช้งานได้ในหลาย ๆ ด้าน หรือบ่อยครั้งก็มีข่าวการถูกแฮกระบบ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด

อีกทั้ง ปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงต้องมีการพัฒนาให้โลกอินเทอร์เน็ตมีความปลอดภัยมากขึ้น เจ้าของข้อมูลมีสิทธิควบคุมได้อย่างเต็มที่ เพราะเทคโนโลยี Web 3.0 นั้น จะสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์บนระบบ Blockchain หรือถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้เราเข้าใจว่า มันเป็นการเก็บข้อมูลให้กระจายอยู่ในหลาย ๆ เครื่อง (node) ก็ได้ครับ ซึ่งขั้นตอนการเก็บข้อมูลในลักษณะนี้จะช่วยให้ ความปลอดภัยของ Web 3.0 ถูกแฮกได้ยากมากขึ้น ต่างกับรูปแบบ Web 2.0 ที่มีการเก็บข้อมูลไว้ในแหล่งเดียว นั่นคือ ทำให้ข้อมูลทั้งหมดของผู้ใช้งานจะถูกเก็บไว้ใน Server ของเจ้าของแพลตฟอร์มนั่นเองครับ

03 ความปลอดภัยของ Web3.0
เข้าสู่ความปลอดภัยของ Web 3.0 กับอำนาจควบคุมข้อมูล

และที่สำคัญ คือ ข้อมูลที่ถูกอัพขึ้นไปบน Web 3.0 จะเป็นกรรมสิทธ์ของเจ้าของข้อมูลเอง โดยคุณจะสามารถกำหนด หรือควบคุมได้ว่า จะเผยแพร่ข้อมูลส่วนไหน และจะปกป้องข้อมูลส่วนไหน โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครเลยครับ ซึ่งจากความเป็นไปได้ข้างต้นที่ผมกล่าวไปนั้น อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่มันจะส่งผลต่อโลกของอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมากครับ

เนื่องจากข้อมูล Content ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้เผยแพร่ไปนั้น ไม่ได้ถูกเก็บอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง ทำให้นโยบายการกำหนดทิศทางต่าง ๆ บน Web 3.0 มีความเป็นกลางมากขึ้น เพราะการกำหนดทิศทางจะมาจากผู้ใช้งานอย่างพวกเราเป็นหลักครับ ยิ่งไปกว่านั้น ในเรื่องของระบบเศรษฐกิจ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่หมุนเวียนภายในโลกอินเทอร์เน็ต Web 3.0 จะถูกกำหนดโดยผู้ใช้งานทั้งหมด ส่งผลให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย

และถ้ามีโอกาส ผมจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับทักษะอาชีพที่น่าจับตามอง เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ยุค Web 3.0 ให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ


สุดท้ายนี้ บนโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องความปลอดภัยของ Web 3.0 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้งานสามารถดำเนินไปพร้อมกับโลกเสมือนใน Metaverse ได้ ซึ่งยุคอินเทอร์เน็ต Web 3.0 ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เข้ามาเชื่อมต่อกับโลกอนาคตครับ และการกดเข้ามาอ่านบทความนี้ของผม คุณเองก็คือ หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วย

ส่วนการพัฒนา Web 3.0 จะมาถึงเมื่อไหร่ ไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่ครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่คุณได้เริ่มเตรียมความพร้อมร่วมไปกับผม หากคุณอยากพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี หรือพัฒนาทักษะด้านการลงทุนให้ทันโลก ผมได้เขียนบทความสาระดี ๆ ไว้อีกมากมาย คุณสามารถเข้าไปอ่านใน Knowledge Blogs ได้แบบฟรี ๆ

ไว้พบกันในบทความถัดไป ขอบคุณครับ

Source: ทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่: Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter